My Control My Luffy

ตอนที่ 18 : ความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ธ.ค. 56



“ไปข้างนอกนะ”

“ไปไหน? กลับกี่โมง?”

“เรื่องของผม...ผมไม่ทำให้คุณเสียชื่อหรอกน่า วางใจเถอะ”

ผมพูดแบบนั้น แล้วเดินออกมาจากบ้านโดยไม่สนว่าตาแก่จะด่าว่าผมต่อยังไง เพราะตอนนี้หัวใจผมกำลังอ่อนแรง แต่ผมคงอยู่เฉยๆให้คิดฟุ้งซ่านไม่ได้ ผมไม่อยากเป็นคนอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย

 

เลื่อนลอย ไม่มีหลักแหล่ง ผมตระเวนไปทั่วร้านอาหารเพื่อหาแรงบันดาลใจในการคิดสูตรอาหาร เดินไปทั่วจนเย็นแต่ก็ยังไม่มีกระจิตกระใจจะกลับบ้านเลย

“นี่นาย...อยู่คนเดียวเหรอ?”

“ไปเที่ยวกันไหม?”

“...”

มีกลุ่มคนท่าทางดูเป็นมิตรเดินเข้ามาชวนผม ตอนนี้ยังสว่างอยู่คงไม่เสียหายอะไร เลยเดินตามเข้าไปเงียบๆ

 

เราอยู่กันที่ร้านคาราโอเกะ พวกเขาสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของกินเล่นมาบางส่วน ราวกับงานสังสรรค์ในหมู่เพื่อน ผมไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว รู้แค่เวลากำลังเดินต่อไป...

“นี่นาย...นั่งเฉยอยู่ทำไม? มาสนุกกันเถอะ เอ้าดื่ม!!

ใครคนหนึ่งในกลุ่มนั้นยื่นแก้วมาให้เชิงยัดเยียด ผมรับมาแบบไม่ปฏิเสธ ร่วมดื่มไปกับพวกเขา ทำให้สติ ค่อยๆเลือนราง นี่ผมคงจะเมาแล้วสินะ?

“ซันจิ...ซันจิ!

ใครบางคนกำลังเรียกฉัน แรงเขย่าเบาๆปลุกฉันให้ตื่นขึ้น เบื้องหน้า คือเอสกับซาโบที่จ้องมองมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“พวกนาย? แล้วที่นี่...”

“นายโดนมอมเหล้าน่ะ”

“พูดอะไร ทำไมคนพวกนั้นต้องมอมเหล้าฉันด้วย?”

“นายนี่มัน...”  เอสขบกรามแน่นอย่างรู้สึกหงุดหงิด ซาโบเลยเสริมให้

“เรื่องง่ายๆ กระเป๋าเงินนายหายไปใช่ไหมล่ะ?”

“เอ๋!?”  ซันจิรีบตบกางเกงและคุ้ยกระเป๋าเป้ แต่ก็อย่างที่บอก กระเป๋าเงินหายไป

“ไม่จริงน่า...”

“ทีนี่เข้าใจรึยัง ว่าไม่มีใครเข้ามาตีสนิทโดยไม่หวังผลหรอก”

“แต่ว่า...”

“ทำไมมาอยู่นี่ล่ะ?”

เพราะคิดว่าช่วยไม่ได้แล้วซาโบจึงถามเหตุผลที่เด็กดีอย่างซันจิมาเที่ยวแถบย่านเบื้องหลังแบบนี้ ซึ่งนั่นทำให้เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

“ฉันเครียด ก็เลยออกมาเปลี่ยนบรรยากาศ”

“แค่เครียดจริงเหรอ?”

“เรื่องของฉันน่า! ว่าแต่พวกนายเถอะ ทำไมถึงเดินแถวนี้ได้ล่ะ?”

“ก็เรามันเด็กหลังห้อง ชีวิตเสเพลเป็นของคู่กันอยู่แล้ว”

“หา?”

