ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 รอนแรมข้ามแดน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

 

 

ตอนที่ 8 รอนแรมข้ามแดน

 

 

วี๊ดดดดด วี๊ดดดดด

เสียงหวีดแหลมเล็กคล้ายกาต้มน้ำเดือดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของเรือนป่าไผ่ ทว่าต้นกำเนิดของเสียงกลับหาใช่ห้องครัว แม้แต่ป้าหยี่ที่กำลังยืนปรุงอาหารก็ยังหันมองซ้ายขวาอย่างงงงัน

หยางเซินเฟิงเดินตามหาจนได้พบกับแหล่งที่มาของเสียง หากครั้นมองเห็นภาพเบื้องหน้า ชายหนุ่มก็ต้องสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ

ทารกน้อยฉุนเป่านับวันก็ยิ่งคลานคล่องแคล่ว คราวนี้ถึงขั้นเข้ามาเล่นซุกซนในห้องของอาจารย์ มิหนำซ้ำแขนเล็กป้อมยังโอบกอดบางสิ่งบางอย่าง เป็นแท่งกระบอกสีขาวนวลซีดตามกาลเวลา ปากเล็กกำลังอ้าอมปลายข้างหนึ่ง พลางสูดลมเข้าจนแก้มป่อง ก่อนเป่าพรวดออกมาสุดแรง

วี๊ดดดดดดดดดด

สามวิญญาณเจ็ดจิตของหยางเซินเฟิงแทบกระเด็นกระดอนออกจากร่าง

เพราะสิ่งที่อยู่ในมือของเป่าเอ๋อร์... นั่นมิใช่ ขลุ่ยของรักของหวงของอาจารย์หรอกหรือ...

“เป่าเอ๋อร์เด็กดี พวกเราไปเล่นที่อื่นกันเถิด” หยางเซินเฟิงรีบตรงเข้าไปอุ้มร่างน้อยขึ้นมา พลางหยิบฉวยขลุ่ยออกจากอ้อมแขน ทว่าเป่าเอ๋อร์กลับกอดขลุ่ยเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตากลมโตจ้องมองศิษย์พี่ใหญ่ ก่อนจะหันมองรอบกายคล้ายกำลังมองหาอะไรบางอย่าง หรือมองหาใครบางคน

ถัดมาร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้น

“อาจารย์...!?” หยางเซินเฟิงอุทานอย่างตกใจเมื่อหันไปเห็นผู้ที่เดินก้าวเข้ามา

“ศิษย์ขออภัยที่ดูแลเป่าเอ๋อร์ไม่ดี ทำให้เข้ามาเล่นซนถึงที่นี่” น้ำเสียงสุภาพกึ่งร้อนรนรีบกล่าวขอโทษ ทว่าเจ้าตัวน้อยผู้ก่อเหตุกลับหาได้เข้าใจสถานการณ์ ครั้นมองเห็นอาจารย์ก็ร้องอืออาอย่างยินดี ยืดแขนกลมป้อมออกไปหา สองมือโบกไหวไปมา ยื่นขลุ่ยออกไปให้

“พู่ พู่” ครั้นเฉินจิ่นเหิงรับขลุ่ยกลับไปถือไว้ เป่าเอ๋อร์ก็ยังทำแก้มพอง เป่าลมออกซ้ำๆ ราวกับต้องการให้อีกฝ่ายเป่าตาม

“หย่งหยวน! เจ้ามาพอดี พาเป่าเอ๋อร์ออกไปเล่นข้างนอกก่อนเถิด” หยางเซินเฟิงหันไปเห็นศิษย์น้องเดินผ่านมาจึงรีบเรียกรั้ง ก่อนจะหันกลับไปกล่าวกับอาจารย์ “ให้ศิษย์ช่วยท่านเก็บกวาดห้องนะขอรับ”

ความจริงแล้วเป่าเอ๋อร์หาได้ซุกซนรื้อค้นข้าวของเสียหาย เพราะนอกจากกล่องไม้บรรจุขลุ่ยที่ถูกเปิดอ้าอยู่บนพื้นแล้ว ข้าวของอื่นภายในห้องก็มิได้มีสิ่งใดถูกเคลื่อนย้ายหรือกระจัดกระจายผิดที่ผิดทาง

