ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ทารกน้อยปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    7 มิ.ย. 60

 

 

ตอนที่ 2 ทารกน้อยปริศนา

 

 

นับแต่คืนนี้ไปจนกว่าเรือนจะซ่อมแซมเสร็จ เสิ่นเฮยจูจะมาพักอยู่ที่ห้องของเขา

หลังได้รับคำสั่งจากอาจารย์เช่นนั้น ในใจของหยางเซินเฟิงก็ปรากฏความกังวลขึ้นหลายส่วน

เพราะชายหนุ่มทราบดีถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมให้ผู้ใดแตะต้องตัว ถึงแม้ว่าอาจารย์และเขาจะจัดเป็นข้อยกเว้น หากนั่นก็เป็นเพียงการสัมผัสผิวเผินในระยะเวลาสั้นๆ เช่นการแตะบ่า แขน หรืออย่างมากก็ลูบศีรษะ หาใช่การร่วมนอนเตียงเดียวกันตลอดทั้งคืน

เมื่อเด็กชายใบหน้าอ่อนเยาว์ผิวขาวนวลดุจไข่มุกเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตู เขาจึงรู้สึกอึดอัดและวางตัวไม่ถูกบ้างเล็กน้อย

พี่ใหญ่เสียงเล็กนุ่มแบบเด็กหนุ่มที่ยังโตไม่เต็มวัยกล่าวขึ้นแทนการคารวะ

โดยทั่วไปสำนักอาจารย์ต่างๆ มักจะนับอาวุโสตามลำดับศิษย์พี่ศิษย์น้องกันอย่างเคร่งครัด ทว่าเหล่าปีศาจน้อยล้วนไม่เคยชินกับกฎเกณฑ์ ต่างฝ่ายจึงต่างเรียกขานกันด้วยชื่อตัวอย่างไร้ความเกรงใจ เว้นแต่ตัวเขาที่ติดตามอาจารย์มานานที่สุด บรรดาศิษย์น้องจึงยอมเรียกอย่างแฝงความเคารพว่าพี่ใหญ่

เจ้านอนบนเตียงเถิด ข้านอนบนพื้นได้หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งชายหนุ่มจึงเสนอทางเลือกขึ้นมา ซึ่งคาดว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อตัวเขาเองด้วย

พี่ใหญ่นอนบนเตียงเถิด เสียงเล็กตอบกลับแผ่วเบา ต่อหน้าผู้อื่นแล้วเสิ่นเฮยจูมักจะใช้ความเย่อหยิ่งเป็นเกราะกำบังกาย มีเพียงต่อหน้าเขาและอาจารย์เท่านั้นที่จะกลายเป็นเด็กสงบเสงี่ยมเรียบร้อย

ข้าจะให้เจ้านอนบนพื้นได้ยังไง ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากค้าน ทว่าเสียงที่แผ่วเบายิ่งกว่าเดิมกลับกล่าวต่อมาเสียก่อน

ข้านอนกับพี่ได้

เมื่อสิ้นเสียงนั้น ถ้อยคำของหยางเซินเฟิงจึงติดค้างอยู่ที่ลำคอ กลับกลายเป็นความอ้ำอึ้ง บทสนทนาขาดตอนจึงจบลงด้วยข้อสรุปตามนั้น

 

 

ขณะที่ห้องหนึ่งเพิ่งได้ข้อสรุป อีกห้องของป้าหยี่และเสี่ยวยี่สองสตรีก็หลับใหลไปนานแล้ว เหลือแต่เพียงเจ้าจิ้งจอกที่พยายามถ่วงเวลา กว่าจะยอมก้าวเข้าไปในห้องของจางมู่ก็ผ่านเลยไปค่อนคืน

หากทันทีที่เหยียบย่างข้ามธรณีประตู ไป๋เหมียนก็รู้สึกว่าตนเองคิดผิดมหันต์! รู้อย่างนี้เขาน่าจะรีบเข้านอนแต่หัววัน ถ้าหลับไปแต่เนิ่นๆ ก็จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวใดๆ

ตอนนี้ร่างอรชรจึงได้แต่ยืนกอดอกสั่นกึกๆ อากาศในห้องคล้ายจะหนาวเย็นกว่าด้านนอกราวกับอยู่คนละฤดู แสงเทียนกลางโต๊ะวูบไหว บรรยากาศมืดสลัวเงียบงันวังเวงเกินคำบรรยาย เมื่อเหลือบไปเห็นร่างซีดเซียวราวกับไร้ชีวิตนั่งอยู่บนเตียง ไป๋เหมียนก็ต้องจิกเล็บเก็บเสียงกรีดร้องของตัวเองอย่างสุดความสามารถ

ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนจะไม่ได้สนใจการมาของเขา สายตายังคงทอดมองไปทางแจกันดอกไม้ ริมฝีปากซีดขยับพึมพำอะไรบางอย่าง

จะ...เจ้าพึมพำอะไร ถึงแม้จะรู้ตัวว่าไม่ควรถาม ทว่าสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ควรทำมักจะสวนทางกันอยู่เสมอ

ข้ากำลังคุยกับฮวาเอ๋อร์ เสียงแผ่วเบาคล้ายพูดคล้ายไม่ได้พูดกล่าวต่ออย่างเรียบเรื่อย ไม่ได้สังเกตเลยว่าใบหน้างดงามเย้ายวนกำลังเปลี่ยนรูปร่าง ริมฝีปากแดงสดอ้าปากค้าง ดวงตาหงส์เบิกกว้างแทบจะถลนออกจากเบ้า!

ฮะ ฮวาเอ๋อร์ คือใคร!?

ไป๋เหมียนไม่คิดจะถามและไม่กล้าถามอะไรต่ออีกแล้ว

นางได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ทว่าเสียงเบาหวิวยังคงพึมพำ

ผู้ที่อยากร้องไห้คือเขาต่างหาก! ปีศาจจิ้งจอกร่ำร้องอยู่ในใจ

สักพักสายตาที่จดจ้องอยู่บนแจกันดอกไม้กลับค่อยๆ เคลื่อนคล้อยมาทางประตู ใกล้กับทิศทางที่เขากำลังยืนอยู่... สัญชาติญาณบอกว่าดวงตาเลื่อนลอยคู่นั้นไม่ได้กำลังมองเขาแน่! คิดได้ดังนั้นไป๋เหมียนจึงตัดสินใจกัดฟันพุ่งตัวเข้าไปยังทิศตรงข้ามกับประตู กระโดดข้ามเงามืดเข้าไปขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ด้านในเตียง

นางไปแล้ว...

ไปได้ก็ดีแล้ว! ฮือออ

ไป๋เหมียนคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง พยายามไม่สนใจไอ้โลงศพพูดได้อีก ปิดตาไม่มอง ปิดหูไม่ฟัง ปิดปากไม่ถาม ตั้งปณิธานว่าพรุ่งนี้เขาจะตั้งใจเก็บกวาดซ่อมแซมเรือนให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด!

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นกิจวัตรในเรือนป่าไผ่ยังคงดำเนินไปตามปรกติเช่นเดิม เช้าตรู่ตื่นขึ้นมาฝึกโคจรลมปราณ ยามสายก็ศึกษาอ่านตำราคัดหนังสือ

เฉินจิ่นเหิงตั้งใจถ่ายทอดวิชาความรู้ที่ตนเองเคยได้ร่ำเรียนมา ถึงแม้ว่าบรรดาลูกศิษย์ของเขาจะเป็นปีศาจน้อย แต่ใช่ว่าบนโลกนี้จะไม่เคยมีปีศาจสำเร็จเป็นเซียนมาก่อน หรือต่อให้ไม่มีใจฝักใฝ่อยากเป็นเซียน การฝึกลมปราณก็ยังถือเป็นเรื่องดี ทำให้รู้จักควบคุมพลังภายใน เป็นการขัดเกลาร่างกายและจิตใจอย่างหนึ่ง

การศึกษาตำราก็เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งอ่านมาก ยิ่งรับรู้มาก ก็ยิ่งเข้าใจมาก เปิดความคิดและจิตใจให้กว้างขึ้น เขาไม่ได้กำหนดให้ลูกศิษย์อ่านเพียงคัมภีร์ธรรมะหรือปรัชญาคำสอน แต่ยังให้อ่านกลอน กวี หรือแม้แต่นิทานชาวบ้าน ด้วยหวังว่าเหล่าปีศาจน้อยจะรู้จักการใช้ชีวิตของมนุษย์มากขึ้น

