สาวสดใสกับนายซึน

ตอนที่ 8 : Chapter 8 : เอเวอร์แลนด์/ผับ(เพราะเหล้าหรือเรารักกัน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 เม.ย. 57

Chapter 8 : เอเวอร์แลนด์/ผับ(เพราะเหล้าหรือเรารักกัน)


เมื่อมาถึงเมียงดง ฉันก็เตรียมตัวปวดหัวกับการช้อปปิ้งเต็มที่
 

เพื่อจัดการเคลียร์บัญชีหางว่าวที่ไอ้คนไร้ยางอายที่ชื่ออายมันสั่งมา
 

ฉันเดินเข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ให้วุ่น แถมหอบของพะรุงพะรังจนนายนัฐเห็นแล้วทนไม่ไหว

เขาจึงเข้ามาช่วยถือถุงต่างๆที่แทบจะทับฉันแบน

“เอามานี่เถอะคุณ ผมช่วยถือ” เขาพูดอย่างหงุดหงิด

จากการที่อยู่กับเขามา 2 วันเต็มๆ ทำให้ฉันรู้ว่าจริงๆแล้วคนคนนี้เป็นคนใจดี

แต่แค่ทำเป็นหงุดหงิดไปงั้นเอง บางทีฉันว่าอาการหงุดหงิด

อาจเป็นแค่เกราะป้องกันของเขาจากอะไรสักอย่าง หรือเขาแค่ทำไปแบบนั้นเพราะวางตัวไม่ถูกเท่านั้นเอง

 

 

เมื่อถึงห้องคืนนั้น บอกตามตรง ฉันสลบเหมือดไปอย่างง่ายดาย เรียกว่าหลับเป็นตายเลยดีกว่า

ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าจะเหนื่อยกับการเดินทางมากมายขนาดนี้

 


 

เช้าวันนี้ ผู้นำเที่ยวจำเป็นของฉันอย่างนายนัฐบอกว่า วันนี้จะพาไปสถาณที่ที่คิดว่าฉันต้องชอบแน่ๆ

สวนสนุกเอเวอร์แลนด์!!!!  เขารู้ได้ยังไงนะ ว่าฉันชอบอะไรแบบนี้ หรือฉันจะดูเป็นเด็กเกินไปนะ

เขาถึงคิดว่าเอาเรื่องแบบนี้มาล่อกันได้เนี่ย เช้านี้นายนัฐดูแปลกตาไปนิดหน่อย

อาจเพราะเขาเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวจากเสื้อโปโลที่ดูเป็นผู้ใหญ่

มาเป็นเสื้อยืดพอดีตัวสีเข้มกับกางเกงยีนส์เข้ารูป แล้วก็รองเท้าผ้าใบเท่ๆ ที่ฉันเห็นเขาเลือกซื้อเมื่อวาน

พร้อมกับกระเป๋าเป้ใบย่อมที่ก็คงได้มาจากการช้อปเมื่อวานเหมือนกัน


วันนี้เราแต่งตัวดูเข้ากันอย่างประหลาดอย่างกับคู่รักกันแหนะ อืม... คู่รักเหรอ กับเกย์อย่างนายนัฐเนี่ยนะ

แค่คิดก็ฮาแล้ว ฉันคิดแบบนั้นเลยเผลอหัวเราะออกมา ทำให้นายนัฐถามฉันว่าฉันหัวเราะอะไร

ฉันเลยได้แต่ส่ายหน้าแล้วบอกไปว่าไม่มีอะไร

วันนี้เราทานอาหารเช้าเป็นบุฟเฟ่ของโรงแรม


บุฟเฟ่ของโรงแรมนี้ดีกว่าที่ฉันคิดอีกนะเนี่ย อาหารอร่อยใช้ได้เลย


ก่อนออกจากโรงแรมนายนัฐยื่นเสื้อกันฝนแบบใช้แล้วทิ้งให้ฉัน 1 ตัว

ฉันเลยหันไปมองหน้าเขาแบบงงๆ

“เหมือนวันนี้อากาศจะไม่ดี น่าจะมีฝนตก” เขาพูดอย่างเซ็งๆ

“แล้วแบบนี้จะทำไงอะ ร้องไห้ได้ไหมเนี่ย ทำไมต้องมีฝนวันนี้ด้วยอะ” ฉันพูดแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ฝนบ้า ทำไมต้องตกวันที่ฉันจะไปสวนสนุกกลางแจ้งแบบนี้ด้วยเนี่ย