“ไม่เป็นไรหรอก พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด” เสียงเรียบนุ่มกล่าวแผ่วเบา

เมื่ออาจารย์ยืนยันดังนั้น หยางเซินเฟิงจึงจำต้องโค้งศีรษะรับคำก่อนเดินถอยกลับออกมา หย่งหยวนซึ่งอุ้มทารกน้อยอยู่ในอ้อมแขนเองก็เช่นกัน

ก่อนประตูจะปิดตัวลง ดวงตาสีเทาของหย่งหยวนยังลอบมองเข้าไปด้านใน เห็นอาจารย์ก้มลงหยิบกล่องไม้ขึ้นมาจากพื้น ก่อนใช้ชายแขนเสื้อเช็ดกล่องและขลุ่ยในมืออย่างทะนุถนอม นัยน์ตาฉายแววอ้างว้างอาวรณ์

อาจารย์ของเขาเป็นคนสมถะ ไม่ยินดียินร้ายต่อทรัพย์สมบัตินอกกาย เว้นแต่สิ่งของเพียงสองสิ่งที่อาจารย์หวงแหนและให้ความสำคัญมากที่สุด

หนึ่งคือขลุ่ยกระดูกสัตว์เลานั้น

สองคือกระบี่อั้นเหยียน

สองสิ่งนี้อาจารย์เก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี

กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วหย่งหยวนก็ไม่อาจสะกดกลั้นความรู้สึกซับซ้อน เพราะกระทั่งตัวเขาซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากกระบี่เล่มนั้น ยังมีโอกาสเห็นอั้นเหยียนด้วยตาของตนเองเพียงนับครั้งได้ ส่วนกระบี่อาคมที่เขาสามารถเสกขึ้นตามใจนึก ก็เป็นเพียงแค่เงา... หาใช่ของจริง

หย่งหยวนรู้ชาติกำเนิดของตนเองเลือนราง กระบี่อั้นเหยียนผ่านศึกเข่นฆ่าอาบโลหิตมานับครั้งไม่ถ้วน รังสีสังหารเข้มข้น ไอปีศาจรุนแรง อาจารย์จึงดึงจิตจากกระบี่ออกมาเพียงสองส่วน ผนวกเข้ากับพลังตบะของตนเอง ก่อเกิดเป็นปีศาจน้อย ก่อนมอบนามให้ว่า หย่งหยวน

นับแต่วันแรกที่จำความได้ เขาก็ติดตามอาจารย์ เชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์

หากทุกครั้งที่ได้เห็นแววตาของอาจารย์ยามทอดมองอั้นเหยียน เขากลับไม่อาจไม่รู้สึกซับซ้อน อันว่าความอิจฉาริษยาเป็นหนึ่งในกมลสันดานของเหล่าปีศาจ

หย่งหยวนอิจฉาอั้นเหยียน

ต่อให้ถือกำเนิดจากอั้นเหยียน เขาก็ไม่ใช่อั้นเหยียน

ยิ่งไม่ใช่ผู้เป็นเจ้าของกระบี่อั้นเหยียน

 

 

ความซุกซนของเป่าเอ๋อร์น้อยหาได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น ยิ่งคลานคล่องแคล่วก็ยิ่งทำให้ผู้อื่นต้องตามหาจนเวียนหัว คลาดสายตาเพียงนิดเดียวก็หายตัว บางคราไปนอนหลับอยู่ใต้เตียง บางคราไปนอนหลับอยู่ในตู้เสื้อผ้า บางคราไปนอนหลับอยู่ในครัว ซ้ำร้ายพื้นที่มากมายมีให้นอนไม่นอน ดันปีนลงไปนอนในหม้อ ครั้งหนึ่งซาลาเปาน้อยเกือบได้กลายเป็นซาลาเปานึ่ง

