ตอนที่ 22 : ตอนที่ 21 หนึ่งวันราวกับหนึ่งปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    5 ก.พ. 61

 

 

ตอนที่ 21 หนึ่งวันราวกับหนึ่งปี

 

 

เมื่อรู้ว่าพวกเขากำลังมองหาที่พัก ซงจิวโซ่วก็หยิบยื่นไมตรีเชื้อเชิญพวกเขาไปพักด้วยกันอย่างยินดี แรกเริ่มเฉินจิ่นเหิงคิดจะปฏิเสธ เพราะถึงอย่างไรคงไม่อาจพาปีศาจเข้าพักในสำนักพรตได้ นึกไม่ถึงว่ายามนี้ซงจิวโซ่วได้อำลาอาจารย์ของตนลงจากสำนัก เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย

“เรือนของผู้น้อยอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านขอรับ อาเฟิงและแม่นางหยางต้องยินดีแน่หากรู้ว่ามีโอกาสได้ตอบแทนผู้มีบุญคุณ”

เฉินจิ่นเหิงฟังคำบอกเล่าพลางหวนนึกถึงเรื่องราวครานั้น พวกเขาเคยช่วยชีวิตศิษย์นักพรตกับเด็กชายอายุราวสิบปีอีกคนหนึ่งจากนักพรตนอกรีต ซงจิวโซ่วตั้งใจเดินทางกลับสำนัก ส่วนหยางเซินเฟิงตั้งใจเดินทางกลับไปหามารดา ด้วยมีทิศทางเดียวกันทั้งสองจึงออกเดินทางไปพร้อมกัน

กว่าเด็กชายจะกลับถึงบ้าน มารดาผู้เป็นห่วงบุตรชายแทบขาดใจก็ตรอมใจจนล้มป่วยหนัก ซงจิวโซ่วไม่อาจดูดายสองแม่ลูกจึงอยู่ช่วยดูแลจนอาการของนางเริ่มทุเลา นานวันเข้าก็ยิ่งไม่อาจตัดใจจากครอบครัวที่มีเพียงหนึ่งเด็กหนึ่งสตรี สุดท้ายศิษย์อกตัญญูจึงกลับไปคุกเข่าขอขมาลาอาจารย์ลงจากสำนัก

เฉินจิ่นเหิงอดเสียดายไม่ได้ที่เส้นทางบำเพ็ญเซียนของอีกฝ่ายต้องสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ แต่ในเมื่อเป็นทางที่เจ้าตัวเลือกแล้วก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้ง

“ขออภัยที่เรือนของผู้น้อยคับแคบไปสักนิด ลำบากผู้มีบุญคุณแล้ว” ซงจิวโซ่วผู้อยู่ในชุดชาวบ้านธรรมดาหาใช่ศิษย์นักพรตกล่าวพลางนำทางพวกเขาเข้าไปด้านใน

เรือนไม้หลังเล็กปลูกสร้างอย่างเรียบง่าย แม้ไม่กว้างขวางใหญ่โตทว่าสะอาดสะอ้าน ลานด้านหน้ามีแปลงผักขนาดย่อม เมื่อก้าวผ่านพ้นประตูเรือนก็พบกับห้องโถงรับรองกึ่งห้องตั้งโต๊ะอาหาร ปีกตะวันออกเป็นห้องพักของสองแม่ลูก ปีกตะวันตกเป็นห้องพักของซงจิวโซ่ว ยังมีห้องว่างเดิมเป็นห้องหนังสือปัดกวาดให้พวกเขาเข้าพัก

หมู่บ้านชนบทห่างไกล บ้านแต่ละหลังจึงตั้งอยู่ห่างกันคั่นกลางด้วยไร่นา ค่อนข้างปลีกวิเวกเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังมีการไปมาหาสู่ตามประสาเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันเสียงครหาซงจิวโซ่วจึงอาศัยอยู่ในฐานะญาติของสองแม่ลูก ส่วนพวกเขาก็เป็นญาติห่างๆ ที่มาเยี่ยมเยือน

“ขอบคุณท่านผู้มีบุญคุณทั้งสองที่ช่วยชีวิตบุตรชายของผู้น้อย ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟหากมีสิ่งใดที่ผู้น้อยสามารถตอบแทนได้ขอให้ท่านผู้มีบุญคุณบอกกล่าว ผู้น้อยยินดีทำทุกอย่าง” มารดาของหยางเซินเฟิงทรุดตัวลงคุกเข่าคำนับ เขาไม่กล้ารับจึงรีบบอกให้เด็กชายพยุงมารดาของตนขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังพร่ำกล่าวขอบคุณอีกหลายครั้ง จนบุตรชายกระซิบเตือนนางจึงกระตือรือร้นเข้าครัวไปทำอาหารออกมาเลี้ยงต้อนรับ

