สาวสดใสกับนายซึน

ตอนที่ 4 : Chapter 4 : โลกใบกลมๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 มี.ค. 57

          Chapter 4 : โลกใบกลมๆ 


เช้าวันนี้ฉันถูกเสี่ยอมร คุณป๊าที่เคารพวานให้ไปดูคนงานที่สวนยางพาราวรมุข

แล้วเอายางแผ่นรมควันที่อยู่ในโรงเก็บไปขาย  ทำไมถึงรู้สึกไม่ค่อยอยากไปนะ...

ก็เพราะฉันมีลางสังหรณ์แปลกๆ ว่าต้องเจอกับนายสุดหล่อผมสั้นแต่กินไม่ได้นั้นหนะสิ... 

ทำไมวันนี้ป๊าต้องนัดกับสมาคมหัวรถตักด้วยเนี่ย
!!!!   


สมาคมหัวรถตักที่ฉันพูดถึงคือ กลุ่มเพื่อนดริ๊งของเสี่ยอมร

ที่แต่ละคนนิสัยยิ่งกว่าปลาไหลใส่สเก็ต ลื่นไหลยิ่งกว่าปลาไหลอาบน้ำมัน

เหตุผลที่ต้องเรียกว่าหัวรถตักเนี่ยเพราะ แต่ละคนยิ่งกว่าหัวงูหลายเท่าตัวนัก

ข้ออ้างประจำในการไปเที่ยวของป๊าคือ ทำงานมาจนอายุปูนนี้มันก็ต้องมีหยุดพักกันบ้าง

คนเรามันก็ต้องอยากเห็นอะไรสวยๆงามๆบ้าง ป๊าก็รักแม่ที่สุดแหละ

แต่เพื่อนเค้าชวน เค้าไปกันตั้งเยอะ แม่จะไม่ให้ป๊าคบค้าสมาคมใครเลยเหรอ

แล้วแม่ก็ยอม จริงๆแล้วฉันคิดว่าแม่ขี้เกียจไปตามคุมมากกว่า

แล้วป๊าก็บอกทุกครั้งที่ไปกับก๊วนดริ๊งและก็ไม่ได้ทำตัวไม่ดี

แค่ดื่มกับมองจริงๆ เพราะมีบางครั้งแม่ก็จะไปกับป๊าด้วย

เห็นป๊าเฮี๊ยวๆแบบนี้ แต่คนที่น่ากลัวที่สุดในบ้านย่อมเป็นคุณนายแม่แน่นอนอยู่แล้ว

ส่วนฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้ ฉันเคยไปกับป๊าทีนึง โดนเพื่อนป๊าแซวซะเสียสูญ

ครั้งนั้นเลยเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันหลงผิดไปกับป๊า ให้ตายเหอะ





 หลังจากฉันให้คนงานเคลียร์ยางล็อตเก่าออกมาจากโรงเก็บจนหมด

เพื่อเตรียมโรงเก็บสำหรับยางล็อตใหม่ต่อไป โดยยางที่นำมาเก็บในโรงเก็บนั้นคือยางแผ่นรมควันที่แห้งแล้ว

ซึ่งจะถูกแพ็ค แพ็คละ 10 แผ่น 1 แผ่นมีน้ำหนักประมาณ 1 กก.

ฉันตรวจเช็คจำนวนยางคร่าวๆ แล้วบอกให้คนงานขนยางขึ้นรถเตรียมเอายางไปขายที่ลานรับซื้อ

แล้วฉันจะขับรถตามไป เพราะฉันต้องแวะไปหายัยลินินที่ร้านด้วย

หากจะให้ไปโดยรถหกล้อที่ใช้ขนยางมันก็ไม่ใช่เหตุ และก็ออกจะโดดเด่นเกินไปหละนะ

 
 

ฉันจอดรถที่หน้าตึกหลักของลานรับซื้อยางพารา แจ้งพนักงานคุมตาชั่ง

แล้วลงมาดูลูกน้องขับรถผ่านตาชั่งขนาดใหญ่ พร้อมจดบันทึกน้ำหนักรถรวมยางพารา

รอจนคนงานเอายางพาราลงจนหมด แล้วคนขับจะขับรถวิ่งผ่านตาช่างอีกครั้ง

ฉันเอาน้ำหนักครั้งใหม่ที่ได้มาลบออกจากน้ำหนักครั้งแรก จะได้น้ำหนักของยางแผ่นที่นำมาขาย

