ตอนที่ 20 : ตอนที่ 19 พิษเสน่หา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    16 ก.พ. 61

 

 

ตอนที่ 19 พิษเสน่หา

 

 

เสี่ยวหย่งยืนรอรับใช้อยู่ด้านข้าง พลางลอบมองเสี้ยวหน้าสะอาดสะอ้านของบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาอาลัยหงอยเหงา

ปีศาจน้อยเช่นเขาไม่เข้าใจนักว่าเกิดเหตุใดขึ้น อยู่ๆ วันก่อนทหารวังหลวงก็ยกกำลังเข้ามาปิดล้อมจวนแม่ทัพอย่างแน่นหนา พ่อบ้านกำชับให้บ่าวอยู่แต่ในห้องอย่าได้ออกมาเดินเพ่นพ่าน ครั้นท่านแม่ทัพกลับมาถึง วันนี้กลับต้องพาคนจากไปเสียแล้ว

เสี่ยวหย่งยิ่งมายิ่งหดหู่ เขาชอบแขกของท่านแม่ทัพท่านนี้อย่างยิ่ง นอกจากจะกินง่ายอยู่ง่ายรับใช้ง่าย ยังสุภาพอ่อนโยนดุจสายน้ำเย็นร่มรื่น อยู่ใกล้แล้วพาให้จิตใจสงบสุข ต่างจากบรรดาแขกผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ทั้งหลาย โดยมากต่างอารมณ์แปรปรวนเอาใจยากน่าหวาดกลัว

“ท่านนักพรต... ไม่จากไปไม่ได้หรือขอรับ” สุดท้ายเสี่ยวหย่งก็ยากจะระงับใจไม่ให้พึมพำออกมา ใบหน้าสงบนิ่งจึงเงยขึ้นจากหนังสือช้าๆ ก่อนทอดถอนหายใจแผ่วเบา

“มีพบย่อมมีจาก” เสียงนุ่มนวลยังคงกล่าวต่ออีกคำหนึ่ง

“พบพานถือเป็นวาสนา...”

เฉินจิ่นเหิงละมือจากหนังสือก่อนหันกลับไปมองอีกฝ่ายเต็มตา

ตลอดหลายวันที่ผ่านมาปีศาจน้อยช่างเจรจาผู้นี้คอยอยู่ดูแลรับใช้ เป็นเพื่อนคุยเล่นให้เขา คอยเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโลกปีศาจที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน บ้างก็สอบถามถึงความแตกต่างระหว่างโลกปีศาจกับโลกมนุษย์อย่างสนใจใคร่รู้ ชวนให้ผู้อื่นเกิดความเอ็นดูขึ้นในใจ

เขาไม่มีสิ่งใดมอบให้นอกจากคำชี้แนะบางอย่าง ครั้นฉุกนึกถึงเฉินจิ่นเหิงจึงลองเกริ่นถาม “เสี่ยวหย่ง ปีนี้เจ้าอายุเท่าใดแล้ว”

ปีศาจน้อยขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “หนึ่งร้อยกับอีกสิบสองปีขอรับ”

นักพรตหนุ่มชะงักนิ่งไปกับตัวเลขที่มากกว่าอายุของตนหลายเท่า หากนับตามอาวุโสเขาย่อมไม่มีคุณสมบัติกล่าวสั่งสอน ทว่าคำตอบนั้นกลับสอดคล้องกับสันนิษฐานในใจ

ปีศาจบางตนครั้นถือกำเนิดขึ้นก็อยู่ในร่างของผู้ใหญ่ บางตนสามารถแปลงกายได้ตามใจนึก บางตนที่ถือกำเนิดจากครรภ์มารดาอาจอยู่ในร่างของทารกน้อย ทว่าการเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์หาใช่ขึ้นอยู่กับเวลาหรืออายุขัย ถ้าเขาคาดเดาไม่ผิด ควรขึ้นอยู่กับอิทธิฤทธิ์ที่เพิ่มพูน

เฉินจิ่นเหิงตัดสินใจกล่าวตามสิ่งที่ตนเห็น “เปลือกของดักแด้แม้จะอบอุ่นปลอดภัย แต่หากไม่ใช้ความกล้าก้าวออกมาจากปราการปกป้อง ย่อมไม่อาจเติบโตเป็นผีเสื้อที่สวยสดงดงามได้”

เสี่ยวหย่งรับฟังพลางก้มหน้างุด บ่งบอกให้รู้ว่าไม่ใช่เจ้าตัวไม่รู้ เพียงแต่ยังไม่อาจก้าวข้ามความขลาดกลัวในใจ

“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติเถิด” ชายหนุ่มกล่าวปลอบโยน

เสี่ยวหย่งยังคงก้มหน้าก้มตา สุดท้ายจึงพยักหน้ารับคำเสียงค่อย “ขอบคุณท่านนักพรตที่ชี้แนะ”

เห็นอีกฝ่ายไม่ใช่ไม่เข้าใจเขาจึงค่อยคลายใจ ส่วนจะสามารถทำได้หรือไม่คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของวาสนาและเวลา

“ดึกมากแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด” เมื่อเฉินจิ่นเหิงกล่าวเช่นนั้น แววตาของปีศาจน้อยก็ฉายแววอาลัยอีกครั้ง ก่อนเดินก้มหน้าสองบ่าลู่ลง จากไปด้วยท่าทางหงอยเหงาเซื่องซึม

ชายหนุ่มจำต้องถอนหายใจอีกครา ก่อนทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง

ค่ำคืนมืดมิด ไร้แสงจันทร์กระจ่าง ไร้ดวงดาวพร่างพราย รอบกายเงียบงัน ไร้กระทั่งเสียงลมพัดใบไม้พลิ้วไหว คล้ายสรรพสิ่งรอบกายหยุดนิ่ง เวลาหยุดลง