“เจ้าเห็นเป่าเอ๋อร์บ้างหรือไม่” ไป๋เหมียนผู้มีเวรยามดูแลทารกน้อยประจำวันนี้ เอ่ยถามเสิ่นเฮยจูที่เดินสวนมา

“เจ้าค้นหาดีแล้วหรือ ใต้โต๊ะ ใต้เตียง ในตู้ ในหม้อ ในถังซักผ้า ในพุ่มไม้” ทุกสิ่งล้วนกล่าวออกมาจากประสบการณ์

“ข้าก็ค้นหาดีหมดแล้วนะ” จิ้งจอกเอ่ยพลางทำจมูกฟุดฟิด พยายามสูดหากลิ่นแม้จะรู้ว่าไร้ความหวัง เพราะจี้หยกลงอาคมกลบกลิ่นของทารกน้อยจนไม่หลงเหลือร่องรอย เมื่อเห็นหย่งหยวนเดินผ่านมาไป๋เหมียนจึงกล่าวด้วยคำถามเดียวกัน

“เจ้าจิ้งจอกไร้น้ำยา แค่เป่าเอ๋อร์น้อยก็ยังดูแลไม่ได้” ปากพาลหาเรื่องชวนทะเลาะ คู่กัดต่างเขม่นมองกันอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทว่ายามนี้มีเรื่องสำคัญกว่า ทั้งสามจึงเริ่มกระจายตัวช่วยกันตามหาทารกน้อยไปทั่วเรือน

ส่วนเป่าเอ๋อร์ผู้ทำให้ผู้อื่นปวดหัววุ่นวาย ยามนี้กลับกำลังนอนหลับสบายอยู่บนกองฟางนุ่มนิ่ม ในลังไม้ใบใหญ่

หยางเซินเฟิงแบกลังไม้ขึ้นบ่า ก่อนนำลงไปวางในเรือเพื่อออกไปซื้อเสบียงจากหมู่บ้านตามปรกติ ไม่ได้เฉลียวใจว่าลังไม้มีน้ำหนักมากขึ้นเล็กน้อย ด้วยเข้าใจว่าเมื่อคืนฝนตกลังไม้จึงอมไอน้ำ

เรือลำน้อยล่องลอยตามแม่น้ำลงจากภูเขา ผ่านเขตอาคมออกสู่โลกภายนอก

ขณะเดียวกันเป่าเอ๋อร์น้อยก็กำลังนอนหลับฝัน ฝันถึงการเดินทางรอนแรมจากโลกมนุษย์เข้าสู่พิภพปีศาจ

 

 

ราวสองสามวันให้หลังจากการต่อสู้กับนักพรตปีศาจ บาดแผลของเฉินจิ่นเหิงก็เริ่มฟื้นตัว เขาสามารถขยับมือแขนได้ตามปรกติแม้จะยังคงเจ็บแปลบอยู่บ้างเล็กน้อย

ทว่าการตามรอยปีศาจกิ้งก่ากลับยังคงมืดแปดด้าน ไร้ความคืบหน้าใดๆ สุดท้ายเฮยเสอจึงตัดสินใจสั่งการให้ทหารเตรียมตัวออกเดินทาง พร้อมนำเหล่าปีศาจที่จับกุมตัวได้กลับโลกปีศาจไปด้วยกัน

เริ่มแรกนักพรตหนุ่มยังคิดว่า พวกเขาคงต้องแยกทางกันเพียงเท่านี้ เพราะมนุษย์คงไม่อาจก้าวข้ามภพไปยังโลกปีศาจ

ทว่าเวลาผ่านไปยามแล้วยามเล่า ผู้คุมตัวเขากลับไม่มีท่าทีใดๆ ไม่แม้แต่จะบอกกล่าวว่าจะทำอย่างไรกับเขาต่อไป จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันออกเดินทาง บุรุษร่างสูงใหญ่กลับช้อนตัวเขาขึ้นจากเตียงอุ้มพาไปยังรถม้า

