สาวสดใสกับนายซึน

ตอนที่ 12 : Chapter 10 : ปูซานลำลึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 เม.ย. 57

Chapter 10 : ปูซานลำลึก



ตอนนี้เราอยู่บนรถไฟ กำลังเดินทางไปปูซาน โดยรถไฟความเร็วสูงKTX 

ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 45 นาที โดยเราเลือกตั๋วรอบแรกของวันคือ 05.30น.

และจองตั๋วขากลับเวลา 16.00 น. เพราะเราต้องขึ้นเครื่องกลับไทย 21.20 น.

เมื่อเช้าฉันตื่นขึ้นมาด้วยอาการเมาค้างอีกตามเคย ปวดหัวเป็นบ้า แต่ยังไงก็ต้องทำตามแผนที่วางไว้

ฉันกับนายนัฐไปขึ้นรถไฟที่สถานีโซลทันอย่างเฉียดฉิว

หลังจากได้ที่นั่งตรวจตั๋วอะไรเรียบร้อยแล้วเรา2คนก็หลับไปเลย

เราตื่นมาอีกทีก็ตอนที่ประกาศบอกว่ากำลังจะถึงสถาณีปูซาน เก็บของกันแทบไม่ทัน

เนื่องจากเรามีเวลาในการเที่ยวน้อย เราจึงตกลงกันว่าจะเริ่มต้นกันที่หาดแฮอึนแด

นายนัฐซื้อตั๋วสำหรับล่องเรือชมรอบเกาะโอรยูกโด สำหรับเราสองคน

ระหว่างรอให้ถึงเวลาเรือออก เราก็ไปหาอะไรใส่ท้องกันเล็กน้อยเพราะกองทัพถึกเถื่อนอย่างงเรา

แน่นอนว่าต้องเดินด้วยท้องเป็นหลักอยู่แล้ว

ระหว่างที่เดินชิมอาหารข้างทางร้านโน้นร้านนี้อยู่นั้นฉันก็เจอเข้ากับขนมหวานที่น่าสนใจ

เจ้าสตอเบอรี่เคลือบน้ำตาล สตอเบอรี่ลูกโตๆชุบด้วยน้ำตาลหอมๆสีชมพูดูน่าลิ้มลอง

ฉันเลยจัดการสอยมา 2 ไม้ให้นายนัฐได้มองอย่างทึ่งๆ โดยที่พูดห้ามอะไรไม่ทัน

“ถ้าไม่อร่อยผมไม่ช่วยนะคุณ!!!” นายนัฐพูดกับฉันแบบนั้นเมื่อเห็นฉันถือเจ้าสตอเบอรี่ 2 ไม้เจ้าปัญหานั่น

“อร่อยมากเลยล่ะคุณ!!!!” ฉันพูดพร้อมทำตาเป็นประกายปิ๊งๆใส่นายนัฐหลังจากชิมแล้ว

สตอเบอรี่เปรี้ยวๆหวานๆลูกโตๆ เคลือบน้ำตาลกลิ่นหอมหวานคล้ายๆลูกอมโลเล่บ้านเรา

นายนัฐที่เห็นฉันทำหน้าฟินสุดๆแบบนั้นเลยอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงมาชิมสตอเบอรี่ในมือฉัน

“อร่อยไหมคุณ” ฉันถามเขาแบบลุ้นในคำตอบสุดๆ

“ก็โอเค ไม่เสียดายตังค์” เขาพูดแล้วยิ้มกวนๆให้ฉัน คงจะแค้นมากเรื่องจาจังมยอลตอนนั้นแน่ๆ

เมื่อเราเดินกลับมาที่ท่าเรืออีกครั้งก็ถึงเวลาที่ต้องเผชิญชะตากรรม

ฉันพูดไม่ผิดหรอก เผชิญชะตากรรม เพราะคลื่นสูงมาก ลมแรงมาก และก็หนาวมากกกก !!!!!!

