My Control My Luffy

ตอนที่ 24 : เพียงค่ำคืนหนึ่งที่ผ่านไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56

 

 

“ครับ...ครับ...เข้าใจแล้วครับ...”

ร่างสูงลืมตาตื่นขึ้นมารับแสงแดดยามเช้าเพราะเด็กน้อยในอ้อมแขนเคลื่อนไหวไปมา ดวงตาคมเลื่อนมองร่างเล็กๆที่ค่อยๆสวมเสื้อผ้าทีละชิ้น แต่เมื่อจ้องนานไปทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวแล้วหันกลับไป

“อ้าว? ทำให้ตื่นเหรอ? ขอโทษนะ”

“จะไปแล้วเหรอ?”

“อือ...พี่เขากลับมาแล้ว วันนี้คงต้องอยู่ฉลองกับที่บ้าน”

“ไหนบอกจะอยู่กับชู้รักอย่างฉันไง? โกหกกันนี่นา?”

“ขอโทษๆ .... แต่วันนี้คงไม่ได้”

เด็กน้อยเดินกลับไปที่เตียง เขานั่งลงใกล้ๆกับร่างสูง โน้มคอแกร่งเข้ามาบดจูบอยู่พักหนึ่ง เป็นการขอโทษที่ผิดสัญญา เมื่อถอนจูบออกโดฟลามิงโก้ได้ถอนใจออกมายาวๆ ล้มตัวลงนอนด้วยสีหน้าเซ็งๆ ลูฟี่เดินไปทางประตู หันมาฉีกยิ้มให้แล้วพูดทิ้งท้ายเบาๆ

“ไว้ฉันจะมาชดเชยให้ทีหลัง ไปก่อนนะ”

“....แน่สิ...ต้องชดเชยให้ฉันอยู่แล้วล่ะ...เจ้าบ้า...”

 

 

“กลับมาแล้ว!!

“ลูฟี่! เมอร์รี่คริสต์มาส!!

“ทุกคน!? มากันพร้อมหน้าเลยนะ!!”

บ้านหลังใหญ่พร้อมด้วยผองเพื่อนและครอบครัว ทุกคนมีหมวกสีแดงตามแบบฉบับของเทศกาลนี้ ด้านโซโลกับนามิ ช่วยกันจัดต้นสนอยู่ที่มุมห้อง ซันจิกับลอว์ช่วยกันยกอาหารออกมาจากครัว อุซปหยิบหมวกมาสวมให้ลูฟี่พร้อมลากเข้าไปร่วมงาน โดยไม่มีใครสงสัยหรือถามเขาเลยว่าเมื่อคืนไปไหนมา

“พี่กลับมากันเร็วจังเลย ผมนึกว่าจะมาไม่ทันคริสต์มาสซะแล้ว”

“พอดีคนที่ต้องเจรจาด้วยดันไม่อยู่ พี่กับลอว์ก็เลยกลับมาก่อน ส่วนนามิเห็นบอกว่ามีพายุเลยเลื่อนเที่ยวบินออกไปน่ะ”

“ดีจังเลย...แปลว่าปีนี้เราจะได้ฉลองด้วยกันสินะ?”

“ใช่แล้ว!! มาฉลองกันดีกว่า”

“เย้!!

เริ่มงานเลี้ยงเล็กๆในครอบครัว ทุกคนมีความสุข มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม แต่คงสนุกเท่างานเลี้ยงฉลองในฤดูใบไม้ร่วงไม่ได้ เพราะเหล่าคนใช้ในบ้านได้วันหยุดกลับไปหาครอบครัว

 

“แล้วเด็กน้อยก็ได้อิสรภาพ...แล้วกลับไปยังบ้านเกิดของตน...จบแล้วจ้า”

จบค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองด้วยนิทานแสนสนุกจากโรบิน ซึ่งขณะนั้นราวกับภาพวาดที่คุณแม่กำลังเล่านิทานก่อนนอนให้เด็กๆฟังหน้าเตาผิงอุ่นๆ และเพราะบรรยากาศเป็นใจทำให้มีหลายคนผล็อยหลับไปซะแล้ว

“ไปแล้วหนึ่ง...”