ข้าสามารถเดินเองได้ ข้ามิได้ถูกมัดมือเท้า ทั้งยังมิได้บาดเจ็บที่ขา เฉินจิ่นเหิงอยากร่ำร้องเช่นนั้นหากยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า

“ท่านจะพาข้าไปโลกปีศาจด้วยหรือ!?” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างตกใจ แต่ใบหน้าเฉยชากลับเลิกคิ้วก้มมองมา ราวกับว่าคำถามของเขาช่างแปลกประหลาด

“หรือเจ้าจะผิดสัญญา หรือคำพูดของมนุษย์เชื่อถือมิได้?” ถ้อยคำที่ตอบโต้กลับมาทำให้เฉินจิ่นเหิงอ้ำอึ้ง เป็นเขาเองที่เคยสัญญาว่าจะช่วยตามหาตัวปีศาจกิ้งก่า ไม่ว่าจะต้องขึ้นเขาลงห้วยเขาก็ไม่เคยหวั่นเกรงความยากลำบาก

ทว่านี่มิใช่เพียงขุนเขาหรือหุบเหว ...แต่เป็นถึงโลกปีศาจ!?

จวบจนรถม้าพร้อมด้วยเกวียนอีกสองคันแลดูคล้ายขบวนสินค้าเคลื่อนตัวออกเดินทาง นักพรตหนุ่มจึงทำได้เพียงนั่งโงนเงนอย่างงุนงง

มิใช่ว่าเขาไม่มีความหวาดกลัว แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความคาดไม่ถึง

ตลอดชีวิตการฝึกเซียนของเขามีเป้าหมายคือการขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ไหนเลยจะเคยคิดว่าวันหนึ่งตนจะต้องย่างเท้าเข้าสู่โลกปีศาจ อาจเป็นเคราะห์กรรมหรือชะตาลิขิต แต่อีกแง่หนึ่งกลับนับเป็นประสบการณ์ที่ยากจะพานพบ ในความสับสนจึงปะปนความสนใจใคร่รู้

เหตุผลที่เขาสามารถมองสถานการณ์ในด้านดีถึงเพียงนี้ อาจเป็นเพราะผู้นำทางคือแม่ทัพปีศาจเฮยเสอ ผู้เคยช่วยชีวิตเขาไว้ยามคับขันหลายครั้งหลายครา

เฉินจิ่นเหิงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นแผ่นหลังเหยียดตรงบนหลังอาชาที่ขนาบอยู่ด้านข้าง เห็นเสี้ยวหน้าเฉยชาที่เขาเริ่มคุ้นเคย

เยื้องออกไปเล็กน้อยเป็นอาชาของรองแม่ทัพปีศาจ บุรุษผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มขัดกับเงาแมงป่องน่ากลัวที่ซ้อนทับอยู่ด้านหลัง นับตั้งแต่มือเท้าของเขาไร้เชือกวิเศษพันธนาการ ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมองเขาด้วยสายตาเป็นมิตรมากขึ้น ทั้งโดยพื้นฐานยังช่างเจรจาแตกต่างจากผู้บังคับบัญชาของตน

ระหว่างพักแรมเขาจึงมีโอกาสได้สอบถามข้อสงสัยหลายอย่าง

ปีศาจแมงป่องจินเซียตอบคำถามของเขาด้วยรอยยิ้มละไม บอกว่าเฉินจิ่นเหิงย่อมมิใช่มนุษย์คนแรกที่ก้าวเข้าสู่โลกปีศาจ นับแต่อดีตก็มีทั้งมนุษย์ที่ถูกจับไปเป็นเหยื่อ เป็นอาหาร เป็นทาส เป็นสามีภรรยา รวมถึงมนุษย์ที่ฝึกวิชามารจนกลายร่างเป็นปีศาจ

ยังเล่าต่ออีกว่าโลกปีศาจไร้ซึ่งระเบียบกฎเกณฑ์มากมาย มีเพียงพลังและอิทธิฤทธิ์ที่ตัดสินความเป็นใหญ่ ผู้แพ้เป็นทาส ผู้ชนะเป็นเจ้าชีวิต กระทั่งตำแหน่งราชาปีศาจก็ยังช่วงชิงกันด้วยการเข่นฆ่าต่อสู้