“แล้วคุณไปซื้อเสื้อกันฝนมาตอนไหนคะ” ฉันถามเขาอย่างสงสัยเพราะฉันก็อยู่กับเขาแทบจะตลอดเวลานี่

“ผมลงมาก่อนคุณไง เลยเดินออกไปซื้อตรงมินิมาทข้างๆนี่เอง” เขาพูดแล้วเดินนำฉันไปขึ้นรถไฟใต้ดิน

เพื่อที่จะไปต่อรถเมลล์แล้วไปยัง ส่วนสนุกกลางแจ้งขนาดใหญ่อย่าง เอเวอร์แลนด์

เอเวอร์แลนด์เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นบนภูเขา เป็นสวนสนุกที่สร้างขึ้นโดยบริษัทซัมซุง

เหมือนเป็นการประชดที่ดิสนี่แลนด์เลือกไปสร้างที่ประเทศอื่นแทนเกาหลีใต้

เพื่อให้เห็นว่าเกาหลีใต้ก็มีศักยภาพพอสำหรับการลงทุนเรื่องสวนสนุกเช่นกัน

ฉันไม่ทราบว่าเทจจริงประการใด แต่ไกด์จำเป็นของฉันเขาเล่ามาแบบนี้

นายนัฐเล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับเกาหลีใต้ให้ฉันฟังมากมายระหว่างที่เรานั่งรถไปที่เอเวอร์แลนด์

“คุณมาเกาหลีกี่ครั้งแล้วเนี่ย” มันทำให้ฉันเกิดความสงสัยว่าเขามาประเทศนี้กี่ครั้งแล้วเนี่ย

“2 ครั้ง รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3”เขาพูดแล้วหันมายิ้มให้ฉัน ช่วงนี้ดูเขายิ้มง่ายจัง

“ฉันเชื่อข้อมูลคุณได้ใช่ไหม โม้หรือเปล่าเนี่ยคุณ” ฉันพูดอย่างทึ่งๆ ครั้งนี้ครั้งที่ 3 เนี่ยนะ

ทำไมเขาเก็บรายละเอียดได้ครบขนาดนั้น แต่เขาไม่ตอบโต้อะไรเพียงแต่หันมายิ้มอย่างภูมิใจใส่ฉัน

“เพราะเรื่องที่คุณอยากทำบริษัททัวร์หละสิ เรื่องพวกนี้เลยเป็นข้อมูลสินะ” ฉันลองเดาดูเล่นๆ

แล้วฉันก็ต้องทึ่ง เมื่อนายนัฐหันมายีหัวฉัน พร้อมหัวเราะ แล้วพูดตอบฉัน

“ใช่ แสนรู้นะเราเนี่ย” เขาพูดมาแบบนั้น แต่ฉันไปเอาความกล้ามาจากที่ไหนไม่รู้ เอื้อมมือไปยีหัวเขาคืน

“ฉันไม่ใช่หมานะ!!!” ดูนายนัฐจะอึ้งๆไปเหมือนกันที่ฉันทำแบบนั้น แต่เขาก็ยังยีหัวฉันต่อ

เราเล่นกันอยู่แบบนั้นจนผมเสียทรง ก่อนที่นายนัฐจะเอามือดันหัวฉันออกไปห่างๆ

ให้ฉันยีหัวเขาไม่ถึงเป็นการยุติสงครามไร้สาระระหว่างเรา พร้อมๆกับที่เรามาถึงจุดหมาย

เอเวอร์แลนด์ ดินแดนที่ฉันอยากมาที่สุดในทริปนี้!!!!!!