“โซโลคุงช่วยแบกลูฟี่ไปที่ห้องทีนะ”

“เอ่อ...ครับ”

ณ วินาทีนั้นเอง ทุกคนลืมไปแล้วว่าโซโล เป็นจอมหลงทาง เขาจึงได้แบกพาลูฟี่ วิ่งไปวิ่งมาที่ชั้นสอง

“ห้องลูฟี่มันอยู่ไหนหว่า?”

ไม่นานนับจากนั้นเขาก็ได้วนกลับมาที่บันได ซึ่งซันจิกำลังขึ้นมาพอดี

“?”

“อ่ะ!?

ท่าทางเขาจะมองออก ซันจิจึงหลุดขำออกมาและจ้องไปที่คนตรงหน้า เผยรอยยิ้มที่แสยะออกมาอย่างน่ากลัว

“หลงทางล่ะสิ?”

“ปะ เปล่าซะหน่อย!

“งั้นนายกำลังจะพาลูฟี่ไปไหนล่ะ?”

“กะ ก็ไปห้องน่ะสิ! ห้อง...”

“...ห้องไหนล่ะ?”

“ห้อง...ทางนั้น!

“ผิด...ทางนั้นต่างหาก”

“กึ๊ย...ก็ได้...ฉันหลง”

 “หึ แค่นี้ก็หมดเรื่อง”

ซันจิเดินนำทางไปที่ห้องของลูฟี่หลังจากที่เจ้าหัวเขียวยอมสารภาพแต่โดยดี ร่างเล็กถูกบรรจงวางลงกับเตียงให้เบาที่สุด มันส่งผลต่อความรู้สึกภายในที่อิจฉาการกระทำเหล่านั้น

“ไม่จูบราตรีสวัสดิ์ซักหน่อยล่ะ”

“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย”

“ก็พวกนาเป็นแฟนกันนี่นา? ไม่เห็นจะแปลกเลยถ้านายจะทำ”

“เราเปล่าเป็นแฟนกัน...ฉันถูกปฏิเสธ...”

“เอ๋!?

“นั่นแปลว่านายรู้สินะ? ลูฟี่บอกกับฉันว่า...รักฉันแบบเพื่อน เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น”

“งั้นเหรอ?”

ซันจิตีหน้าเศร้า ถ้าเขาเป็นโซโลคงจะเจ็บปวดไม่แพ้กันถ้าคนที่แอบรักไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ลึกๆแล้วก็แสนจะดีใจที่ตนเองยังมีความหวังอยู่ เขาตบไหล่โซโลเบาๆเพื่อเป็นการปลอบ และยิ้มให้เป็นกำลังใจ โซโลยิ้มรับการปลอบใจนั้น แล้วพากันออกไปจากห้อง

“วันนี้เรากลับก่อนนะครับ”

“อ้าว? กลับแล้วเหรอ? โชคดีนะจ๊ะ”

“ไว้มาอีกนะ เมอร์รี่คริสต์มาส”

“เมอร์รี่คริสต์มาสครับ”

ออกจากบ้านลูฟี่แล้วทั้งสามก็ได้แยกกันกลับ โซโลชวนซันจิไปดื่มต่อที่ร้านเหล้าใกล้ๆบ้าน เจ้าตัวเลยตกลง ถือเป็นการเลี้ยงปีใหม่และดื่มให้โซโลที่อกหักด้วย

บางทีเวลาเครียด มีเรื่องมากมายในสมอง การที่ได้ระบายเรื่องต่างๆให้ใครฟังแล้วเขาตอบรับ มันก็ช่วยได้มากในหลายๆความหมายนั่นแหละนะ แต่อีกความหมายหนึ่งอาจทำให้เขาได้รู้จักคนที่รักมากขึ้นก็เป็นได้

 

“อือ....”

ห้องกว้าง บรรยากาศคุ้นเคย ข้างกายมีใครนอนหนุนแขนอยู่...เอ๋?

“เฮ้ย!!?

โซโลตะโกนเสียงตังลั่นห้องทำให้อีกคนสะดุ้งตื่นขึ้น มองคนที่ท่าทางลนลานด้วความมึนงง

“ทะ ทะ ทะ ทำไม หรือว่า มะ เมื่อคืน...”

“อือ...”

“หวา!!! ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!!!

“หนวกหูเฟ้ย!!