มารดาของหยางเซินเฟิงเป็นหญิงสาวรูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง ผิวพรรณขาวละเอียดไม่คล้ายหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป ใบหน้ายังซีดเซียวเล็กน้อยคล้ายคนมีโรคประจำตัว ประกอบกับรอยยิ้มเศร้าซึ้งยิ่งทำให้นางดูเปราะบางน่าทะนุถนอม

เฉินจิ่นเหิงเก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ เพราะมองอย่างไรนางก็เหมือนสาวน้อยอายุไม่เกินสิบแปดปี แต่กลับมีบุตรชายอายุราวสิบกว่าปีแล้ว อีกทั้งไม่ว่าจะ มองอย่างไรนางก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ถ้าเช่นนั้นก็คงเป็นฝ่ายบิดาที่ทำให้ถือกำเนิดบุตรครึ่งเทพเช่นนี้

มื้อเย็นวันนั้นมีกับข้าวขึ้นโต๊ะถึงแปดอย่าง ล้วนแต่เป็นจานผักที่จัดเตรียมขึ้นอย่างพิถีพิถันเอาใจใส่ ทำให้เฉินจิ่นเหิงเจริญอาหารไม่น้อย นับเป็นมื้อแรกในรอบเดือนเศษที่เขาไม่ต้องกินข้าวอย่างแมวดม เพราะอาหารในโลกปีศาจต่อให้เลิศรสแปลกล้ำอย่างไรก็ไม่เหมาะกับร่างกายมนุษย์

เฉินจิ่นเหิงลิ้มรสอาหารอย่างสงบสุข ไม่ได้สังเกตถึงสายตาที่มองมาทางตน

ดวงตาสีดำสนิทราวกับไม่อาจหยั่งถึงก้นบึ้งคู่นั้นฉายแววสลับซับซ้อน กึ่งสะท้อนใจ กึ่งจนใจ กึ่งวางใจ กึ่งตัดใจ

หลังอาหารมื้อนั้นเฮยเสอหายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว

เฉินจิ่นเหิงเดินตามหารอบเรือนอย่างหวั่นวิตก เดินวนเวียนอยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งฝีเท้าหยุดกึก หัวใจคล้ายร่วงหล่นลงบนพื้น ทันทีที่นึกว่าอีกฝ่ายจากไปโดยไปมีแม้แต่คำล่ำลา

ชายหนุ่มยืนตากน้ำค้างอยู่นานเพียงใดไม่อาจรู้ ก่อนจะรวบรวมสติเดินกลับไปยังห้องพัก

“เฮยเสอ...!?

กลับมาเห็นร่างสูงกำยำยืนสง่าอยู่กลางห้อง หัวใจที่หล่นหายพลันกระเด้งกระดอนไปหาร่างนั้นอย่างไม่อาจควบคุม สองขาถลาไปด้านหน้าหลายก้าว ครั้นตั้งสติได้จึงแก้คำเรียกขานใหม่ให้ถูกต้องตามมารยาท

ท่านแม่ทัพ...” เขาได้แต่เก็บกลืนคำตัดพ้อที่เหลือลงไป ท่านหายไปไหนมา ข้าตามหาท่านเสียทั่ว นึกว่าท่าน...

“หมู่บ้านแห่งนี้เงียบสงบปลอดภัย รอบระยะสามสิบลี้ไม่มีกลิ่นไอปีศาจ” ถ้อยคำบอกเล่าเรียบเรื่อยแทนคำอธิบาย ที่แท้อีกฝ่ายเพียงออกไปสำรวจพื้นที่ กลางอกของเขาอุ่นวาบเมื่อสัมผัสได้ถึงความห่วงใย

“เก็บสิ่งนี้ไว้เผื่อเจ้าจำเป็นต้องใช้” กลางฝ่ามือของเฮยเสอปรากฎทองคำขนาดห้าตำลึงทองสองก้อน เกินพอให้ชาวบ้านครอบครัวหนึ่งใช้จ่ายได้อีกหลายปี สายตาของเขามองออกว่านั่นเป็นเพียงก้อนหินที่ผ่านการลงอาคม ปีศาจมากอิทธิฤทธิ์ต่างก็รู้จักใช้วิธีนี้

เฉินจิ่นเหิงพลันหน้าเสีย ไม่ใช่เพราะว่าเงินเป็นของปลอม ไม่ใช่เพราะรังเกียจอาคมหลอกลวง แต่เป็นเพราะเขาเริ่มเข้าใจ ที่แท้ทั้งการสำรวจพื้นที่ ทั้งของสิ่งนี้ ทั้งหมดคือการ ตระเตรียมเพื่อ จากลา