เราลงจากรถเมล์บริเวรลานจอดรถ ฉันเห็นรถทัวร์จอดอยู่มากมาย มีทั้งคณะทัวร์ต่างๆ

รวมถึงเด็กๆที่มาทัศนศึกษาด้วย ขณะที่ฉันกำลังยืนมึนๆกับจำนวนคนที่มากมายมหาสารอยู่นั้น

นายนัฐก็ดึงแขนฉันไปขึ้นรถชัตเติลบัส ที่จะนำเราเข้าสู่ตัวเอเวอร์แลนด์อีกที

เราสองคนโดนเด็กชาวเกาหลีวัยสิบเอ็ด สิบสองขวบ

ทั้งเบียดทั้งดันจนนายนัฐต้องช่วยกันฉันไว้ไม่ให้ถูกกระเทก


เราสองคนจึงอยู่ในท่าที่ไม่โสภาเท่าไหร่นัก จากมุมของคนอื่นที่มองมาคงเหมือนเขากำลังกอดฉันอยู่

ถึงสภาพการณ์นั้นมันจะทำให้ฉันเขินจนตัวแดง แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจเราสองคนนัก

เจ้ากลุ่มเด็กผู้ชายวัยซนพวกนั้นก็ยังเล่นแกล้งกันจนชนนายนัฐให้เสียหลักอยู่หลายครั้ง

จากสถาณการณ์ที่เรียกว่าเกือบจะกอด กลายเป็นกอดจริงๆก็หลายหน

แต่ไม่นานนักเราก็หลุดพ้นจากสภาพนั้นมาได้ แต่พอลงมาจากรถชัตเติลบัส

บริเวรหน้าสวนสนุกก็ไม่ได้ต่างจากบริเวรลานจอดรถมากนัก อาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ

“โอ้โห... นี่มันคนหรือมด” ฉันได้แต่พึมพำเบาๆแล้วมองดูเหล่าเด็กชาวเกาหลีวัยสิบเอ็ด สิบสองขวบ

วิ่งกันวุ่น แถมแกล้งเล่นกันโดยไม่สนใจชาวต่างชาติ สองคนที่หลงเข้ามาโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่สักนิด

“ดีที่นายโมมันซื้อตั๋วไว้ให้เราแล้ว ไม่งั้นแย่เลย”นายนัฐพูดขณะที่ยื่นตั๋วให้ฉัน

แล้วจับมือจูงฉันฝ่าฝูงเด็กเกาหลีราว 200 คนตรงนั้นไปต่อแถวเพื่อเข้าไปในเอเวอร์แลนด์

“โชคไม่ดีนิดหน่อยนะเนี่ย ที่มาเจอเด็กมาทัศนศึกษาเยอะแบบนี้เนี่ย”นายนัฐบ่นแล้วส่ายหัวเบาๆ

เราต่อแถวอยู่นาน แต่ในที่สุดก้ได้สายรัดข้อมือสีฟ้ามา เมื่อเดินเข้ามาด้านในเอเวอร์แลนด์

ผู้คนดูบางตากว่าด้านหน้าลงเยอะ ด้วยเอเวอร์แลนด์เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่

ฝูงชนเลยกระจายไปตาม
โซนต่างๆ ที่มีให้เลือกเที่ยวมากมายในเอเวอร์แลนด์

พอเราพ้นประตูสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ปุ๊ป

 

ก็จะพบกับร้านขายของที่ละลึกน่ารักๆมากมาย แบบที่ว่าขนาดคนใจแข็งและไม่ได้โปรดปราณของน่ารัก

อย่างฉันยังมองๆไว้หลายชินที่คิดว่าต้องได้เสียเงินเพราะพวกมันแน่ๆ

“ตาละห้อยเชียวนะเธอ เดี๋ยวตอนจะกลับค่อยซื้อ ร้านค้าไม่หายไปไหนหรอก”