ฉันทำหน้าที่ไปรับบัตรคิวแล้วเข้าไปรอตรงจุดรับเงิน


เนื่องจากสวนวรมุขจัดเป็นสวนยางพาราขนาดใหญ่ ถึงฉันจะไม่ได้มาที่ลานบ่อยนัก

แต่ก็พอจะรู้จักกับน้องๆเสมียนอยู่บ้างจึงได้รับการดูแลที่ดี

นั้งรอเพียงไม่นานพอถึงคิวฉันก็มีน้องเสมียนมาบอกให้ฉันไปเซ็นรับเงิน


ขณะที่ฉันกำลังเซ็นรับเงินอยู่นั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาคุยกับน้องเสมียน

เขาบอกให้น้องเสมียนไปเรียกใครสักคนมาพบ ซึ่งฉันคงไม่สนใจอะไร

ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่นายสุดหล่อผมสั้นแต่กินไม่ได้คนนั้น
!!!


ฉันหันไปมองหน้านายผมสั้นอย่างตกใจ แต่เขากลับทำเพียงปลายตามองฉัน

ทำหน้าเบื่อๆแล้วถอนหายใจก่อนจะเดินจากไป ฉันเลยได้โอกาสถามน้องเสมียนว่าเขาเป็นใคร

มาทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วถอนหายใจไส่ฉันเนี่ย
!


“น้องคะ ผู้ชายคนเมื่อกี้ใครเหรอ” ฉันถามเหมือนสนใจ

“คนหล่อๆเมื่อกี้เหรอคะ เฮียนัฐลูกชายคนเดียวของเจ้าของที่นี่หนะค่ะ หล่อมากเลยใช่มั๊ยหละคะ

นี่โปรไฟล์ดีมากด้วยนะคะ จบโทบริหาร แล้วก็เข้ามาบริหารที่นี่แหละค่ะ ยังโสดด้วยนะคะ

เห็นแกเงียบๆแบบนั้น แต่สาวๆในบริษัทก็เล็งเฮียแกกันทั้งนั้นแหละค่ะพี่ แต่ไม่เห็นเฮียแกจะสนใจใครสักที

หนูก็แอบเล็งนะ แต่คงได้แต่มองของสูงเกินไป”  น้องเสมียนเมาท์ยาวถึงอิตาผมสั้นให้ฉันฟังอย่างอารมณ์ดี


“ก็น่าเล็งนะคะ หล่ออกขนาดนั้น” ฉันแกล้งพูดไปงั้น

แต่ในใจนึกไปถึงภาพของชายหนุ่มสองคนในร้านยัยลินินเมื่อวันก่อนแล้วได้แต่สายหัว

เสียดายนายสองคนนั้นจริงๆ ภาพหวานของผู้ชายสองคนยังติดอยู่ในหัวของฉัน

 


 

เฮ้อ... ผมนึกแล้วไม่มีผิดว่าผมต้องได้เจอเธออีก ยัยผู้หญิงผมสั้นที่เจอที่ร้านเหล้าวันก่อน

หลังจากเธอกลับไปแล้วผมจึงเดินไปถามน้องเสมียนที่คุยกับเธอ เลยได้รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของเสี่ยอมร

เจ้าของสวนยางพาราวรมุข ซึ่งนอกจากจะเป็นคู่ค้าสำคัญ

กับลานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของบ้านผมแล้ว ยังเป็นเพื่อนก๊วนดริ๊งของคุณป๊าของผมด้วย

ให้ตายเหอะ ถ้าสิ่งที่เธอคิดไปถึงหูแม่ผมอีกเป็นการตอกย้ำ ข่าวลือเสียๆที่ผมกำลังประสบอยู่แล้วหละก็...

ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตผม

ผมคงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อแก้ไขเรื่องพวกนี้ซะแล้ว



เย็นนี้ผมมีนัดกับนะโมที่ร้านเดิมที่ผมเคยเจอเธอเมื่อครั้งก่อน ผมมีลางสังหรณ์ว่าผมอาจจะได้พบเธออีก...