เฮยเสอแปลความหมายของสีหน้านั้นผิดไปจึงอธิบายต่อ “ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอาคมก็ไม่อาจเสื่อมลงโดยง่าย”

“พูดราวกับว่าท่านจะไปต...” เฉินจิ่นเหิงยิ่งหน้าเสีย หยุดปากตนเองก่อนจะพลั้งเอ่ยคำอัปมงคลออกไป

เฮยเสอไม่กล่าวมากความต่อ ไม่รีรอมือที่ไม่ยอมยื่นออกมารับ เขาจัดการรวบมือข้างหนึ่งขึ้นมาเพื่อวางของที่ต้องการมอบให้ลงไป ครั้นเสร็จธุระ...ถึงเวลาที่ควรปล่อยกลับไม่อยากปล่อย

“ทหารส่งข่าวมาแล้ว ข้าต้องออกเดินทางทันที” น้ำเสียงราบเรียบกลับเอ่ยตัดบทราวกับไร้อาลัย สุดท้ายก็คลายมือของตนเองออก

กลับกลายเป็นฝ่ายเฉินจิ่นเหิงที่อยากรั้งกลับไม่อาจรั้ง ได้แต่เก็บฝ่ามือที่นิ่งค้างอยู่กลางอากาศกลับลงมา เก็บก้อนหินที่แข็งกระด้างและเย็นเฉียบเข้าไปในสาบเสื้อ ตำแหน่งเดียวกับหัวใจที่เต้นแผ่วอย่างสับสน

ขณะนั้นเอง มือของเขาสัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่าง

“ขลุ่ยของท่าน...” เฉินจิ่นเหิงดึงของสิ่งนั้นออกมา สุดท้ายหากจำต้องจากเขาก็ไม่อาจไม่คืนให้แก่เจ้าของ

เฮยเสอก้มลงมองแต่ไม่ได้ยื่นมือออกมารับ กลับกล่าวขึ้นหนึ่งประโยค “ยังจำสัญญาของเจ้าได้หรือไม่”

เฉินจิ่นเหิงยังคงจำได้ดี เขาเคยให้สัญญาว่าจะช่วยจับตัวปีศาจกิ้งก่า หากเหตุการณ์ที่ผ่านมากลับทำให้เขารู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงตัวถ่วงอันไร้ประโยชน์ นึกว่าอีกฝ่ายไม่สนใจสัญญานั้นแล้วด้วยซ้ำ ถึงได้พาเขากลับมาส่งคืนยังโลกมนุษย์

“แน่นอนว่าข้ายังจำได้” ต่อให้เป็นเพียงพันธะเส้นบางเขาก็ยังอยากไขว่คว้าเอาไว้

“เช่นนั้นก็เก็บมันเอาไว้ แล้วข้าจะกลับมาทวงสัญญา”

ครั้งนี้เฮยเสอไม่ได้รวบมือของอีกฝ่ายให้เก็บขลุ่ยกลับเข้าไป เพราะการสัมผัสยิ่งทำให้ยากจะผละจาก เพียงจ้องมองนัยน์ตากระจ่างใสครู่หนึ่ง

ครั้นหักใจหลับตาลงร่างของเขาก็กลายเป็นกลุ่มควัน

“เฮยเ...” เฉินจิ่นเหิงถลาก้าวออกไปได้เพียงครึ่งก้าว กลุ่มควันสีดำก็จางหายไปอย่างไร้ร่อยรอย บ่งบอกว่าแม่ทัพปีศาจได้จากไปแล้ว

ร่างโดดเดี่ยวยืนนิ่งอยู่กลางห้องเนิ่นนาน ก่อนจะตระหนักถึงความไม่เป็นธรรม

ขลุ่ยมังกรที่อยู่กับเขาทำให้อีกฝ่ายสามารถรับรู้ได้ว่าเขาอยู่ที่ใด สามารถตามหาตัวเขาพบโดยง่าย แต่กลับกัน เขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่ามังกรไร้ขาตนนั้นไปอยู่ที่ไหนหรือกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรงเพียงใด

 

 

ทหารฝีมือดีจำนวนหนึ่งออกเดินทางไปสมทบกับแม่ทัพปีศาจ ภารกิจค้นหาดอกปราณสี่ภพดำเนินไปอย่างเป็นความลับ ทุกอย่างภายนอกยังดูเหมือนเป็นปรกติ ราษฎรทั่วไปไม่รู้ กระทั่งขุนนางส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ มีประกาศเพียงว่าราชาปีศาจเข้าฌานบำเพ็ญตบะ เปิดโอกาสให้องค์ชายรัชทายาทออกมาเรียนรู้งานบริหารราชการ โดยมีราชินีเป็นผู้คอยให้คำปรึกษาอยู่เบื้องหลัง