จนกระทั่งหนึ่งพันปีก่อนครั้นราชาองค์ปัจจุบันขึ้นครองอำนาจ ความเปลี่ยนแปลงจึงเริ่มเกิดขึ้นทีละเล็กละน้อย ผู้เข้มแข็งยอมสวามิภักดิ์ ผู้อ่อนแอได้รับการปกป้องคุ้มครอง ทั้งยังทำสัญญาสงบศึกกับสวรรค์ เหล่าปีศาจในดินแดนจึงอยู่อาศัยกันอย่างสันติสุข

ทว่ามีผู้เห็นด้วยก็ย่อมมีผู้ไม่เห็นด้วย ยังมีปีศาจอีกหลายตนก่อตั้งอาณาเขตแบ่งแยกดินแดนเป็นเอกเทศ ไม่ยอมสวามิภักดิ์ ทั้งยังมีปีศาจที่ฮึกเหิมคิดช่วงชิงตำแหน่งราชาด้วยการก่อกบฏ หนึ่งในนั้นก็คือปีศาจกิ้งก่าหลงซี

เฮยเสอไม่เชื่อว่าหลงซีจะหาญกล้าก่อการใหญ่เพียงลำพัง อาจยังมีไส้ศึกอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด นั่นอาจเป็นสาเหตุที่อีกฝ่ายคิดนำตัวเขาเข้าไปยังโลกปีศาจ

ยามนี้ขบวนรถม้ากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก จุดหมายคือประตูปีศาจซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณนี้มากที่สุด

เดิมทีโลกมนุษย์กับโลกปีศาจมีรอยรั่วระหว่างเขตแดนมากมาย ปีศาจบุกรุกเข้ามาเข่นฆ่ามนุษย์ สวรรค์ส่งเทพเซียนลงมาปราบปีศาจ ปีศาจยกทัพไปตีสวรรค์ เป็นกงเกวียนไม่จบไม่สิ้น หนึ่งในข้อตกลงสงบศึกจึงเป็นการอุดรอยรั่วเหล่านั้น ปัจจุบันจึงเหลือเพียงประตูหลักสี่ทิศ กับประตูลับที่ยังไม่อาจค้นพบได้ถ้วนทั่ว

 ถ้าหากใช้วิชาอาคมเคลื่อนย้ายจิต ผู้มีพลังปีศาจแกร่งกล้าเช่นเฮยเสอหรือจินเซียอาจใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วพริบตา แต่การนำเหล่าปีศาจตนอื่นรวมถึงมนุษย์เช่นเฉินจิ่นเหิงกลับไปด้วย ทำให้พวกเขาจำต้องเดินทางด้วยรถม้า เสียเวลามากขึ้นอีกหลายหมื่นหลายพันเท่า

ปีศาจแมงป่องบอกเล่าเรื่องราวด้วยรอยยิ้ม ทำให้เฉินจิ่นเหิงได้เพียงหดศีรษะกลับเข้าไปนั่งในรถม้าอย่างสงบเสงี่ยม

กระทั่งย่างเข้าสู่คืนที่หก ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวผ่านทุ่งหญ้า ข้ามหุบเขา เข้าสู่เขตป่ารกทึบ บรรยากาศรอบกายมืดสลัว ยิ่งตกดึกอากาศก็ยิ่งหนาวเย็น แต่คืนนี้เหล่าทหารปีศาจกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก

เวลาผ่านไปเขาก็เริ่มรู้สึกว่าทิวทัศน์รอบกายช่างคุ้นตา คล้ายเส้นทางที่เคยผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง ราวกับพวกเขาเดินวกวนกลับมายังจุดเดิม

เฉินจิ่นเหิงเริ่มรู้สึกหนาวสั่นจนลมหายใจกลายเป็นควันสีขาว เสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่เพียงพอต่อสภาพอากาศ เขาจึงทำได้เพียงขดกอดตัวเองเป็นก้อนกลม สักพักกลับรู้สึกว่ารอบกายเริ่มอบอุ่น เมื่อเงยขึ้นจึงได้เห็นลูกไฟสีดำดวงเล็กลอยอยู่เบื้องหน้า

