ตัวกวนขอป่วนหัวใจ

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 อีกด้านของตัวกวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 ก.ค. 55

บทที่ 6 อีกด้านของตัวกวน
 
หลังการซื้อของสุดโหดเอกดนัยก็พาตัวเองกลับมาที่บ้านด้วยสภาพอ่อนระโหยโรยแรง นอกจากจะต้องเดินถือของหนักเป็นระยะทางกว่าสิบกิโลเมตรแล้ว เขายังต้องขนข้าวของทั้งหมดไปเก็บในบ้านยายตัวแสบอีกหลายเที่ยว พอกลับมาบ้านเองได้ ชายหนุ่มเลยนอนแผ่อยู่บนโซฟาอย่างหมดสภาพ
 
นอนพักได้ประมาณสิบห้านาที เขาก็ฝืนลุกขึ้นไปดื่มน้ำ จากนั้นก็ขนสารพัดของกินในตู้เย็นมากินเพื่อทดแทนพลังงานที่เสียไป ชายหนุ่มแกะขนมปังกรอบห่อใหญ่แล้วสวาปามมันไปทั้งห่อ ตามมาด้วยผลไม้จานโตที่แม่บ้านปอกไว้ให้
 
ขณะกำลังกินมาราธอน อนุรักษ์ที่เพิ่งกลับมาจากการสอนก็โผล่มาด้านหลังพี่ชายแล้วร้องแซว
 
“เดทสนุกไหมพี่เอก
 
เขารีบตรงกลับมาที่บ้านเพราะอยากรู้ผลว่าพี่ชายสุดที่รักจะมีสภาพอย่างไร
 
“สนุกบ้านแกสิ นรกมากกว่า
 
คนเป็นพี่พูดพลางยกขวดนมขนาดหนึ่งลิตรใกล้มือขึ้นซดอย่างดุเดือด
 
เป็นที่รู้กันในหมู่คนใกล้ชิดว่า ถ้าเอกดนัยโกรธขึ้นมาจะมีวิธีระบายความโกรธออกไปด้วยการกิน ท่าทางจินตนาการจะสวมบทโหดพอควร พี่ชายเขาถึงได้ซัดแหลกขนาดนี้
 
“บ้านนุก็บ้านพี่เอกแหละ” อนุรักษ์ย้อน
 
“ถ้าแกไม่อยากนอนเป็นศพอยู่แถวนี้ก็หุบปากแล้วไสหัวไปไกลๆ
 
เอกดนัยถลึงตาใส่น้อง มือกำขวดนมแน่นเป็นสัญญาณว่าพร้อมจะขว้างของในมือใส่หัวคนกวนประสาทได้ทุกขณะ
 
“เมนส์ไม่มาเหรอพี่ หงุดหงิดง่ายจัง
 
พูดจบก็เผ่นหนีด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังไม่พ้นรัศมีการทำลายล้าง ชายหนุ่มโดนขวดนมพิฆาตขว้างใส่กลางหลัง ถึงอย่างนั้นก็ยังหัวเราะร่ายั่วโทสะอีกฝ่ายได้อีก
 
เอกดนัยลุกขึ้นเดินไปเก็บขวดนมด้วยความหงุดหงิด เขาเหวี่ยงมันลงถังขยะแล้วกลับมานอนพลิกตัวไปมาบนโซฟา ปกติถ้าได้กินเต็มที่และได้พักสักหน่อย อาการหงุดหงิดที่มีก็จะหายไปเอง ทว่าชายหนุ่มกลับนอนไม่หลับทั้งที่เหนื่อยมาทั้งวัน เขาจึงตัดสินใจหาอะไรทำให้เหนื่อยยิ่งขึ้น คืนนี้จะได้หลับสบายยันเช้า
 
สิ่งแรกที่ชายหนุ่มเลือกทำคือการทำความสะอาดรถยนต์เพื่อขจัดกลิ่นตุ๊กแกออกจากรถ ทุกครั้งที่อนุรักษ์ยืมรถเขาไปขับจะมีกลิ่นน้ำหอมติดมาเสมอ ซึ่งมันไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิดสำหรับคนที่แพ้น้ำหอมอย่างเอกดนัย
 
