ตัวกวนขอป่วนหัวใจ

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 จูบ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 มิ.ย. 55

บทที่ 4 จูบ?

 

หลังจากขับรถไปส่งจินตนาการที่คณะแล้ว เอกดนัยก็ตรงไปที่ห้องเรียนเพื่อทำการสอนตามปกติ น่าแปลกที่วันนี้เขาไม่รู้สึกกลัวนักศึกษาในห้องมากเหมือนอย่างเคย ที่คิดแบบนั้นคงเป็นเพราะถ้าเปรียบเทียบกับตุ๊กแกตาแป๋วข้างบ้านแล้ว ตุ๊กแกแก้มแดงปากแดงในห้องนี้ดูไร้พิษสงไปทันตา

 

แม้จะมีจำนวนมากกว่าแต่อย่างมากพวกนักศึกษาสาวๆ ก็ทำได้แค่มองเขาเท่านั้น ไม่ได้ปากว่ามือถึงเหมือนแม่สาวข้างบ้าน คิดแบบนี้ชายหนุ่มจึงสอนได้อย่างสบายใจ หมดเวลาสอนก็รีบเก็บของออกมาจากห้องอย่างอารมณ์ดี

 

ใบหน้านิ่งสนิทของด็อกเตอร์หนุ่มมีรอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าไม่กี่อึดใจมันก็มลายหายไป เมื่อพบว่าคนที่ติดรถมาด้วยตอนเช้ายืนอยู่หน้าห้องเรียน ห่างจากประตูไปแค่ไม่กี่เมตร พอเห็นเขาออกมาเจ้าหล่อนก็บ่นใส่ทันที

 

รอตั้งนาน หิวข้าวแสบท้องจะแย่ ทำไมสอนเกินเวลาเยอะจัง ไม่สงสารนักศึกษาหรือไงว่าต้องทนหิว เหลือเวลากินข้าวนิดเดียว ไหนจะต้องรีบไปเรียนคาบบ่ายอีก

 

เอกดนัยขมวดคิ้วมองสาวน้อยตัวแสบ เธอพูดเหมือนเขาเป็นอาจารย์ใจร้าย ทั้งที่แค่ปล่อยช้าไปห้านาทีเท่านั้น

 

มาทำไม

 

เขาบอกเธอเอาไว้แล้วว่าถ้าจะกลับด้วยก็ต้องรอตอนเย็นเพราะเขามีสอนคาบสุดท้าย

 

มาชวนไปกินข้าวด้วยกันไง

 

ไม่ไปชายหนุ่มเอ่ยเสียงเฉียบ

 

ถ้าเป็นสาวคนอื่นได้ฟังคงจะหน้าเสีย แต่สาวน้อยสุดแสบคนนี้กลับยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์

 

พูดผิดพูดใหม่นะได้นะคะด็อกฯ ที่ถูกคุณต้องบอกว่าเต็มใจเลี้ยงข้าวฉันต่างหาก ไม่อย่างนั้น... จินตนาการกระเถิบเข้ามาใกล้พลางกระซิบประโยคต่อมา ฉันจะโพนทะนาให้ทั่วเลยว่าคุณกลัวผู้หญิง

 

ขาดคำหญิงสาวก็ทำท่าสูดหายใจเข้าปอด เตรียมตะโกนออกมาเต็มที่

 

อย่านะ! ยอมแล้วครับ อยากกินอะไรว่ามาเลย ชายหนุ่มรีบร้องห้าม พลางเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนก ถ้ามีคนแพร่งพรายเรื่องที่เขากลับผู้หญิงออกไป ชีวิตคงได้จบสิ้นกันคราวนี้

 

คุณพาไปก็แล้วกัน แต่ต้องเป็นร้านที่อร่อยๆ คนไม่เยอะ แล้วต้องไม่ไกลด้วยหญิงสาววางท่าออกคำสั่ง

 