บุรุษนอกหน้าต่างไม่ได้หันกลับมา เขาเองก็ไม่กล้าลอบมองอีกฝ่ายนานนัก จึงได้แต่ดึงสายตาของตนเอาไว้ จับจ้องเปลวไฟเบื้องหน้า ซึมซับความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นจากภายใน

 

 

เฉินจิ่นเหิงเผลอหลับไปครู่หนึ่ง หลังตื่นขึ้นมาจึงเริ่มรู้สึกเอะใจ

ยามนี้ควรได้เวลาฟ้าสาง ทว่ารอบกายกลับยังคงมืดมิด ครั้นลองมองออกไปนอกหน้าต่างจึงได้เห็นจันทร์เต็มดวงส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้า ทว่าในทิศตรงกันข้ามกลับยังมีจันทร์อีกหนึ่งดวง ทอแสงสีแดงสดราวกับโลหิต

ยามนั้นเขาจึงรู้ตัวว่า ตนได้ผ่านเข้าสู่โลกปีศาจแล้วจริงๆ

ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเป็นสีดำสนิท ดอกไม้มีทั้งสีแดงสด สีม่วง สีเหลือง สีฟ้า หลากสีสันสดใส ส่งกลิ่นหอมฉุนยั่วยวนหมู่ภมรให้หลงเข้ามาดอมดม ผีเสื้อราตรีตัวหนึ่งบินผ่านไปใกล้ เพียงพริบตากลับถูกกิ่งหนามแหลมคมตวัดพันรัด ดึงหายลงไปในพุ่มไม้ ไม่เหลือแม้เพียงเศษซาก

 ในความมืดมิดมีดวงตาส่องแสงจ้าหลายคู่จ้องมองมา หากแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้ามาใกล้ ขบวนทหารปีศาจจึงผ่านเขตป่าทึบไปได้อย่างราบรื่น

ผ่านมาถึงกำแพงสูงซึ่งกางเขตอาคมอย่างแน่นหนา เข้าสู่เขตเมืองที่มีโคมไฟสีขาวประดับยาวเป็นทิวแถว รอบด้านสว่างไสวด้วยแสงไฟ บ้านเรือนส่วนใหญ่ก่อสร้างขึ้นจากหินและไม้ มีปีศาจเดินไปมาประปราย ทั้งที่อยู่ในร่างมนุษย์ ทั้งที่ไม่อยู่ในร่างมนุษย์

เฉินจิ่นเหิงกวาดตามองรอบด้านอย่างตื่นตะลึง ภาพของปีศาจนานาชนิดทำให้เขาเริ่มรู้สึกตาลาย มีทั้งที่รูปร่างแปลกประหลาดน่าเกลียดน่ากลัว ทั้งที่สวยงามเย้ายวนกิเลสตัณหา เขายังสังเกตเห็นว่าประชากรเกือบสามส่วนเป็นปีศาจจิ้งจอก มีทั้งจิ้งจอกน้อยที่ยังไม่อาจกลายร่าง ทั้งที่มีสามหาง ห้าหาง ร่างมนุษย์ของเผ่าจิ้งจอกล้วนงดงามน่ามอง

เฮยเสอสั่งการให้นำตัวนักโทษเข้าคุกขังเพื่อรอการตัดสิน ส่วนปีศาจอื่นตนที่ไม่มีความผิดก็ให้จัดหาที่พักอาศัยตามสมควร จากนั้นจึงพาเขามุ่งหน้ากลับจวนแม่ทัพ

 

 

====================

 

มีการเล่าแทรกสลับเวลานิดหน่อย หวังว่าจะไม่งงกันนะคะ ^^”

 

(หมายเหตุ)

อั้นเหยียน 暗炎 = เปลวไฟอันมืดมิด

หย่งหยวน = นิจนิรันดร์

 