หมอนสีขาวบินไปปะทะหน้าคนที่โวยวายเต็มๆ อีกฝ่ายจึงยอมเงียบแล้วเข้าไปใกล้ๆ ซันจิขยี้หัวจนฟูที่ต้องตื่นมาเจอเรื่องน่าปวดหัวทั้งที่ยังไม่สร่างเมา

“โอย...ปวดหัวชะมัด...เสียงดังทำไมแต่เช้าฟะ?”

“นายยังไม่ได้เสียตัวให้ฉันงั้นเหรอ?”

“ใครจะไปยอมเสียตัวให้แกกันเล่า ถึงจะจำไม่ได้ แต่ฉันไม่ได้เสียตัวให้แกแน่”

“...”

ทั้งที่บอกไปอย่างนั้น เจ้านั่นกลับดูไม่ดีใจเลย อยากให้ฉันเสียตัวให้แกรึไงเจ้าบ้า...

“อะไร?”

“อะไรเหรอ?”

“นายกำลังจ้องหน้าฉันอยู่นะ?”

“แค่สงสัยน่ะ เพราะปกติถ้าดื่มกันจนเมามันต้อง...เอ่อ...”

“ดูหนังมากไปแล้วนะแก ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวทำไรให้กิน”

ช่วยไม่ได้นะ ถ้าไม่รู้อะไร คิดมากไปก็นึกไม่ออกอยู่ดี มีแต่จะปวดหัวเปล่าๆ เสียงกระทะกับตะหลิวกระทบกัน กลิ่นหอมโชยไปทั่วห้อง เพลงเบาๆคลอไปกับจังหวะเครื่องครัว

“ห้องน้ำว่างแล้ว...หืม? กลิ่นหอมจัง”

“อือ...มานั่งสิ เสร็จพอดี...”

พ่อครัวหน้าหวานวางจานข้าวผัดตรงหน้าชายหนุ่มแล้วเดินอ้อมด้านหลังไปอาบน้ำบ้าง

“นี่คิ้วม้วน ให้ฉันไปส่งบ้านไหม?”

“...”

“คิ้วม้วน?”

“คิ้วฉันไม่ได้ม้วนนะเจ้าบ้าหัวเขียว!!

ที่ไม่ตอบเพราะกำลังโกรธนี่เอง แต่ก็นะ เจ้าบ้านี้ถึงจะผ่านไปนานขนาดไหนนิสัยก็ยังไม่เปลี่ยน พูดอะไรดีๆกับเขาไม่เป็นเลยรึไงนะ?

“ก็ยังอยู่นี่...ว่าไง? ให้ฉันไปส่งไหม?”

“ไม่ต้อง! ฉันกลับเองได้เจ้าบ้า!!

“โกรธเหรอ?”

“ใช่! โกรธมากด้วย!

“ทำไมล่ะ? เมื่อก่อนก็เรียก ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยนี่?”

“ก็ตอนนี้ฉัน! ...ก็ฉัน....”

“ก็ฉัน?”

“ไม่พูดแล้วเจ้าบ้าหัวเขียว! ไปกินข้าวตอเลยไป!!

“อือๆ ก็ได้...”

“หึ ...นี่เจ้าคิ้วม้วน”

“อะไร!

“ขอบใจมากนะ ข้าวผัดอร่อยมากเลยล่ะ...”

“ปะ...ไปไกลๆเลยเจ้าบ้า!!

ก่อนการสนทนาผ่านประตูห้องน้ำจะจบลง โซโลหยอดคำพูดใส่ซันจิเล็กน้อย จากน้ำเสียงคิดว่าคงจะเขิน จึงแอบกลั้นหัวเราะแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม

ซักพักซันจิก็ออกมาจากห้องน้ำ ดวงตาเหลียวมองโซโลออกแนวเคืองน้อยๆ ใบหน้าหวานแดงระเรื่อดูน่ารัก ก่อนจะเดินไปสำรวจแถวที่นอนเพื่อหาเสื้อกันหนาวของตนเพราะคาดว่าคงจะอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้

“ให้ไปส่งไหม?”

“ไม่ต้อง”

“ยังโกรธอยู่เหรอ?”

“เปล่า...แต่ไม่ต้องไปส่งหรอก ฉันกลับเองได้”

“แน่นะ?”

