◇ 12 Between 21

ตอนที่ 2 : กระดาษแผ่นที่ 2 : เปเปอร์ 434 U

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 พ.ค. 61





ถ้าตัดเรื่องอายุ และการทำงานที่เครียดแสนเครียด เปเปอร์ก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่ง...ที่หล่อ ดูดี โดดเด่น...ไม่มีใครปฏิเสธข้อนี้ได้หรอก คนทั้งรถประจำทางที่เจ้าตัวใช้ไม่บ่อยนักก็ยืนยันได้ด้วยสายตาของสาวๆ ที่จ้องกันแบบไม่กระพริบแต่เปเปอร์ไม่ได้สนใจเขายังคงสนใจกับหน้าจอมือถือที่มีกราฟขึ้นลงมากมาย...

 

 ยัยกระต่ายน้อยลงไปก่อนถึงเป้าหมายที่เปเปอร์จะลงหนึ่งสถานี

...ไม่รู้ทำไมแต่ลึกๆ แล้วกลัวยัยน้องนั่นจะหกล้ม หรือเผลอสะดุดอะไรสักอย่างจนเกิดเป็นแผลบาดเจ็บ...แต่ก็ต้องสลัดความคิดนั้นออกเพราะคิดแค่ว่า

 

ผ่านมาและผ่านไปเหมือนอย่างทุกที

 

เมื่อถึงสถานที่เป้าหมาย ขายาวก้าวลงจากรถประจำทาง ก่อนจะไล่นิ้วหาเบอร์ของอาแท้ๆ เพื่อถามเลขที่บ้าน จะให้ถูกก็คงต้องบอกว่าบ้านหลังนี้ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจของอา

...แต่เปเปอร์ก็ชวดมันมาได้ก่อนที่จะถูกขายทอดตลาดด้วยราคาน่ารักกันเอง

 

(“ว่าไงจ้ะหลานรัก”) ปลายสายตอบรับ

“ถึงหน้าหมู่บ้านแล้วฮะคุณอา”

(“โอเค เดี๋ยวอาให้คนออกไปรับ พอดีอาติดธุระก็เลยพาไปดูเองไม่ได้ เปอร์ดูเองได้ใช่มั้ยลูก”) คนปลายสายถามอย่างเป็นห่วง แน่นอนว่าโตตั้งขนาดนี้แล้ว

“ได้ครับ...อาไม่ต้องห่วงผมนะทำธุระต่อเถอะฮะ”

(“แล้วเปอร์ใส่ชุดอะไรยังไงล่ะ ถ่ายรูปมาให้อาดูหน่อยอาจะได้บอกเขาถูกว่าเปอร์รออยู่ตรงไหน”)

“ได้ครับ”

ติ๊ด! สายถูกตัดไปแล้ว นิ้วยาวสไลด์เข้าแอพพลิเคชั่นถ่ายรูปก่อนจะปรับกล้องให้เป็นเป็นหน้าตัวเองและองค์ประกอบโดยรอบก่อนจะกดชัตเตอร์ตามคำสั่งของอา

แชะ

และส่งเข้าไปหาคนที่รอข้อความอยู่ รอไม่นานนักข้อความและรูปภาพที่ส่งไปจึงขึ้นว่าอ่าน

 

ร่างสูงโปร่งเก็บมือถือเครื่องบางเข้ากระเป๋ากางเกง เอามือบังแดดที่ส่องลงมาจากท้องฟ้า เพราะช่วงนี้เป็นหน้าร้อนแต่ประเทศนี้อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมันก็เลยดูร้อนมากเป็นพิเศษ...รู้อะไรมั้ยในบรรดาฤดูทั้งหมดเขาก็คิดว่า ฤดูร้อนนี่แหละดูจะสดใสใสกกว่าฤดูอื่น

 

“คุณเปเปอร์หรือเปล่าคะ”

 

เสียงละมุนทักขึ้นจนเจ้าของชื่อต้องเลิกสนใจท้องฟ้าและหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะพยักหน้าตอบรับช้าๆ เพื่อตอบคำถามนั้นเสียงแบบนี้...เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

 

“ใช่...ใช่ครับ” เผลอคิดนานไปหน่อย

“คุณวัลลดาฝากให้มารับค่ะ”

อ๋อ คนที่คุณอาฝากไว้

“รบกวนด้วยนะครับ” เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มเซ็ตทรงอย่างดีฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรและโคลงศีรษะให้เบาๆ ...