เอกดนัยรับคำ แล้วเดินลิ่วหนีการตกเป็นเป้าสายตาออกมาจากหน้าห้องเรียน ก้าวยาวๆ ของชายหนุ่มทำคนตัวเล็กกว่าต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตาม ถึงกระนั้นจินตนาการก็ยังแอบอมยิ้ม แม้เขาจะไม่เต็มใจจะกินข้าวกับเธอ แต่นี่ก็เป็นอาหารมื้อแรกในรอบสิบสองปีที่เธอกับเขาได้ทานร่วมกัน

 

เอกดนัยพาจินตนาการมานั่งทานที่ร้านประจำใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย ร้านนี้ชื่อร้านสีรุ้ง สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านคือผ้าปูโต๊ะที่จะเปลี่ยนตามสีวัน และถ้าใครแต่งชุดสีเดียวกับผ้าปูโต๊ะของวันนั้นมาก็จะได้แถมฟรีของหวานหรือไอศกรีมในเมนูของร้านหนึ่งอย่าง

 

วันนี้ร้านค่อนข้างโล่ง แต่เอกดนัยก็ยังเดินมานั่งโต๊ะตัวใหญ่ด้านในสุด เขาเจตนาเลือกโต๊ะตัวนี้เนื่องจากต้องการนั่งให้ห่างจากจินตนาการที่สุด โต๊ะตัวนี้กว้างมาก ต่อให้นั่งตรงข้ามกันแล้วเอื้อมแขนมาจนสุดก็แตะตัวเขาไม่ได้ แล้วที่วางอาหารเป็นแบบจานหมุน ไม่มีทางที่จะเกิดเหตุการณ์บังเอิญเอามือมาชนกันตอนตักอาหารแน่

 

จินตนาการมองเจตนาของอีกฝ่ายออกจึงนึกเคือง แต่ก็จนใจจะประท้วง เพราะแค่เขายอมออกมากินข้าวกับเธอนี่ก็เรียกว่าเหลือเชื่อมากแล้ว

 

รับอะไรดีครับอาจารย์ ว้าว! วันนี้พาแฟนมาซะด้วย น่ารักเชียว ปิ๊ก เด็กเสิร์ฟหน้าทะเล้นเข้ามากระเซ้า

 

เขาคุ้นเคยกับชายหนุ่มดีเพราะเอกดนัยมาทานอาหารที่ร้านแทบทุกวัน เป็นลูกค้าประจำรายแรกที่แวะเวียนมาสั่งอาหารคาวจนเกือบครบทุกรายการ มีอย่างเดียวที่ชายหนุ่มไม่ยอมสั่งมาเลยคือของหวาน แม้จะให้ฟรีก็ยังไม่ยอมแตะ ท่าทางจะไม่ชอบเอามาก

 

ขอเมนูหน่อยปิ๊ก เอกดนัยทำเป็นหูทวนลม

 

ปิ๊กวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่โต๊ะข้างๆ เพื่อหยิบรายการอาหารมาให้ ก่อนไปก็ยังไม่วายทำสีหน้าสีตากระเซ้าเย้าแหย่แขกประจำ

 

เอกดนัยทำเป็นมองไม่เห็นเหมือนเคย ชายหนุ่มเลื่อนรายการอาหารไปตรงหน้าจินตนาการ แล้วบอกด้วยสายตาว่าให้เธอเป็นคนเลือก เผื่อว่าถ้าสั่งมาไม่ถูกใจเจ้าหล่อนจะได้ไม่โวยวายใส่

 

หญิงสาวหยิบรายการตรงหน้ามาพลิกดู แล้วขมวดคิ้วนั่งคิดท่าทางเครียดจัดเหมือนกำลังทำข้อสอบ ดูจริงจังเสียจนคนมองสงสัยว่าการสั่งอาหารมันมีอะไรยากหนักหนา

 

อยากกินอะไรก็สั่งมาเถอะ ไหนๆ เธอก็บังคับฉันเลี้ยงแล้วนี่ชายหนุ่มเร่ง เพราะอยากจะรีบกินกรีบกลับ ไม่อยากจะมานั่งแช่กับเธอนานนัก

 

