สาวสดใสกับนายซึน

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : Day Off

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 57

Chapter 9 : Day Off
 

วันนี้ฉันตื่นขึ้นมาตอนสายๆด้วยอาการแฮงค์นิดหน่อย จะว่าไปก็ไม่หน่อยเท่าไหร่หรอก

มึนหัวพอสมควรแถมคลื่นไส้อีกด้วย

พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เขาจูบฉันแล้วฉันแทบจะไม่อยากแบกหน้าออกไปเจอนายนัฐเลย

ถึงมันจะไม่ใช่จูบแรก แต่ก็... เห้อ... ถึงฉันจะอายุขนาดนี้ก็ไม่ได้จูบใครบ่อยๆหรือมีแฟนมาเยอะหรอกนะ

ฉันมีแฟนมาแค่คนเดียวในสมัยเรียนแค่นั้น เราคบกันมานานจนกระทั่ง

ก่อนฉันจะลาออกจากงานไม่นานนักฉันจับได้ว่าเขานอกใจฉันที่คบมา 7 ปี

ไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะเลิกกัน แต่ช่างมันเถอะพูดไปก็เท่านั้น คนหมดรักก็คือหมดรัก

ยังไงฉันก็โสดมา 2 ปีแล้ว แค่จูบกับผู้ชายคนนึงเพื่อตัดปัญหาบางอย่าง

มันก็ไม่ได้น่าตกใจอะไรสักเท่าไหร่หรอก คิดได้แบบนั้นฉันจึงนอนทำใจสักพักแล้วลุกไปอาบน้ำ

ฉันเดินออกจากห้องน้ำมาพอดีกับที่นายนัฐยื่นหน้าเข้ามาในห้องฉัน

“เฮ้ยคุณ!!!!!!!!” ฉันตะโกนพร้อมทั้งหยิบผ้าห่มบนเตียงมาคลุมตัว

พอนายนัฐเห็นสภาพฉันเขาหันหลังกลับแล้วเดินไปรอในห้องของเขา

แล้วถามฉันโดนที่ไม่โผล่หน้าเข้ามาแทน

“โทษทีคุณ ผมซื้อกาแฟกับบะหมี่ถ้วยมา กินอะไรร้อนๆแก้แฮงค์ คุณจะเอาด้วยหรือเปล่า”

“เอาค่ะ แต่คราวหลังคุณส่งเสียงมาก่อนสิเวลาจะเข้าห้องผู้หญิงน่ะ!” ฉันบ่นเขาแก้เขิน

ถึงจะไม่ได้โป๊อยู่ แต่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่ฉันไส่อยู่มันก็คงไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะให้ใครเข้ามาเห็นสักเท่าไหร่

“เท่าเด็กๆอย่าบ่นนักเลยคุณ” เขาพูดขำๆ ทำเอาฉันพูดไม่ออกเลยทีเดียว ผู้ชายอะไรปากร้าย!

“เงียบเลย โกรธเหรอคุณ” เขาถามซ้ำเมื่อฉันไม่ตอบโต้อะไร

ฉันจึงเดินหน้ามุ้ยไปที่ห้องของเขา ซึ่งมีโซนที่จัดไว้เป็นโต๊ะกับเก้าอี้สำหรับ 2 คน

“กับฉันเนี่ยปากร้ายตลอดเลยนะคุณ” ฉันพูดกับเขาอย่างงอนๆนิดหน่อย ทำให้เขาหัวเราะออกมา

แปลกนะทั้งๆที่เราจูบกันไปเมื่อวาน ฉันคิดว่าตอนเจอหน้าเขาเราจะขัดเขินกันมากกว่านี้เสียอีก

แต่กลับไม่เป็นแบบนั้น เรายังสามารถพูดเล่นกันได้อย่างสบายใจ

“ทำไมคุณไม่ยอมเรียกผมว่าพี่ ทั้งๆที่คุณก็เรียกนะโมว่าพี่” เขาถามฉันขณะที่เรากำลังจิบกาแฟ

นั่งรอบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในถ้วยได้ที่อยู่

“ก็คุณทำตัวไม่น่ารัก” ฉันตอบพร้อมยิ้มกวนๆก่อนจะยักคิ้วให้เขาข้างหนึ่งเพื่อยั่วอารมณ์เขาเล่น

เขาเลิกคิ้วแล้วถาม “ถ้าผมทำตัวน่ารักคุณจะเรียกผมว่าพี่งั้นเหรอ?