“แน่สิ ฉันไม่ได้โกรธนาย ฉันกลับเองได้ เป็นอะไรมากเปล่าเนี่ย?”

ซันจิพูดเน้นเสียงแล้วทำคิ้วขมวดใส่คนบนเก้าอี้อย่างสงสัย ฝ่ายนั้นหลบตาหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง ถ้ามองดีๆจะเห็นว่าเจ้านั่นหน้าแดงหน่อยๆด้วย

“โซโล?”

“ฉัน...ฉัน...”

“อะไร?”

“ฉัน...”

“ก็พูดมาสิ! ...งั้นฉันไปนะ”

“ฉันอยากไปส่ง! นะ...นาย...เอ่อ...ได้ไหม?”

“....อะ อือ...เอาสิ”

โซโลฉีกยิ้ม รีบลุกขึ้นแต่งตัวจะได้ไม่เสียเวลาซันจิให้คอยนาน เสื้อผ้าที่ใส่อย่างลวกๆแลดูไม่เรียบร้อยถูกจัดให้เข้าที่เข้าทางโดยคนเจ้าระเบียบ

หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาข้างนอกกัน พื้นถนนขาวนวลด้วยหิมะ บรรยากาศที่นี่ราวกับฟ้าหลังฝน ดูคึกคักไม่ต่างกันทุกๆวัน แต่เดินมาได้ซักพักท่าทางโซโลก็ดูแปลก คงจะหนาวมากล่ะสิ เสื้อก็ดูบางเกินไป ไอ้เจ้าบ้า...

“โซโล ยื่นมือมาสิ....”

“หา?”

โซโลส่งมือให้ซันจิ เขากุมมันไว้ แล้วใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ท่าทางเขาอุ่นขึ้น...หรือเขินก็ไม่รู้ เพราะหน้าเขาแดงระเรื่อ หันหน้าหนีแล้วเกาจมูกน้อยๆ

“เอ่อ...ซันจิ...”

“หือ?”

“ขะ ขะ ขอบใจมากนะ”

“อือ...”

เดินมาถึงที่หมายซันจิโบกมือลาและเข้าไปข้างใน แต่เมื่อโซโลกำลังจะหันหลังกลับ เขาเกิดได้ยินเสียงดังโครมครามออกมาจากในร้าน จึงต้องวิ่งเข้าไปดู

ภาพที่เห็นคือชายวัยเกือบชรา หนวดถักเปีย ยืนตะโกนเสียงดังโดยมีเหล่าบริกรคนอื่นๆคอยฉุดดึงไว้ ที่ตรงหน้าคือซันจิที่ล้มลงนั่ง ข้างๆเขามีถาด จาน ชาม หล่นแตกและกระจายทั่ว คิดว่าคงโดนชกกลิ้ง แต่ไม่นานเขาก็ลุกขึ้นตามระเบียบพัก เวลาเดียวกับที่ชายคนนั้นได้รับการปล่อยตัว

“ไอ้เด็กไม่รักดี หายหัวไปไหนมาทั้งคืน!!

“ขอโทษครับเชฟ”

“ซันจิ!”

“โซโล!? มาทำไม ออกไปซะ!!

“เกิดอะไรขึ้น? เพราะฉันเหรอ?”

 “ไม่เกี่ยวกับนาย”

“ไม่เกี่ยวได้ไง! ฉันเป็นคนชวนนายดื่มต่อนี่”

“หือ? ไอ้หนุ่ม...ที่พูดหมายความว่าซันจิไปอยู่กับเธอมางั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ! เขาไปกับผม”

“โซโล!? ไม่ใช่นะครับเชฟ!! เขาน่ะ...”

“แกน่ะหุบปากไป!! ว่าไงพ่อหนุ่ม?”

ซันจิถูกกันออกไปห่างๆ เพราะรู้ดีว่าเชฟเป็นคนยังไง ถ้าไปก่อกวนคงไม่จบแค่โดนซ้อมแน่ หน้าที่ตอบตอนนี้เป็นของโซโล แต่ดูท่าทางเขาไม่รู้สึกกดดันอะไรเลย

“หลังจากที่ไปงานเลี้ยงเพื่อน ผมก็ชวนเขาไปดื่มต่อ เห็นว่าดึกแล้ว เลยบังคับให้ค้างด้วยกัน เพราะเขาเองทั้งเมาทั้งดูบอบบางจนอดห่วงไม่ได้”

“โห! คิดแบบนั้นหรือว่าเธอจะล่วงเกินเจ้านี่ไปแล้วกันล่ะ?”