งั้นเอาของที่ฉันกับคุณชอบก็แล้วกัน หญิงสาวว่าแล้วหันไปสั่งไข่เจียวเป็นอย่างแรก

 

ดูรายการตั้งนานแต่แม่หนูนี่กลับสั่งไข่เจียว มันเป็นอาหารสิ้นคิดแต่ก็เป็นหนึ่งในจานโปรดของเอกดนัย อย่างถัดๆ มาที่เธอสั่งก็ยิ่งทำเขาแปลกใจเพราะมันต่างก็เป็นอาหารที่เขาชอบทานสมัยเด็ก กุ้งผัดผงกะหรี่ แกงส้ม และยำวุ้นเส้น แต่ไม่มีพวกผัดผักเลยสักจาน เพราะเขาไม่ค่อยชอบ

 

เธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาชอบหรือเกลียดอะไร

 

แม้สงสัยแต่เอกดนัยก็ไม่ถาม ชายหนุ่มคิดเอาเองว่าคงเป็นเพราะความบังเอิญมากกว่า

 

พออาหารมาถึงสาวน้อยเอาแต่ใจก็ดูเรียบร้อยขึ้นผิดตา เธอหันไปมีความสุขกับการกิน จ้วงเอาจ้วงเอาท่าทางเอร็ดอร่อย ถ้าพ่อครัวมาเห็นภาพนี้คงจะปลื้มน่าดู

 

ข้าวติดแก้มแล้ว เอกดนัยชี้ให้ดูที่มุมปากขวา

 

คนที่กำลังเพลิดเพลิดกับการกินไม่เสียเวลาวางช้อนมาเช็ดปาก ตุ๊กแกน้อยตวัดลิ้นทีเดียวข้าวที่แก้มก็ลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว

 

ทำอะไรเหมือนเด็ก กินแบบนี้ระวังเถอะผู้ชายจะเผ่นหมด

 

เอกดนัยสภาพแบบไม่อายว่าเขาคงจะเป็นผู้ชายรายแรกที่เผ่นหนีไปก่อนใครพวก เพราะภาพตุ๊กแกตวัดแมลงเข้าปากมันสั่นประสาทจะตาย ที่เขายังทนนั่งกินข้าวกับเธอได้คงต้องเรียกว่าปาฏิหาริย์

 

สวยไม่แคร์สื่อค่ะ

 

หญิงสาวว่าแล้วฉีกยิ้มหวาน ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตเอกดนัยไปด้วย เขาดูผ่อนคลายลงบ้างแล้ว เธอจึงยิ่งมั่นใจว่าคิดถูกที่บังคับเขาออกมากินอาหารด้วย

 

เพื่อยื้อบรรยากาศสบายๆ นี้ออกไป จินตนาการจึงสั่งไอศกรีมถ้วยโตมาทานล้างปาก

 

เอกดนัยมองหญิงสาวกินด้วยความทึ่งจัด มื้อนี้เขากินไปไม่ถึงหนึ่งในสาม แต่ทุกอย่างก็หมดเกลี้ยงลงท้องหญิงสาวไปหมด แถมเจ้าหล่อนยังต่อของหวานอีกต่างหาก จินตนาการตัวเล็กนิดเดียว เธอสูงประมาณเมตรครึ่ง น้ำหนักไม่น่าเกินสี่สิบกิโลกรัม แต่ความจุของกระเพาะกลับน่าทึ่ง วันๆ กินพลังงานเข้าไปเยอะแบบนี้นี่เองถึงได้ไฮเปอร์นัก

 

ชิมมะ อร่อยนะ

 

หญิงสาวเลื่อนถ้วยไอศกรีมไปให้ เพราะเห็นเขามองมาเหมือนอยากกินด้วย

 

เอกดนัยในอดีตชอบของหวาน แต่สำหรับตอนนี้บอกเลยว่าเกลียด ตั้งแต่เราเริ่มเป็นโรคกลัวผู้หญิงกระมัง ที่ทำให้นิสัยหลายๆ อย่างในตัวเปลี่ยนไป