 

 

 

หลังจากที่ฉันเอาเช็คไปขึ้นเงิน และจัดการธุรกรรมต่างๆที่ธนาคารให้ป๊าเสร็จเรียบร้อย 

จึงตรงดิ่งมาที่ร้านของยัยลินิน
 เนื่องจากวันนี้ตอนที่ฉันเข้ามาก็เริ่มจะมืดแล้ว

ฉันจึงเลือกนั่งโซนด้านล่างใกล้ๆเค้าเตอร์ 
ซึ่งมีลักษณะเป็นโซฟาหนานุ่ม นั่งสบาย

แถมยังอยู่ในมุมที่นั่งจ้องน้องๆพนักงานประจำร้าน
ได้อย่างไม่น่าเกลียด

วันนี้สุดหล่อตัวชูโรงประจำร้าน นายต้นและนายกล้ามาครบซะด้วย 
ฉันเลยแซวนายต้นไปหน่อยนึง


“นายต้น พอมายืนคู่กับนายกล้าแบบนี้แล้วหมองเลยอะ”

ฉันพูดเสร็จก็ขำกลิ้ง นายต้นหน้าบูด สวนนายกล้าหันมายิ้มขำกับฉัน


“เจ๊นินของพวกนายไปไหนหละ” ฉันถามออกไปแต่นายต้นไม่ยอมตอบ นายกล้าจึงตอบแทน

“เจ๊นินอยู่ในครัวฮะ เดี๋ยวก็ออกมา ผมให้เด็กไปบอกแล้วว่าเจ๊อันมา”

“แหม๋ กล้าของเจ๊รู้ใจจริงๆ” ฉันพูดขำๆ นายต้นเลยขัดทันทีว่า

”แหม๋เจ๊ กล้าของเจ๊เลยเหรอ ทีผมนะทำไมเจ๊จิกตลอดเลยอะ เจ๊ใจร้าย เจ๊ไม่ยุติธรรม ร้องไห้แล้ว”

นายต้นพูดขัดพร้อมแกล้งร้องไห้ ฉันเลยแจกมะเหงกให้มันไปหนึ่งที


นายต้นมันเลยยิ่งโวยวายใหญ่ “เจ๊ใจร้ายยย เจ๊ใจร้ายยยย”

ระหว่างที่ฉันกำลังจะแจกมะเหงกให้นายต้นอีกรอบ เสียงประดูหน้าร้านก็ดังขึ้น

ชายหนุ่มสองคนที่ฉันไม่คิดว่าจะเจออีกเดินมาที่เคาเตอร์

ถามหาโต๊ะว่างแล้วก็เหล้าที่พวกเขาเปิดทิ้งไว้ แต่ปรากฎว่าโต๊ะเต็มแล้ว

เหลือแค่โต๊ะโซฟาที่ฉันนั้ง นายต้นจึงหันมามองฉันอย่างขอความเห็น ฉันพยักหน้าให้นายต้น

เพื่อเป็นการบอกว่าให้ยกโต๊ะนั้นกับสองลูกค้าหนุ่มที่มาใหม่


นายผมยาวเห็นท่าทางของฉันกับนายต้นแบบนั้น จึงชวนฉันไปนั่งกับพวกเขาด้วย

ส่วนนายผมสั้นเหรอ เดินลิ่วไปนั้งตรงที่ฉันเคยนั้งเป็นที่เรียบร้อย ฉันเห็นแบบนั้นเลยเกิดอาการปรี๊ดๆชอบกล


ยังไงร้านนี้ก็ร้านยัยลินินพวกเขาคงทำอะไรฉันไม่ได้หรอก อีกอย่างฉันจะกลัวทำไมเนี่ย

ยังไงพวกเขาก็คงไม่ชอบผู้หญิงอยู่แล้ว ฉันเลยตกลงไปนั้งโต๊ะเดียวกับพวกเขา

 
 

“ขอโทษนะครับที่พวกผมมาแย่งโต๊ะของคุณ พอดีเราเปิดเหล้าทิ้งไว้ที่นี่เลยไม่อยากย้ายไปร้านอื่น”