คำโกหกจะปิดบังความจริงได้อีกนานเพียงใด ปีศาจไร้สมองที่ดีแต่ใช้กำลังอาจจะหลงเชื่อ แต่ปีศาจเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกต่างก็คอยซุ่มสังเกตประเมินสถานการณ์ คลื่นใต้น้ำลูกแล้วลูกเล่าก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ อย่าว่าแต่ปัญหาภายนอก ลำพังเพียงปัญหาภายในก็ดุจดั่งไฟที่นับวันก็ยิ่งห่อเอาไว้ไม่มิด

องค์หญิงไป๋เหมยถูกกักบริเวณอย่างแน่นหนา รอขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจากเผ่ากิเลนขาวยกมารับในวันแต่งงานที่ถูกกำหนดขึ้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า องค์หญิงไป๋เหลียนหายตัวไปจนบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดหาพบ ท่านอ๋องไป๋รุ่นผู้ควรเป็นหนึ่งในเรี่ยวแรงสำคัญช่วยประคับประคองสถานการณ์ ยามนี้เวลานิทราของเขากลับเนิ่นนานขึ้นทุกวัน บางครายังเหม่อลอยคล้ายผู้ที่ไม่อยากตื่นขึ้นจากความฝัน

“นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะจัดการพวกมันให้สิ้นซาก” เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากมุมหนึ่งของถ้ำลึกลับ ใต้จมูกทหารวังหลวงที่เดินลาดตระเวนขวักไขว่ หามีผู้ใดล่วงรู้ว่าหลังกำแพงห้องที่ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด จะมีซอกลับซุกซ่อนอยู่ในถ้ำจิ้งจอก

“ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อน พวกเรายังต้องคิดการให้รัดกุม” อีกเสียงเอ่ยปลอบโยน

บทสนทนามีสองเสียงพูดคุยโต้ตอบ ทว่าภายในถ้ำกลับมีเพียงร่างหนึ่งนั่งอยู่หน้าคันฉ่องบานเล็ก ในนั้นฉายภาพขมุกขมัวของบุรุษผิวสีเหลืองซีดตัดกับนัยน์ตาสีแดงส้มอาบรังสีโหดเหี้ยมอำมหิต

“บัลลังก์นี้หาใช่มีท่านหมายตาอยู่เพียงผู้เดียว ยังมีพวกที่ซุ่มรอจังหวะฉวยโอกาส แม้แต่กิเลนขาวที่ยกหางตนว่าสืบสายเลือดสัตว์เทพไม่ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายใดกลับกลืนน้ำลายตนเองตอบรับการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ พวกเราไม่อาจบุ่มบ่าม อีกทั้งพลังของท่านก็ยังไม่ฟื้นฟูกลับมาดังเดิม” เสียงเดิมของร่างที่นั่งอยู่หน้าคันฉ่องกล่าวต่อเรียบเรื่อย

“หึ! ล้วนเป็นเพราะไอ้เฮยเสอที่ทำลายแผนการดีของข้า ทั้งยังทำให้ตบะของข้าลดถอยไปถึงห้าร้อยปี แค้นนี้ข้าต้องชำระแน่” เงาในคันฉ่องกัดฟันกรอดอย่างเคียดแค้น แผนการเดิมของเขาคือลอบสังหารราชาปีศาจเพื่อเข้าสวมรอยแทนที่ จากนั้นค่อยกำจัดผู้ขัดขวางและสับเปลี่ยนกำลังอำนาจจากภายใน

แต่ไอ้ปีศาจงูตนนั้นกลับทำลายแผนการของเขาจนพังพินาศ ทำให้เขาต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน ต่อมาเวรยามป้องกันในวังหลวงยิ่งเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า กว่าจะหาโอกาสลงมือได้อีกครั้งก็แสนยากเย็น

“ยามนี้แม่ทัพเฮยเสอออกเดินทางไปตามหาดอกปราณสี่ภพ ไม่สู้พวกเรารอให้เขาหาพบเสียก่อน จากนั้นค่อยลงมือชิงตัวยามาฟื้นฟูพลังของท่าน ทั้งยังได้กำจัดเสี้ยนหนามทิ้งในคราเดียว" ร่างนั้นกล่าวพลางแย้มยิ้มละไม

“เจ้ามีแผนการแล้วหรือ” ปีศาจกิ้งก่าถามอย่างยินดี

“ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนแม่ทัพผู้นี้คงยากจะกำจัด แต่ใครใช้ให้ยามนี้เขามีจุดอ่อนเสียแล้ว”