 

ชายหนุ่มอยากปฏิเสธ แต่ถ้าไปขัดใจแม่คุณเข้าคงได้แผลงฤทธิ์อีกประไร เผลอๆ อาจบ้าเลือดเดินมาล็อกคอเขา แล้วเอาถ้วยไอศกรีมยัดปากก็เป็นได้ จินตนาการสุดสยองในหัวทำให้เอกดนัยฝืนใจตักไอศกรีมช็อกโกแลตเข้าปากคำหนึ่ง

 

รสหวานเจือขมแผ่ซ่านไปทั่วลิ้นเขา แม้ไม่หวานบาดคออย่างที่คิด แต่คนที่ไม่ชินกับของหวานก็ยังต้องดื่มน้ำล้างคอตามอึกใหญ่

 

ว้าย! คนทะลึ่ง อยู่ๆ ก็มาจูบทางอ้อมผ่านช้อนกับเค้า สาวน้อยตัวแสบร้องวี้ดว้ายแกล้งเขินบิดไปบิดมา

 

จูบทางอ้อมของหนูจินนี่ทำคนที่กำลังดื่มน้ำสำลัก น้ำหูน้ำตาไหลพรากหน้าแดงก่ำ อึดใจต่อมาก็หน้าซีดเป็นกระดาษ

 

เขาใช้ช้อนคันเดียวกับตุ๊กแกไม่จริง ม่ายยย!!!

 

 

หลังจากที่ไปกินอาหารด้วยกันวันนั้นแล้ว เอกดนัยก็ต้องเผชิญวิบากกรรมจากแม่หนูจินนี่ตลอดสัปดาห์ เขาถูกเจ้าหล่อนแกล้งเล่นเสียจนสะบักสะบอมไปทั้งกายใจ พอถึงวันเสาร์ที่เขาไม่มีสอนและเธอไม่มีเรียน ชายหนุ่มจึงแทบจะจุดพลุฉลองให้กับอิสรภาพ แม้หญิงสาวจะไม่ได้หายไปจากชีวิตแบบถาวร แต่อย่างน้อยในสองวันนี้เขาก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยไม่ถูกก่อกวน

 

เอกดนัยเริ่มต้นวันแสนสบายด้วยการนอนตื่นสายกว่าที่เคย ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหลับสนิทอย่างมีความสุข จินตนาการกลับตื่นขึ้นมาแต่เช้าด้วยความสดใส หญิงสาวรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกมาเดินเล่นในสวนักบเจ้าไอติม พลางครุ่นคิดหาข้ออ้างที่จะไปหาเอกดนัยที่บ้าน

 

บังเอิญเหลือเกินที่ศาสตราจารย์อนันต์เดินออกมาข้างนอกพอดี พอเห็นเธอท่านก็ตะโกนข้ามรั้วชวนให้มากินอาหารเช้าด้วยกัน

 

คุณพ่อดีเด่นแห่งปีท่านนี้ปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีหลานให้อุ้ม ดังนั้นจึงขอแรงสาวน้อยข้างบ้านมาช่วยทำให้ลูกชายคุ้นเคยกับผู้หญิง

 

จินตนาการตอบรับคำเชิญทันที หญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านตั้งแต่แปดโมงครึ่ง รออยู่นานเกือบชั่วโมงลูกชายคนโตของบ้านก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

 

เพื่อไม่ให้ทุกคนต้องหิ้วท้องรออนุรักษ์จึงเสนอแผนการปลุกแบบพิเศษ ด้วยการให้แม่หนูจินนี่ขึ้นไปช่วยปลุกเอกดนัยถึงในห้องนอน

 

ห้องแรกติดบันไดนะจินนี่ อนุรักษ์เอ่ยขณะยื่นกุญแจห้องให้

 