...หากเป็นเช่นนั้นจริงจะดีเพียงใด

เฉินจิ่นเหิงส่ายหน้าให้กับความคิดเหลวไหลของตนเอง

เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนในโลกปีศาจ จะกล่าวว่าสั้นก็สั้น อีกทั้งเขายังมีโอกาสออกไปสัมผัสโลกภายนอกเพียงน้อยครั้ง ทว่าทุกครั้งล้วนประสบเหตุการณ์ไม่ธรรมดา เกินกว่ามนุษย์ผู้ใดจะเคยพานพบ หลายครั้งผาดโผนเสี่ยงภัยถึงชีวิต แต่เขากลับไม่เคยคิดตัดพ้อโกรธเคือง

ดั่งคำสอนของอาจารย์กล่าวไว้ ทุกย่างก้าวคือการฝึกตน

เว้นแต่ช่วงวัยเด็กกำพร้า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาคงสงบราบรื่นเกินไป มาครานี้จึงได้เรียนรู้เรื่องราวแปลกใหม่มากมาย ถึงกับเสียดายด้วยซ้ำว่า... เวลาช่างแสนสั้น

เขาเพิ่งเริ่มคุ้นชินบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ เริ่มคุ้นชินกับความเย็นเชียบเงียบงันราวกับไร้สิ่งมีชีวิต ทว่ายามใดที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ห่างออกไปสุดระเบียงทางเดิน เขามักจะเห็นแสงไฟทอดทอออกมาจากหน้าต่างอีกบานหนึ่ง ส่องให้เห็นเงาวูบไหวของผู้ที่พำนักอยู่ด้านใน

หลายครั้งแม้ไม่ได้พบหน้า กลับพาให้รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย

ยามนี้หน้าต่างบานนั้นกลับมืดมิด เจ้าของห้องอาจยังไม่กลับมา อาจมีธุระต้องสะสาง ก่อนยามจันทร์กระจ่างคล้อยขึ้นทางทิศตะวันตก นั่นคือกำหนดที่พวกเขาต้องออกเดินทาง

เฉินจิ่นเหิงไม่มีสัมภาระให้ต้องตระเตรียม ค่ำคืนนี้เขาควรนอนพักฟื้นฟูกำลังกาย หลังระหกระเหินผจญภัยท่ามกลางหิมะมานานหลายวัน ทว่ายามนี้เขากลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย

หลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอีกครู่ใหญ่ สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจลุกออกไปเดินเล่นด้านนอก ถือเป็นการเยี่ยมชมสถานที่ครั้งสุดท้าย

ระเบียงยาวแขวนโคมไฟส่องแสงรำไรเป็นระยะ ระหว่างทางมีทหารยืนประจำการประปราย เฉินจิ่นเหิงมองออกว่าส่วนหนึ่งคือทหารจิ้งจอกปะปนอยู่ด้วย แต่เมื่อฝ่ายนั้นเพียงยืนนิ่งดุจทหารยามทั่วไป เขาจึงไม่จดจ้องนานนักเช่นกัน

ก่อนถึงศาลารับลม เขาเหลือบเห็นสาวใช้นางหนึ่งเดินประคองถาดเปล่าออกมา แสงสว่างน้อยนิดทำให้มองเห็นใบหน้าของนางได้ไม่ชัดเจน เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆ เดินเลี้ยวลับมุมระเบียงไป

จังหวะนั้นเขากลับต้องกะพริบตาซ้ำ เพราะสิ่งที่เห็น แลดูคล้ายหางพวงใหญ่หลายพวงโบกสะบัด ...จิ้งจอกเก้าหาง?

เฉินจิ่งเหิงรีบสาวเท้าเดินตามไป แต่แล้วอีกใจกลับหยุดชะงัก ตัดสินใจเดินย้อนไปในทางที่นางเดินจากมา

กลางศาลารับลม เขาพบเจ้าของเงาร่างที่เคยมองหา นั่งอยู่กับบุรุษอีกผู้หนึ่ง

“ท่านนักพรตเฉิน...?” ไป๋รุ่นเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นเขาก่อน เฮยเสอจึงหันมองตามมา ในมือของทั้งสองยังถือถ้วยชาที่มีไอร้อนคุกรุ่น ควันสีขาวลอยฟุ้งเบาบาง

“ข้าเพียงเดินเล่นผ่านมาทางนี้ ขัดจังหวะท่านทั้งสองแล้ว” เฉินจิ่นเหิงโค้งคำนับกึ่งขออภัย

“พอดีเลยทีเดียว ข้ามาขอขมาเฮยเสอ วันนี้ล่วงเกินพวกท่านแล้ว ควรกล่าวขอขมาแก่ท่านนักพรตด้วย” ไป๋รุ่นลุกขึ้นเปิดทางเชื้อเชิญให้เขานั่ง ทั้งยังมองหาบ่าวรับใช้หวังเรียกให้ยกถ้วยชามาเพิ่ม ทว่ารอบด้านกลับไม่มีแม้แต่เงาบ่าวที่ควรยืนรอรับคำสั่ง

เฉินจิ่นเหิงรู้สึกไม่ถูกต้อง สุดท้ายจึงกล่าวเกริ่นขึ้นมา “ข้ามีเรื่องสงสัย ไม่รู้ว่าสมควรถามหรือไม่”

เฮยเสอมองเขาพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย ไป๋รุ่นจึงเป็นฝ่ายตอบแทน “เชิญถาม”

เฉินจิ่นเหิงตัดสินใจถามอย่างไม่อ้อมค้อม

“ไม่ทราบว่าในจวนแม่ทัพมีสาวใช้...เป็นจิ้งจอกเก้าหางบ้างหรือไม่”