ทั้งความเหนียวเหนอะหนะของไอจากน้ำทะเล ลมหนาวและคลื่นสูงทำเอาฉันผู้ไม่เคยเมาเรือถึงกับหน้าซีด

“ไหวไหมคุณ” นายนัฐถามฉันด้วยความห่วงใย

“ยังพอได้อยู่ค่ะ สงสัยเป็นเพราะแฮงค์เมื่อคืนแน่ๆเลย แล้วยังมาเจอคลื่นแบบนี้อีก”

ขณะที่ฉันบ่นสีหน้าก็แย่ลงเรื่อยๆ นายนัฐจึงถอดแจ็คเก็ตของเขามาให้ฉัน

“ใส่นี่ไว้ มันหนาวมากเลยนะ เดี๋ยวไม่สบายไปจะแย่ยิ่งกว่าเดิม”

ฉันรับแจ็คเก็ตจากเขาสอย่างไม่อิดออดเพราะรู้ดีว่า ถ้าฉันป่วยหนักเข้าไปอีก

ฉันคงต้องกลายเป็นภาระเขาแน่ๆ เพราะมันหนาวมาก

ฉันจึงพยายามนั่งเบียดเขาเพื่อให้เขาได้รับความอบอุ่นด้วย

ภาพที่คนนอกมองมาเราคงไม่ต่างจากคู่รักที่กำลังสวีทหวานอิงแอบกัน

แล้วตอนนั้นเองฉันก็ได้พบกับคนที่ฉันไม่คาดว่าจะต้องมาเจอในต่างประเทศแบบนี้

อิฐ แฟนเก่าของฉันเอง ถึงฉันจะเลิกใส่ใจหรือเจ็บปวดเพราะเขาแล้ว
แต่แน่นอนความเจ็บแค้นมันยังคงไม่หายไปหรอกกับสิ่งที่เขาทำกับฉันไว้

แล้วตอนนี้มันก็ไม่ใช่สถาณะการที่ฉันพร้อมจะเผชิญหน้ากับคนรักเก่าอย่างอิฐนัก

“อันอันนี่ ไม่คิดเลยว่ามาไกลขนาดนี้โลกยังกลมจนเราต้องพบกัน”

อิฐทักฉันยิ้มๆแล้วหันไปค้อมหัวเป็นการทักทายนายนัฐ

นายนัฐค้อมหัวให้อิฐนิดๆเหมือนเป็นการรับการทักทาย

แล้วหันมามองหน้าฉันเหมือนต้องการคำอธิบาย ฉันมองตอบเขาอย่างลุแก่โทษแล้วจึงหันไปคุยกับอิฐ

“สงสัยโลกจะกลมจริงๆ คุณมากับใครเหรอคะ” ฉันพูดแบบยิ้มแต่ปาก

ที่ฉันถามแบบนั้นเพราะเห็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่ยืนทำหน้างงข้างๆเขา

เธอคงไม่รู้สินะว่าเขาเลือกเธอที่พึ่งเจอแทนที่จะเป็นฉันที่คบมา 8 ปี ฉันได้แต่คิดแล้วยิ้มเจือนๆ

“ลืมแนะนำไปเลยนี่หนึ่ง แฟนของผมครับ เรากำลังจะแต่งงาน

ดีเลยที่เจออันอันเราเชิญเธอเลยนะ แฟนเธอด้วย เดี๋ยวเราส่งซองไปให้ที่บ้านนะยังอยู่ที่บ้านใช่หรือเปล่า”

เขาพูดกับฉันแล้วหันไปแนะนำฉันกับแฟนของเขาว่าฉันเป็นเพื่อนเก่าของเขา

“เธอจะไม่แนะนำแฟนเธอหน่อยเหรอ” อิฐพูดกับฉันแต่หันไปมองหน้านายนัฐ

นายนัฐคงเห็นฉันไม่พร้อมจะรับสถาณะการณ์นักจึงแนะนำตัวเองกับอิฐ

“ผมนัฐครับ คุณ...???