บทสนทนายังคงดำเนินต่อไปอีกครู่หนึ่ง เสียงหัวเราะสาแก่ใจดังก้องสะท้อนผนังถ้ำ คลื่นใต้น้ำลูกใหญ่กำลังก่อตัว รอโหมซัดทุกอย่างให้พังราบเป็นหน้ากอง

 

 

เวลาของการรอคอยมักผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละวันเนิ่นนานราวกับหนึ่งปี บรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติแถบชนบท ยิ่งทำให้เหตุการณ์ผาดโผนที่ผ่านมาดูราวกับเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง

สิ่งที่ยืนยันว่าทุกอย่างหาใช่ความฝัน มีเพียงขลุ่ยในสาบเสื้อ กับก้อนหินเย็นชืดอีกสองก้อน

“ผู้มีบุญคุณอย่าได้เกรงใจ ขอให้พวกเราได้ตอบแทนท่านบ้างเถิด” เฉินจิ่นเหิงไม่อาจตัดใจจากก้อนหิน จึงมอบเศษเงินเล็กน้อยที่ยังพอเหลือติดตัวให้เป็นค่าใช้จ่าย แต่ซงจิวโซ่วกลับปฏิเสธไม่ยอมรับ ขอให้เขาพักอยู่ที่นี่ได้นานตราบเท่าที่ต้องการ

เฉินจิ่นเหิงยังคงลังเล ส่วนหนึ่งเพราะความเกรงใจ อีกส่วนเพราะคิดว่าเมื่อกลับมาถึงโลกมนุษย์แล้ว เขาก็ควรออกเดินทางบำเพ็ญเซียนตามจุดมุ่งหมายเดิม ทว่าอีกใจกลับอยากอยู่รอ... รอผู้ที่ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ หรือจะกลับมาที่นี่อีกไหม...

ถึงแม้ขลุ่ยมังกรที่พกติดตัวทำให้เขาไม่จำเป็นต้องอยู่รอที่ใดที่หนึ่ง แต่โลกกว้างไกลเขากลับไม่รู้ว่าควรมุ่งหน้าไปทางไหน ไม่อาจบำเพ็ญเพียรต่อได้ด้วยใจที่ไม่สงบ เฉินจิ่นเหิงจึงตัดสินใจพักอาศัยอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราว

เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่อาจนำความเดือดร้อนมาให้ผู้อื่น เขาจึงลองฝึกฝนวิชาที่ได้เรียนรู้มาจากเฮยเสอ ร่ายอาคมกลบกลิ่นกาย กางอาคมอำพรางตา

ก่อนจะพบว่ารอบเรือนหลังเล็กมียันต์กันภัยวางอยู่หลายจุด อาจเป็นอดีตศิษย์นักพรตที่ทำขึ้นเพื่อป้องกันไว้ก่อน เพราะเด็กชายครึ่งเทพมีกลิ่นอายดึงดูดปีศาจได้ง่าย ต่อให้ปีศาจมาดีก็ใช่ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายซ้ำรอย

กิจวัตรประจำวันของเฉินจิ่นเหิงเป็นไปอย่างเรียบง่าย นอกจากเวลาฝึกลมปราณ เขาก็อาสามาช่วยงานซงจิวโซ่วบ้าง

“ผู้มีบุญคุณอย่าทำเลยขอรับ ให้ผู้น้อยทำเองเถิด” ซงจิวโซ่วร้องลั่นเมื่อเห็นเขาจับจอบเสียมขึ้นมาหวังช่วยงานในไร่นา

“ให้ข้าได้ช่วยบ้างเถิด ไม่อย่างนั้นข้าคงเกรงใจจนไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อได้” เมื่อเขากล่าวดังนั้นซงจิวโซ่วจึงได้แต่พยักหน้ารับด้วยความจนใจ

บางครั้งซงจิวโซ่วก็ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร ส่วนหนึ่งนำมาใช้รักษาอาการของแม่นางหยาง อีกส่วนนำไปขายเพื่อหารายได้เพิ่มอีกทาง เห็นชัดว่าชายหนุ่มตั้งใจดูแลสองแม่ลูกอย่างสุดกำลัง ทว่าความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างทั้งสามกลับไม่ใช่สิ่งที่คนนอกอย่างเฉินจิ่นเหิงจะสามารถก้าวก่าย