ไม่ต้องบอกจินตนาการก็ทราบดีอยู่แล้วว่าห้องเอกดนัยอยู่ตรงไหน เธอเคยเห็นเขาออกมาที่ระเบียง แล้วเมื่อก่อนก็เคยเข้ามาเล่นในห้องหลายครั้ง แต่ความทรงจำในช่วงนั้นมันก็พร่าเบลอ จดจำรายละเอียดได้ไม่มากนัก หญิงสาวจึงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เห็นห้องนอนของชายหนุ่มอีกครั้ง

 

จินตนาการไขกุญแจห้องแล้วผลักประตูห้องเข้าไปอย่างเงียบกริบ จากห้องของเด็กหนุ่มซึ่งภายในเต็มไปด้วยโมเดลหุ่นจำลอง ขณะนี้มันกลายสภาพเป็นห้องของชายหนุ่มนักวิชาการที่มีเครื่องเรือนน้อยชิ้น นอกจากเตียงแล้วก็มีชั้นหนังสือ เครื่องเสียงและโทรทัศน์จอแบนเท่านั้น แต่หากสังเกตให้ดีบางมุมของห้องก็ยังมีแบบจำลองหุ่นยนต์กับสัตว์ประหลาดตั้งโชว์ให้เห็นอยู่บ้าง

 

บนเตียงนอนกว้างเอกดนัยกำลังหลับสนิท ไม่รู้เนื้อรู้ตัวสักนิดว่ามีตุ๊กแกน้อยมาบุกห้อง คนขี้เซารู้สึกได้ว่ามีคนเรียกชื่อแต่ก็ไม่สนใจ พอเรียกถี่เข้าเขาก็ดึงผ้าห่มมาคลุมโปงกันเสียงน่ารำคาญ ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบก็มีแรงดึงกระชากผ้าห่มไปจากตัวเขา สักพักมือนุ่มๆ ของใครคนหนึ่งก็มาเขย่าตัว

 

ขอพี่นอนอีกหน่อยเถอะ อยากพัก ชายหนุ่มพูดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลืมตา ด้วยนึกว่าคนที่กำลังปลุกเป็นน้องชาย

 

เก้าโมงกว่าแล้วนะคุณ ตื่นไปกินข้าวได้แล้ว

 

เสียงใสๆ ที่ได้ยินมาตลอดสัปดาห์พาลให้นึกว่าฝันร้าย แต่เมื่อถูกเขย่าแรงๆ อีกหลายทีชายหนุ่มก็ตาสว่าง

 

ฝันทำไมเจ็บได้ เจ็บแบบนี้ก็ต้องเรื่องจริงสิ หรือว่า...

 

จริงดังคาดเมื่อเขาลืมตาขึ้นมามองก็พบว่า ข้างเตียงมีตุ๊กแกน้อยตาแป๋วกำลังยืนแสยะยิ้มสุดชั่วร้ายอยู่

 

เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง

 

เอกดนัยสะดุ้งสุดตัว รวบเอาผ้าห่มมาคลุมตัวไว้แทนเกราะกำบัง

 

พ่อคุณชวนฉันมากินข้าวเช้าด้วย จะกินเฉยๆ ก็น่าเกลียดเลยอาสามาปลุกลูกชายให้ ห้องสวยนี่ เรียบร้อยด้วย

 

สาวน้อยตาโตตอบแล้วเดินร่อนไปทั่วห้อง เที่ยวหยิบจับหุ่นจำลองบนชั้นหนังสือเล่นอย่างไม่เกรงใจ

 

นี่มันห้องผู้ชายนะ เธอรีบออกไปเลย มันไม่เหมาะ

 

มีอย่างที่ไหนเป็นผู้หญิงยิงเรือกลับเดินเข้ามาในห้องส่วนตัวของผู้ชายหน้าตาเฉย ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งคงต้องจับมาเทศน์ยกใหญ่ พ่อกับไอ้นุก็เหมือนกัน คิดยังไงส่งเด็กสาวเข้ามาในห้องนอนลูกชายตัวเองได้

 

ห้องผู้ชายที่กลัวผู้หญิงซะด้วยสิ

 

จินตนาการต่อให้ด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับอึ้งเถียงไม่ออก

 