“อิฐ ครับ ส่วนนี่แฟนผมชื่อหนึ่ง ผมเป็นเพื่อนเก่าของอันอันครับ”

“เดี๋ยวเราขอตัวไปนั่งที่แล้วนะครับ คลื่นแรงมากเลย ลงเรือแล้วรอคุยกันก่อนนะครับ”

อิฐพูดแล้วเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม

ส่วนนายนัฐหันมาจ้องฉันเขม็งคาดคั้นแบบที่ว่าถ้าฉันไม่ตอบ
เขาอาจจะผลักฉันตกเรือได้

“ไม่ต้องทำหน้าดุขนาดนั้นคุณ เขาเป็นแฟนเก่าฉัน” ฉันบอกนายนัฐไปตามตรง

“ถึงว่าดูคุณไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง เขาก็ดูดีนี่ ยังลืมเขาไม่ได้เหรอ”

นายนัฐพูดนิ่งๆแบบที่ฉันเดาอารมณ์ของเขาไม่ออก

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ แค่จบกันไม่ดี... ไม่ดีมากๆ เขาเป็นแฟนคนแรกและคนเดียวของฉัน

เราคบกันมา 8 ปี ฉันจับได้ว่าเขาคุยกับคนอื่น เขาเลยสาระภาพผิดแล้วขอเลิกกับฉัน

ไปคบกับผู้หญิงที่เขาพึ่งเจอแค่ 2 เดือน แล้วขอเป็นเพื่อนกับฉัน ปกติเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายหรอกนะคะ

ที่เขาชวนฉันไปงานแต่งงาน อาจจะเพราะอยากให้ฉันไปจริงๆก็ได้ในฐานะเพื่อนอะนะ

แล้วก็คงเข้าใจผิดและเห็นว่าฉันมีคุณ” ฉันอธิบายทุกอย่างแล้วบอกนายนัฐไปตามตรง

“แล้วคุณจะเอายังไง” นายนัฐถามฉันด้วยความสงสัย

“ฉันคงต้องขอให้คุณยอมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนฉันไปสักระยะล่ะค่ะ” ฉันบอกเขายิ้มๆ

แปลกนะ ฉันคิดว่าเขาจะโวยวายเสียอีก แต่เขากลับพยักหน้ารับอย่างง่ายๆ

หลังจากลงเรือ อาการฉันไม่ค่อยดีนักแต่ฉันก็อยากหลบให้พ้นจากอิฐและแฟนของเขา

จึงขอให้นายนัฐพาไปนั่งพักไกลๆจากท่าเรือ แต่ก็เหมือนโชคไม่ช่วยฉันเลย

เพราะสักพักอิฐและแฟนของเขาก็เจอฉันกับนายนัฐเข้า

“อันอันกับคุณนัฐลงจากเรือแล้วไม่รอพวกเราเลยนะครับ”

อิฐหันไปพูดกับนายนัฐเพราะคงเห็นว่าสีหน้าฉันดูแย่แค่ไหน

“อันอันเค้าอาการไม่ค่อยดีน่ะครับเลยมาหาที่อากาศโปร่งๆนั่งพัก” นายนัฐตอบยิ้มๆ

“คุณนัฐกับอันอันจะไปที่ไหนต่อเหรอครับ” อิฐถามนายนัฐแบบที่ดูก็รู้ว่าเขาคาดหวังอะไร

และฉันก็คิดว่างานนี้คนพูดน้อยอย่างนายนัฐคงสลัดอิฐไม่หลุดแหงๆ

“คิดว่าจะซื้อขนมไปให้นกนางนวลแล้วก็เดินเล่นริมหาดแถวนี้สักพัก ไปวัดแฮดงยงกุงซา

ต่อด้วยปูซานทาวน์เวอร์ แล้วนั่ง KTX กลับโซลครับ

เพราะเราต้องกลับไปเอาของที่โรงแรมแล้วขึ้นเครื่องกลับไทย” นายนัฐอธิบายอย่างละเอียด

“กลับกันวันนี้เหรอครับ เสียดายจัง พวกผมพึ่งมาวันนี้วันแรกเราเริ่มกันที่ปูซาน

แล้วพรุ่งนี้เย็นๆถึงจะนั่ง KTXไปโซลครับ งั้นไหนๆวันนี้ก็เจอกันแล้ว

พวกผมขอร่วมทริปด้วยแล้วกันนะครับ” พออิฐพูดแบบนั้นนายนัฐจึงหันมามองฉันอย่างขอความเห็น

ฉันพยักหน้าตกลง เพราะคิดว่าถ้าลองอิฐได้พยายามขนาดนี้แล้วเราคงสลัดพวกเขาไม่หลุด

แล้วคนแบบเขาคงมีเหตุผลอะไรสักอย่างแน่ๆ ซึ่งถ้าฉันเดาไม่ผิดคงกำลังหาโอกาสคุยกับฉันอยู่