คำพูดระรื่นฟังสบายหูที่ผิดกับความหมายในประโยคนั่นมันชวน เหวอ แต่ก็รู้สึกจะเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ สำหรับซันจิที่อ่อนกับเรื่องแบบนี้คงไม่แปลกหากเขาทำตัวไม่ถูกล่ะนะ

“นี่...ขอคุยด้วยจะได้ไหม?”

“... เอาสิ”

ทั้งสองคนตอบรับด้วยรอยยิ้ม พาซันจิโดดขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ แล้วขี่พาไปที่ห้องของพวกเขา แม้ซันจิจะแปลกใจและตื่นกลัว แต่ก็ไว้ใจ ตามพวกเขาเข้าไปด้านในโดยไม่ปริปาก

“เชิญตามสบาย คิดซะว่าเป็นห้องของนายเลยนะ”

“อือ...เหวอ!! ทำอะไรน่ะ!!?

ซันจิที่กำลังมองไปรอบๆต้องโวยวายเสียงดังที่เหลือบไปเห็นเจ้าสองตัวตั้งหน้าตั้งตาถอดเสื้อนักเรียนสีขาวออก พวกนั้นหยุดชะงัก มองซันจิด้วยความแปลกใจก่อนจะหลุดขำออกมา

“จะร้องทำไม เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ?”

“เอ...หรือว่านายเป็นผู้หญิง? ไหนดูหน่อยซิ!

“จะบ้าเหรอ!!

เอสทำท่าหื่นกามใส่แล้วเดินเข้าไปหาซันจิ แต่เกือบจะถึงตัวก็โดนยันโครมเข้าซะก่อน ซาโบหัวเราะท้องแข็งกับสารรูปของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมังกรคู่ที่ไม่เคยแพ้ใคร กลับมานอนหงายเพราะลูกถีบจากคนตัวเล็กกว่า

“อย่าถือสาเลยนะ เจ้าเอสมันก็ชอบเล่นแบบนี้แหละ”

“อือ...ฉันก็ว่างั้น...”

“ว่าแต่มีเรื่องอะไรเหรอ?”

เข้าเรื่องที่สงสัย ร่างเล็กก็กลับมาเงียบอีกครั้ง เอสเด้งตัวขึ้นมาตั้งใจฟัง ซึ่งสีหน้าของเขาต่างไปจากเดิม

“คือว่า...ฉันรู้สึกสับสนน่ะ ฉันกำลังรักใครคนหนึ่งอยู่แต่พอจะบอก เขากลับชิงบอกกับคนอื่นไปแล้ว ถ้าฉันเข้าไปคงจะกลายเป็นมือที่สาม แล้วเขาก็อาจจะเกลียดฉันขึ้นมาก็ได้”

“นายเลยอยากจะเก็บมันเอาไว้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้เหมือนกับที่ผ่านๆมางั้นสิ?”

“อือ...แต่ว่า ฉันคงทำใจ นั่งมองเขาสองคนอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก”

“สองคนที่นายพูดถึงเขาตกลงคบกันรึเปล่าล่ะ?”

“เอ๊ะ? ...ฉัน...ฉันไม่รู้ ฉันวิ่งออกมาก่อนที่เขาจะตอบ”

“งั้นนายก็ยังไม่หมดโอกาสซะหน่อย ฝ่ายนั้นอาจจะไม่ได้รับรักก็ได้นี่ ถ้านายเข้าไปเสียบช่วงที่เสียใจ โอกาสมันจะมีสูงกว่าตอนปกติด้วยซ้ำ”

“นั่นสิ...เรื่องนี้ฉันเห็นด้วยนะ ลองดูอีกซักทีก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา”

ด้วยกำลังใจและข้อแนะนำดีๆ ทำให้ซันจิกลับมายิ้มอย่างสดใสได้อีกครั้ง ทั้งที่เขาพยายามคิดแล้วแท้ๆ แต่หลายหัวดีกว่าหัวเดียวจริงๆ ทั้งยังมีกำลังใจมากอีกด้วย ขอบคุณนะ ทั้งสองคน

 

 

“ลูฟี่? เป็นอะไรรึเปล่า? ....เข้าไปละนะ?”