โอย ข้าหิวจนกินม้าได้ทั้งตัวแล้วครั้นจบจากการฝึกช่วงเช้า หย่งหยวนก็ร้องโอดครวญพลางหอบตัวเองมานั่งหน้าโต๊ะกินข้าว สำหรับเขาแล้วการท่องตำรายังเหนื่อยหนักหนายิ่งกว่าการวิ่งขึ้นลงภูเขาสามรอบเสียอีก

เนื้อ... ข้าได้กลิ่นเนื้อ...ไป๋เหมียนที่ทั้งหิวทั้งนอนไม่พอกล่าวพึมพำพลางเดินสะโหลสะเหลตามมา

จะมีเนื้อได้อย่างไร พวกเจ้าฝันกลางวันแล้ว ป้าหยี่ส่ายหน้าพลางยกถาดอาหารมาวางบนโต๊ะ อวิ๋นยี่เองก็ช่วยตักข้าวใส่จาน ทว่ากับข้าวเบื้องหน้าล้วนมีแต่อาหารจำพวกผัก ถั่ว หน่อไม้ ไหนเลยจะมีเนื้อได้ เพราะเรือนป่าไผ่แห่งนี้มีแต่อาหารมังสวิรัติ เทศกาลนานปีจึงจะมีเนื้อไก่เนื้อปลาพอให้เจ้าพวกนี้หายอยากบ้าง

แต่ข้าได้กลิ่นเนื้อจริงๆ นะไป๋เหมียนยังคงยืนยันคำเดิม คราวนี้ไม่เจือกระแสเสียงล้อเล่น เงยหน้าสูดจมูกฟุดฟิดตามหาแหล่งที่มาของกลิ่นอีกครั้ง ไม่เชื่อว่าตนเองจะดมผิดพลาด เพราะจมูกจิ้งจอกของเขารับกลิ่นได้ดียิ่งกว่าใคร

กลิ่นหอม... หอมมาก.... หอมคล้าย... กลิ่นมนุษย์...!?” เจ้าจิ้งจอกอุทานอย่างตกใจในคำพูดของตนเอง

จะมีมนุษย์บนภูเขาป่าไผ่นี้ได้อย่างไร เจ้าคงหิวจนตาลายไปแล้วแน่ๆ เสิ่นเฮยจูปรายตามองอีกฝ่ายอย่างดูแคลน

มนุษย์?” ทว่าหยางเซินเฟิงกลับเอ่ยพึมพำ พลางนึกถึงเรื่องที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อวาน

เมื่อวานข้าได้ยินเสียงเด็กร้องไห้อวิ๋นยี่ได้โอกาสกล่าวสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ

ไป๋เหมียนเองก็พลันนึกถึงสิ่งที่ไม่อยากนึกถึง เสียงเย็นเยียบเบาหวิวของจางมู่ยังคงติดอยู่ในหู นางได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ขนจิ้งจอกลุกซู่ขณะเหลือบมองร่างซีดเซียวที่นั่งนิ่งเงียบราวกับไม่มีตัวตน ก่อนจะตัดสินใจเป็นฝ่ายบอกเล่าเรื่องออกมาเอง

เมื่อเล่าจบรอบโต๊ะจึงยิ่งเต็มไปด้วยความกังขา ต่างฝ่ายต่างกล่าวความคิดของตน ถึงแม้ทุกคนจะไม่อยากเชื่อว่ามีมนุษย์ผู้ใดสามารถข้ามผ่านเขตอาคมเข้ามาได้ แต่ข้อมูลหลายอย่างกลับโยงไปยังทางเดียวกัน เมื่อยิ่งสงสัยก็ยิ่งไม่สบายใจ หยางเซินเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนช่วยกันลองค้นหาดูสักรอบ แต่ถึงอย่างไรต้องขออนุญาตจากอาจารย์ก่อน