นายนัฐพูดพร้อมลากฉันที่ยืนตาละห้อยเกากระจกหน้าร้านขายของที่ระลึกร้านหนึ่งอยู่

“ไปไหนกันดี”เขาถามฉัน แต่เหมือนเขาถามไปงั้นแหละ เพราะเขาก็ลากฉันไปในทิศทางที่เขาต้องการ

อยู่ดี โดยที่ไม่รอคำตอบจากฉันสักนิด ฉันว่านะ ไม่ใช่แค่ฉันหรอก ที่หมายมั่นปั้นมือกับการเที่ยววันนี้

ดูแล้วนายนัฐก็คงปลื้มสวนสนุกไม่แพ้ฉัน แล้วเขาก็ลากฉันมาหยุดตรงรถไฟรางไม้

ที่จัดเป็นสเปเชียลของ
สวนสนุกแห่งนี้
 

“เธอไม่กลัวเครื่องเล่นพวกนี้ใช่เปล่า”เขาถามฉันแต่ไม่ได้สนใจฉันสักนิด

เพราะตอนนี้เขาลากฉันมาต่อแถวที่ยาวเหยียดนี้เรียบร้อยแล้ว

“ไม่อะ ฉันเล็งเจ้านี่ไว้เหมือนกัน เห็นเค้าว่ากันว่าเด็ดสุดๆ” ฉันพูดแล้วยิ้มถุกใจเป็นที่สุด

“3 นาที” นายนัฐพูดแค่นั้นแล้วหัวเราะหึๆอย่างชั่วร้าย

“อะไร 3 นาที” ฉันถามอย่างสงสัยเต็มที

“เราต้องอยู่บนนั้น 3 นาที” นายนัฐพูด พร้อมยีหัวฉันแล้วก็หัวเราะ ดูช่วงนี้เขาอารมณ์ดีจัง

ยิ้มบ่อยมากจนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าวันนี้เขาไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า

 

 

พอถึงคิวเราแล้วโชคดีสุดๆ คนแรกเลย นายนัฐพาฉันไปนั่งหน้าสุด พระเจ้า!!!!!

มันน่ากลัวมาก รู้สึกยาวนานเหมือนเป็นชั่วโมงเลย ลงจากรถไฟเหาะนั่นแล้ว

ฉันถึงขั้นต้องยืนเกาะแขนนายนัฐนิ่งๆสักพัก มึนหัวมากให้ตาย ฉันหันไปมองหน้านายนัฐนิดนึง

เห็นเขาหัวเราะกับสภาพของฉัน แต่ฉันก็เห็นว่าเขาก็แอบหน้าซีดนิดๆเหมือนกัน

“อีกซักรอบไหมคุณ ถ้าตายซัมซุงจ่าย 10 ล้านนะ” นายนัฐพูดยิ้มๆ

ขณะส่งขวดน้ำขวดเล็กที่เขาเอาออกมาจากกระเป๋าให้ฉัน

“ชีวิตฉันกับ 10 ล้าน มันจะคุ้มไหมเนี่ยคุณ” พูดมาได้ ตายได้ 10 ล้าน เชอะ!

 นายนัฐพาฉันทัวร์เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวอีก 2-3 อย่าง ก่อนที่เราจะไปเดินหาอะไรทานกัน

แล้วในตอนนั้นเอง ฝนก็เริ่มตก... อุณหภูมิ 18 องศา กับฝน!!!!!