ไมตรีที่ซ่งจิวโซ่วหยิบยื่นให้มีมากกว่าความสงสารเห็นใจ ยังมีความรักใคร่ชอบพอ แต่กลับเหมือนมีกำแพงบางๆ ขวางกั้น หญิงม่ายลูกติดไม่อาจตอบรับไมตรีนั้น หากก็ไม่อาจรังเกียจผลักไส กลายเป็นความซับซ้อนที่สร้างสมดุลขึ้นมาอย่างหมิ่นเหม่ ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องด้วยกลัวจะทำให้ทุกอย่างล้มครืนลงมา

ยังมีหลายสิ่งที่เฉินจิ่นเหิงลอบสังเกตอยู่ห่างๆ เงาแท้จริงของเด็กชายครึ่งเทพเป็นร่างมนุษย์ที่มีเกล็ดสีฟ้าครามกึ่งเขียวทอง คล้ายเกล็ดปลาแต่ก็คล้ายเกร็ดมังกร ทั้งยังคล้ายคลึงกับประกายสีฟ้าจุดเล็กๆ กลางอกของซงจิวโซ่ว

 เริ่มแรกเขาคิดว่านั่นอาจเป็นขุมพลังที่เกิดจากการบำเพ็ญเซียน แต่การฝึกตบะเพียงครึ่งๆ กลางๆ ไม่น่าก่อให้เกิดไอเซียนได้ เฉินจิ่นเหิงไม่เคยพบเซียนมาก่อนจึงไม่สามารถระบุได้แน่ชัด เขาทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจอีกครั้ง

บางครั้งเฉินจิ่นเหิงยังช่วยสอนหนังสือให้หยางเซินเฟิง เด็กชายอายุราวสิบปีกลับมีความคิดลึกซึ้งเกินอายุ ทั้งขยันอดทน ทั้งเฉลียวฉลาด สอนเพียงไม่นานก็สามารถคัดลอกตำราได้ทั้งเล่ม

หยางเซินเฟิงไม่รู้ชาติกำเนิดของตัวเอง แต่สัญชาติญาณของเขากลับผูกพันกับสายน้ำ ยามเดินมาตักน้ำที่ริมแม่น้ำเขาก็มักจะชอบนั่งเล่นอยู่บริเวณนั้น วักน้ำขึ้นมากลางฝ่ามือ จ้องมองบางหยดที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ

ครั้นได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน เขาก็สะดุ้งตกใจจนน้ำในมือไหลหกพรวดเลอะเปียกเสื้อผ้าของตนเอง

“ท่านนักพรต” เด็กชายลอบถอนหายใจเมื่อหันกลับมาเห็นว่าผู้มาคือใคร

“ทำอะไรอยู่หรือ” เฉินจิ่นเหิงเอ่ยถามแทนคำทักทาย

“ข้า... เอ่อ...” เด็กชายอ้ำอึ้ง ก้มหน้าหลบตาราวกับผู้ลักลอบทำความผิด

เฉินจิ่นเหิงพอจะเข้าใจท่าทางนั้น เพราะเขาเองก็เคยมีความรู้สึกแบบเดียวกันมาก่อน

“ธรรมชาติของปลาสามารถว่ายน้ำ ธรรมชาติของนกสามารถโบยบินบนท้องฟ้า ธรรมชาติของมนุษย์กลับหลากหลายยิ่งกว่านั้น คนบางคนสามารถว่ายน้ำได้นาน คนบางคนสามารถกระโดดได้สูงและไกลราวกับติดปีก คนบางคนก็มีความสามารถที่คนอื่นไม่มี”

“อย่างตัวข้าเองสามารถมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่เห็นมาตั้งแต่เกิด บางคนก็รังเกียจหวาดกลัว หาว่าข้าเป็นภูติผีปีศาจ” เขานึกถึงประสบการณ์เลือนรางในอดีต ทั้งเคยถูกขว้างปาก้อนหินใส่ ไม่มีอาหารกิน ไม่มีหลังคาหลบฝน เกือบถูกจับไปเผาไฟทั้งเป็น

“แต่อาจารย์บอกว่านั่นเป็นเพียงธรรมชาติของข้า เกิดมามองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่เห็นถือเป็นชะตาฟ้าลิขิต เป็นพรสวรรค์ หาใช่เรื่องผิดธรรมชาติ” แววตาของเฉินจิ่นเหิงทอดมองอย่างอ่อนโยน ทำให้หยางเซินเฟิงขยับตัวอย่างอึดอัดเล็กน้อย ก่อนจะค่อยผ่อนคลาย

“แต่พรสวรรค์ของข้ามีไปก็ไร้ประโยชน์ แค่ควบคุมน้ำได้ไม่กี่หยด ใช้ตักน้ำซักผ้ายังไม่ได้เลย” เด็กชายก้มลงมือมองของตัวเองอีกครั้ง ฝ่ามือของเขาวางสูงเหนือผืนน้ำ มีน้ำไม่กี่หยดถูกดึงดูดขึ้นมาก่อนจะหยดร่วงกลับลงไป มือเล็กฟาดลงไปบนผืนน้ำอย่างไม่สบอารมณ์ เฉินจิ่นเหิงมองอีกฝ่ายพลางคลี่ยิ้มเล็กน้อย

“สิ่งที่เจ้าต้องควบคุมหาใช่หยดน้ำ หากแต่เป็นจิตใจของตนเอง”

“จิตใจของตนเอง...?”