 

จากหน้าปากซอยไม่ถึงห้านาทีจึงจะถึงบ้านหลังน้อยที่ต้องมาอยู่ บ้านเดี่ยวขนาดกลางโดยรอบเป็นหญ้าสีเขียวที่ถูกตัดจนเตียน กลิ่นอบของดินที่ระเหยขึ้นมาเนื่องจากทำปฏิกิริยากับไอแดด


“คุณวัลลดาฝากอันนี้ไว้ด้วยค่ะเผื่อคุณจะเข้าไปดู”

หญิงสาววัยกลางคนบอกและยื่นเอากุญแจดอกเล็กมาตรงหน้า มือหนารับเอาไว้

“ขอบคุณฮะ ว่าแต่คุณน้า...เอ่อ เป็นใครหรอฮะ...ขอโทษที่ต้องถามแบบนี้นะครับ” คนตัวสูงเกาท้ายทอยแก้เก้อ มันอาจจะเป็นคำถามแปลกๆ แต่เผื่อว่าในอนาคตต้องรู้จักกันอีกก็ไม่แปลกถ้าจะถามลักษณะนี้

“อ๋อ ขอโทษค่ะลืมแนะนำตัว...น้าเป็นเพื่อนบ้าน...คุณวัลลดาบอกเอาไว้สักพักแล้วว่าจะมีคนเข้ามาอยู่ก็เลยฝากดูแลนิดหน่อย...น้าชื่อชมพู่”

“งั้นขอเรียกน้าชมนะครับ”

“ได้ค่ะ ดูตามสบายเลยนะคะ บ้านน้าอยู่ตรงนั้น” หญิงสาวชี้ไปที่บ้านใกล้ๆ กัน “ขาดเหลืออะไรก็เรียกได้เลย”

“ขอบคุณฮะ”


น้าชมพยักหน้ารับเล็กน้อยฉีกยิ้มเอ็นดูกับท่าทางอ่อนน้อม มองดูชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอย่างนึกชม ก่อนจะปลีกตัวออกไป หน้าที่ของเธอสิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น เปเปอร์ละความสนใจจากกุญแจและก้าวเข้าตัวบ้าน...แต่ก่อนที่จะเดินผ่านเข้าไป

 

จำได้ว่าคุณอาบอกไม่มีใครอยู่...แต่ทำไมดอกเข็มกอเล็กถึงเบ่งบานน่ารักขนาดนี้ได้

 

 

-

 

“อมยิ้มเรากลับได้ยังอะ”

“นี่ไงกินนี่เสร็จก็จะกลับแล้ว”

ฉันพยักหน้ารับ คำตอบเพื่อนสาวทีนั่งอยู่ข้างกาย ในมือคือถุงหนังสือเล่มใหม่ที่ตั้งใจจะกลับไปนอนอ่านให้หนำใจช่วงปิดเทอม ก่อนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอีกรอบ

“รีบหรอ?”

“นิดหน่อย” ฉันตอบคำถามของไม้ เพื่อนผู้ชายที่ติดสอยห้อยตามมาเดินช็อปปิ้งด้วย ไม้ไม่ใช่เพื่อในกลุ่มหรอก เป็นเพื่อนบ้านของอมยิ้มที่บังเอิญว่างและไม่รู้จะไปไหนก็เลยตามมาด้วย

“แกเอารถมาไม่ใช่หรอไม้” เจ้าของชื่อตักไอศกรีมเย็นๆ เข้าปากพร้อมพยักหน้า ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์เป็นอย่างนี้เสมอ

 “งั้นก็ไปส่งเพื่อนฉันหน่อยสิ!” จากน้ำเสียงแล้วมันเป็นประโยค คำสั่ง

“ทำไมต้องไปส่ง”

ไม้ปลายตามองไปยังอมยิ้มนิดหน่อย สายตาคมเฉียวกับเส้นผมสีดำทำให้เอาใบหน้านั้นดุขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็น

“ฮะๆ ไม่เป็นไร” ฉันหัวเราะแห้งพร้อมโบกมือปฏิเสธ ถึงไม้ไปส่งฉันก็ไม่ไปอยู่ดี

“ให้ยัยนี่พูดเองสิ”

“ห้ะ?” ฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“พูดสิว่าอยากให้ไปส่ง”

 

อมยิ้มใช้ไหล่สะกิดฉันเล็กน้อย พร้อมกับกระซิบเสียงเบา ราวกับรู้อะไรบางอย่างแต่ฉันก็ฟังไม่ออก ก่อนจะเบนสายตาจ้องคนที่ก้มกินไอศกรีมรสช็อคโกแล็ตอยู่ตรงหน้า

 

“ไม่เป็นไร เราแค่ถามเฉยๆ ไม่ได้เร่ง อีกอย่างบ้านเราอยู่ไม่ไกล..กลับได้สบายอยู่แล้ว”