ถูกของเธอ เขาน่าจะห่วงสวัสดิภาพของตัวเองมากกว่าห่วงเธอด้วยซ้ำ

 

ฉันจะรอนอกห้อง 5 นาที รีบออกมาแล้วกันถ้าช้าฉันจะกอดคุณ

 

แม่สาวจอมวายร้ายขู่ด้วยท่าทางจริงจัง ซ้ำยังนับเวลาถอยหลังเสียงดังด้วย เอกดนัยจึงได้แต่รีบทำตามด้วยการอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในชีวิต

 

ไอ้เอกเอ๊ย! มีอย่างที่ไหนแค่ถูกผู้หญิงขู่จะกอดก็กลัวจนรนแล้ว กรรมหนอกรรม

 

แล้วเช้าแสนสบายก็กลายเป็นอีกเช้าที่ด็อกเตอร์หนุ่มรู้สึกรันทดรันท้อใจเหลือประมาณ

 

 

ที่โต๊ะอาหารเจ้าของแผนการปลุกอย่างอนุรักษ์ และผู้สนับสนุนอย่างศาสตราจารย์อนันต์ ต่างพากันกลั้นยิ้มเมื่อได้ยินเสียงขู่ว่าจะกอดและนับถอยหลังดังมาแว่วๆ

 

พอคนถูกแกล้งลงมาข้างล่าง ทั้งสองต่างก็พากันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่คนโดนแกล้งก็ยังมองออกว่านี่ต้องเป็นแผนของพ่อกับน้องชาย เขาล็อกห้องก่อนนอนทุกคืน ถ้าแม่หนูจินนี่ไม่ได้เป็นตุ๊กแกนินจาหายเข้าห้องเขาเองได้ ก็ต้องมีใครไขกุญแจปลดล็อกอำนวยความสะดวกให้

 

เอกดนัยทำหน้าตึงใส่คนทั้งคู่เป็นเครื่องแสดงว่าโกรธจริง แต่ถึงกระนั้นตัวการก็ยังไม่สำนึก ไหนๆ ก็โกรธแล้ว โดนอีกสักหน่อยจะเป็นไร พอชายหนุ่มหย่อนก้นลงนั่ง ศาสตราจารย์ดนัยก็พยักพเยิดบอกให้แม่หนูจินนี่ไปนั่งข้างกันเสียอย่างนั้น

 

เนื่องจากถูกปลุกทั้งที่ไม่เต็มใจ ซ้ำยังมีตุ๊กแกตัวแสบร่วมโต๊ะด้วย ต่อมความอยากอาหารของเอกดนัยจึงไม่ยอมทำงาน ชายหนุ่มทำเพียงเขี่ยข้าวในจานไปมา ผิดกับสาวน้อยข้างบ้านที่กินเอาๆ อย่างเอร็ดอร่อย สำหรับเธอคนนี้แม้แต่รำคลุกข้าวก็ยังอร่อยกระมัง

 

เอกตักกับข้าวให้หนูจินนี่หน่อยสิ ศาสตราจารย์อนันต์ออกคำสั่ง

 

ประจวบเหมาะว่าจานกับข้าวมันอยู่ไกล สาวน้อยตัวเล็กอย่างหนูจินนี่จะให้เอื้อมตักเองมันก็ลำบาก ดังนั้นลูกชายซึ่งอยู่ใกล้และแขนยาวกว่า จึงควรจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษตักกับข้าวให้

 

เขามีมือตักเองได้ครับพ่อ

 

เอกดนัยตอบฉุนๆ ตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็จะไม่ยอมโดนแกล้งอีกเป็นอันขาด

 

เอก...อย่าเสียมารยาทศาสตราจารย์อนันต์ติงลูกชาย

 

จินนี่ตักเองได้ค่ะ ไม่เป็นไร

 