นายผมยาวขอโทษฉัน ฉันเลยยิ้มให้เขานิดๆ ส่วนนายผมสั้นเหรอ

เอาเมนูไปเปิดดูไม่สนใจฉันกับคนที่มากับเขาสักนิด


“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีหุ้นในร้านนี้นิดหน่อย เจ้าของร้านเป็นเพื่อนฉันเองค่ะ เรื่องแค่นี้เล็กน้อย”

ฉันตอบตามมารยาทแล้วให้ข้อมูลเขาเพิ่มนิดหน่อย


แล้วนายผมสั้นก็ขัดขึ้นด้วยพูดรายการอาหารที่เขาจะสั่ง ไร้มารยาทจริงๆ!


“น้องฮะ เอายำสามกรอบ 1 ไก่คาราเกะ 1 น้ำแข็งกับโซดา 1 ชุด แกจะเอาไรเพิ่มหรือเปล่านะโม”

นายผมสั้นหันไปถามเพื่อนของเขา


แต่เพื่อนเขาหันมาถามความเห็นฉันและให้ฉันช่วยแนะนำเมนูเด็ดของร้านให้
 

ระหว่าที่ฉันกำลังเบลอๆเพราะเขาถามโดยไม่ตั้งตัวอยู่นั้น ยัยลินินเจ้าของร้านก็เดินมาได้จังหวะพอดี

“ขอนั้งด้วยได้ไหมคะ ฉันเป็นเพื่อนกับยัยนี่ แล้วก็เป็นเจ้าของร้านด้วย

เดี๋ยวฉันจะแนะนำเมนูเด็ดๆให้พวกคุณเอง”

ยัยลินินพูดอย่างร่าเริงตามประสาเจ้าของร้าน พร้อมสั่งอาหารเพิ่มอีก 2 อย่าง

แล้วบอกว่ามื้อนี้เพื่อมิตรภาพใหม่ค่าอาหารเธอเลี้ยงเอง

ฉันจึงหันไปกระซิบปรามยัยลินิน ”เธอจะทำอะไรของเธอหนะ”


ยัยลินินหันมายิ้มให้ฉันแล้วกระซิบเบาๆว่า ”ก็ทำความรู้จักหนุ่มหล่อๆไง”

“แกลืมไปแล้วเหรอว่าสองคนนี้หล่อแต่กินไม่ได้หนะ”

ฉันหันไปกระซิบยัยนินอีกครั้งแต่ยัยนินไม่สนใจแม้แต่น้อย 

นายผมสั้นหันมามองหน้าฉัน อาจด้วยสายตาที่เหมือนหงุดหงิดตลอดเวลาของเขาถึงเขาจะมองเฉยๆ

แต่มันทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงความกดดันแปลกๆ ฉันเลยเลือกที่จะเงียบไม่เซ้าซี้ยัยลินินอีกต่อไป

 

“พวกคุณชื่ออะไรกันเหรอคับ ผมนะโม เรียกโมก็ได้ฮะ ส่วนเพื่อนผมชื่อนัฐ”

นายนะโมแนะนำตัวกับพวกเรา เผื่อแผ่ไปยังนายผมสั้นที่ชื่อนัฐนั้นด้วย

ส่วนนายนัฐนั้นพยักหน้าให้ยัยลินินนิดนึง ส่วนฉันเขาแค่หันมามองแล้วหันไปสนใจเมนูต่อ

ทำเหมือนเมนูมันมีอะไรน่าสนใจนักหนา ฉันได้แต่คิดแค้นๆในใจ


“ฉันลินินค่ะ พวกคุณเรียกนินก็ได้ ส่วนยัยคนผมสั้นข้างๆฉันนี่ ชื่ออันอันค่ะ” ยัยลินินพูดอย่างร่าเริง

“ถ้าอันอันมันยาวไปเรียกอันเฉยๆก็ได้ค่ะ” ฉันพูดบ้าง

“อันอัน วรมุข?” อยู่ดีๆนายนัฐที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้น

“คุณรู้จักฉันด้วยเหรอ” ฉันหันหน้าไปมองเขาตาโตแล้วถามด้วยความสงสัย

“วันนี้ผมเห็นคุณที่ลาน แล้วอีกอย่าง วันนี้พ่อผมก็ไปกับพ่อคุณ”

ฉันตกใจหนักเข้าไปอีก งั้นก็แปลว่าป๊าฉันกับพ่อเขารู้จักกันสิ
!!!