ฉันยักไหล่ให้เขาทีนึงแล้วเปิดบะหมี่ถ้วยกินโดยไม่ตอบเขา

เขาเลยเปิดบะหมี่ถ้วยกินบ้างแล้วบอกฉันถึงแผนการของเราวันนี้

“วันนี้วันออฟนะคุณ แต่เราต้องกลับมาเร็วหน่อย เพราะเราต้องเตรียมตัวไปปูซานพรุ่งนี้ คุณอยากไปไหนหรือเปล่า ถ้าใกล้ๆไม่มีปัญหา”

“ของฉันเยอะมากเลย ทำยังไงดี ถ้าให้แบกไปหมดมีหวังไม่สนุกแหงๆ” ฉันนิ่วหน้าเพราะเริ่มรู้สึกถึงปัญหา

“เอาของทิ้งไว้นี่แหละเอาชุดไปเผื่อสักชุดแล้วเอาไปแต่ของสำคัญก็พอ ผมว่าจะเปิดห้องทิ้งไว้ เราจะได้มีที่กลับมาอาบน้ำก่อนจะไปขึ้นเครื่องด้วย” เขาบอกฉันมาแบบนั้นทั้งๆที่สำหรับเขาแล้วฉันว่ามันไม่จำเป็นเลยสักนิดที่จะต้องเปิดห้องทิ้งไว้แล้วเสียเงินฟรีๆไปแบบนั้น เราสามารถไปและกลับจากปูซานแล้วตรงไปขึ้นเครื่องเลยโดยไม่จำเป็นต้องแวะที่โรงแรมก่อนแบบที่เขาพูดสักนิด

“เพราะฉันหรือเปล่าคะ??? ฉันถามเขาไปตรงๆ เขาเงียบไปเหมือนกำลังไตรตรองว่าจะตอบฉันยังไง

“ก็ด้วยส่วนนึง แต่ที่ผมพูดมันก็จริง ยังไงเราก็ต้องหาที่อาบน้ำก่อนไปสนามบิน หรือคุณจะเน่าทั้งวัน ผมไม่มีปัญหานะ” เขาพูดแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ฉันว่าเพราะเขาเป็นแบบนี้ฉันจึงสบายใจเวลาอยู่กับเขา

ไม่ต้องกลัวมีปัญหาเรื่องการคิดเล็กคิดน้อยทีหลังเพราะเขาจะพูดกับฉันตรงๆ

“ไม่มีทางอะ เพราะงั้น เพื่อเป็นการเซฟเงินคุณ วันนี้ฉันไม่อยากไปไหนก็แล้วกัน สำรวจรายการโทรทัศน์เกาหลีสักวันคงไม่เป็นไรมาก” ฉันพูดแล้วยิ้มประจบเขา

“ดีเหมือนกัน ตั้งแต่เมื่อวานผมยังไม่ได้เช็คอีเมลล์เลย ลงไปซื้ออะไรมาไว้ทานเพิ่มหน่อยไหมคุณ”

หลังจากนั้นเราเลยเดินไปมินิมาทแถวนั้น เราซื้อข้าวปั้นที่เราอ่านไม่ออกว่ามันเป็นไส้อะไรมาอย่างละลูก

กะว่าจะเอาไว้สุ่มกันเล่นๆว่าใครจะได้รสอะไร นมกล้วย ขนม แล้วก็พวกน้ำหวานแปลกๆอีกนิดหน่อย

เมื่อกลับถึงห้องฉันจึงเดินไปจัดกระเป๋าที่ห้องตัวเอง แล้วเดินกลับมาที่ห้องนายนัฐเพื่อดูโทรทัศน์ ห้องฉันเป็นเหมือนห้องนอนเล็กถึงจะเป็นเตียงสำหรับสองคนและมีห้องน้ำในตัวแต่ก็ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ

ฉันดูโทรทัศน์ไปชิมน้ำหวานรสชาดแปลกๆที่ซื้อมาไปสักพัก

ก็เริ่มเลื้อยไปตามโต๊ะ จนนายนัฐบอกให้ฉันไปนอน

เขาคงเริ่มรำคาญ เพราะเขากำลังเช็คอีเมลล์อย่างขะมักเขม้น

ฉันจึงเดินไปนอนบนเตียงเขาแล้วดูโทรทัศน์ต่อ แล้วปล่อยให้เขาใช้โต๊ะกับเก้าอี้ได้จนพอใจ

อืม... หอมจัง ฉันเริ่มคิดว่าตัวเองโรคจิตหน่อยๆ ที่ชอบกลิ่นจากผ้าห่มและหมอนของเขา

กลิ่นจากเครื่องนอนของเขาที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด

บวกกับอาหารที่กินเข้าไป อีกทั้งอากาศเย็นสบาย

ทั้งหมดนั้นเริ่มออกฤทธิ์กับฉัน ไม่นานนักฉันก็ผลอยหลับไป

 

 

 

 

 

เนื่องจากเมื่อวานผมไม่ได้เช็คอีเมลล์เลย วันนี้ผมเลยมีงานค้างเยอะพอสมควร

แต่ยัยอันอันตัวดีก็เอาแต่กลิ้งไปกลิ้งมาบนโต๊ะ จนทำให้ผมไม่มีสมาธิทำงาน ผมจึงบอกให้เธอไปนอน

พอผมทำงานเสร็จเหลือบตาขึ้นมามองก็ต้องตกใจ เพราะเห็นเธอนอนอยู่ที่เตียงผม!!!!

ยัยนี่เข้าใจอะไรบ้างไหมเนี่ยว่าผมก็เป็นผู้ชายธรรมดา หรือเธอยังคิดว่าผมเป็นเกย์อยู่นะ

ถึงไม่เคยระวังตัวอะไรกับผมเลย ผมยืนจ้องเธออยู่แบบนั้นสักพัก

และคิดว่าจะเอายังไงกับเธอดี แล้วผมก็ได้แต่ถอนหายใจ ผมคงต้องสละเตียงให้เธอสินะ

แต่ผมขอค่าสละเตียงหน่อยแล้วกัน ด้วยความหมั่นเขี้ยวผมคิดได้แบบนั้นผมจึงก้มลง

จุ๊บหน้าผากเธอ 1 ที แล้วให้เหตุผลกับตัวเองอย่างโกงๆว่า ผมไม่ได้ทำอะไรผิด

แค่ขอค่าสละเตียงเท่านั้นเอง แล้วผมจึงเดินมานั่งฟุบหลับกับโต๊ะตามประสาผู้เสียสละ(???) ตามเดิม

 

 

 

ฉันตื่นขึ้นมาตอนประมาณ 4 โมงเย็นก็เห็นนายนัฐฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ

ฉันจึงปลุกเขามานอนที่เตียง นายนัฐเดินสะโหลสะเหลมานอนที่เตียงแล้วกอดเอาหน้าซุกผ้าห่มไว้

ผ้าห่มที่ฉันพึ่งห่ม!!!! ให้ตายสิ คิดแบบนั้นแล้วมันทำให้ฉันเขินจนตัวแดง

แต่ก็นะ... มันคงไม่ต่างจากที่ฉันนอนห่มผ้าห่มของเขาหรอก

พอคิดได้แบบนั้นแล้วฉันก็เริ่มรู้ตัวว่าฉันทำอะไรลงไป เขาจะคิดยังไงนะที่ฉันใช้เครื่องนอนของเขาแบบนั้น

โอ๊ย อันอันเอ๊ย!!! อยากจะบ้า.....

ฉันเดินกลับห้องไปจัดการเช็คกระเป๋าสำหรับจะไปปูซานพรุ่งนี้เช้านี้ดูอีกทีว่าไม่ลืมของสำคัญอะไร

หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัว  แล้วจึงเดินไปที่ห้องนายนัฐ

ตอนนี้ จะหกโมงเย็นแล้วเขายังไม่ตื่นเลย เฮ้ย เขาต้องตื่นได้แล้วนะเดี๋ยวกลางคืนก็นอนไม่หลับกันพอดี!!!