จินตนาการพูดอย่างไม่ถือสา พลางเอื้อมมือผ่านหน้าเอกดนัยไป แต่ความที่ตัวเล็กแขนก็เลยสั้นตามไปด้วย หญิงสาวต้องลุกจากที่นั่งแล้วโน้มไปทั้งตัวถึงจะตักถึง ทำเอาคนนั่งข้างๆ หวาดเสียงว่าเอนมาโดนตัวเขา

 

หญิงสาวเอื้อมแขนเฉียดตัวชายหนุ่มไปมาหลายครั้ง สุดท้ายเอกดนัยก็หมดความอดทนต้องร้องห้ามเสียงหลง

 

หยุด...หยุด ฉันตักให้ นั่งเฉยๆ เลย อยากกินอะไรบอก

 

ได้ฟังจินตนาการก็ยิ้มแป้น แล้วออกคำสั่งให้เอกดนัยตักกับข้าวให้อย่างสบายอารมณ์

 

ภาพคนเงียบขรึมที่ทุกคนเห็นจนชินตา ถูกแทนที่ด้วยภาพของทาสผู้ซื่อสัตย์ที่ไม่อาจขัดใจนายสาว มองแล้วศาสตราจารย์อนันต์ก็อมยิ้ม ส่วนอนุรักษ์นั้นเผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง แม้จะมีสายตาอาฆาตของพี่ชายมองอยู่ เสียงหัวเราะนั้นก็ยังดังต่อเนื่อง

 

เมื่อไม่มีใครเข้าข้าง เอกดนัยก็ได้แต่อดทนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารจนจินตนาการกินอิ่ม พอสบโอกาสเขาก็หนีมาตั้งหลักอยู่ที่ห้องรับแขก แล้วคิดหาทางหนีจากตุ๊กแกวายร้ายเป็นการด่วน

 

ออกไปข้างนอกดีกว่า ส่วนจะไปไหนค่อยว่ากันอีกที

 

ชายหนุ่มย่องไปหยิบกุญแจรถมาถือไว้ กะจะฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนเผลอออกไปที่โรงรถ พฤติกรรมการแอบหยิบกุญแจรถอาจรอดพ้นสายตาของคนในบ้าน แต่เสียงกรุ๊งกริ๊งของกุญแจพวงอื่นที่ถูกแขวนไว้ด้วยกัน ไม่อาจจะรอดหูคนแก่หูดีอย่างศาสตราจารย์อนันต์ไปได้

 

จะออกไปข้างนอกหรือเอก ดีเลยพ่อจะฝากซื้อของ

 

ว่าแล้วก็หันมาทางจินตนาการถามว่าวันนี้ว่างรึเปล่า

 

ฟังแล้วสังหรณ์ตงิดๆ ว่ามันต้องไม่ดีกับตัวเขาแน่ แล้วก็จริงดังคาด พอจินตนาการบอกว่าว่างศาสตราจารย์อนันต์เลยไหว้วานให้ช่วยเลือกซื้อของขวัญของเด็กอ่อนให้กับหลานเพื่อน พูดมาถึงตรงนี้สายตาคมใต้กรอบแว่นตาของผู้สูงวัยก็เลื่อนมาหยุดที่ลูกชายคนโต ไม่ต้องพูดต่อคนถูกมองก็โวยลั่น

 

ไม่เอานะพ่อ เอกไม่ไปไหนทั้งนั้นอยากพัก

 

ไม่ไปกับแกจะให้หนูจินนี่ไปกับใคร ช่วยพ่อหน่อยสิคนแก่จะขับรถไปเองมันก็ลำบาก

 

ว่าแล้วก็โอดครวญทำเป็นคนแก่ที่น่าสงสารปวดเนื้อปวดตัวปวดหลังในบัดดล ทั้งที่เมื่อครู่ยังลุกขึ้นมาเต้นเหยงๆ โชว์ฟุตเวิร์คนักยูโดเก่าอวดแม่หนูจินตนาการอยู่เลย

 

นุล่ะ ลูกชายที่ปกติแสนจะเชื่อฟังพ่อกลั้นใจโยนหน้าที่ลูกกตัญญูไปให้น้องชาย

 

นุมีสอนเสริมบ่ายนี้

 