เด็กชายทวนคำพลางกะพริบตามองเขาอย่างใคร่รู้ เฉินจิ่นเหิงจึงกล่าวแนะนำอีกหลายประโยค อธิบายถึงการควบคุมลมปราณ การไหลเวียนของพลังงานในร่างกาย หยางเซินเฟิงรับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ หลังจากวันนั้นก็ฝึกฝนตามอย่างกระตือรือร้น

เฉินจิ่นเหิงไม่คาดคิดว่าความหวังดีของตนจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างใหญ่หลวง

ยิ่งเด็กชายตั้งใจฝึกฝน พลังในกายก็ยิ่งกล้าแกร่ง การหาบน้ำกลายเป็นงานสบายที่แทบไม่ต้องใช้เรี่ยวแรง ทว่าผลลัพธ์ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น รูปร่างของเด็กอายุราวสิบปี ผ่านไปเพียงสามเดือนกลับเติบโตฉับพลันคล้ายเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปี แม้แต่คนในครอบครัวยังตื่นตกใจ นานวันก็ยิ่งไม่อาจกลบเกลื่อนสายตาสงสัยของเพื่อนบ้านได้

 

 

----------


สำหรับท่านที่ค้าง... ยังคงต้องค้างต่อไป XD

ชะแว้บบบบ! เผ่นหลบบาทา

 

(แปะ) อิมเมจของหยางเซินเฟิงตอนเด็ก-ตอนโตก็จะประมาณนี้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