จินตนาการเองก็มีกลิ่นเฉพาะตัวคือกลิ่นแป้งเด็กหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนจมูก แต่ถึงกระนั้นกลิ่นตุ๊กแกก็ยังเป็นกลิ่นตุ๊กแกวันยังค่ำ ต้องกำจัดออกให้เรียบเพื่ออนามัยในรถยนต์
 
เปิดประตูรถออกทั้งสี่ด้าน จากนั้นก็เริ่มทำความสะอาดที่นั่งที่จินตนาการนั่งเป็นประจำก่อน ส่วนนี้ต้องทำการฆ่าเชื้ออย่างพิถีพิถันกว่าส่วนอื่น ขณะที่กำลังจะลงมือขัดถูเบาะ ชายหนุ่มก็เห็นถุงกระดาษใบหนึ่งอยู่ใต้เบาะรถ ตอนขนของให้จินตนาการเขารีบ เลยไม่ทันสังเกตว่ามีของหลงหูหลงตาไป
 
ชายหนุ่มหยิบถุงกระดาษขึ้นมา ความที่ไม่ทันระวังของในนั้นเลยหลุดออกจากถุง สิ่งที่หล่นลงมาคือกล่องของขวัญกล่องเล็กที่มีการ์ดใบน้อยห้อยติดอยู่ข้างกล่อง เอกดนัยเลยเผลออ่านไปแบบไม่ตั้งใจ
 
ลายมือไก่เขี่ยของสาวน้อยข้างบ้านอ่านยากจนต้องเขม้นมองอยู่นาน เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นลายมือแบบนี้ที่ไหนมาก่อน แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก จึงละความสนใจแล้วใช้ความพยายามในการอ่านตัวหนังสือแทน
 
‘สุขสันต์วันเกิดค่ะพ่อ จินนี่รักพ่อที่สุดในโลกเลย ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ นะคะ คิดถึงพ่อมากมายมหาศาล ป.ล. คิดถึงแม่มากเหมือนกัน สัญญาว่าจะตั้งใจเรียนแล้วรีบไปกอดพ่อกับแม่ให้เร็วที่สุด จินนี่’
 
ข้อความในการ์ดบ่งบอกว่าคนเขียนขี้อ้อนไม่น้อยและรักครอบครัวมาก ไม่แน่หรอกว่าลับหลังคนอื่น เด็กกวนประสาทคนนี้อาจจะกำลังแอบเหงาคิดถึงพ่อกับแม่อยู่ก็ได้ เอกดนัยจึงเริ่มมองหญิงสาวในด้านดีขึ้นมาบ้าง
 
ชายหนุ่มเก็บของขวัญไว้ในถุงตามเดิมแล้วเดินไปข้างบ้าน เขาตั้งใจว่าจะเอาของไปคืนให้เลย เพราะคิดว่าเป็นของสำคัญ
 
พอมาถึงหน้าบ้านยังไม่ทันได้กดกริ่งก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งมาเปิดเสียก่อน ผู้หญิงคนนี้คือป้าประนอม ผู้ปกครองกึ่งพี่เลี้ยงของจินตนาการ
 
เอกดนัยเคยเจอป้าประนอมสองสามครั้ง ฟังจากที่จินตนาการเล่าป้าประนอมเป็นญาติห่างๆ ป้าแกไม่มีลูก ตอนหลังสามีเสียชีวิตเลยมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้จินตนาการตั้งแต่ยังแบเบาะ หญิงสาวจึงให้ความรักและความเคารพป้าประนอมไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่ และดูเหมือนว่าจะกลัวโดนป้าประนอมดุเสียยิ่งกว่าพ่อกับแม่อีก
 
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ผู้สูงวัย แล้วจึงพูดธุระ “ผมเอาของที่จินนี่ลืมไว้มาคืนให้ครับ”
 
ป้าประนอมยกมือรับไว้ แล้วส่งยิ้มมีเมตตากลับมาให้
 
“ขอบใจจ๊ะที่ช่วยดูแลหนูจินนี่ของป้า บางทีจินนี่ก็ซนมากไปหน่อย ป้าต้องขอโทษแทนด้วยนะจ๊ะ
 