ทันทีที่สิ้นคำถาม ปฏิกิริยาของผู้ฟังต่างหยุดชะงัก แม้กระทั่งถ้วยชาที่กำลังถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากก็คงค้างอยู่ครึ่งทาง

“ท่านนักพรตกล่าวล้อเล่นแล้ว” ไป๋รุ่นหัวเราะเสียงแห้ง รอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา

“จิ้งจอกเก้าหางที่ข้ารู้จัก ยามนี้หากไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ก็เป็นขุนนางระดับสูง กระทั่งเจ็ดหาง ห้าหาง ยังมียศศักดิ์ลดหลั่นกันลงมา กล่าวถึงข้าหลวงนางกำนัลในวังอาจมีสามถึงห้าหาง แน่นอนว่าสาวใช้ทั่วไปย่อมไม่มี”

“เป็นข้าที่เสียมารยาทแล้ว” เฉินจิ่นเหิงรีบขออภัย ก่อนจะกล่าวต่อเบาลงคล้ายพึมพำกับตนเอง “ข้าคงตาฝาดไปเอง...”

จากนั้นไม่มีใครเอ่ยสิ่งใด รอบบริเวณจึงเงียบงันไปชั่วขณะ เฮยเสอมองสบตากับไป๋รุ่น ต่างฝ่ายต่างวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะ ไม่มีผู้ใดแตะต้องถ้วยนั้นอีก

“ผลัดกันกล่าวขอขมาไปมาเช่นนี้ น้ำชาคงไม่เพียงพอแล้ว ใครอยู่แถวนี้ไปยกสุรามาให้ข้า” ปลายประโยคผนวกลมปราณเข้าไปส่วนหนึ่ง เสียงทุ้มของเฮยเสอจึงดังก้องกังวานไกล แม้แต่บ่าวที่หลับใหลยังถึงกับสะดุ้งตื่น

“นักพรตเฉินไม่ดื่มสุรา กระทั่งชาก็อาจเมาได้ เจ้าไปชงชารสอ่อนมาใหม่” แม่ทัพปีศาจกล่าวกับบ่าวที่กุลีกุจอเข้ามารับคำสั่ง

ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เฉินจิ่นเหิงไม่อาจไม่ลอบมองผู้พูด กลางอกอุ่นวาบราวกับได้ดื่มชาอุ่น ก่อนกลับพลันวูบโหวง เมื่อตระหนักถึงเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที

พวกเขาทั้งสามยังคงสนทนากันอีกครู่ใหญ่ กล่าวให้ถูกคือไป๋รุ่นสนทนากับเฮยเสอ โดยมากเกี่ยวกับข้อมูลของดอกปราณสี่ภพ การวางกำลังคุ้มครองราชาปีศาจ ความคืบหน้าเกี่ยวกับการสืบหาผู้อยู่เบื้องหลัง เฉินจิ่นเหิงนั่งเงียบเป็นผู้รับฟังที่ดี

ผ่านไปเกือบครึ่งค่อนชั่วยามจึงแยกย้าย ต่างฝ่ายต่างกลับที่พำนักของตน

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา

 

 

เฮยเสอกลับมาถึงห้องพักครู่หนึ่ง ยังไม่ทันได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอนก็มีเสียงเรียกขานดังขึ้นจากหน้าห้อง เขาจึงเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามาได้

ผู้มาใหม่คือพ่อบ้านหม่าง สองมือถือถาดประคองชามใบหนึ่ง

“น้ำแกงสร่างเมาขอรับ อีกไม่กี่ชั่วยามท่านแม่ทัพก็ต้องออกเดินทางแล้ว บ่าวจึงสั่งให้โรงครัวต้มเตรียมเอาไว้” ชายชรากล่าวพลางก้มหน้าเดินนำถาดมาวางลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงยกชามออกจากถาด

“อืม” แม่ทัพปีศาจขานรับในลำคอ สายตาจับจ้องใบหน้าท่าทางของพ่อบ้านชรา มองไล่มาจนถึงปลายนิ้วที่กำลังเลื่อนชามเข้ามาใกล้ เขายื่นมือออกไปคล้ายจะรับชามมาถือ

ฉับพลัน กลับพลิกแขนคว้าข้อมือของอีกฝ่าย

เพล้ง! ชามกระเบื้องตกพื้นแตกเป็นเสี่ยง น้ำแกงสาดกระเซ็น กลางฝ่ามือของเฮยเสอก่อเกิดเปลวไฟสีดำ พรึ่บ! ลุกไหม้ลามขึ้นบนแขนเสื้อของพ่อบ้าน

“ว๊าย!” เสียงหวีดร้องอุทานหาใช่เสียงแหบแห้งของชายชรา แต่กลับเป็นเสียงแหลมสูงของหญิงสาว ข้อมือเล็กสะบัดหลุดจากการจับกุม ร่างบางหมุนคว้างอย่างรวดเร็วเพื่อดับไฟ

ครั้นควันไหม้เบาบางจึงปรากฏร่างของสตรีในชุดขาวปักเหลื่อมลวดลายสีแดงสด หางตาของนางตวัดขึ้นอย่างดื้อรั้นถือดี

“องค์หญิงไป๋เหมย” เฮยเสอเอ่ยเรียกสั้นๆ ไร้วี่แววประหลาดใจ คล้ายคาดเดาไว้ก่อนแล้วหลายส่วน

“ท่านใส่อะไรลงไปในน้ำแกง ยังมี น้ำชาก็เป็นฝีมือของท่านใช่ไหม” เสียงราบเรียบเอ่ยถามอย่างเข้มงวด คล้ายตุลาการไต่สวนผู้ต้องหา อีกส่วนคล้ายผู้ใหญ่กล่าวตักเตือนเด็กน้อย

ไป๋เหมยกัดริมฝีปากแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่านางจะหลบหนีออกจากวังได้ มาถึงจวนแม่ทัพยังต้องคอยหลบหลีกสายตาทหารจิ้งจอก ด้วยกลัวจะถูกจับกลับไป เวลากระชั้นชิดไม่เปิดทางให้นางวางแผนรัดกุม สบโอกาสใดตรงหน้าก็ได้แต่คว้าเอาไว้ ยามเห็นสาวใช้ถูกเรียกไปยกน้ำชาให้ท่านแม่ทัพ นางจึงรีบสวมรอยแปลงกายแทนที่

ไม่คาดคิดว่าแขกของจวนแม่ทัพถึงกับเป็นท่านอาของนาง

ไป๋เหมยไม่เหลือหนทางให้ถอย อีกใจก็หวาดกลัวว่าท่านอาจะจับผิดตนได้ จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตารินชาและรีบเดินจากมา สักพักก็ได้ยินเฮยเสอเรียกหาสุราแทนชา ใจนางจึงทั้งโล่งอกทั้งผิดหวัง โล่งอกที่ไม่ได้พลั้งมือวางยาญาติของตน ผิดหวังที่แผนการล้มเหลว หากผ่านพ้นคืนนี้ไปนางก็คงไม่เหลือโอกาสอีกแล้ว

ครั้นหุนหันลงมือซ้ำ ครั้งนี้ถึงกับถูกจับได้คาหนังคาเขา

“เป็นท่านที่บีบบังคับข้า” สายตามุ่งมั่นไม่ยินยอมของนางตวัดกลับขึ้นมา นัยน์ตาสีเงินเปล่งประกายสีแดงเรืองรอง บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนไป

สายลมพลิ้วหอบกลีบดอกไม้หลากสีลอยล่องดั่งภาพฝัน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งอบอวลทั่วบริเวณ คล้ายยินเสียงกระดิ่งข้อเท้าของนางระบำสั่นไหว เสียงหัวเราะกังวานใสยั่วเย้า คละเคล้าเสียงดนตรีบรรเลงไพเราะ

เรือนร่างของไป๋เหมยดูยิ่งเพรียวบางด้วยชุดผ้าแพรโปร่งเบา อวดสัดส่วนโค้งเว้าราวกับภาพวาด ยามเดินนวยนาดเข้ามาหาบุรุษที่นั่งอยู่กลางห้อง เสื้อตัวนอกชั้นหนึ่งคลายหลวมจากบ่าร่วงหล่นลงไปครึ่งแขน เผยให้เห็นเสื้อตัวในวับแวม อวดเนินเนื้ออวบอิ่ม ปลายนิ้วเรียวนวลละเอียดดุจหยกยื่นออกไปสัมผัสใบหน้าของชายผู้เป็นที่รักแผ่วเบา

“เฮยเสอ ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่านมากเพียงใด” เสียงรัญจวนใจกระซิบดังข้างหู เป่าสายลมอุ่นที่สามารถทำให้หัวใจของบุรุษคันยุบยิบเกินต้านทาน

ใบหน้าคมเข้มคล้อยหันกลับมา นางจึงโน้มตัวลงไป หวังให้ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิด

“ท่านก็ควรรู้ว่า มนต์มายาจิ้งจอกของท่านใช้กับข้าไม่ได้ผล” ร่างสูงผุดลุกถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อเสียงเข้ม “กลับวังไปเสีย ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”

“เพราะอะไร!? ข้าหลงรักท่านมานานถึงเพียงนี้ เมื่อก่อนท่านก็เคยเอ็นดูข้าไม่น้อย เหตุใดจึงรักข้าไม่ได้!?” ไป๋เหมยแผดเสียงโต้เถียง ใบหน้างดงามบึ้งตึงกราดเกรี้ยว

องค์หญิงเช่นนางถูกพะเน้าพะนอตามใจมาตั้งแต่เด็ก ด้วยหน้าตาน่ารักจึงยิ่งเป็นที่รักใคร่เอ็นดู ยามเป็นเด็กน้อยได้พบกับแม่ทัพหนุ่มองอาจ เขาไม่ใคร่เอาใจนางเหมือนผู้อื่น หากแต่เป็นพี่ชายที่คอยปกป้องคุ้มครองภัย ครั้นเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นนางก็ปักใจกับเขาผู้เดียวเสมอมา

แต่ไป๋เหมยกลับไม่เคยรับรู้เลยว่า ความรักข้างเดียวที่บีบคั้นเอาแต่ใจ นานวันก็ยิ่งผลักไสให้บุรุษที่นางรักเหินห่าง

“ข้าไม่ยอม! ข้ารักท่าน! รักท่าน!” ราวกับความหยิ่งยโสร่วงหล่นแตกเป็นเสี่ยง นางโผเข้ากอดร่างสูงแนบแน่น บดเบียดร่างนุ่มนิ่มเข้าหาแผ่นอกกำยำอย่างไร้อาย ไม่นำพาเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หลุดลุ่ยของตน

“องค์หญิงไป๋เหมย! โปรดสำรวมด้วย” เฮยเสอข่มเสียงที่เกือบกลายเป็นเสียงตวาด จับบ่าเล็กสองข้างดันให้ออกห่างจากตัว

“เป็นเพราะมนุษย์ผู้นั้นใช่ไหม!? เพราะมันใช่ไหมท่านจึงรังเกียจข้า! เพราะท่านรักมันใช่ไหม!?” ไป๋เหมยกัดริมฝีปากแดงของตนจนแทบห้อเลือด หางตาผุดหยดน้ำร่วงหล่นเป็นสาย ผมยาวสะบัดไปมาจนยุ่งเหยิง

“เจ้าพูดอะไร...” เฮยเสอกล่าวโต้แย้ง

ทว่าขณะหนึ่งมโนสำนึกกลับปรากฏร่างของบุรุษในชุดขาว ผมยาวที่มักเกล้ามวยอย่างเรียบร้อยปล่อยสยาย นัยน์ตาเศร้ามีหยดน้ำเอ่อคลอยามเอ่ยอ้อนวอน