พวกเจ้าจะลองค้นหาก็ย่อมได้ ระวังอย่าออกนอกเขตอาคมก็พอ

เมื่อหยางเซินเฟิงนำความไปแจ้งแก่อาจารย์ก็ได้รับอนุญาตเช่นนั้น ครั้นยามบ่ายพวกเขาจึงพากันออกไปค้นหารอบบริเวณป่าไผ่ โดยกำชับให้ทุกคนระวังตัวและห้ามข้ามออกนอกเขตอาคม หากพบเห็นสิ่งใดน่าสงสัยก็ให้รีบกลับมาส่งข่าวที่เรือนก่อน อย่าได้ทำอะไรวู่วามโดยพลการเด็ดขาด

 

 

เมื่อลูกศิษย์ต่างพากันออกไปข้างนอกจนหมด บรรยากาศครึกครื้นวุ่นวายในเรือนจึงกลับคืนสู่ความเงียบสงบ ...หรืออาจเรียกได้ว่าเงียบเหงา

เฉินจิ่นเหิงพลอยหวนนึกถึงคราแรกที่เขาย้อนกลับมายังสถานที่แห่งนี้

ตอนนั้นที่นี่ยังเป็นป่าไผ่รกร้าง บนภูเขาไร้ผู้คน มีเพียงกระท่อมเล็กๆ สภาพผุพังหลังหนึ่ง แต่ในอดีตนานมาแล้วที่กระท่อมเล็กหลังนั้น ครั้งหนึ่ง...เขาเคยพักพิงอยู่ร่วมกับใครบางคน

สายลมแว่วเสียงใบไผ่ พัดพาความทรงจำให้หวนย้อนกลับมา

ชายหนุ่มกะพริบตาครั้งหนึ่งเพื่อเรียกรอยยิ้มกลับคืนสู่ใบหน้า

นานแล้วที่เขารอคอย นานแล้วที่เขาเฝ้าตามหา นานแล้วที่เขาฝังกลบความทรงจำเอาไว้ นานแล้วสินะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน...

ร่างโปร่งในชุดแพรสีขาวจึงขยับลุกจากห้องหนังสือ ก้าวออกจากเรือนเดินลึกเข้าไปในป่าไผ่ ทิศทางแสนคุ้นเคยแม้นหลับตาเดินก็ยังคงจำได้

ณ พื้นที่ราบใกล้ขอบปากเหวเหนือแม่น้ำ บริเวณนั้นปกคลุมด้วยม่านมนต์เจือจางสายหนึ่ง แตกต่างจากเขตอาคมรอบภูเขาที่ถูกกางไว้อย่างแน่นหนาเพื่อระวังภัย ม่านมนต์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อต้องการคงความสงบให้แก่สถานที่

ภายในนั้นไม่ได้มีสิ่งของล้ำค่าใดๆ มีเพียงป้ายหินแผ่นหนึ่ง กับพื้นดินที่เป็นสีสนิมเข้มกว่าบริเวณอื่น สภาพคล้ายสุสานเรียบง่าย

ทว่าบนป้ายหินไร้ชื่อ... ใต้แผ่นดินไร้ร่าง...

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ หัวใจของเขายิ่งเต้นแผ่วเบาลง

ขณะนั้นเอง สายลมวูบหนึ่งกลับหอบเอากลิ่นหอมบางอย่างลอยมา ทำให้คิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากัน เพราะกลิ่นนั้นช่างหอมแปลกประหลาด... คล้ายกับกลิ่น... มนุษย์!?

ใบหน้าของเฉินจิ่นเหิงเคร่งเครียดขึ้นโดยทันที เขารีบสาวเท้าเดินไปตามทิศทางของกลิ่น ปลายชุดคลุมสีขาวพลิ้วไหว ทว่ายิ่งมุ่งหน้าไปก็ยิ่งเข้าใกล้ม่านมนต์มากขึ้นทุกขณะ และนาทีที่ก้าวผ่านเข้าไปด้านใน เขาก็ได้กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลทั่วบริเวณ

ภาพเบื้องหน้าทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง แทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น หัวใจเต้นแรงคล้ายจะกระโจนทะยานออกมานอกอก