สำหรับจินตนาการแล้วแค่คำว่า ‘ซน’ คงจะจำกัดความพฤติกรรมของเจ้าหล่อนได้ไม่หมด ต้องเรียก ‘แสบ’ ถึงจะเหมาะกว่า กระนั้นด้วยมารยาทแล้วชายหนุ่มก็ยังยิ้มรับแล้วพูดออกไปว่าไม่เป็นไร คนบ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว
 
“นี่ครับของที่จินนี่ลืมเอาไว้” ชายหนุ่มส่งของไปให้ “ผมมารบกวนแค่นี้แหละครับ ขอตัวนะครับ”
 
เอกดนัยทำท่าจะผินตัวกลับแต่ต้องชะงักเพราะเสียงเรียกเสียก่อน
 
“เข้ามารอข้างในบ้านก่อนได้ไหมจ๊ะ ป้ากำลังทำขนมให้คุณกับคุณอนันต์อยู่พอดี ใกล้เสร็จแล้วล่ะจ้ะ จะได้ทานกันทั้งที่ยังร้อนๆ
 
ชายหนุ่มปฏิเสธไม่ตรีจิตของป้าประนอมไม่ลง ก็เลยจำใจต้องตามเข้ามารอในห้องนั่งเล่น
 
บ้านนี้มีหน้าต่างบ้านโตกับประตูกระจกรอบทิศทำให้บ้านดูโปร่ง การตกแต่งเน้นโทนสีสันสดใสชวนให้รู้สึกเหมือนเข้ามาในเมืองลูกกวาด
 
เอกดนัยไม่นิยมโทนสีสว่างเกินไป แต่พอได้มาเห็นห้องนี้ก็ต้องออกปากชมว่าตกแต่งได้อย่างลงตัว เล่นสีและแสงได้เหมาะเจาะ ให้อารมณ์สว่างสดใสมีชีวิตชีวาไปอีกแบบ สมแล้วที่เป็นบ้านของสาวไฮเปอร์
 
ชายหนุ่มมองสำรวจบ้านไปเรื่อย แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของจินตนาการดังมาแต่ไกล ชายหนุ่มเลยกระโดดหนีไปหลบอยู่หลังโซฟาแทนการเผชิญหน้า วันนี้เขาโดนเธอแกล้งมาทั้งวันแล้ว เลยอยากจะอยู่ให้ห่างจากเธอมากที่สุด
 
“ไอติมอยู่ไหน ออกมานะ
 
จินตนาการเรียกหาเพื่อนคู่ใจอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เอกดนัยซ่อนตัวอยู่นัก หญิงสาวกวาดตาหาแล้วก็ต้องย่นหัวคิ้วเมื่อเจ้าตัวโตไม่วิ่งมาหาเหมือนอย่างเคย
 
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะวันนี้หมาใหญ่ใจดีอย่างไอติมนึกอยากจะเล่นซ่อนหากับเจ้าของขึ้นมา ก็เลยวิ่งหนีมาเบียดซุกอยู่หลังโซฟา ประจวบเหมาะว่าที่ที่เล็งไว้เป็นที่เดียวกับที่ซ่อนของเอกดนัยพอดี หนึ่งคนกับหนึ่งตัวเลยมาจ๊ะเอ๋กันแบบไม่ตั้งใจ
 
เอกดนัยรีบยกมือขึ้นมาจุปาก แล้วทำไมทำมือขอร้องไม่ให้มันเห่า ไอติมเอียงคอมองเมื่อเห็นคนแปลกหน้า กระดิกหางน้อยๆ เหมือนจะจำได้ว่าชายหนุ่มคือคนข้างบ้านที่เคยเจอกันหลายครั้ง ก็เลยไม่เห่าและเล่นซ่อนหาต่อไป
 
“วันนี้ไม่มีอารมณ์จะเล่นซ่อนหาด้วยสักหน่อย รีบๆ ออกมาเลยนะไอติม” จินตนาการตะโกนเรียกอีกครั้ง ก่อนจะหยุดสายตาตรงโซฟาตัวใหญ่
 