(แปะรูป) ท่านนักพรตกลางป่าไผ่





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

1,022 ความคิดเห็น

  1. #975 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 13:27
    งงว่าท่านแม่ทัพหายไปไหนตอนปจบ.
    #975
    0
  2. #958 Choikim Hanna (@kjjbbbi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 17:31
    แต่งดีมากเลยค่ะ บางช่วงอ่านแล้วเหมือนกับเป็นนิยายแปลจีน ยิ่งอ่านยิ่งมีสิ่งที่น่าติดตาม ท่านแม่ทัพจะตกหลุมรักท่านเซียนตอนไหนเดาใจยากจริงๆค่ะ
    #958
    0
  3. วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 19:53

    เวลาปัจจุบันนี้คือตอนที่อยู่ป่าไผ่ใช่ปะ
    #912
    0
  4. #886 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 21:33
    ทำไมรู้สึกแอบเศร้า
    #886
    0
  5. #805 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 23:42
    กำลังหลอนกำลังลุ้นกำลังเพลิดเพลินกับการเดินทางของมังกรซึนกับนักพรตใสใส โดนกระชากพากลับมาสู่ปัจจุบันแบบไม่ทันตั้งตัว ถึงมีความฉดใฉแสนซนของเป่าเอ๋อร์แต่ก็อดเศร้าไม่ได้เพราะตอนนี้ท่านจิ่นเหิงไม่มีท่านเฮยเสอเคียงข้างงง..
    #805
    1
    • #805-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 9)
      6 กรกฎาคม 2561 / 20:27
      มันก็จะเป็นแบบนี้เป็นระยะ สลับไปมา อดีตหวานซึ้งเรือลอยลำ ปัจจุบัน...เรืออยู่ไหน XD
      #805-1
  6. #765 Meuan Fan. (@SomethingColor) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:40
    สัมมีของหย่งหยวนคืออั้นเหยี----- ภาพสวยมาก55555555
    #765
    0
  7. #749 ปาล์ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 02:07

    ภาษาสวย ลื่นไหลดี

    #749
    0
  8. #622 9011_Mirror (@kewaaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 11:45
    เป่าเอ๋อร์จะได้กลับป่าไผ่ใช่มั้ย ...0. o
    #622
    0
  9. #561 jarussang (@jarussang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 01:29
    หย่งหยวนกับกระบี่อั้นเหยียยจะได้กันไหม 555555
    #561
    1
    • #561-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 9)
      30 เมษายน 2561 / 17:47
      หย่งหยวนเป็นวิญญาณกระบี่~!!! ถ้าได้กับกระบี่มันก็จะล้ำเกิ๊น XD
      #561-1
  10. #482 คิเซริ (@fim82) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 21:14
    ความละมุนนี้เจ้าได้แต่ใดมา~
    ดูแลดีขนาดนี้ก็จับทำเมียไปเลยเถอะเฮยเสอ5555
    #482
    0
  11. #468 teemeen (@nimbus_zi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:05
    มีความดูแล จุดไฟให้
    #468
    0
  12. #413 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 19:43
    แล้วเรื่องคันไปมาแบบนี้ไม่น่าเบื่อ แต่ชวนให้ติดตามมากขึ้น
    #413
    1
    • #413-1 @moment (จากตอนที่ 9)
      15 มกราคม 2561 / 08:57
      กลัวแต่บางคนจะงง ยังมีการเล่าย้อนอีกนิดน้อยแต่จะพยายามไม่สลับไปมาบ่อยเกินนะคะ
      #413-1
  13. #348 YONG (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 12:12
    กรี๊ดดดด ท่านนักพรต กรี๊ดดดดด ท่านเฮยเสอความอบอุ่นมั่นคงน่าหลงจุงงงง กรี๊ดดดด เหล่าปีศาจน้อย แต่ท้ายสุด ผู้ชนะ กรี๊ดดด ซาลาเปาน้อยยยย ขอฟัดแก้มสักที ><~~
    #348
    1
    • #348-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 9)
      12 พฤศจิกายน 2560 / 13:25
      เปาน้อยชนะเลิศ ฮ่าๆ
      #348-1
  14. #330 []SO_DadE[] (@sodade) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 17:18
    เป่าเป่า เจ้าช่างฝันได้ยาวนานยิ่งนัก 5555
    #330
    0
  15. #320 LADY Roses (@snowy11) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 03:01
    เป่าเอ๋อร์น่ารักมากมาย ยิ่งคลานคล่องยิ่งซนจนน่าจับตีก้นดีแท้555555