ทารกน้อยคนหนึ่ง...กำลังนอนหลับใหลอยู่หน้าป้ายหิน

ความหวังที่เคยดับมอดลงพลันโหมปะทุกลับขึ้นมาอีกครั้ง นาทีนั้นเขาถลาวิ่งเข้าไปอุ้มทารกน้อยขึ้นมา กวาดตาเพ่งมองหาสิ่งที่เฝ้ารอมาโดยตลอด

ทว่ามองแล้วมองเล่า... กลับเห็นเพียงความว่างเปล่า

เขากำลังคาดหวังอะไร

ยังคาดหวังว่าจะได้เห็น เงามังกรอีกครั้งหรือ?

เพียงกะพริบตาหนึ่งครั้งหยดน้ำใสก็ร่วงหล่นลงมา กระทบลงบนแก้มของทารกน้อย เปลือกตาที่เคยปิดสนิทจึงค่อยๆ เปิดขึ้น แววตาใสซื่อบริสุทธิ์จ้องมองมาทางเขา ปากเล็กๆ ขยับร้องเสียงอ้อแอ้

เมื่อสติเริ่มหวนกลับคืนมาเขาจึงกวาดตามองทารกน้อยในอ้อมแขนอีกครั้ง เมื่อครู่ความผิดหวังเข้าบดบังความคิด แต่ครั้นลองทบทวนดูแล้วเขากลับรู้สึกว่า เป็นไปไม่ได้

เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเห็นเพียง ความว่างเปล่า

เพราะถ้าหากเป็นมนุษย์ก็ต้องเห็นเงามนุษย์ หากเป็นปีศาจก็ต้องเห็นเงาปีศาจ ต่อให้เป็นเซียนก็ต้องเห็นเงาของเซียน แต่ไม่ว่าจะลองเพ่งมองอีกสักกี่ครั้ง สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นเพียงความโปร่งใสบริสุทธิ์ดุจดั่งน้ำค้าง

กลิ่นหอมจากตัวทารกน้อยผู้นี้ยิ่งแปลก คล้ายมนุษย์ คล้ายไม่ใช่ หอมรุนแรงจนแยกแยะกลิ่นที่หลบซ่อนอยู่ไม่ออก

หากพิจารณาเพียงผิวเผินก็คงเข้าใจว่าเป็นมนุษย์ แต่ไม่ว่าจะครุ่นคิดทางไหนเขาก็ไม่อาจเชื่อได้ว่าเป็นเช่นนั้น อย่าว่าแต่มนุษย์ธรรมดาจะก้าวข้ามผ่านเขตอาคมสองชั้นเข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร

อา อา ทารกน้อยดึงปอยผมของเขาเล่นก่อนจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างไร้เดียงสา

อา อาสักพักนิ้วกลมป้อมกลับปล่อยมือ ยกสองแขนขึ้นโบกไปมาบนอากาศ ราวกับต้องการไขว่คว้าอะไรบางอย่าง

หืม?” ด้วยความสงสัยเขาจึงโน้มใบหน้าลงไปใกล้

ปลายนิ้วน้อยๆ พลันเอื้อมมาปัดแปะบนลงบนแก้มของเขา ตอนนั้นเองเขาถึงได้รู้ตัวว่าใบหน้าของตนยังคงเปื้อนรอยน้ำตา...

ปากแดงๆ แก้มยุ้ยๆ ส่งยิ้มน่ารักมาให้ พลอยทำให้หัวใจที่อ้างว้างของเขาอดคลี่ยิ้มตามด้วยไม่ได้

ความอบอุ่นและความผูกพันสายหนึ่งได้ถักทอขึ้นในใจ

ถึงแม้ตัวตนของทารกน้อยจะเต็มไปด้วยปริศนา แต่การที่ทารกน้อยปรากฏตัว ณ สถานที่แห่งนี้ ย่อมต้องมีความหมายอะไรบางอย่าง

เฉิ่นจิ่นเหิงกระชับร่างนุ่มนิ่มเข้ามาแนบอก ตัดสินใจอุ้มพาทารกน้อยกลับไปด้วยกัน

หลังจากวันนั้น เรือนป่าไผ่จึงมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