แม้โซฟาจะบังชายหนุ่มตัวโตกับหมายักษ์ไว้ได้มิด แต่จินตนาการก็ยังจับได้อยู่ดีเพราะได้ยินเสียงหายใจของสัตว์เลี้ยง แต่ครั้นจะลากตัวออกมาจากตรงนั้นก็เปลืองแรง หญิงสาวเลยเดินไปหยิบถุงขนมมา แล้วทำเสียงกรอบแกรบล่อให้เจ้าตัวแสบออกมาหา
 
“ไอติมมากินขนมเร็ว
 
พูดยังไม่ทันขาดคำเจ้าตัวโตก็ติดกับ รีบวิ่งออกไปหานายสาวแล้วทำหน้าตาน่ารักเพื่อขอขนม
 
“ตะกละจริงนะแก” หญิงสาวบ่นแต่ก็ยอมให้ขนม
 
ในขณะที่เจ้าไอติมกำลังกิน จินตนาการก็ทิ้งตัวลงบนโซฟา แรงกระเทือนทำให้เอกดนัยทำตัวลีบเพราะกลัวโดนจับได้ เขาเพิ่งมาคิดได้ตอนนี้เองว่าทำตัวน่าสมเพช มีอย่างที่ไหนกลัวผู้หญิงเสียจนต้องเผ่นมาหลบมุมอยู่ที่เดียวกับหมา
 
“อิ๊งงงง!” เจ้าไอติมทำเสียงในลำคอ แล้วจ้องนายสาวตาแป๋วเมื่อขนมชิ้นแรกหมดแล้ว
 
“จะเอาอีกเหรอ อีกชิ้นเดียวนะ รู้หรือเปล่าว่าลุงหมอบอกว่าแกชักจะอ้วนไปแล้วนะ ถ้าน้ำหนักเกินกว่านี้จะโดนจับไดเอทรู้ไหม
 
เสียงใสๆ ของจินตนาการดังเจื้อยแจ้วไปเรื่อย ท่าทางหญิงสาวจะนั่งอยู่ตรงอีกนาย เอกดนัยเลยชักเริ่มหวั่นใจว่าอาจถูกจับได้ แม่ตัวดีจะต้องหัวร่องอหายแล้วล้อเขาแบบไม่แกล้งใจแน่ ถ้ารู้ว่ากลัวผู้หญิงจนต้องแอบมาหลบอยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มเลยค่อยๆ คลานออกมาจากที่ซ่อนแล้วหาทางย่องหนีออกไปให้เงียบที่สุด
 
ชายหนุ่มชะโงกหน้าออกมาจากหลังโซฟา แล้วก็ต้องผลุบกลับไปเหมือนเดิมเมื่อเห็นท่อนแขนบอบบางโผล่ออกมาทางด้านที่เขากำลังจะออกไป เอกดนัยจึงรีบคลานหนีมาหลบฝั่งตรงข้าม ตอนนั้นเองที่เขาจับสังเกตได้ว่าน้ำเสียงรื่นเริงของจินตนาการแปลเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย จนเขาเผลอตัวเงี่ยหูฟัง
 
“ไอติมรู้หรือเปล่าว่าวันนี้เพื่อนๆ นัดเจอกัน แต่ไม่มีใครโทรมาชวนฉันเลย แย่เนอะกลับมาเพื่อนที่เคยสนิทก็หายหน้าหายตาไป โทรไปก็มีแต่คนไม่ว่าง มันเหงามากเลยนะกับการถูกกันออกห่างจากทุกคน
 
หญิงสาวถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ความผิดของเพื่อนๆ เลยที่เผลอลืมเธอไป จินตนาการผิดเองที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกับใคร เธอคิดถึงทุกคนแต่ก็ไม่กล้ารบกวนเพราะว่าตอนนี้เพื่อนทุกคนต่างก็มีงานทำกัน มีภาระที่จะต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่นักศึกษาที่มีเวลาว่างเหลือเฟืออย่างเธอ
 
ถึงจะเข้าใจความเป็นไป แต่การที่ต้องเรียนจบช้ากว่าใครๆ มันก็ชวนให้รู้สึกหดหู่ เหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง อารมณ์เศร้าทำให้หญิงสาวพานนึกถึงเรื่องของเอกดนัย เลยตัดพ้อออกมาให้คลายความเศร้า
 