ฉันกับนายนัฐเลยได้โอกาสใช้เสื้อกันฝนที่เตรียมมา ดีหน่อยที่ไม่ได้เป็นฝนเม็ดใหญ่ๆเหมือนบ้านเรา

แต่เป็นฝนแบบละอองเล็กๆซึ่งทำให้เสื้อผ้าชื้น หลังจากนั้นเราเลยมุ่งหน้าไปยังโซนแสดงโชว์ต่างๆ

กับพวกเครื่องเล่นในร่มโรงภาพยนต์ 4D ยิงผี แล้วก็อะไรสักอย่างที่คล้ายๆสวนสัตว์

มีการโชว์ให้อาหารหมี แล้วก็เสือ ฉันค่อนข้องประทับใจภาพยนต์ 4D ของที่นี่นะ

ทำได้สนุกสมจริงและน่าสนใจกว่าบ้านเราเยอะมาก ถึงขนาดฉันที่เป็นผู้ใหญ่ยังเผลอตื่นเต้นไปด้วย

แต่สำหรับยิงผีฉันไม่ประทับใจเท่าไหร่ ฉันว่านะ ผีไทยเนี่ยน่ากลัวที่สุดแล้ว...

ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วไกด์จำเป็นของฉันบอกว่าเราสมควรจะกลับกันได้แล้ว แต่ก่อนกลับ แน่นอนว่า

เราได้ละลายเงินที่ร้านขายของที่ระลึกนั้นไปโข เท่าที่สังเกตฉันกับเขาชอบอะไรคล้ายๆกันนะ

สิ่งที่เราเลือกซื้อส่วนใหญ่เป็นพวกของเล่นประหลาดๆ กับพวกของที่เอาไว้แกล้งชาวบ้านเหมือนๆกัน

ก่อนกลับโรงแรมนายนัฐชวนฉันไปช้อปเสื้อผ้าเก๋ๆ เปรี้ยวปรี๊ด เพราะเขาบอกว่า คืนนี้จะพาไปปล่อยแก่กัน

อ่า ผับเกาหลี มันก็น่าลองนะ ฉันเลือกซื้อเดรสสั้นเข้ารูปสีดำกะปล่อยแก่เต็มที่หละวันนี้

รองเท้าส้นสูงปรี๊ดประดับคริสตัลที่เข้าชุดกัน และซื้อเครื่องสำอางค์เพิ่มอีกนิดหน่อย

ส่วนนายนัฐเลือกแจ็คเก็ตเท่ๆกับรองเท้าหนังสีน้ำตาล ซึ่งเขาก็คงเอาไปมิกซ์

ให้เข้ากับของที่เขามีอยู่ก่อนแล้วนั้นแหละ คืนนั้นสามทุ่มครึ่งเราก็เริ่มได้เวลาปฏิบัติการ

ตอนที่นายนัฐเห็นฉันเขามองอย่างอึ้งๆ อารมณ์ประมาณว่า ต้องแต่งขนาดนี้จริงดิ

ฉันเลยยิ้มแล้วยักคิ้วยั่วเขาไปทีนึง แต่การตอบรับของเขาคือ

ทำหน้าดุแล้วส่ายหน้าน้อยๆช่างไม่มีอารมณ์ร่วมซะจริงๆ


นายนัฐก็ยังคงแต่งตัวแบบไม่ได้มีอะไรมากมาย เพียงแต่เสื้อยืดสีเข้มที่เขาเลือกที่จะใส่วันนี้

รวมถึงกางเกงยีนส์เข้ารูปตัวนั้นมันดูจะเข้ารูปเกินไปหน่อยเน้นรูปร่างจนชวนน้ำลายหก

ยิ่งรวมกับหน้าหล่อๆดูเย็นชานั่นด้วยแล้ว ฉันแทบจะลืมไปว่าเขาเป็นเกย์

อยากจะกรี๊ดซะตรงนี้ว่าโคตรหล่อ
!!