ฉันพูดยาวเหยียด แต่ดูเหมือนสิ่งที่พูดไปจะขัดใจอมยิ้มแบบสุดๆ เธอแอบทำปากขมุบขมิบว่า ให้ตายเถอะแบบนั้นด้วยนะ ใจร้ายอะ ฉันทำอะไรกัน

 

“ช่วยบอกว่า ไม้ไปส่งเราหน่อย แค่นั้นก็จบแล้ว”

“ทำไมฉันต้องพูดแบบนั้นด้วยอะอมยิ้ม” ก็ในเมื่อไม่ได้อยากให้ไปส่ง


“งี่เง่าเป็นบ้า!

ไม้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเสื้อยืดสีดำสนิทดูเข้ากันดีกับผมสีดำของเจ้าตัว ก่อนจะตวัดสายตามามองฉันอย่างขัดใจสุดกำลัง งื้อ~จานสีทำอะไรให้เขาหงุดหงิดล่ะ อารมณ์เสียเพราะจานสีหรอ

 

“เธอน่ะลุกขึ้น”

“ใคร ฉันหรอ?”

“รีบไม่ใช่หรือไง”

 

“แล้วอมยิ้มล่ะไม้! นายจะปล่อยอมยิ้มไว้ที่ร้านไอศกรีมคนเดียวหรอ” ฉันที่เดินตามร่างสูงต่อยๆ ถามขึ้นอย่างเป็นห่วง ว่าแต่นี่เขาโกรธฉันจริงๆ หรอเนี่ย

“เดี๋ยวไอ้เบียร์มารับ ยังไงยัยนั่นก็ต้องไปเรียนพิเศษเสริมตอนเย็นอยู่แล้ว”

“อ๋อ ไม่เห็นรู้เลยว่าลงเรียนพิเศษกันด้วย” ฉันพูดเบาๆ และดูเหมือนจะคนที่เดินนำอยู่จะได้ยิน

“ยัยนั่นมันโง่” เขาพูดเสียงเบา “โง่กว่าเธอก็เลยต้องเรียน ไม่มีใครอยากให้รู้หรอกว่าตัวเองโง่”

ฉันช้อนตามองดวงตาสีดำสนิทที่มองมา ไม้ทำสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย

 

 “แล้วไม้เรียนหรือเปล่า?”

“ใครจะไปเรียน” ไม้เดินช้าลงเพื่อก้าวไปพร้อมกับฉัน ดังนั้นจึงเห็นสายตาเบื่อหน่ายอย่างชัดเจนจากเขาและริมฝีปากบางที่ขยับพูดตอบกลับมา “ฉันไม่ได้โง่เหมือนยัยนั่น”

“นั่นสิเนอะ” ปิดเทอมฤดูร้อนทั้งที

“ร้อนๆ แบบนี้ใครจะไปเรียนพิเศษ”

 

ฉันเบิกตาโพล่งก่อนจะเผล้ยิ้มออกมา คิดเหมือนกันเด๊ะเลย

 

ยานพาหนะที่อมยิ้มว่าก็คือมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำสนิท ถึงไม้จะมีอายุโตพอที่จะขับรถใหญ่แต่อมยิ้มบอกว่า ไม้น่ะ ไม่ชอบอะไรเถอะทะ ซึ่งก็จริง มอเตอร์ไซค์ที่พาไปไหนมาไหนได้ดูจะสะดวกตามจุดประสงค์ของเขา

 

“เอาหนังสือมานี่”

“ไม่เป็นไรเราถือได้” แค่กอดไว้แน่นๆ เอง

“ไม่ได้! เอามาแขวนไว้ตรงนี้ มือจานสีต้องเกาะ...” ไม้ชะงักไปนิดหน่อยและก็ชี้ไปที่แท่นจับด้านหลัง “เกาะนี่ไม่งั้นจะตก”

“อ๋อ โอเค” 

“เดี๋ยวๆ ใส่นี่ด้วย”

“อ๊ะ!” ฉันร้องนิดหน่อยเมื่อหมวกกันน็อคอันโตถูกสวมให้โดยมือใหญ่ๆ ที่ยื่นอยู่ตรงข้าม ไม้ฉีกยิ้มน้อยๆ ราวกับว่าพอใจที่ทำให้ตกใจได้...ไม่เห็นจะน่าดีใจเลย

“ขอโทษ ไม่เจ็บนะ”

ฉันส่ายหน้า

 

ไม้จะรู้มั้ยนะว่าเขาน่ะมีเสน่ห์มากเลย...ตอนที่ยิ้ม

และจะเป็นไรมั้ยถ้าฉันอยากให้เขายิ้มเยอะๆ...อ่า ไม่ดีกว่า

 

ก็ฉันเป็นจานสีผู้หญิงแสนธรรมดานี่หน่าจะไปขออะไรแบบนั้นได้ยังไงล่ะ

 

 


 

17 : 15 น.