“ยิ่งคนข้างบ้านยิ่งไม่ต้องพูดถึง เวลาเขามองฉันอย่างกับมองเชื้อโรคเชื้อราอย่างนั้นแหละ ไม่รู้เหมือนกันนะว่าฉันจะทนสายตาแบบนั้นได้อีกนานแค่ไหน ฉันทำอะไรผิด ทำไมใครๆ ถึงต้องทำแบบนี้กับฉัน” หญิงสาวเอ่ยท้ายประโยคด้วยเสียงเครือ แล้วก็เงียบไป
 
เอกดนัยไม่คิดมาก่อนเลยว่าท่าทีที่เขาแสดงออกจะทำร้ายความรู้สึกของจินตนาการ ชายหนุ่มยอมรับว่าบางครั้งเขาก็พูดจากไม่ดีกับเธอ แม้ว่าจะกลัวผู้หญิงแต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเอามาใช้ปฏิบัติตัวแย่ๆ กับคนอื่น
 
ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของชายหนุ่ม เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งมันก็ซัดโครมเข้าที่หัวใจอย่างแรง จนทำให้เกือบจะลุกออกมาจากที่ซ่อนแล้วกล่าวขอโทษหญิงสาวเสียเดี๋ยวนั้น เอกดนัยรู้สึกอยากจะทำดีกับหญิงสาวให้มากกว่านี้ แต่จะเริ่มต้นตรงไหน แล้วทำอย่างไรเขาเองก็ไม่รู้
 
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดเสียงโทรศัพท์แหลมบาดหูดังแว่วมาจากอีกห้องหนึ่ง จินตนาการจึงลุกออกไปรับสาย สบโอกาสให้เอกดนัยออกมาจากที่ซ่อน วิ่งไปที่ประตูทำเป็นว่าเพิ่งเดินเข้ามา
 
“โฮ่งๆ” เจ้าไอติมเห่าทันทีที่เห็นเอกดนัยออกมาจากที่ซ่อน แล้วกระโจนเข้ามาเกาะเหมือนจะเล่นด้วย
 
ชายหนุ่มถึงกับเซไปหลายก้าวเพราะไม่ทันระวัง ใจจริงเขาไม่ค่อยชอบพวกสุนัขตัวโตเท่าไร แต่พอเห็นเจ้าตัวโตทำตาบ้องแบ๊วใส่ก็อดใจอ่อนไม่ได้ เลยเอื้อมมือไปลูบตัวมันเบาๆ
 
เสียงเห่าของเจ้าไอติมทำให้จิตนการชะโงกหน้ามามอง หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าพี่ชายข้างบ้านกำลังเล่นกับเจ้าไอติมอยู่ แต่อึดใจต่อมาก็ต้องย่นหัวคิ้วด้วยความสงสัย
 
พี่ชายเข้ามาตอนไหนกัน?
 
หญิงสาวรีบบอกคนที่โทรศัพท์มาว่ามีธุระ แล้วตรงดิ่งมาหาชายหนุ่ม
 
เอกดนัยบังเอิญหันไปเห็นพอดี มีหญิงสาวถลันเข้ามาหามีหรือชายหนุ่มจะไม่หนี เขาถอยกรูดไปติดตู้โชว์ทันที พร้อมทั้งดึงตัวเจ้าหมาใหญ่ใจดีอย่างไอติมมาเป็นกล่องกำบังด้วย ปฏิกิริยาของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าของหญิงสาวเจื่อนลง แต่ก็เพียงอึดใจเดียวเท่านั้นริมฝีปากของเธอก็เหยียดออกเป็นรอยยิ้ม
 
“มาหาฉันถึงนี่ มีอะไรหรือเปล่าคะด็อกเตอร์” จินตนาการเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนที่ชอบใช้เป็นประจำ
 
ท่าทีของเธอบ่งบอกว่าไม่ยี่หระต่อท่าทีของเอกดนัย แต่คู่สนทนาก็มองออกว่าอีกฝ่ายกำลังแสร้งทำ ดวงตาของหญิงสาวมีความเศร้าเคลือบอยู่ แม้ว่าจะเผยออกมาให้เห็นแค่เพียงวูบเดียวก็ตาม
 