ฉันเลยปลุกเขา แต่นะคนอย่างฉันให้ปลุกนายนัฐแบบดีๆน่ะเหรอ หึหึ

ฉันเริ่มจากเดินไปข้างเตียงแล้วเกระชากผ้าห่มของนายนัฐก่อน เขาเพียงงืมงัมในคออย่างรำคาญ

สเต็ปต่อไป ฉันจึงก้มไปมองหน้านายนัฐชัดๆ อืม... หล่อจริงๆนะเนี่ย

แล้วฉันก็จัดการโยกจมูกเขาเล่นพร้อมทั้งตะโกนใส่หูเขา “นายนัฐตื่นได้แล้วววววววว!!!!

ทันใดนั้น...กรรมตามสนอง เขากระชากฉันลงไปที่เตียงแล้วคล่อมฉันไว้อย่างที่ฉันตั้งตัวไม่ทัน

ฉันตกใจแทบบ้า ได้แต่ตะโกนให้เขารู้สึกตัวเร็วๆ “นายนัฐอย่าทำแบบนี้นี่ฉันเอง ฉันเอง อันอัน อันอันไง”

แต่เหมือนนายนัฐจะไม่แปลกใจเท่าไหร่ พอเขาลืมตาตื่นเต็มที่ก็ถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงมาทับฉันทั้งตัว

ก่อนจะกลิ้งตัวไปนอนแผ่ข้างๆฉัน “นายทำบ้าอะไรเนี่ย หนักนะ!!!!

ฉันพูดไปแบบนั้นทั้งๆที่หน้าแดงตัวแดงสลับกับซีดแบบปรับตัวไม่ถูกทั้งตกใจทั้งเขิน

“เธอนั่นแหละเล่นบ้าอะไร” เขาพูดอย่างหงุดหงิดแล้วเอามือปิดหน้าอยู่แบบนั้นสักพักแต่ฉันแอบเห็นว่าหูเขาแดงอะ แล้วเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป   ฉันผิดอะไรเนี่ย ฉันได้แต่คิดอย่างงงๆ

เขาอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วมองฉันที่นั่งอยู่บนเตียงเขาแล้วเลิกคิ้วอารมณ์ประมาณว่า

ทำไมเธอยังอยู่ตรงนี้ ทำไมเธอไม่กลับไปห้องเธอเสียที

“ฉันไม่เขินหรอกน่า เห็นพุงเจ้าอายกับพี่อิงออกจะบ่อย” ฉันพูดแบบนั้นแล้วหันไปดูโทรทัศน์ต่อ

นายนัฐยืนเท้าสะเอวอารมณ์คงแบบฉันจะทำยังไงกับเธอดี แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า

“เธอจะไม่ไปจริงๆสินะ จะอยู่ตรงนี้จริงๆสินะ” ฉันหันไปมองเขา เห็นเขากำลังแกะปมผ้าเช็ดตัว

ฉันเลยรีบตะโกนบอก “ไปแล้วๆ” แล้วรีบวิ่งออกจากห้องเขา นายบ้านี่ ทำไมไม่ไปเปลี่ยนในห้องน้ำหละ

ฉันอยากดูโทรทัศน์นี่ ฉันได้แต่คิด แล้วเขาก็ตะโกนมาว่า”เธอไม่เขิน แต่ฉันอาย!