“เชฟ! พูดอะไรน่ะครับ!!

“เปล่าครับ...ผมไม่ได้ทำอะไรเขาเลย จะพูดแบบนั้นก็คงไม่ดี เพราะผมเองก็เมา จำอะไรไม่ค่อยได้”

“....พวกแกพาซันจิไปที่ห้อง แกถูกกักบริเวณหนึ่งวัน”

“หา? เดี๋ยวสิ อ่ะ!? ปล่อยนะ!!

ซันจิถูกพากลับห้องไป ด้านโซโล เชฟพาไปที่ห้องทำงานเพื่อคุยกันตามลำพัง ชายชรานั่งลงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง จ้องมองคนตรงหน้าเหมือนครูสอบสัมภาษณ์นักเรียน

“พ่อหนุ่ม เธอคิดยังไงกับซันจิ?”

“หา? เอ่อ...ก็...น่ารัก ฉลาด เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ผมเทียบเขาไม่ติดเลยครับ”

“เรื่องนี้แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ แต่ฉันไม่ใช่ครอบครัวของซันจิหรอกนะ ฉันเป็นเพื่อนของพ่อเขา พ่อเจ้านั่นเป็นอัจฉริยะที่เก่งไปซะทุกอย่าง ส่วนที่หน้าสวยก็คงมาจากแม่นั่นแหละ”

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

“พ่อมันเป็นคนฉลาด เลยทำเหลิง สุดท้ายก็ล่มจม ฆ่าตัวตายหนีปัญหาทั้งหมด แม่มันเลยเอามาฝากไว้กับฉันแล้วก็หายไป ฉันกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะซันจิดันเกิดเป็นอัจฉริยะ เลยต้องคอยกดมันไว้ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงไม่เคยชมเชยมันเลย ป่านนี้มันคงนึกเกลียดฉันแน่”

สีหน้าอมทุกข์นั้นดูเครียดเหลือเกิน คงจะเป็นห่วงจนทำอะไรไม่ถูก ถ้าเป็นเขาก็คงจะเป็นห่วงไม่แพ้กัน แต่ซันจิดูไม่เหมือนคนที่จะทำแบบนั้นได้เลย คิดว่าเหมือนเด็กที่ต้องการความอบอุ่นมากกว่า

“ผมเข้าใจครับ คงเป็นเพราะการเลี้ยงดูของคุณได้ผล ซันจิที่ผมเห็นจึงถ่อมตัวมาก ดูเป็นคนขี้อายด้วยซ้ำ”

“งั้นเหรอ? ยังไงเธอก็เป็นคนดี ฝากเธอช่วยดูแลมันหน่อยนะ ฉันเองก็แก่แล้วคงอยู่ได้อีกไม่นาน”

“ครับ ผมจะช่วยดูแลเอง...แต่ว่า...”

“อะไรเหรอ?”

“ซันจิน่ะ...อาจจะไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมคิดว่าบางที ถ้าชมเขาบ้างเขาคงดีใจ แต่ถ้าเขาเป็นอย่างที่คุณว่า ผมจะช่วยจัดการเอง”

โซโลออกไปจากห้องทำงาน เดินตามทางที่ซันจิถูกลากเข้าไป จากนั้นก็...สะกิดขอความช่วยเหลือจากคนแถวนั้น ถึงหน้าประตู เสียงตะโกนขออิสระของเจ้านกในกรงก็ดังขึ้น คนที่มาด้วยจึงเดินไป ข้างในห้องนั้น ซันจินอนคว่ำซุกหน้ากันหมอนหนุน ขาของเขาถูกล่ามไว้กับเสากลางห้อง ถึงได้โวยวายสินะ

“หมดฤทธิ์แล้วเหรอเจ้าคิ้วม้วน?”

“โซโล? ...นายว่าใครคิ้วม้วนฟะ!?”