 

“ขอบคุณมากน้า”

“ไม่เป็นไร ทางผ่านน่ะ”

ฉันยิ้มตอบกลับไปและยื่นหมวกกันน็อคคืนเจ้าของ

“ฝากไว้ก่อน”

“หื้อ?”

“ฝากถือไปโรงเรียนด้วยมันไม่มีที่แขวน”

 

อ๋อ อย่างนี้นี่เองเหมือนว่าตอนมาจะเป็นเพราะอมยิ้มใส่มาด้วยล่ะมั้งก็เลยไม่มีปัญหา ฉันพยักหน้าเข้าใจและรับเอาถุงหนังสือนิยายเอาไว้กับมือ

 

“กลับดีๆ นะไม้”

“ฉันดูแลตัวเองดีกว่าเธออีก”

“คนเขาเป็นห่วงต่างหาก” ฉันบอกเสียงเบาและกอดหมวกกันน็อคเอาไว้แน่น ชิ้ จะไม่เป็นห่วงแล้ว

“ไม่ต้องเป็นห่วง...ไม่เป็นอะไรหรอกเชื่อสิ” ไม้บอกเสียงนุ่ม คงเพราะมีหมวกกันน็อคที่ปิดจนถึงปากฉันเลยไม่เห็นว่า...ไม้ยิ้มกับคำพูดนั้นหรือเปล่า

“ไปล่ะบาย”ถึงจะสงสัยแต่ก็ต้องโบกมือลา 

แรงสั่นสั้นๆ เป็นข้อความจากคนที่บ้านอย่างไม่ต้องสงสัย เสียงเครื่องยนต์หายลับไปแล้วพร้อมกับฉันที่หมุนตัวเดินกลับบ้าน

 

ขาเล็กใต้กระโปรงเอี๊ยมเตรียมออกเดินทาง ปกติแม่ไม่คอยชอบให้กลับบ้านดึกอยู่แล้ว และฉันเองก็ไม่ค่อยชอบมีปัญหากับเรื่องราวเล็กๆ นี้เท่าไหร่...ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำตามข้อตกลงของคุณแม่ให้ได้...

 

ว่าแต่ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนรถประจำทาง...มีคุณคนใจดีคนหนึ่งอนุญาตให้เกาะแขนด้วยล่ะคงเพราะเห็นท่าทางหัวเกือบคะมำเลยสมเพชล่ะมั่งถึงอาสาให้เกาะตลอดทาง ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าที่แขนจานสีไม่สามารถเอื้อมให้ถึงคานด้านบนได้...

 

...ฉันสะบัดหน้าสองสามทีเพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกพร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาเดินให้ถึงบ้าน...ก็คงเป็นคนที่ผ่านมาและผ่านไปเหมือนทุกที...ใช่ แบบนั้นแหละจานสี

 

ทว่า...ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว

 


อีกสามก้าวฉันจะถึงบ้าน หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบวินาทีฉันจะทักทายแม่ (เป็นตัวเลขที่มั่วขึ้น) แต่ตอนนี้เวลาห้าโมงสิบหกนาทีสามสิบสองวินาที


“ว่าไงตัวเล็ก!

“พี่!...มาทำอะไรที่นี่หรอคะ?” คนถูกถามขมวดคิ้วนิดหน่อยก่อนจะยิ้มออกมา


 เป็นยิ้มแบบเดียวกับที่ส่งมาให้บนรถเมล์ เป็นยิ้มที่รู้สึกได้ว่าอยากจะยิ้มให้จากใจจริง


“ก็นี่บ้านพี่” เขาชี้ไปที่บ้านข้างๆ

 

จานสีเจอคุณคนใจดีอีกครั้ง

.





24 5 61



ลบรีไรท์บ่อยมากกับเรื่องนี้ >< รื้อพล็อตเขียนใหม่เป็นอย่างนี้มาตลอด แฮ่

ยังไงก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ สัญญาว่ารอบนี้รอบสุดท้ายแย้ว

1 Fav = 1 หน่วยกำลังใจ    1 comment = 1 บรรทัดใน W



ไม้ " ไ ม้ ไ ม่ เ ค ย อ่ อ น โ ย น "

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

20 ความคิดเห็น