ถ้าหากภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนเป็นเช่นนั้น นอกจากจะไม่อาจหักใจผลักไส เขาคงไม่อาจห้ามใจรั้งร่างนั้นเข้ามากอดปลอบประโลม

“ท่านรักมัน...” แววตาของไป๋เหมยฉายความรวดร้าวสิ้นหวัง

บางครั้งสัญชาติญาณของสตรีก็เฉียบไวยิ่งกว่าบุรุษมากมายนัก จับความรู้สึกได้แม่นยำก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ตัวเสียอีก

ถัดมานัยน์ตาของไป๋เหมยเปลี่ยนเป็นประทุด้วยแรงโกรธแค้นริษยา วาบวาบอย่างอาฆาตมาดร้าย นางสลัดมือที่วางอยู่บนบ่า พลิกตัวถลาออกไปทางประตู

“หยุดนะ!” ทันทีที่อ่านออกว่านางกำลังหุนหันไปที่ใด ไปทำร้ายผู้ใด กลางฝ่ามือของเฮยเสอก็ปรากฏเปลวไฟสีดำลูกใหญ่ ตวัดเป็นตาข่ายเพลิงกั้นขวางทางออก

“ปล่อยข้า! ข้าเกลียดมัน! ข้าจะไปฆ่ามัน!” ยิ่งไป๋เหมยดิ้นรนอย่างไร้สติ อารมณ์กราดเกรี้ยวสร้างสายลมหมุนวนกลับยิ่งพัดพาให้เปลวไฟโหมกระหน่ำ ตาข่ายเพลิงยิ่งลุกไหม้กลายเป็นกองไฟโอบล้อมรอบร่างของนาง แผดเผาร้อนแรงเรียกเสียงหวีดร้องสลับกับเสียงสะอื้นไห้

“เฮยเสอ ท่านใจร้ายยิ่งนัก! ใจร้ายกับข้าได้ถึงเพียงนี้”

ยามที่เปลวไฟสงบลง กลางห้องก็เหลือเพียงจิ้งจอกขาวปลายหางแดงนอนสลบไสลอยู่บนพื้น ดวงไฟลดขนาดลงเหลือเพียงเปลวเทียน ลอยเหนือสี่ทิศรอบร่าง เฝ้าระวังไม่ให้นางฟื้นตื่นขึ้นมาแล้วทำร้ายผู้ใด

เฮยเสอมองสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด เขาลงมือรุนแรงเกินไปทว่าไร้ทางเลือก เพื่อไม่ให้เรื่องราวยิ่งยุ่งเหยิงบานปลายกว่านี้ เขาจึงตัดสินใจเรียกบ่าวที่ไว้ใจได้เข้ามาสั่งความ ถึงยามจันทร์ขึ้นให้ส่งข่าวแจ้งทางวังหลวงให้มารับตัวองค์หญิงกลับไป ส่วนตนเองจึงหันเดินออกไปยังทิศทางของผู้ที่ตนต้องการปกป้อง

 

 

ณ เวลาไล่เลี่ยกันอีกด้านหนึ่งของจวนแม่ทัพ ไป๋รุ่นก้าวเดินไปทางประตูใหญ่อย่างเชื่องช้า ร่างกายของเขาซวนเซจนต้องวางมือลงบนกำแพงข้างทางเพื่อประคับประคองไม่ให้ล้มลง

เขาโชคร้ายกว่าเฮยเสอ

ก่อนนักพรตเฉินจะเข้ามายับยั้งทันการณ์ เขาได้ยกชาขึ้นดื่มแล้วอึกหนึ่ง

ทันทีที่คาดเดาว่าในชาอาจมีปัญหา ไป๋รุ่นจึงเคลื่อนลมปราณขับหยดน้ำออกทางปลายนิ้ว ผ่านไปครู่ใหญ่เมื่อไม่รู้สึกถึงความผิดปรกติใดๆ เขาจึงชะล่าใจร่ำสุราตามปรกติ ไม่คาดคิดว่าอาการจะปรากฏออกมายามนี้

ไอเย็นเยียบวิ่งผ่านเส้นโลหิตทั่วร่าง แล่นเข้าสู่กลางอก ราวกับแช่แข็งให้หัวใจเต้นช้าลง ลมหายใจกลายเป็นควันสีขาว ทว่าร่างกายกลับร้อนรุ่มจนมีเม็ดเหงื่อผุดพราว

“ท่านอา?” เสียงเรียกขานทำให้เขาเงยหน้าขึ้น แต่ภาพเบื้องหน้ากลับพร่ามัวจนต้องหรี่ตา

“เป็นเจ้า...?” ทันทีที่มองเห็นว่าผู้มาคือใคร นัยน์ตาของไป๋รุ่นก็ฉายแววผิดหวังเสียใจอย่างไม่อาจซ่อนเร้น

ผู้วางยาเขาถึงกับเป็นนาง...?