เล่นเอาฉันทั้งเขินทั้งหมั่นไส้เขาอีกรอบ

เราสงบศึกเพียงเท่านั้นก่อนจะจัดการข้าวปั้นที่ซื้อมาเมื่อตอนกลางวันคนละชิ้น

แล้วออกไปเดินเล่นดูเมียงดงยามค่ำคืนอีกสักวัน นายนัฐเห็นฉันยืนเมียงมองร้านอาหารแบบเต้นท์

ริมถนนแถวๆโรงแรม
 เขาหันมามองหน้าฉันถามด้วยสายตาประมาณว่าเธออยากลองเหรอ

ฉันมองตอบเขาด้วยประกายตาปิ๊งๆ เขาจึงเดินนำฉันเข้าไปในร้าน

“เหมือนในซีรี่ย์เลยคุณ” ฉันพูดอย่างเพ้อๆตามประสาคนติดซีรี่ย์

“เอาอาหารแบบในซีรี่ย์ด้วยเลยหรือเปล่าหละคุณ” นายนัฐถามแบบนั้นแล้วหัวเราะหึๆ

“ได้ก็ดีนะคุณ” ฉันมัวแต่ยินดีที่ได้เข้าร้านตามแบบซีรี่ย์เลยไม่ทันเห็นหน้าตาเจ้าเล่ห์ของเขา

แต่พออาหารมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละ ฉันได้แต่อึ้งและอ้าปากค้าง ก็ดูเขาสั่งสิ!!!

ปลาหมึกดิบงี้ ตีนไก่เผ็ดงี้ ไส้ย่างงี้!!!

“นายนัฐ!!!!!”ฉันได้แต่เรียกชื่อเขาเสียงหลง

เขาหันหน้ามายิ้มให้ฉันไม่รู้สึกผิดสักนิดแถมยังมีหน้ามาถามว่า”ทำไมเหรอ นี่ก็อาหารตามซีรี่ย์เลยนะคุณ”

“อย่างอื่นฉันไม่ว่า แต่ปลาหมึกดิบนี่มัน.....”

“หรือคุณไม่กล้า นี่ตามซีรี่ย์เดะๆเลยนะคุณ” เขายิ้มให้ฉันอย่างท้าทาย

แต่มีหรือคนอย่างฉันจะยอม “ก็ไม่กล้าสิ ถามได้”

มีหรือคนอย่างฉันจะหลงกลยอมกิน หึๆ นายนัฐรู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว เรื่องแบบนี้ยุฉันไม่ขึ้นหรอกหึๆ

แต่แทนที่เขาจะโกรธ เขากลับหัวเราะขำแล้วรินโซจูให้ฉัน “กินเยอะไม่ได้นะคุณพรุ่งนี้เช้าต้องไปปูซาน”

“แค่นี้จิ๊บๆคุณ” ฉันพูดโอ่ๆ

“แล้วเมื่อเช้าใครแฮงค์ หลับยันเย็น” เขาพูดคืนบ้าง

“ฉันตื่นก่อนคุณนะ” ฉันเถียงคืน

“แต่ผมนอนทีหลังคุณเยอะแล้วกัน”เขาพูดแล้วส่ายหัว

“ตีนไก่เผ็ดนี่อร่อยดีเหมือนกันนะ” ฉันชวนนายนัฐที่เอาแต่กินคุย

“ไส้ย่างนี่ก็อร่อยเหมือนกัน” นายนัฐออกความเห็นบ้าง

ระหว่างที่เรากินไปคุยกันไป กระดกโซจูไปอยู่นั้น คุณลุงเจ้าของร้านที่ไม่เห็นเราสองคนแตะเจ้าปลาหมึกน้อยที่นอนยั๊วะเยี๊ยะอยู่ในจาน ก็เดินเข้ามาสาธิตวิธี พร้อมคะยั้นคะยอให้ชาวต่างชาติอย่างเราลองให้ได้

นายนัฐโดนก่อน เขาคงรำคาญคุณลุงเจ้าของร้านหน่อยๆเลยพยายามกินให้มันจบๆไป

ฉันเห็นเขาทำหน้าหยึยๆ แล้วรีบกระดกโซจูตามไปครึ่งขวด อ่า... รู้เลยว่ามันต้องแย่แน่ๆ

แล้วก็ไม่พลาด เป้าหมายต่อไปของคุณลุงคือฉัน ส่วนนายนัฐตอนนี้ดูจากสภาพเขาแล้ว

คงช่วยอะไรฉันจากคุณลุงจอมจุ้นไม่ได้ เพราะตอนนี้หน้าเขาแดงแปร๊ด อาจด้วยฤทธิ์โชจูที่เขากระดกลงไป