ยังดีที่เขายังมีแจ็กเก็ตเท่ๆใส่ทับทำให้สาวโสดอย่างฉันลดระดับการจินตนาการลงได้บ้าง

แต่ก่อนจะออกจากห้องแจ็คเก็ตตัวเท่ของเขาก็มาวางแปะลงบนไหลฉัน

“ใส่ไว้ก่อนคุณ ถึงที่แล้วค่อยถอดผมก็ไม่ว่าอะไร”เขาพูดกับฉันแบบนั้น

ก่อนจะเดินจูงมือฉันไปเรียกแท็กซี่ที่หน้าโรงแรม

ไม่นานนักเราก็มาถึงหน้าผับที่พนักงานโรงแรมช่วยแนะนำมา

เราจ่ายเงินค่าเข้าผับแล้วเอาของไปฝาก แต่ฉันลืมคืนแจ็กเก็ตให้เขา เลยฝากรวมไปกับของอื่นๆด้วย

พอเข้าไปข้างในเท่านั้นแหละอื้อหือ... กลิ่นบุหรี่ฉุนเชียว แถมยังมีหนุ่มๆชาวเกาหลีเดินเข้ามาชวนฉันคุย

แล้วพยายามรินเหล้าให้ฉัน ด้านนายนัฐก็ไม่น้อยหน้า มีสาวเกาหลีเข้ามาเต้นสีตั้งแต่เดินเข้าไปไม่ถึงไหน

โอ้... ผับเกาหลีดินแดนแห่งอันตราย ผู้ชายหลายคนพยายามจะโอบแล้วเต้นกับฉัน

วินาทีนั้นฉันได้แต่ยืนงงๆ อย่างช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้ แต่นายนัฐก็เหมือนอัศวินขี่ม้าขาว

ที่สลัดสาวๆชาวเกาหลีหลุดจนมาช่วยฉันได้ทัน เขาดึงฉันเข้าไปโอบแล้วหันไปยิ้ม

พร้อมผงกหัวน้อยๆเป็นเชิงขอโทษให้กับผู้ชายชาวเกาหลีที่พาฉันมากลางฟลอ

แล้วพาฉันเดินออกไป 
เขายื่นเครื่องดื่มให้ฉันซึ่งฉันเดาว่าน่าจะเป็นเบียร์หรือโซแม็กซักอย่าง


เราดื่มแล้วมองดูหนุ่มสาวเกาหลีแดนซ์กันกระจายอย่างเพลินๆไปสักพัก

พอแอลกอฮอล์ในเลือดมีมากขึ้นความกล้ามันก็ตามมา ฉันลากนายนัฐเข้าไปในกลุ่มที่กำลังเต้นกันอยู่

แล้วเริ่มเต้น โดยใช้นายนัฐเนี่ยแหละทำให้เป็นข้อได้เปรียบ

ก็ตั้งแต่เดินเข้าผับมาฉันยังไม่เห็นใครหล่อแล้วก็หุ่นดีเท่านายนี่เลยนี่นา

ฉันเริ่มเต้นโยกโดยใช้นายนัฐแทนเสา เอ่อ... จริงๆแล้วก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ใช้เขาเป็นหลักหนะนะ

ตอนแรกนายนัฐก็ทำหน้างงๆ แต่สักพักเขาก็เริ่มโยกไปกับฉันด้วย

ฉันเห็นสายตาสาวๆหลายคนมองมาอย่างอิจฉา ยิ่งทำให้ฉันได้ใจยิ่งเต้นยั่วนายนัฐหนักเข้าไปอีก

ส่วนนายนัฐก็ไม่ยั้งหรือห้ามปรามกันสักนิดก็ไม่มี กลับทำตัวเป็นใจให้ฉันเสียอย่างนั้น

เราเต้นกันสักพักจึงออกมายืนพักที่มุมเดิมที่เรายืนกันอยู่ในตอนแรก

“คุณทำเรื่องแบบนั้นได้ด้วยเหรอ...” นายนัฐกระซิบแซวฉันยิ้มๆ

“คุณก็ไม่ได้ต่างหรอกน่า... จริงๆน่าจะห้ามกันสักนิดนะคุณ”ฉันพูดพร้อมทำหน้ายุ่งใส่นายนัฐ

“ก็บอกว่าจะพามาปล่อยผี เลยไม่รู้จะห้ามทำไม อีกสักรอบไหมคุณ” เขาแหย่ฉัน

“แค่นั้นก็อายจะแย่ นี่ฉันทำลงไปได้ยังไงเนี่ย เพราะคุณมอมฉันนั้นแหละ” ฉันบ่นเขาไปอย่างนั้น