ไหนๆก็ไหนๆแล้วเรื่องของฉันกับเขาก็คงต้องทำอะไรๆให้มันกระจ่างเสียที จะได้ไม่ต้องมีอะไรติดใจกันอีก

หลังจากทุกคนปล่อยให้ฉันนั่งพักจนอาการดีขึ้นเราสี่คนจึงเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อ

เพื่อซื้อขนมไปให้เจ้านกนางนวลสัตว์ขึ้นชื่อของปูซาน

“คุณโอเคเหรอให้เขาไปด้วย” นายนัฐถามฉันขณะที่เราเดินแยกจากคู่ของอิฐเพื่อเลือกซื้อขนม

“ฉันคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากคุยกับฉัน ไม่งั้นคงไม่พยายามหาทางมากับเราหรอก” ฉันพูดแล้วทำหน้าเซ็งๆ

“งั้นเดี๋ยววันนี้พิเศษ ผมจะทำตัวเป็นแฟนที่ดีจนแฟนเก่าคุณรู้สึกผิดเลย” เขาพูดแล้วหัวเราะ

“ฉันจะคอยดู จริงๆแล้วคุณนี่ขี้แกล้งนะ ไม่ได้เฉยชาอะไรเลยสักนิด” ฉันพูดอย่างหมั่นไส้เขา

“คูณรู้ก็ดีแล้ว ผมแค่ไม่ชอบเฮฮาสนิทสนมกับใครพร่ำเพรื่อ คุณผมยกให้เป็นกรณีพิเศษ”

เขาพูดแล้วยิ้มหวานชวนละลายใส่ฉัน ฉันได้แต่ส่ายหัวให้อีกตัวตนนึงของนายนัฐ
ที่พึ่งจะโผล่มาบ่อยช่วงที่เรามาเกาหลี

เมื่อเราได้ข้าวเกรียบสำหรับนกนางนวลและเลือกขนมสำหรับพวกเราเองพอแล้ว

ก็ได้เวลาไปตะลุยกับนกนางนวลเพื่อนรักกัน

ให้ตายสิ แค่เห็นถุงขนมข้าวเกรียบเท่านั้นนกนางนวลพากันกรูเข้ามาหาฉัน

จนนายนัฐต้องเดินมากันฉันจากนกนางนวลแล้วเอาถุงข้าวเกรียบไปถือเอง

หลังจากนั้นสักพักมหากรรมการโปรยข้าวเกรียบจึงเริ่มขึ้น

สักพักพอฉันเริ่มชินกับเหล่านกนางนวลการโปรยข้าวเกรียบมันก็กลายเป็นเรื่องสนุก

ฉันเห็นนายนัฐถ่ายรูปฉันกับนกนางนวลไว้เยอะเลย แล้วเพื่อความสมจริงหรืออะไรสักอย่าง

นายนัฐกับอิฐต่างแลกกันถ่ายรูป อิฐถ่ายรูปให้ฉันกับนายนัฐ และนายนัฐถ่ายรูปให้อิฐกับคุณหนึ่ง

เหมือนกับว่าพวกเรามาเดทคู่กันจริงๆยังไงยังงั้น

แล้วนายนัฐเริ่มแกล้งฉันด้วยการโยนข้าวเกรียบใส่ฉัน

ให้นกนางนวลบินมารุมฉัน ฉันจึงแกล้งเขาคืนบ้างด้วยวิธีเดียวกัน มันสนุกจริงๆฉันลืมทุกอย่างไปเลย

จากนั้นเราสองคนเริ่มลามไปแกล้งอิฐกับคุณหนึ่งด้วยการโยนข้าวเกรียบไปใกล้ๆพวกเขา

แค่นั้นแหละ อิฐกับคุณหนึ่งเอาคืนพวกเราทันทีจนเกิดสงครามย่อมๆขึ้น

และสงครามนั้นก็จบลงพร้อมๆกับที่ข้าวเกรียบในมือเราสี่คนหมดไป

เจ้านกนางนวลแห่งปูซานก็เป็นอันเชิดใส่เลิกสนใจต่างด้าวอย่างพวกเราสี่คนทันที

“มากับพวกคุณนัฐแล้วก็อันอันสนุกกว่าจริงๆด้วยนะครับแถมได้รูปคู่เยอะด้วย” อิฐพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี

ส่วนฉันกับนายนัฐทำได้แค่ยิ้ม แต่สำหรับฉันมันก็จริงนะ สนุกมากเลย ฉันลืมเรื่องที่บาดหมางกับอิฐไปเลย

เรานั่งพักให้หายเหนื่อยแล้วเรียกแท็กซี่ไปยังจุดหมายต่อไป

วัดแฮดงยงกุงซา ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมหน้าผามองเห็นทะเลกว้างไกล

แล้วก็สวยงามมากๆ ที่วัดนี้นายนัฐถ่ายรูปเยอะแยะเลย สงสัยว่าเขาจะชอบบรรยากาศหรืออะไรทำนองนี้

ในขณะที่ฉันไหว้ขอพรกับรูปปั้นไปทั่ว คุณหนึ่งก็เดินมาแซวฉันยิ้มๆ

“คุณอันอันคะ รูปปั้นนี้เขาไว้ขอลูกนะคะ คุณอันอันจะแซงหนึ่งกับพี่อิฐเหรอคะ”

เมื่อฉันหันไปดูตำบรรยายภาษาอังกฤษก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆให้คุณหนึ่ง

แม่เจ้า... มันเป็นรูปปั้นสำหรับขอลูกจริงๆด้วย ส่วนนายนัฐกับอิฐหนะเหรอ

สองคนนั้นขำกร๊ากเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุยจนฉันต้องบิดพุงนายนัฐเพื่อเตือนสตินิดนึง

“อะไรอะอันอัน เรากำลังตะแต่งงานยังไม่ขอเลย นี่เธอกลัวแพ้เราจนต้องขอลูกเลยเหรอ”อิฐแซวฉัน

“อันอันถ้าอยากขอลูกผมว่าคุณขอกับผมน่าจะได้เร็วกว่าขอกับรูปปั้นนะ” นายนัฐแซวบ้าง

แต่เพราะคำพูดเขาเล่นทำเอาฉันหน้าแดงแปร๊ดเลือดสูบฉีดปรี๊ดๆจนจะเป็นลมให้ได้ ฉันจึงบิดพุงเขาไปอีกที

“คุณคะ!!!! ไม่ต้องร่วมแซวก็ไม่มีใครว่านะคะ” ฉันกัดฟันพูดกับนายนัฐเต็มที่ ส่วนเขายังหยุดหัวเราะไม่ได้

“เราจะหาอะไรทานแถวนี้ หรือจะไปกินหรูที่ปูซานทาวน์เวอร์ดีครับ”
นายนัฐหันไปถามคู่ของอิฐหลังจากที่เขาหยุดหัวเราะได้

“เจอกันทั้งทีต้องฉลองหน่อยสิครับ เอาเป็นที่ปูซานทาวน์เวอร์กินไปชมวิวไปดีกว่า งานนี้ผมเลี้ยงเอง”อิฐพูด

“ได้เลย ไม่เคยเกรงใจ” ฉันพูดแทรกทันทีที่เห็นนายนัฐกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ

“งกไม่เปลี่ยนเลยนะอันอัน” อิฐพูดบ่นไม่จริงจังนัก

“จะดีเหรอครับคุณอิฐ เดี่ยวออกคนละครึ่งดีกว่านะครับ ผมไม่สบายใจยังไงไม่รู้”นายนัฐดูหนักใจ

“ไม่เป็นไรหรอกครับผมติดค้างอันอันไว้เยอะแค่นี้ยังชดใช้ไม่หมดเลย”อิฐยิ้มเจือนๆ

“งั้นผมกับอันอันไม่เกรงใจแล้วนะครับ เอาไว้งานแต่งคุณอิฐกับคุณหนึ่งผมจะใส่ซองหนักๆตอนนั้นแล้วกัน”

เมื่อเราถึงปูซานทาวเวอร์นายนัฐกับคุณหนึ่งขอเป็นคนไปติดต่อเรื่องอาหาร

จึงทำให้ฉันกับอิฐมีโอกาสได้คุยกัน เรานั่งเงียบกันสักพักจนฉันต้องเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน

“ที่ตามฉันกับคุณนัฐมาแบบนี้นายมีเรื่องจะพูดกับฉันใช่ไหมล่ะ”