“ท่านอา ท่านเป็นอะไรไป!?” ไป๋เหลียนอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างของอีกฝ่ายเซทรุดพิงกำแพง นางทราบข่าวน้องสาวฝาแฝดของตนหลบหนีออกจากวังจึงรีบรุดออกมาตามหา ก่อนเรื่องจะล่วงรู้ไปถึงหูมารดาแล้วลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอท่านอาของตนอยู่ที่นี่ในสภาพเช่นนี้

“ท่านอา ให้ข้าช่วยพยุงท่าน”

“ไม่ต้อง” คำตอบแข็งกร้าวทำให้ไป๋เหลียนผงะชั่วครู่ แต่ถัดมานางก็ไม่อาจไม่ถลาเข้าไปรับร่างที่ทรุดฮวบลงกับพื้น

“คะ ใครอยู่แถวนี้บ้าง ช่วยด้วย! ใครก็ได้” นางร้องตะโกนอย่างเสียขวัญ ไม่อาจคงความสงบเยือกเย็นได้อีก ร้อยวันพันปีท่านอาของนางไม่เคยป่วยไข้เช่นนี้มาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวจนน่ากลัว

“ทหาร ทหาร!? เจ้ารีบไปตามหมอหลวงจากในวังมา เดี๋ยวนี้!” ครั้นเห็นผู้ที่วิ่งรุดเข้ามามีทหารจิ้งจอกปะปนอยู่ นางจึงรีบร้อนสั่งการ ทหารเหล่านั้นรับคำพลางเรียกพรรคพวกของตนเข้ามาช่วยเหลือ

พ่อบ้านหม่างเองก็วิ่งมาทางนี้ ทันทีที่ทราบเหตุจึงรีบเรียกบ่าวไพร่ให้เข้ามาช่วยกัน พยุงร่างของไป๋รุ่นไปยังห้องพักที่อยู่ใกล้ที่สุด ในใจของชายชราร้อนรนดุจไฟเผา เหตุใดถึงได้เกิดเรื่องมากมายติดต่อกันไม่หยุดหย่อน ถ้าหากท่านอ๋องเป็นอะไรขึ้นมาในจวนแม่ทัพ ชีวิตปีศาจทั้งจวนคงยากจะรักษาไว้แล้ว

“พวกเจ้ายืนทำอะไรอยู่ รีบไปตามหมอสิ รีบไปรับท่านหมอมา!” ทางหนึ่งพ่อบ้านก็ร้องไล่ทหารจิ้งจอกให้ออกไปจากจวนเท่าที่จะไล่ได้ อีกทางก็ไล่บ่าวไพร่ให้ออกไปยืนไกลๆ ยิ่งไกลก็จะได้ยิ่งห่างจากปัญหา

ภายในห้องพักจึงเหลือเพียงไป๋เหลียนนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง หน้าห้องมีเพียงพ่อบ้านและทหารอีกสองสามนายยืนรอหมอหลวง บ่าวและทหารอีกส่วนออกไปยืนรอหน้าประตูใหญ่ เพื่อว่าพอหมอมาถึงแล้วจะได้นำทางทันที

“ท่านอา! ท่านฟื้นแล้ว” ผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูป ร่างบนเตียงก็เริ่มขยับเคลื่อนไหว ไป๋เหลียนจึงร้องเรียกอย่างดีใจ

เปลือกตาของไป๋รุ่นเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ครั้นลืมตาเห็นผู้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง เขากลับรีบผุดลุกขึ้นมาจับจ้องมองนางราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง มือหนึ่งคว้ามือของนางมากุมไว้ราวกับกลัวว่าจะหลุดลอยหายไป

ไป๋เหลียนสงสัยท่าทางนั้น หากแต่ความยินดียังมีมากกว่า มือที่เกาะกุมมือของนางเริ่มคลายความเย็นกลับมาอบอุ่น ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดฝาด ราวกับอาการเมื่อครู่เป็นเพียงสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น

“ทะ ท่านอา?” ไป๋เหลียนอุทานอย่างงุนงง เมื่อผู้เป็นอาถึงกับดึงร่างของนางไปกอดแน่น หัวใจดวงน้อยเริ่มสั่นไหว ไม่อาจห้ามความรู้สึกที่ไม่ควรมีกับบุคคลที่ไม่ควรมี

ยามอ้อมแขนคลายออก ฝ่ามือกว้างก็ยกขึ้นมาประคองข้างแก้ม ลูบไล้ปลายนิ้วแผ่วเบาอย่างทะนุถนอม ทอดมองนางด้วยสายตารักใคร่ บ่งบอกความในใจผ่านสีหน้าท่าทางอย่างเปิดเผย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ไป๋เหลียนสับสน

เป็นไปได้หรือ...

เป็นไปได้หรือว่าท่านอา...ก็จะมีใจตรงกันกับนาง...

สติที่พึงมีอยู่เสมอพลันกระจัดกระจาย เมื่อสัมผัสนุ่มนวลแนบลงมาบนริมฝีปาก หัวใจของไป๋เหลียนราวกับถูกพัดพาล่องลอยอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

ครั้นลืมตาขึ้นมา ภาพรอบด้านก็แปรเปลี่ยนไป หาใช่ห้องพักในจวนแม่ทัพ แต่กลับเป็นเรือนไม้หลังเล็กแปลกตา ทว่าสิ่งที่ทำให้นางตื่นตกใจถึงขีดสุดคือแสงแดดที่สาดส่องผ่านทางหน้าต่าง ป่าไม้ด้านนอกเป็นสีเขียวสดร่มรื่น ทิวทัศน์ที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต ไม่เคยพบเห็นมาก่อนใน โลกปีศาจ

“โลกมนุษย์...? โลกมายา...!?” ไป๋เหลียนพึมพำอย่างเหลือเชื่อ

นางยิ่งแน่ใจเมื่อเห็นนัยน์ตาของบุรุษเบื้องหน้าทอแสงสีเงินเป็นประกาย อาคมขั้นสูงของเผ่าจิ้งจอก กระทั่งตัวนาง ไป๋เหมยหรือไป๋สยงยังสำเร็จวิชาเพียงแค่ขั้นกลาง สร้างได้เพียงภาพมายาชั่วครั้งคราว นางเคยคิดว่าบิดาคือผู้เดียวที่สามารถสร้างโลกมายาเสมือนจริงได้ดั่งใจ ไม่คาดคิดว่าท่านอาเองก็สามารถทำได้

“เจ้าคิดถึงบ้านของเราหรือไม่ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน... อาเหวิ่น... เจ้าอย่าจากข้าไปอีกได้หรือไม่...”