“ผมเอาของมาคืน ถุงกระดาษใบเล็กๆ สีฟ้า มันหล่นไปอยู่ใต้เบาะรถ ตอนนี้อยู่ที่ป้าประนอมแล้ว” ชายหนุ่มตอบออกมาอย่างยืดยาวผิดปกติ เพราะความรู้สึกผิด
 
“ขอบคุณนะ ฉันกำลังหาอยู่เลย
 
“ไม่เป็นไร…”
 
ชายหนุ่มอยากขอโทษ อยากจะบอกว่าไม่ได้รังเกียจเธอ แต่ปากกลับไม่ยอมขยับต่อ เพราะไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นพูดด้วยประโยคไหน ยังไม่ทันเรียบเรียงความคิดเสร็จ จินตนาการก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
 
“วันนี้คุณนึกยังไงถึงเข้าเอาของมาคืนฉันถึงในบ้าน แสดงว่าอาการกลัวผู้หญิงดีขึ้นแล้วใช่ไหม
 
เอกดนัยพยักหน้ารับ ถึงไม่อยากยอมรับความจริง แต่อาการของเขาก็ดีขึ้นจริงอย่างที่เธอว่า
 
“เห็นไหมว่าได้ผล ฉันช่วยคุณได้จริงๆ ด้วย
 
จิตนาการร้องวี้ดอย่างดีใจ หญิงสาวกระโดดโลดเต้นไปรอบห้องด้วยความยินดีราวกับว่านี่เป็นเรื่องของตัวเอง รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของหญิงสาวมองแล้วชวนให้รู้สึกว่าวันนี้ตุ๊กแกตัวแสบน่ากลัวน้อยกว่าปกตินิดหน่อย เอกดนัยเลยเผลอยิ้มตามเธอไปด้วย
 
“ต้องกินอะไรอร่อยๆ ฉลอง
 
หญิงสาวว่าแล้ววิ่งปรู๊ดไปทางห้องครัว เจ้าไอติมก็เลยวิ่งตามไปด้วย แต่แล้วทั้งคนทั้งหมาก็ต้องเบรกเอี๊ยดกันทั่วหน้าเมื่อป้าประนอมเดินสวนมาพอดี
 
“ระวังล้มนะจ๊ะหนูจินนี่
 
“ค่ะป้านอม ป้านอมขาบัวลอยเสร็จหรือยังคะ ขอจินนี่กินหน่อยตักเผื่อพี่ชายด้วย
 
ป้าประนอมหัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่าจินตนาการมาร้องขอขนมกินเป็นเด็กๆ
 
“อยากกินก็ไปตักได้เลยจ้ะ แต่ของคุณเอกกับของคุณอนันต์อยู่ในนี้แล้ว” ผู้สูงวัยบุ้ยใบ้ไปทางหม้อใบเล็กที่ยกมา
 
จินตนาการมีสีหน้าผิดหวังที่หาข้ออ้างรั้งตัวเอกดนัยให้อยู่ต่อไม่ได้ ส่วนเอกดนัยเองก็ยังขลาดกลัวเกินกว่าจะทำใจกล้าขอร่วมโต๊ะกับหญิงสาว รับขนมมาและกล่าวขอบคุณป้าประนอมแล้ว เขาก็เดินหันหลังกลับไปที่บ้านของตัวเอง
 
เอกดนัยหงุดหงิดตัวเองที่พ่ายแพ้ต่อความกลัว แต่ครั้งนี้ทุกอย่างก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว ความอัดอั้นตันใจผลักดันทำให้เกิดความมุ่งมั่นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มสัญญากับตัวเองในใจอย่างหนักแน่นว่าต่อแต่นี้จะทำดีกับจินตนาการให้มาก อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้เธอรู้สึกแย่กว่าที่ผ่านมา
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

132 ความคิดเห็น

  1. #124 Piyachat (@mangporkajowjae) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 13:24
    หายกลัวหนูจินนี่ไวไวน๊า
    #124
    0
  2. #86 ลลลา (@ppm-140) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 22:41
     นี่เองสาเหตุที่ืทำให้เป็นโรคกลัวผู้หญิง
    #86
    0