“อืม... ก็คงเป็นเรื่องของเราที่ผ่านมา เราขอโทษสำหรับทุกอย่างนะอันอัน” ฉันคิดว่าอิฐพูดอย่างจริงใจ

“คบเรามาตั้งนานนายรู้ตัวเมื่อไหร่หละว่าชอบผู้หญิงบอบบางน่ารักขี้อ้อนแบบคุณหนึ่งไม่ใช่แบบฉัน”
ถึงคำถามของฉันจะเหมือนประชดประชันแต่มันก็เป็นคำถามที่ฉันอยากรู้จริงๆ

“จริงๆก็ตอนที่เจอหนึ่งเขานั่นแหละ... เรานึกไม่ถึงเลยว่าเราจะตกหลุมรักเขาอย่างรวดเร็วแบบนั้น

แต่เราดีใจนะที่อันเจอคนที่อันรักจริงๆ เวลาอันอยู่กับคุณนัฐอันดูน่ารัก ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นนะรู้ตัวหรือเปล่า”
อิฐพูดกับฉันแล้วยิ้มให้อย่าที่เพื่อนจะยิ้มให้เพื่อนคนนึง

“คงเพราะเขาเป็นคนที่นิ่งมาก ฉันเลยต้องเป็นคนงอแงแทนแบบนั้น”

ฉันพูดกับอิฐยิ้มๆแล้วนึกถึงเวลาที่ฉันอยู่กับนายนัฐ

“ดีใจด้วยนะอิฐที่เจอคนที่รักจริงๆ ขอให้รักกันนานๆแล้วก็ดูแลเขาดีๆล่ะ”

ฉันพูดกับอิฐแบบนั้นเพราะฉันรู้สึกว่าเราไม่สมควรมีเรื่องโกรธแค้นอะไรกันอีก

“อันไปงานแต่งเรานะ เราขอร้องช่วยอวยพรเราที ช่วยปลดปล่อยเราจากความรู้สึกผิดที”

“เห็นแก่ตัวจังนะ นายน่ะ” ฉันพูดกับอิฐแล้วส่ายหัว

“ก็จริง เรามันเห็นแก่ตัว แต่เราอยากเป็นเพื่อนกับอัน

เราว่าจริงๆแล้วความรู้สึกของพวกเรามันคงเหมือนเพื่อนกันมาตั้งแต่แรกนั้นแหละ

เพียงแต่เราหลงคิดไปว่ามันเป็นความรักแบบหนุ่มสาวแค่นั้นเอง”อิฐพูดแล้วเงียบไป

“มันก็อาจจะจริงอย่างที่นายว่า... ขอบคุณนะสำหรับที่ดูแลเราอย่างดีตลอดมา คงได้แค่เป็นเพื่อนกันจริงๆ

นั้นล่ะ ส่งการ์ดไปที่บ้านแล้วกัน เราจะไปงานแต่งนายแน่ๆ” ฉันพูดแล้วยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ

อิฐทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ฉันจึงแซวเขา “อย่าร้องเชียวนะเดี๋ยวสองคนนั้นกลับมาก็แตกตื่นกันพอดี”

เมื่อฉันพูดแบบนั้นเขาเลยยิ้มออกมาแทน เราคุยสัพเพเหระกันอีกสักพัก นายนัฐกับคุณหนึ่งก็กลับมา

“เขาให้เราไปเลือกวัตถุดิบสดๆแล้วก็ทำสดๆเลยค่ะ รับประกันความสดเลย”

คุณหนึ่งพูดอวดๆ ส่วนนายนัฐก็ทำแค่ยิ้มตามสไตล์เขานั่นแหละ

สักพักอาหารก็มาเสริฟ ซาซิมิสดๆ อาหารทะเลสดๆ อ่า ฉันว่างานนี้นายนัฐเล่นอิฐหมดงบไปเยอะแหงๆ

อาหารมื้อนั้นผ่านไปด้วยดี เราคุยกันสนุกสนานเฮฮาเหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรต่อกันมาก่อน

หลังอาหารมื้อนั้นฉันกับนายนัฐเก็บภาพเพิ่มอีกสักพักก็ขอแยกจากอิฐและคุณหนึ่งไปขึ้น KTX