ได้ยินแล้วแทบไม่เชื่อหู อย่างน้องชายเขาน่ะหรือจะนัดสอนเสริม ปกติขี้เกียจอย่างกับอะไร บ่นอยู่บ่อยๆ ว่าอยากจะลาออกหนีไปให้พ้นจากพวกลูกศิษย์จอมเฮ้วพวกนี้

 

พอถูกหรี่ตามองแบบคาดคั้นให้คายความจริงออกมา อนุรักษ์เลยยกมือขึ้นสบถสาบานต่อหน้าพี่ชาย

 

ไม่เชื่อเช็คตารางนุหรือโทรไปถามที่ที่ภาควิชาก็ได้ นุนัดนักศึกษากับจองห้องไว้แล้ว

 

ฉันโทรแน่ ไอ้กระล่อนอย่างแกเนี่ยนะสอนเสริม ถ้าหลงเชื่อเห็นทีต้องหันไปกินหญ้าแทนข้าวแล้วมั้ง

 

เชื่อกันมั่งสิ นุไม่ว่างจริงๆ ถ้าว่างก็จะไปแทนให้แล้วคนเป็นน้องโวยกลับ

 

ถ้าแกไม่ว่างฉันไปเองก็ได้ แต่ถ้าไม่จริงแกต้องไปซื้อของแทนฉัน

 

อนุรักษ์หันมาตกลงทันที เอกดนัยจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเช็ก แถมยังเปิดลำโพงให้คนอื่นได้ยินเพื่อเป็นพยานให้ด้วย ผลคือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารสถานที่บอกว่าตอนบ่ายนี้อาจารย์อนุรักษ์มีสอนตอนบ่ายจริงๆ ทำเอาคนที่มั่นใจหนักหนาว่าน้องชายโกหกอึ้งไปเลย

 

นุไม่ได้โกหก บอกแล้วก็ไม่เชื่อ อนุรักษ์ยักไหล่ให้พี่ชายด้วยท่าทางกวนโอ๊ยเหลือประมาณคนอย่างไอ้นุก็ขยันเป็นนะครับ

 

เมื่อประจักษ์พยานมีพร้อม เอกดนัยจึงหมดทางหนี หนึ่งนาทีต่อมาศาสตราจารย์อนันต์ก็ได้คนไปซื้อของให้ คนแรกคือสาวน้อยอารมณ์ดีนามจินนี่ คนที่สองคือลูกชายคนโตซึ่งขณะนี้มีสีหน้าเหมือนกำลังเคี้ยวหญ้าพิษ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

132 ความคิดเห็น

  1. #131 auai_jaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2555 / 11:27
    พี่เอกแย่แล้วววววโดนรุม

    พ่อกับน้องชายเข้าข้างตุ๊กแกวายร้าย 555+

    #131
    0
  2. #123 Coolly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 / 15:36
    อ่านนิยายของคุณแล้วอารมณ์ดีเสมอเลยค่ะ ยิ้มๆ หัวเราะอยู่คนเดียว^^
    #123
    0
  3. #122 Coolly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 / 15:36
    อ่านนิยายของคุณแล้วอารมณ์ดีเสมอเลยค่ะ ยิ้มๆ หัวเราะอยู่คนเดียว^^
    #122
    0
  4. #114 ลลลา (@ppm-140) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2555 / 21:02
     ตุ๊กแกป่วนหนัก !!
    #114
    0
  5. #57 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 15:43

    มันต้องมีปม มีสาเหตุดิ ทำไมถึงเกลียดผู้หญิง

    #57
    0
  6. #56 rosa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 15:04
    ฮ่า ฮ่า แย่แน่คุณดอกเตอร์
    #56
    0
  7. #55 The Memorial (@golflovenaru) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 12:52
     พี่ดอกเตอร์กินเด็ก 555
    #55
    0
  8. #54 นกฮู้ก (@wivi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 12:48
    ฮ่าๆๆ งานเข้าพี่ดอกเตอร์แล้วไหมละ
    #54
    0