เขาตั้งชื่อให้ทารกน้อยผู้นี้ว่า ฉุนเป่า

 

 

==============================

 

ฉุนเป่า หมายถึง ของล้ำค่าอันบริสุทธิ์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

1,022 ความคิดเห็น

  1. #969 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 12:53
    เด็กน้อยปริศนาาา
    #969
    0
  2. #880 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:07
    ขอคำนวณเรือก่อนว่าจะลงเรือไหนดี
    #880
    0
  3. #796 nungningnaja44 (@nungningnaja44) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 21:40
    อย่าม่ามากเลย
    #796
    0
  4. #792 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 20:53
    เอ๊า~เป็นมังกรไร้ขาไม่พอนี่ถึงขนาดหายหัวไปไม่เห็นแม้แต่เงาเรอะ อะไรของพ่อมังกรเขาเนี่ย
    เรือศิษย์พี่ใหญ่กับเสี่ยวยี่ล่มในตอนเดียว ตะไมเฮยจูเวลาอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่ถึงได้มุมิอุอิเยี่ยงเน้~ กำเนิดเรือใหม่ 5555
    #792
    1
    • #792-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 3)
      6 กรกฎาคม 2561 / 20:23
      ต่อเรือได้หลายลำ
      #792-1
  5. #761 Meuan Fan. (@SomethingColor) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 19:36
    ชอบมากอ่ะ แต่มีลางสังหรณ์ว่ามีม่าหวานๆมาแจกให้เรารึเปล่า55555555
    #761
    0
  6. #754 TanJaw (@tanjaw) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 10:20
    กลับมาอ่านอีกรอบ ชอบลักษณะการเขียนมากค่ะ บรรยายได้ดีมากๆ
    #754
    0
  7. #745 ปาล์ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 01:10

    เนื้อเรื่องน่าสนใจ ชอบนะคะ

    #745
    1
    • #745-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 3)
      14 มิถุนายน 2561 / 20:56
      ขอบคุณค่า
      #745-1
  8. #709 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:05
    ฮื่อออ เราว่าบทนำคืออดีต อันนี้คือเนื้อเรื่องปัจจุบันสินะคะ
    #709
    1
    • #709-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 3)
      13 มิถุนายน 2561 / 19:09
      ใช่แล้วค่า
      #709-1
  9. #639 Emikoxxx (@Emikoxxx) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 03:19
    โอ้ยย อ่านแค่บทนำรุ้เลยว่าต้องสนุกก คืนนี้ไม่ได้นอนอีกแล้วววค่าาาาา 😂😂
    #639
    0
  10. #507 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 17:35
    ต้องมีคนเอามาวางสิ ตอนนี้กับบทนำอันไหนเกิดก่อนคะ เดาว่าน่าจะบทนำก่อนใช่มั่ย
    #507
    1
    • #507-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 3)
      31 มีนาคม 2561 / 20:20
      ใช่แล้ว เดาเก่งมาก บทนำคือเรื่องราวในอดีตค่ะ
      #507-1
  11. #477 คิเซริ (@fim82) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 19:24
    งงในงง
    5555
    #477
    0
  12. #410 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 18:48
    ซับซ้อนมาก
    #410
    1
    • #410-1 @moment (จากตอนที่ 3)
      15 มกราคม 2561 / 08:50
      ปมก็จะเยอะอยู่หน่อยๆ
      #410-1
  13. #324 []SO_DadE[] (@sodade) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 16:12
    ใครเอาฉุนเป่ามาวางไว้น้า
    #324
    0
  14. วันที่ 2 กันยายน 2560 / 20:24
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #213
    0
  15. #194 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 11:31
    ติดตามค่ะ
    #194
    0
  16. #178 แกงส้ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 10:30
    ฉุนเป่า เป็นอะไรหนอ
    #178
    0
  17. #37 Tangmo Tuan (@tangmotungmay) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 22:12
    ฉุนเป่าจะมาเป็นตัวแปรสำคัญของคู่หลักใช่ไหมคะ
    #37
    0
  18. #6 NezZ\' Sly (@zzenyls) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 22:15
    น่าสนใจ ติดตามๆๆ ค่า
    #6
    0