1,022 ความคิดเห็น

  1. #988 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 14:34
    โตมาหล่อมากกก
    #988
    0
  2. #899 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 08:46
    OMG!!!!
    #899
    0
  3. #818 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 07:25
    ท่านเฮยเสอกลับมาก๊อนนน ศิษย์พี่ใหญ่มีองค์เทพท้องทะเลนะท่านจะไปมุดทะเลนี่คือคนที่จะช่วยท่านได้ ส่วนท่านจิ่นเหิงคือคนที่ดีต่อใจขาดไม่ได้เช่นกัน ของมันต้องมี!!! กลับมาเอาไปด้วย
    #818
    0
  4. #634 9011_Mirror (@kewaaa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 20:32
    ครึ่งเทพ!!!
    #634
    0
  5. #496 คิเซริ (@fim82) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 01:58
    ไม่ใช่ว่าไป๋เหลียนจะอยู่ในโลกมายาของไป๋รุ่นหรอกนะ.......
    ปัญหาภายในยังเคลียร์กันไม่จบ ปัญหาภายนอกก็กำลังจะเข้ามา
    เครียดแท้เผ่าจิ้งจอกละเนี่ย
    #496
    0
  6. #454 ไอแอมอะก้อย (@pk4u) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:19
    จิ้น อดีตนักพรต กะ ลูกของแม่ม่าย แทนได้ไหมเนี่ย โตแล้ว หล่อเชียว ดูท่า แม่ชะนีลูกติดยังมีอดีตที่ตัดไม่ได้ ปล่อยนางโสด ผัวหายต่อไป
    #454
    1
    • #454-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      16 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:09
      อย่าเพิ่งรีบร้อน คู่ของศิษย์พี่ใหญ่ยังรออยู่ในอนาคต XD
      #454-1
  7. #453 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:43
    เด็กตีกันคนแรกโผล่มาล้าวววว ตื่นเต้นๆ
    #453
    1
    • #453-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      12 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:05
      ศิษย์พี่ใหญ่มาแล้ว~
      #453-1
  8. #452 รัลดา (@Runlada) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:17
    ว้าวๆ ท่านนักพรตมีกำลังเสริมอีกหนึ่ง ปีศาจกิ้งก่าอย่าคิดจะได้แตะปอยผม คึคึคึ
    #452
    1
    • #452-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      12 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:03
      สะสมแต้มไปทีละน้อย มีลูกศิษย์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
      #452-1
  9. #451 ชามัส (@samatchayaw) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:22
    รอเฮยเสอกลับมานะคะะ แล้วเจ้าหนูทารกเป็นยังไงบ้างเนี่ยยย
    #451
    1
    • #451-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:50
      เป่าเอ๋อร์น่าจะกลับมาในอีกไม่กี่ตอนข้างหน้านะคะ คิดถึงซาลาเปาน้อยดุ๊กดิ๊กแล้ว
      #451-1
  10. #447 Chesshire. (@sinpride) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:24
    หยานเซินเฟิงนี่ใครนะคะ เคยออกมาแล้วมั้ย หรือไม่เคย จำไม่ได้ฮือ
    รีบกลับมาเจอกันน้า รอหวานๆอยู่ ขอหวานพิเศษน้ำตาลเยอะเลยนะ แอแอ
    #447
    1
  11. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:23
    ขอบคุณครับ
    #446
    1
  12. #445 pinglang (@pinglang) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:17
    ค้างอีกแล้วววว
    #445
    1
  13. #444 สุกี้ยากี้ (@savada-agito) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:06
    ค้างงงง
    #444
    1
  14. #443 Rayrayha (@gik2807) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:11
    ฮือ ไรต์กลับมาก่อน มาต่อให้จบ 5555
    #443
    1
    • #443-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:37
      ค่อยเป็นค่อยไป ยังอีกนานกว่าจะจบ ฮือออออออออออ
      #443-1
  15. #442 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:58
    มันค้างงงงง
    #442
    1
    • #442-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:36
      ค้างเป็นระยะ... เป็นกิจวัตรประจำตอน...
      #442-1
  16. #441 NumtanNaKa (@NumtanNaKa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:26
    ฮืออออ อย่าจากฉานนนไปได้มั้ยยยย จิ่นเหิงงทำไมไม่ตามผู้ไปละลูกกก เค้าไม่ชวนก็ช่างจะด้านตามไปอะจะทำไม
    #441
    1
    • #441-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:36
      เป็นนักพรตต้องรักนวลสงวนตัว(?)
      #441-1
  17. #439 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 10:30
    หวายยยย อยากรู้ที่มาที่ไปของเด็กน้อย ว่ะจะเกี่ยวกับการไปครั้งนี้หรือเปล่าหนอ
    #439
    1
    • #439-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:34
      พูดแล้วก็คิดถึงเป่าเอ๋อร์ หายไปหลายตอนเลย ต้องกลับมาขโมยซีนบ้างซะแล้ว
      #439-1
  18. วันที่ 29 มกราคม 2561 / 13:08
    รอๆฟิน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 มกราคม 2561 / 20:00
    #437
    1
    • #437-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      29 มกราคม 2561 / 20:07
      น่าจะอีกสักพัก... 555555555
      #437-1
  19. #436 Mystique (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 10:26
    ขัดใจซะจริง อยากจะตีทั้งคู่เลย คิดแต่ไม่พูดกันเนอะ เฮ้อ
    #436
    1
    • #436-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      29 มกราคม 2561 / 20:06
      รักซึมลึก(ไปหน่อย)
      #436-1
  20. #435 สุกี้ยากี้ (@savada-agito) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:09
    ค้างงงงง
    #435
    1
    • #435-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      29 มกราคม 2561 / 20:05
      รอติดตามตอนต่อไปปปปป
      #435-1
  21. #434 รัลดา (@Runlada) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 19:26
    แล้วอีกเมื่อไหร่จะได้เจอกัน ทั้งชาติที่แล้วกับชาติปัจจุบัน
    #434
    1
    • #434-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      28 มกราคม 2561 / 19:31
      ไม่นานๆ
      #434-1
  22. #433 oookkkii (@noookkkii) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 18:57
    ข้ารอท่านนานเกลือเกินท่านไรท์รอค่ะ
    #433
    1
    • #433-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      28 มกราคม 2561 / 19:31
      ขออภัยที่ปล่อยให้รอ T^T
      #433-1
  23. วันที่ 28 มกราคม 2561 / 18:57
    ขอบคุณครับ
    #432
    1
    • #432-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      28 มกราคม 2561 / 19:30
      ขอบคุณเช่นกันค่ะ
      #432-1
  24. #431 'N-u' (@Natmonzii) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 18:39
    เจ็ปกระดองใจใยท่านเฮยเสอถึงทำเช่นนี้!//รอเน้อออ
    #431
    1
    • #431-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      28 มกราคม 2561 / 18:50
      หน้าที่กับความรักอ่ะเนอะ
      #431-1
  25. #429 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 18:21
    เจ็บปวดหัวเจย
    #429
    1
    • #429-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 22)
      28 มกราคม 2561 / 18:25
      ซ้อมเอาไว้ก่อน หัวใจจะได้แข็งแรง
      #429-1