เพื่อกลับไปเอากระเป๋าที่โซล แล้วไปขึ้นเครื่องเพื่อกลับไทย

“เจอกันที่เมืองไทยนะครับคุณนัฐ อันอัน”อิฐพูดกับฉันและนายนัฐ

“แล้วเจอกันครับ งานแต่งงานคุณสองคนผมไม่พลาดแน่พร้อมกับซองหนักๆ

เพราะมื้อนี้คุณอิฐโดนไปอ่วมทีเดียว” นายนัฐพูดกับอิฐขำๆ

“จริงครับ อ่วมหนักเลยมื้อนี้ หนึ่งกับอันอันกินเยอะมาก” เพราะอิฐพูดแบบนั้นเลยโดนคุณหนึ่งซัดเข้าไปทีนึง

ทำเอาฉันกับนายนัฐขำกลิ้ง

เมื่อเราอยู่บน KTX แล้วนายนัฐก็เริ่มซักฟอกฉัน

“คุยอะไรกันบ้างล่ะ คุณโอเคนะ เคลียล์กันแล้วใช่หรือเปล่า”

“เรียบร้อยค่ะไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว จริงๆฉันกับเขาอาจจะแค่รักกันแบบเพื่อนมากกว่า

ที่เราจะรักกันแบบชายหญิงคงเพราะความเข้าใจผิดๆในความรักบวกกับความเหงา

แล้วก็ไม่เจนเรื่องความรักกระมัง” ฉันพูดพร้อมลำลึกถึงความหลังของฉันกับอิฐที่ผ่านมา

“ถ้าคิดแบบนั้น ปลดปล่อยตัวเองได้แบบนั้นก็ดีแล้วล่ะคุณ ยิ่งติดอยู่กับมันยิ่งเจ็บปวด”

ไม่แน่ใจว่าฉันมองผิดไปหรือเปล่า เหมือนสายตาเขาดูปวดร้าวและแข็งกร้าวขึ้นมาแว๊บนึง

แต่มันก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว...

หลังจากนั้นเราก็คุยสัพเพเหระกันจนถึงโซล เราเรียกแท็กซี่ไปเอาของ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว

รีบไปที่สนามบิน เพราะต้องทำเวลาเราจึงไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก เราผ่านด่านตรวจอย่างไม่มีปัญหาอะไร

แล้วนายนัฐก็ซื้อของฝากที่ปลอดภาษีนิดหน่อย ก่อนที่เราจะขึ้นไปนั่งสบายๆบนเครื่องบิน

พอเครื่องเทคออฟเราก็กลับเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน หลับเอาแรงเช่นเคย

แต่ครั้งนี้ฉันนอนพิงเขาแบบไม่ต้องแอบแล้วก็ไม่คิดจะอายด้วย โดยใช้เหตุผลที่ว่า

เขาบอกเองว่าวันนี้เขาจะเป็นแฟนหนุ่มที่ใครๆก็ต่างอิจฉาของฉัน

พอนายนัฐได้ยินข้ออ้างของฉันเท่านั้นแทนที่เขาจะโวยเขากลับตอบรับอย่างดีว่า “ครับเจ้าหญิงของผม”

พอฉันตื่นขึ้นพรุ่งนี้ที่เมืองไทย เขายังจะเป็นนายนัฐที่น่ารัก หรือจะกลับไปเป็นนายนัฐจอมเย็นชากันนะ

ฉันเดาไม่ออกเลยจริงๆ ....




29 ความคิดเห็น

  1. #29 AuttazA (@auttaza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 17:42
    ไม่นานขนาดนั้นค่ะ 555+

    ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน ^__________^
    #29
    0
  2. #28 MAGARUN (@khosameklag) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 23:22
    สู้ๆ ค่ะไรต์อัพช้าไม่เป็นไร แต่ชาติหน้าอันนี้พุชดิ้งรับไม่ได้ Y^Y
    #28
    0
  3. #27 AuttazA (@auttaza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 05:51
    อัพช้าไปนิดขอโทษนะคะ พอดีไรท์เตอร์วุ่นๆน่ะค่ะ 

    ตอนต่อๆไปจะพยายามอัพเร็วๆไม่ให้ช้าเหมือนตอนนี้อีกนะคะ แฮ่....
    #27
    0