“ใจเย็นน่า...เป็นไงบ้าง”

โซโลตรงเข้าไปใกล้ๆ ลูบสัมผัสแก้มนวลที่บวมช้ำอย่างเบามือ พลันใบหน้าหวานดูเศร้าหมอง เอนซบอกคนตรงหน้า

“เกิดอะไรขึ้น...ตาแก่พูดอะไรเหรอ?”

“เปล่านี่ แค่...ฝากมาขอโทษนาย เขาบอกว่าเป็นห่วงไปหน่อย ก็เลยเผลอชกนายไป ยกโทษให้เขารึเปล่า?”

“อือ...ฉันไม่โกรธตาแก่หรอก ฉันผิดเองแหละ”

ความเงียบเข้าควบคุมพื้นที่ ไออุ่นในกายเพิ่มพูนขึ้นทีละนิด แต่ไม่นานนักความเงียบก็ถูกทำลาย คนในภัตตาคารเอาข้าวเที่ยงมาให้ซันจิกับเพื่อน  เห็นภาพแปลกๆเข้าเลยถึงกับสะอึก

“อะ เอ่อ...ซันจิ...กินข้าว”

“อือ...”

“ผมยกให้นะครับ”

โซโลเดินไปยกมาให้ที่เตียง เขาคนนั้นเลยเดินออกไป ท่าทางทั้งสองคนดูเหมือนคู่รักกันไม่ผิด คงอดเอาไปปล่อยข่าวลือว่าคบกันอยู่ไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่พ้นหูเชฟ

“แล้วไง?”

“แต่เชฟครับ ซันจิกำลังจะมีแฟนเชียวนะครับ ท่าทางรักกันดีด้วยแบบนี้จะพากันโดดงานเอานะครับ”

“ไม่หรอก...อย่างน้อยเจ้าซันจิมันก็รู้หน้าที่ดี ว่าแต่พวกแกเถอะ มายืนกันแบบนี้ไม่มีงานทำกันรึไง!!

เสียงตวาดครั้งเดียวทำวงแตกกระจาย เหล่าพ่อครัว พนักงานเสิร์ฟ กลับไปวิ่งวุ่นทำงานกันตามปกติ อย่างน้อยเรื่องนี้ ซันจิต้องเป็นคนตัดสินใจเอง แต่ถ้าเป็นเจ้าหนุ่มนั่นก็ไม่เลว ชักถูกใจซะแล้วสิ

 

 



แนะนำตัวกับพ่อตาเรียบร้อย แถมได้รับความไว้วางใจอย่างมากด้วย 
ตอนนี้เป็นบทบาทของซันจิโดยเฉพาะ แต่อย่าเพิ่งเบื่อ โซซัน กันเลยนะคะ
เพราะตอนหน้านี้ เรื่องจะเริ่มเข้าที่และวุ่นวายกันยกใหญ่ รอหน่อยนะคะ!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

439 ความคิดเห็น

  1. #392 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:20

    เชียร์คู่นี้ค่าา///ชูป้ายไฟรัวๆ

    #392
    0
  2. #338 fall4U [Forgotten] > (@firstx00) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 12:38
    ไปๆมาๆ ทำไมเหล่าเมะเค้าไปกินกันเองแล้วละเนี่ยย 555555555555555
    #338
    0
  3. #134 MaStEr_YaOi (@59278027) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มกราคม 2557 / 12:41
    โดลูๆๆๆ โดฟลาลูจะอยู่ในใจกระโผ๊มมมมมมมมมมม!!!
    (บ้าไปแว้ว)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 มกราคม 2557 / 12:41
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 27 มกราคม 2557 / 12:42
    #134
    0
  4. #114 HalloWeD (@melonpung03) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 21:07
    ทำไมความสัมพันธ์ถึงกลายเป็นแบบนี้คะ ป๋าโด!!!!!!!!!!
    #114
    0
  5. #33 อุซึบากิ_กิ (@fram0001) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 22:29
    อ้ากกกก ฟลาลู!!!!! //;w; จะรอดูตอนต่อไป!!!!
    #33
    0
  6. #32 ` (sawada.tsunayoshi) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 15:53
    โซซันน่ารักจัง -/-
    แต่ก็เชียร์ตอนจบเป็นฟลาลูอยู่นะ 555.
    #32
    0