แต่เขาไม่สนใจกลับเอาแต่หัวเราะขำ แล้วมองฉันด้วยแววตาแปลกๆ มันดูหวานๆจนฉันสัมผัสได้

ฉันไม่อยากคิดอะไรมากไปกว่านั้นเลยขอตัวไปห้องน้ำเพื่อเช็คสภาพตัวเองนิดหน่อย

บางทีฉันอาจจะดื่มมากเกินไปจริงๆก็ได้ เขาไม่มีเหตุผลที่จะคิดอะไรกับฉันอยู่แล้ว ก็เขาไม่ชอบผู้หญิงนี่

ตอนที่ฉันเดินออกจากห้องน้ำก็มีผู้ชายเกาหลีคนหนึ่งพยายามชวนฉันคุย และตื้อให้ฉันไปเต้นกับเขา

ฉันพยายามปฏิเสธแล้วแต่ไม่เป็นผล โชคยังดีที่นายนัฐคงมองเห็นฉันกำลังตกที่นั่งลำบาก

เขาจึงเดินเข้ามาหาฉันก่อนที่จะดึงฉันไปกอด แล้วบอกผู้ชายคนนั้นว่าฉันมากับเขา

แต่ผู้ชายคนนั้นยังไม่ยอมเลิกตื้อ ยังพยายามจะให้ฉันไปเต้นกับเขาให้ได้

และตอนนั้นเองนายนัฐก็จูบฉัน!!!!!! คุณอ่านไม่ผิดและฉันอยากจะย้ำอีกครั้งว่าเขาจูบฉัน!!!!!!!

สมองของฉันว่างเปล่ารับรู้เพียงสัมผัสที่ชัดเจนว่ามือของเขาข้างหนึ่งที่โอบฉันไว้ อีกข้างประคองท้ายทอย

ริมฝีปากร้อนๆนั่น ลมหายใจอุ่นๆผสมกลิ่นแอลกอฮอล์นั่น

ฉันสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของของเขา ทุกอย่างมันชัดเจนมาก

ฉันไม่รู้ว่าเขาจูบฉันนานแค่ไหน แต่สำหรับฉันมันเหมือนหลายนาทีที่โลกหยุดหมุน

เมื่อเขาถอนจูบแล้วหันไปมองหน้านายเกาหลีนั่นอย่างเอาเรื่อง

ฉันเห็นนายเกาหลีนั่นยกมือเหมือนยอมแพ้แล้วก็เดินหนีไป

เขาลากฉันออกมาจากผับทันที เราไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเขาก็เอาแจ็คเก็ตคลุมไหล่ให้ฉันเหมือนเดิม

เขาพาฉันเดินออกมาห่างจากผับพอสมควร ก่อนที่เขาจะเปิดปากคุยกับฉัน

“ผมจะไม่ขอโทษหรอกนะที่ผมจูบคุณแบบนั้น” เขาพูดกับฉันอย่างหงุดหงิดแล้วหันหน้าหนี

“เกย์จูบผู้หญิงได้ด้วยเหรอคะ...” สมองฉันว่างเปล่ามากไม่รู้เหมือนกันว่าฉันถามเขาออกไปแบบนั้นได้ยังไง

เขาหันมามองหน้าฉันอย่างทึ่งๆปนกรุ่นๆหน่อยๆ “ผมไม่เคยพูดว่าผมเป็น คุณคิดได้ยังไงเนี่ย”

“ก็คุณกับพี่โม...” ฉันพูดได้แค่นั้น แล้วเขาก็พูดแทรกขึ้นมา

“ผมกับนะโมเป็นเพื่อนกัน และก็ไม่มีทางที่จะเป็นอะไรมากกว่านั้น” เขาพูดอย่างหงุดหงิด