เสียงเศร้าสร้อยกระซิบอ้อนวอนข้างหู ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มจะประกบแนบลงมาอีกครั้ง ยิ่งเพิ่มความลึกซึ้งเนิ่นนาน

อาเหวิ่น

ถ้อยคำนั้นราวกับหินก้อนใหญ่ที่ทุ่มทุบลงมากลางศีรษะ ไป๋เหลียนชะงักงัน ถึงแม้จะไม่เคยได้ยินชื่อนั้น แต่นางรู้ว่าท่านอาของตน...เคยมีคนรักเป็นมนุษย์

ใบหน้าของไป๋เหลียนซีดขาวไม่ต่างจากความคิด ไม่อาจครุ่นคิดถึงสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น ใจหนึ่งอยากถอยหนี แต่กลับไม่อาจหนีใจของตนเอง ใจหนึ่งอยากปฏิเสธ แต่กลับไม่อาจปฏิเสธใจของตนเอง

หัวใจดวงน้อยที่ล่องลอยบนฟ้า ราวกับถูกฉุดกระชากลงมาฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ สัมผัสนุ่มนวลแนบชิดยิ่งดุจดั่งมีดที่กรีดลงมาซ้ำๆ บาดหัวใจเป็นแผลลึก แต่นางกลับยินยอมปล่อยให้เลือดหลั่งไหล เช่นเดียวกับน้ำตาที่ไหลริน

ยินยอมปล่อยให้บุรุษที่นางรัก เห็นนางเป็นตัวแทนของบุคคลที่เขารัก

ไม่ต่างไปจากการหลอกตัวเองว่า...เขาก็รักนาง

 

ตำนานกล่าวว่าขนนกกระเรียนหิมะเป็นยาเสน่ห์ที่มีฤทธิ์ร้ายแรง เพราะกระเรียนหิมะเป็นสัตว์ที่มีคู่รักเพียงตัวเดียวตลอดชีวิต หลังผู้ต้องยาเสน่ห์ฟื้นสติคืนขึ้นจากพิษ แม้นพบเห็นผู้ใดก็จะตกหลุมรักบุคคลผู้นั้นจวบจนกว่าชีวิตจะหาไม่

แต่ยังมีตำนานอีกด้านหนึ่งซึ่งไม่ถูกกล่าวขาน

หากแม้ผู้ใดมีรักเดียวอยู่ในใจ เขาจะทำได้เพียงมอบความรักที่มีอยู่ให้ มองเห็นบุคคลผู้นั้นเป็นเงาของผู้ที่ตนรัก จวบจนกว่าชีวิตจะหาไม่

 

 

==========

 

ตอนนี้ยาวมากๆๆ ยาวจนอยากจะตัดขึ้นตอนใหม่ แต่เนื้อเรื่องยังอยู่ในหัวข้อพิษเสน่หา เลยตัดสินใจจับยัดมารวมกัน

หวังว่าจะไม่งงกันนะคะ ><

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

1,022 ความคิดเห็น

  1. #986 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 14:23
    สงสารรรรร
    #986
    0
  2. #961 Choikim Hanna (@kjjbbbi) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:25
    สงสารอ่ะ ท่านอาจะหายจากการโดนยานี้ไหมคะ
    #961
    0
  3. วันที่ 1 กันยายน 2561 / 00:35
    คนอื่นต้องมารับกรรมซะงั้น
    #918
    0
  4. #908 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 11:56
    ถ้าเป็นตามตำนานที่ไป๋เหลียนก็น่าสงสารมาก
    #908
    0
  5. #897 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 23:06
    สงสารจริงๆ
    #897
    0
  6. #816 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 06:56
    สงสารไป๋เหยียนเคราะห์ใหญ่ของชีวิตนางคือมีแฝดแบบยัยไป๋เหมยนี่แหละ ยัยนี่ก็ถอดแม่มาครบจริงๆทั้งกร่างทั้งสมองถั่ว
    #816
    0
  7. #716 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 10:50
    สงสารไป๋เหลียน ฮื่อ
    #716
    0
  8. #632 9011_Mirror (@kewaaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 16:56
    สงสารไป๋เหลียน
    ไป๋เหยียนเป็นลูกรึป่าว
    #632
    0
  9. #494 คิเซริ (@fim82) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 01:19
    สงสารไป๋เหลียน
    เพราะผลจากการกระทำของไป๋เหมยแท้ๆเลย
    โอ๊ยยยยย
    หน่วงงงงงง
    มันจะมีทางแก้มั้ยง่าาาาาา
    #494
    0
  10. #416 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 21:36
    โอโหคนที่น่าสงสารสุดในเรื่องจะเป็นไป๋เหลียงหรือท่านอาละเนี่ย
    #416
    1
    • #416-1 @moment (จากตอนที่ 20)
      15 มกราคม 2561 / 08:59
      น่าสงสารกันไปคนละแบบ
      #416-1
  11. #402 Chesshire. (@sinpride) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:14
    แม่ทัพของเรารู้ใจตัวเองแล้ว ขอให้เขาหวานกันหน่อยเถอะน่าาาา ก่อนจะต้องแยกอีก เฮยเสอไม่เท่าไหร่ แต่จิ่นเหิงที่ต้องอยู่คนเดียวแบบจำได้คิดถึงมาตลอดคงเจ็บมาก อยากให้เขาหวานกัน แล้วข้ามไปตอนเจอกันในปัจจุบันเลย ฮือ
    #402
    4
    • #402-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      3 มกราคม 2561 / 19:48
      วางใจได้เลยค่ะ ฉากหวานต้องมีมาแน่นอน หากไม่เคยครอบครองไหนเลยจะรู้จักสูญเสีย งื้อออออออออ
      #402-1
    • #402-4 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      9 มกราคม 2561 / 00:16
      กระดึ๊บๆ ค่อยๆ คืบคลานไป TwT
      #402-4
  12. #401 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 00:59
    สงสารนางงงงงง ฮื้อออ แต่ท่านอาดันนึกว่าไป๋เหลียนวางยาตัวเองนี่สิ เศร้าเลยทีนี้
    #401
    1
    • #401-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      29 ธันวาคม 2560 / 21:05
      รับเคราะห์ล้วนๆเลย T^T
      #401-1
  13. #400 Mystique (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 09:04
    จะมีทางถอนพิษได้มั้ย ถ้าต้องเป็นอย่างนี้ตลอดไป ไป๋เหลียนคงช้ำใจตลอดชีวิต ง่าา สงสาร