“บ้านผมเป็นเจ้าของลานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่คุณไปขายยางหนะ”เขาอธิบายเพิ่มเติม

“ฉันพอรู้ค่ะว่าคุณเป็นใคร แต่ไม่คิดว่าป๊าเราจะรู้จักกัน”

สงสัยเพราะฉันพึ่งกลับมาช่วยงานที่บ้าน เลยไม่รู้ว่าป๊ามีเพื่อนในวงการธุระกิจอะไรยังไงบ้าง

ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอยู่นั้นนายนะโมก็ถามนายนัฐขึ้นว่า

“ที่บอกว่าป๊านายกับป๊าคุณอันอันไปด้วยกันเนี่ย มันใช่ด้วยกันกับป๊าฉันด้วยหรือเปล่า

เพราะป๊าฉันไปกับป๊านาย”


“วันนี้พ่อฉันก็ไปกับป๊าแกอันอัน” ยัยลินินพูดขึ้น

เราได้แต่มองหน้ากันแบบทึ่งๆ ฉันเผลอเปรยขึ้นเบาๆว่า “สมาชิกสมาคมหัวรถตัก....”

สามคนที่เหลือในโต๊ะต่างหันมามองฉันเป็นตาเดียวแล้วทำหน้าสงสัย

ฉันจึงอธิบายความหมายของสมาคมหัวรถตักให้พวกเขาฟัง ยัยลินินกับนายนะโมขำก๊าก

แม้แต่นายนัฐก็แอบอมยิ้มกับเขาด้วย

อืม... ว่าไปแล้วเวลานายนัฐยิ้มนี่น่าดูเหมือนกันนะ แต่สงสัยฉันจะมองเขานานไปหน่อย

พอนายนัฐหันมาเห็นฉัน เขาเลยทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าโลกมันกลมเหลือเกิน

ที่พ่อๆของเราทั้งสี่คนเป็นเพื่อนดริ๊งกลุ่มเดียวกัน

เราคุยกันไปจนเกือบเที่ยงคืนจึงแยกย้ายกัน ส่วนใหญ่แล้ว เป็นนายนะโมกับยัยลินินที่ผูกขาดการสนทนา

ฉันเป็นคนฟังซะส่วนใหญ่ แต่นายนัฐนั่นแทบจะผูกขาดการเป็นผู้ฟังแต่เพียงผู้เดียว

จนฉันแอบหมั่นไส้ว่านายนั่นเป็นผู้ฟังที่ดีจริงจริ๊ง ไม่หือ ไม่อือ อะไรสักอย่าง

ไม่แสดงความเห็นหรืออารมณ์ใดๆทั้งสิ้น นั่งฟังแบบหน้านิ่งๆหน้าเดียวจนฉันแอบคิดเล่นๆว่าบางที

เขาอาจจะเป็นหุ่นยนต์ก็ได้ ถึงได้ไร้ความรู้สึกอะไรขนาดนั้น


ก่อนที่นายนัฐกับนายนะโมจะกลับยัยลินินก็ได้ให้บัตร
VIP ส่วนลดกับพวกเขา

พร้อมกับงุบงิบว่าพวกเขาเป็นแขกประจำของที่ร้านไปเป็นที่เรียบร้อย




29 ความคิดเห็น

  1. #12 Night-Fatima (@drakness13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 21:19
    ตอนนี้อ่านเพลินมากค่ะ-w-  รู้สึกเหมือนเรียนรู้เรื่องพวกธรุกิจอย่างนี้ขึ้นมาหน่อยนึงด้วย5555
    คำผิดนะคะ
    รางสังหร-ลางสังหรณ์ สมาคมหัวรถคัก-สมาคมหัวรถตัก ดริ๊ง-ดริ๊งค์ เครีย-เคลียค์ ไส่ฉัน-ใส่ฉัน
    มั๊ย-ไหม ไส่ฉัน-ใส่ฉัน มั๊ย-ไหม หนะ-นะ สามาชิกสมาคม-สมาชิกสมาคม

    #12
    0