ฉันพยายามปฏิเสธอย่างถึงที่สุดแต่ก็พ่ายแพ้อย่างย่อยยับให้กับคุณลุงไม่ต่างจากนายนัฐ

ฉันรีบกลืนเจ้าปลาหมึกนั่นลงไป แต่รู้สึกเหมือนมันติดคอแล้วก็มีแรงดูยุบยับ ฉันเข้าใจเลยว่า

ทำไมนายนัฐต้องกระดกโชจูไปขนาดนั้น เพราะฉันก็ต้องทำไม่ต่างกัน

เมื่อคุณลุงเห็นเราสองคนกินเจ้าปลาหมึกน้อยนั่นเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

แกก็เดินไปหน้าเตาทำหน้าที่ของแกต่อไป ส่วนฉันน่ะเหรอ มึนหัวสุดๆไปเลย ฉันหันไปมองหน้านายนัฐแล้ว

อาการนายนั่นคงดีกว่าฉันไม่มากนักหรอก

“ยังไหวอยู่ไหมคุณ” นายนัฐถามฉันแล้วจิ้มๆหน้าผากฉันเพื่อเช็คว่าสติของฉันเหลือเท่าไหนกัน

“โลกหมุนใช้ได้เลยล่ะคุณ แล้วคุณหละโอเคเปล่า” หน้าเขาแดงแปร๊ดฉันเลยอดเป็นห่วงเขาไม่ได้

“แค่มึนๆนิดหน่อยนั่งสักพักน่าจะดีขึ้น คุณเดินกลับโรงแรมไหวไหมเนี่ย”เขาถามด้วยความเป็นห่วง

เรานั่งต่อกันสักพัก นายนัฐดูอาการดีขึ้น ส่วนฉันเหรอ รู้สึกเหมือนจะแหวะให้ได้

นายนัฐพยุงฉันออกจากร้านแต่เดินไปสักพัก เขาก็บอกว่าถ้าเขาแบกฉันกลับ

น่าจะเร็วกว่าที่จะมาพยุงแบบนี้ ตอนนั้นสติฉันลิบหลี่มากฉันจึงยอมให้เขาแบกอย่างว่าง่าย

“ถ้าจะแหวะบอกผมนะ อย่าแหวะใส่ผมหละ” นายนัฐบอกฉันแบบนี้

ฉันทำได้แค่พยักหน้า เพราะถ้าพูดดีไม่ดีฉันอาจจะแหวะใส่เขาเร็วๆนี้

พอถึงห้องแล้วเขาวางฉันลงแค่นั้นแหละ ฉันวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อคายของเก่าทันที

ฉันว่าฉันเก่งหละที่อดทนมาจนถึงห้องได้ ส่วนนายนัฐหายไปไหนไม่รู้ เหมือนเขาจะออกไปข้างนอก

สักพักเขาก็เข้ามาหาฉันที่ห้อง บังคับให้ฉันดื่มน้ำหวานๆที่เขาซื้อมา

แล้วบอกให้ฉันเอาผ้าชุบน้ำที่เขาเอามาให้เช็ดหน้าเช็ดตาซะ ฉันทำตามอย่างว่าง่าย

เพราะฉันรู้เลยว่าพรุ่งนี้ฉันแย่แน่ๆ ยิ่งพรุ่งนี้เราต้องตื่นไปปูซานแต่เช้าตรู่

เขาเปลี่ยนผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดหน้าเช็ดตาให้ฉันอยู่ครุ่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะขอตัวไปนอน

ณ เวลานั้นไม่รู้ว่าในสมองฉันคิดอะไร ฉันดึงคอเสื้อเขาลงมาแล้วจูบแก้มเขาไป 1 ที

บอกขอบคุณเขาแล้วฉันก็หลับไปเลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามีปฏิกริยายังไงกับการกระทำของฉัน

มันคงพอๆกับที่ฉันไม่เข้าใจตัวเองนั่นแหละว่าทำแบบนั้นทำไม ฉันแค่รู้สึกว่าต้องทำแบบนี้...






29 ความคิดเห็น