    แฮปปี้ๆ สุขสันต์วันปีใหม่เช่นกันค่า
    #400
    1
    • #400-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      27 ธันวาคม 2560 / 21:02
      ต่อให้ถอนพิษได้ก็ช้ำใจอยู่ดี น่าสงสาร ;-;
      #400-1
  14. #399 TaNgWa ^^ (@hongfa99) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 04:17
    เเต่งดีมากเลยค่ะ สนุกมากก มาต่อเร็วๆน้่าาา
    #399
    1
    • #399-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      27 ธันวาคม 2560 / 21:01
      จะพยายามนะคะ ฮึบบบบบ
      #399-1
  15. #398 รัลดา (@Runlada) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 23:28
    เอาไป๋เหลียนออกไปก่อน เอาคู่ท่านอามาแทนได้ไหม
    #398
    1
    • #398-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      27 ธันวาคม 2560 / 00:00
      ไม่ทันแว้ววววว ต้องไปเคาะฝาโลงแล้วล่ะ งื้ออออออ
      #398-1
  16. วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 23:13
    เฮยเสอรอดไป ดีที่ฉลาด สงสารไป๋เหลียนมาก
    #397
    1
    • #397-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      26 ธันวาคม 2560 / 23:59
      เป็นถึงแม่ทัพตามจับปีศาจกิ้งก่า ไม่หลงกลง่ายๆ แต่ไป๋รุ่นกับไป๋เหลียนนี่สิต้องมารับเคราะห์แทน T^T
      #397-1
  17. #395 MønZ (@maizii_np) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 20:16
    เเงง อ่านตอนนี้ละงง &#12640;&#12640; ไรต์อย่าด่าเค้าน้า
    #395
    1
    • #395-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      26 ธันวาคม 2560 / 20:34
      แงงงง งงตรงไหนเหรอออ
      แต่เรื่องนี้ตัวละครเยอะ ต้องตั้งสมาธินิดนึง T^T
      #395-1
  18. #392 comet2522 (@comet2522) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 13:42
    สงสารไป๋เหลียน อาเหวิ่นคือใครอ่ะ แม่สองสาวแฝดเหรอ

    #392
    1
    • #392-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      26 ธันวาคม 2560 / 14:02
      คือมนุษย์คนรักเก่าของไป๋รุ่นค่า ตายไปนานแล้น เคยกล่าวถึงอ้อมๆในงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพปีศาจ
      #392-1
  19. #391 magic moon (@magic-moon) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 12:06
    สงสารไป๋เหลียน
    #391
    1
    • #391-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      26 ธันวาคม 2560 / 13:59
      รักเขาข้างเดียว ;-;
      #391-1
  20. วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 08:10
    ขอบคุณครับ
    #389
    1
    • #389-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      26 ธันวาคม 2560 / 13:58
      ขอบคุณเช่นกันค่ะ ^^
      #389-1
  21. #387 Little W (@15494) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 00:11
    น่าสงสาร
    ขอบคุณมากค่า
    #387
    1
    • #387-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      26 ธันวาคม 2560 / 13:58
      ขอบคุณเช่นกันค่า ^^
      #387-1
  22. วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 08:02
    นังองค์หญิง!!!
    #386
    1
    • #386-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      21 ธันวาคม 2560 / 20:13
      ใจเยนนนน
      #386-1
  23. #384 Little W (@15494) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 20:07
    ขอบคุณมากค่ะ สนุกมาก
    #384
    1
    • #384-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      21 ธันวาคม 2560 / 20:13
      ขอบคุณเช่นกันค่า ^^
      #384-1
  24. #383 Mystique (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 18:47
    ยิ่งใกล้เวลาจากลา ก็ยิ่งอึนๆในใจ เค้าจะต้องจากกันไปแบบนี้น่ะหรอ T T

    ปล.ยังรออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ขอแค่ไรท์อย่าทิ้งกัน
    #383
    1
    • #383-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      18 ธันวาคม 2560 / 23:57
      ไม่ทิ้งๆ อย่าทิ้งกันนะ กอดดดดดดด
      #383-1
  25. #381 รัลดา (@Runlada) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:40
    ✨🌾 🌾 🌾
        😏😏😏😏😏
    😏😏😏😏😏😏😏
    😏🕓🕓😏🕓🕓😏
    😏🕓🎱😏🕓🎱😏
    😏😏😏😏😏😏😏
    😏😏😏✔😏😏😏
    🌀😏😏😏😏😏🌀
    😏🌀😏😏😏🌀😏👍
    👉🌀🌀🌀🌀🌀🌀
    🌀🌀🕐🌀🌀🌀🌀
    🌀🌀🕐🕐🕐🌀🌀
    🌀🌀🌀🌀🌀🌀🌀
        🌀🌀🌀🌀🌀
        👟 👟
     
    #381
    1
    • #381-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 20)
      18 ธันวาคม 2560 / 23:56
      หน้าตาเหมือนกล้วยหอมจอมซนเลย
      นายคิดเหมือนฉันไหม B1
      นายก็คิดเหมือนกันใช่ไหม B2
      #381-1