นามิขึ้นมาตามน้องชายสุดที่รักไปกินข้าว ทั้งที่ปกติพูดถึงข้าวแล้วเจ้านี่มักจะไปจองที่ก่อนเป็นคนแรก แต่หลังกลับมาจากเที่ยวก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลา มันดูผิดปกติจนน่าสงสัย

“ลูฟี่ ไปกินข้าวเถอะ?”

“ผมลุกไม่ไหว...”

“ลุกไม่ไหว? เป็นไข้สินะ?”

เจ้าตัวเล็กนอนห่มผ้าด้วยท่าทางหนาวสั่นทั้งที่ในห้องก็เปิดเครื่องทำความร้อนเอาไว้ พี่สาวจึงเดินไปวัดไข้ด้วยหลังมือพร้อมแตะหน้าผากตัวเองเปรียบเทียบ ซึ่งอุณหภูมิก็ต่างกันอยู่มาก

“ว่าแล้วเชียว...งั้นพี่ไปต้มข้าวมาให้ เธอนอนไปก่อน เดี๋ยวจะเรียกนะ”

“ครับ...”

เสียงค่อนข้างแหบแห้งตอบรับเธอเบาๆ พี่สาวจึงเดินออกไป นำเรื่องของลูฟี่ไปบอกกับลอว์ และ โรบินที่อยู่ในห้องอาหาร ในฐานะหมอ ลอว์จึงขึ้นไปดูอาการของน้องข้างบน โรบินเองก็ไปช่วยนามิต้มข้าว แล้วจัดยาให้เจ้าตัวเล็ก อย่างน้อยก็ต้องมียาแก้ไข้แน่

“อ้าปากกว้างๆนะ...คอแดง ไข้ประมาณ 37 องศา เป็นไข้ธรรมดา เดี๋ยวก็หาย”

“สุดยอดเลย สมกับเป็นหมอจริงๆ”

“นักศึกษาแพทย์ต่างหาก”

“อาการของลูฟี่เป็นยังไงบ้างลอว์”

นามิเดินเข้ามาในห้องพร้อมถาดที่วางถ้วยข้าวต้ม ยา และน้ำ เอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ลอว์จึงตอบด้วยรอยยิ้ม

“ไม่อันตราย แค่ทานยาแล้วให้นอนพักเดี๋ยวก็หายแล้วล่ะ”

“ตอนนี้ก็ฤดูหนาวแล้ว จะหายไวหรือช้าคงอยู่ที่เจ้าตัวเขาสินะ”

“อาการอาจจะขึ้นๆลงๆบ้าง ฉันจะคอยอยู่เฝ้าเอง พวกเธอไปพักเถอะ”

“ได้ไงล่ะ ลูฟี่ก็น้องเรานะ? อีกอย่างนายยังกินข้าวไม่หมดเลยนี่”

เริ่มการถกเถียงกันด้วยเหตุที่ว่า น้องชายผู้น่ารักป่วยแล้วใครจะได้เป็นคนดูแล ในเมื่อทุกคนอยากมีส่วนร่วมในการดูแลน้องรักเหมือนๆกัน แต่แล้ว เด็กน้อยที่นอนดูเหตุการณ์อยู่ก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าสะลึมสะลือ

 “ผมอยู่คนเดียวได้ครับ พวกพี่ไปพักผ่อนเถอะ”

คำพูดนั้นทำเอาทุกคนหยุดชะงักแล้วหันมองไปเป็นตาเดียว ลูฟี่ยามอ่อนแรง ดูน่ารัก ขี้อ้อน X 2 มีหรือที่เหล่าพี่ๆจะไม่หลงรัก

สุดท้ายแล้ว เหล่าพี่ๆก็พากันมาหมกตัวอยู่ในห้องของน้องชายโดยไม่กลัวจะติดไข้ ป้อนข้าว ป้อนยา เช็ดตัว คอยดูแลอย่างใกล้ชิดถึงขนาดขึ้นไปกองเบียดกันบนเตียง ประกบซ้าย (นามิ) ขวา(ลอว์) ดูอบอุ่น (เกินไปไหมเนี่ย) มีแค่โรบินที่หาหนังสือมานั่งอ่านข้างๆเตียง

 

ตกใจเลยแฮะ อยู่ๆโซโลก็พูดแบบนั้นออกมา ทำเอาหัวสมองปั่นป่วน แต่เรื่องคำตอบนี่ ยังไม่แน่ใจเลย....จะบอกเขาว่ายังไงดีล่ะ เอ๊ะ!?