“แล้วจูบนั่น....” ฉันได้แต่ถามตอบเขาอย่างไม่มีสตินัก เพราะตอนนี้ฉันจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเลย

“ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่ขอโทษ” ครั้งนี้เขาพูดแล้วจ้องหน้าฉันตรงๆ

ฉันได้แต่ถอนหายใจ “ฉันเข้าใจ ถึงมันจะไม่ใช่วิธีที่ดีนักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันได้ผล”

เขามองหน้าฉันนิ่งๆสักพักก่อนจะกุมขมับแล้วเดินไปเรียกแท็กซี่เพื่อกลับโรงแรม

วันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมาย และฉันคงจะเมาจริงๆ ฉันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

แล้วพยายามไม่คิดอะไรให้มันมากนักจึงทำให้ฉันหลับไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

Nutt Part

ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าผมอาจจะชอบเธอตั้งแต่วันแรกที่โซลทาวเวอร์นั่นแล้ว มันอาจจะเป็นเหตุผลว่าที่แล้วๆมา

ทำไมผมทำตัวปกติกับเธอไม่ได้ อาจจะเป็นการแอนตี้เบื้องต้นของตัวผมเองว่าผู้หญิงคนนี้

กำลังรุกล้ำพื้นที่ในหัวใจที่ปิดตายมานานของผม พอได้ใช้เวลาอยู่กับเธอจริงๆแล้วผมพบว่า

ผมมีความสุขมาก รู้สึกสนุก และมีอารมณ์ร่วมกับทุกอย่างที่เธอทำ ผมเลยปล่อยตัวตามหัวใจ

ตามอารมณ์ กลับเป็นนายนัฐคนเดิมก่อนที่จะเกิดเรื่องรัน ผมว่าตอนนี้ผมเจอคนที่ผมพร้อมจะเปิดใจ

เสี่ยงโดนทำร้ายอีกครั้งแล้วล่ะ...

ตอนที่ผมเห็นชุดที่เธอใส่ไปผับครั้งแรก ผมแทบอยากจะบอกให้เธอไปเปลี่ยน แต่ผมไม่มีสิทธิ์ไง

เลยทำได้แค่ส่งแจ็คเก็ตให้เธอคลุม ถึงเธอจะตัวเล็ก แต่เธอเป็นคนที่หุ่นดีมาก

เดรสคอเว้าต่ำกับเนินอกอิ่มรวมไปถึงชายกระโปรงสั้นกับขาสวยๆนั่น

ผมเห็นหนุ่มๆในผับมองเธอตาค้างไปหลายคน ผมเลยอดไม่ได้ที่จะหวงจนทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ

แล้วที่ผมนึกไม่ถึงสุดๆก็ตอนที่เธอลากผมออกไปเต้นนั้นล่ะ ท่าเต้นเธอทำผมแทบบ้า

ถ้าคนที่เต้นกับเธอไม่ใช่ผม ผมคงไม่ลังเลเลยที่จะไปลากเธอออกมาแล้วพากลับโรงแรมอย่างไม่ต้องคิด

แต่นี่เป็นผมไง ผมได้แต่คิดว่า เอาวะ เป็นไงเป็นกันงานนี้ เธอทำผมคลั่งและค้างจนต้องจูบเธอ

ผมถึงต้องบอกเธอว่าผมไม่ขอโทษไง เพราะมีวิธีอีกมากมายที่สามารถทำให้เราหลุดพ้นจากสถาณการณนั้น

แต่ผมก็ไม่ทำ ผมกลับเลือกที่จะจูบเธอ... ร่างระทวย ลมหายใจร้อนๆ แล้วก็ริมฝีปากนิ่มๆติดจะหวานนั่น

ยังติดอยู่ในความทรงจำผมชัดเจน แล้วผมก็ตัดสินใจแล้วว่า ไหนๆเธอก็เดินเข้ามาในชีวิต ในหัวใจผมแล้ว

ผมคงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆแน่ๆ...

 

 

 

29 ความคิดเห็น