    แต่คงไม่มีใครกล้าตีลงหรอกก็เป่าเอ๋อร์น่ารักถึงเพียงนี้
    #320
    1
    • #320-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2560 / 14:56
      เป่าเอ๋อร์น่ารักน่าตีมาก จับมาฟัดๆๆ งับแก้มซาลาเปา
      #320-1
  16. #301 Mystique (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 22:20
    สงสารศิษย์พี่ทั้งหลาย เป่าเอ๋อร์ตัวน้อยทำทุกคนหัวหมุนติ้วๆ
    #301
    0
  17. #295 dindin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 19:19
    โหหหหห ชอบมากอ่ะ

    เพิ่งตามมาเจอเรื่องนี้ เป็นนิยายจีนแนวที่ชอบมากๆ

    ตัวละครน่ารักมาก ชอบทั้งตอนที่ย้อนอดีต ตอนปัจจุบัน

    แต่งได้สนุก ลื่นไหล น่าติดตามมากค่ะ
    #295
    1
    • #295-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 9)
      6 ตุลาคม 2560 / 19:55
      ขอบคุณค่า ดีใจที่ชอบค่ะ ^^
      #295-1
  18. #276 ซินเดอเรล✰. (@peung002) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 18:37
    ชอบเป่าเอ๋อร์ ฮือออออ น่ารักน่าหยิกมาก
    #276
    1
    • #276-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 9)
      30 กันยายน 2560 / 19:16
      เป่าเอ๋อร์น่าร้ากก ตัวกลมๆ นุ่มๆ อยากขยำแก้มซาลาเปา
      #276-1
  19. #257 Mugen75 (@Mugen75) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 18:28
    แต่งเก่งอะ เดินเรื่องปัจจุบันสลับกับอดีตแต่ไม่งงนะ แรกๆนึกถึงโปเย ชอบที่ไรท์เอาตัวตนที่เป็นศัตรูกันมาจับคู่กันอย่างปีศาจกะนักพรต ..ชอบจ้า..ชอบตอนเป่าเอ๋อร์ด้วย น่ารัก
    #257
    1
    • #257-1 @moment (@atmoment) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 21:26
      ขอบคุณค่ะ ปีศาจคู่กับนักพรตหลายเรื่องนะคะ เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ใช่คู่แค้น เพราะท่านนักพรตของเราสายสงบ ไม่สู้คน ปราบปีศาจไม่เป็น 55555
      #257-1
  20. วันที่ 2 กันยายน 2560 / 21:26
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #220
    0
  21. #198 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 12:06
    น้องถูกลอยแพไปแล้ววว
    #198
    0
  22. #184 แกงส้ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 11:04
    ผจญภัยในแดนปีศาจ
    #184
    0
  23. #152 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 07:55
    เป่าเอ๋อร์ซนจริงๆ55
    #152
    0
  24. #94 Queenghini (@lonely-pooly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 23:13
    อ่านตอนฉุนเป๋าเป่าขลุ่ยแล้วน้ำตาก็มา ฮือ ใจนุ้ง
    #94
    0
  25. #79 ` ZIZITS. (@mylovestoryisyou) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:36
    เปาเอ๋ออาจจะเป็นพระเอก แต่คู่นี้เขาค่อยๆรักกันเป็นรักซึมลึกเลย ชอบอะ อาจมีเหตุต้องพรากจากด้วย เดาว่าท่านแม่ทัพอาจจะตาย แต่ดวงจิตไปอยู่ที่ปลอดภัย นายเอกก็กลับโลกมนุษย์มาเฝ้ารอ อิอิ
    #79
    0