 

ลูฟี่บ่นพึมพำในฝันก่อนภาพที่ขาวโพลนเริ่มปรากฏเป็นรูปร่าง ไม่สิ...ความมืดกำลังใกล้เข้ามา...ใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า นี่มัน ฝันแบบเดิมอีกแล้วเหรอ?

“ลูฟี่....”

ใคร? รู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ?

มองจากระยะไกลแล้ว บอกตามตรง ฉันไม่เห็นหน้าเขาอย่างชัดเจน แต่รู้ว่าวินาทีที่ถามออกไป เขา...ส่งยิ้มกลับมาทางนี้ มันดูเป็นยิ้มที่แสนเศร้า แต่ก็เป็นยิ้มที่เปี่ยมสุขเช่นกัน

คุณเป็นใคร?

“.....”

อย่า...มา...ทาง...นี้...งั้นเหรอ?

เขาเพียงขยับปากบอกทีละคำพูดให้ฉันอ่านตาม แต่จากประโยคนั้นยังไงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมล่ะ?

“....”

หนี...ไป... ซ... !!?

ไม่ทันที่เขาจะพูดคำสุดท้ายเขาก็ถูกแทงด้วยของมีคมเป็นประกายเข้าที่หัวใจพอดี ...หยดน้ำสีแดงฉานโปรยปรายราวกับฝนเต็มตัวฉัน ขณะที่กำลังตื่นตระหนกที่ตัวมีแต่เลือด เขาคนนั้นก็ล้มตัวลงมาใส่ฉันด้วยใบหน้าของคนตายที่อาบไปด้วยเลือด

 

“หวา!!!

“ลูฟี่!?

ผมสะดุ้งตื่นจากฝันอันน่ากลัว กลับมาพบกับความจริง พวกพี่ๆตื่นขึ้นเพราะเสียงของผมและพากันเข้ามาดูอาการ ถึงจะไม่ควรปิดบัง แต่ผมก็ทำใจบอกพวกเขาไม่ได้ เลยโกหกไปว่า

“มีคนแย่งข้าวกล่องผมไปนะครับ”

“โธ่...ตกใจหมดเลย”

พวกพี่ๆถอนใจและพูดออกมาเป็นประโยคเดียวกัน รู้ตัวอีกที ผมหายไข้แล้วนี่นา ออกไปกระโดดโลดเต้นเป็นลิงค่างได้แล้วด้วย

“หิวจังเลย ไปกินข้าวกันเถอะนะ?”

“อือ...”

“นั่นสินะ”

“ไปกันเถอะ...”

 

ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และต้องการอะไร แต่ซักวัน ผมคงต้องรู้ให้ได้ ความจริงของฝันสุดสยองนั่น

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

439 ความคิดเห็น

  1. #386 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 19:31

    ขอไม่ให้เป็นลอว์จะดีมากเลย

    #386
    0
  2. #261 ปิ่นนะคุคุ (@narupin-578-sana) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 17:16
    หือ รักสามเส้าสินะ สินะ ความฝันแลดูน่ากลัวพิกล
    #261
    0
  3. #181 Brakoi (@parron) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:35
    ซันจิหรือเปล่าน้อออ คนในฝัน =[]=
    #181
    0
  4. #108 HalloWeD (@melonpung03) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 20:03
    เอ๊ะ โซโลชอบลูฟี่หรือซันจิคะเนี่ยยยยย เราสับสนนะโซโล
    ความฝันของลูฟี่น้อย ปริศนาโผล่มาอีกแล้วววว
    #108
    0
  5. #18 ` (sawada.tsunayoshi) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 13:52
    ลูฟี่ฝันถึงใครอ่ะ ทำไมดูน่ากลัว T^T
    #18
    0