My Control My Luffy

ตอนที่ 44 : อยากมีครอบครัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ก.พ. 57

ท่าทางจะเป็นเวลาสายของอีกวัน เขาตื่นขึ้นในห้องที่ไม่รู้จักดูหรูหราราคาแพงไม่มเครื่องใช้อื่นๆนอกจากของตกแต่งและเตียงนอน เรือนผมสีแดงลู่ลงเพราะไม่ได้เซต มีจดวางอยู่ใต้โทรศัพท์มือถือ

ไงคิด ตื่นแล้วเหรอ? ที่นี่เป็นโรงแรมแถวร้านเหล้านั่นแหละ เพราะมีด่านจับเลยกลับไม่ได้ ไม่ต้องห่วง ค่าห้องฉันจ่ายไปแล้ว เราอยู่ห้อง 331 ข้างๆนายนี่เอง

เรา? หมายความว่ามันมากับแฟนสินะ บ่ายสาม? คงกลับไปแล้วล่ะ ตื่นสายเลยเรา แย่จริงๆเชียว ดีที่วันนี้ไม่มีงาน มือถือเองก็...185 miss call ญาติเอ็งเสียรึไงฟะ ไอ่คิลเลอร์!!

“มีไรฟะ? โทรมาซะน่ากลัวเลย”

“ไอ้คิด!! เอ็งไปทำอะไรอยู่!! เขาสอบสัมภาษณ์กันจนเสร็จไปแล้วนะเฮ้ย!!

 “หา!!?

สอบสัมภาษณ์ไรหว่า คิดก่อน....อืม....อ๊ะ!? วันนี้เขาทดสอบหน้ากล้องเด็กใหม่เพื่อเป็นดารามืออาชีพนี่หว่า!? แม่เจ้า!! ข้าน้อยลืมไปได้ยังไง!!!

“ละ แล้วไง? ตอนนี้ทันไหม?”

“คิดว่าทันไหมล่ะ?”

“โธ่...เพราะแกแหละชวนฉันดื่ม!!

“อย่ามาโทษนะ! แกเองแหละที่ไม่ยอมเลิก เมาหัวราน้ำล่ะสิท่า!!

เกิดการทะเลาะกันแล้ว ต่างคนต่างอ้างเหตุผลของตัวเอง สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อาการปวดหัวเล็กน้อยถึงปานกลางเข้ารุมทำร้ายสมอง ดวงตาฉายภาพวิงเวียนจนแทบล้ม

“คิด?”

“?”

เขาหันตามเสียงเรียก ตรงหน้ามีชายคนหนึ่ง เส้นผมสีแดงธรรมชาติ มือถือถุงวัตถุดิบทำกับข้าวไว้เต็มสองข้าง ใบหน้าส่อแววสงสัยอย่างเห็นได้ชัด แน่ล่ะ เขาเดินกลับไปสนทนาด้วยตามมารยาท

“สวัสดีแชงค์”

“หวัดดี เป็นอะไรมากไหม? ท่าทางแปลกๆ”

“เมาค้างนิดหน่อยครับเลยเวียนหัว”

“ซะงั้น...มือใหม่ล่ะสิท่า เวลาแบบนี้ให้นั่งเฉยๆ ถ้าไม่เช็ดหน้าด้วยผ้าเย็นก็ดื่มน้ำ..เอ่อ...เดี๋ยวนะ”

แชงค์ควานมือลงในถุงใบขวาแล้วหยิบยื่นน้ำให้ขวดหนึ่ง คิดรับมาอย่างว่าง่ายก่อนเขาจะแยกกันไป คิดนั่งพักที่สวนใกล้ตามคำแนะนำของมืออาชีพ เสียงหัวเราะของเด็กๆในสนามดูครื้นเครงจนเขารู้สึกผ่อนคลาย

“พี่ชายๆ”

“หือ?”

เด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา ปกติแล้วจะวิ่งหนีแท้ๆ ก็หน้าเขามันน่ากลัวนี่นา อีกอย่าง...เด็กสาวกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น เกิดอะไรขึ้น?

“มีอะไรหนูน้อย?”

“ช่วยด้วยค่ะพี่ชาย อัจจิจังพยายามเก็บลูกโป่งให้หนู แล้วก็ตกลงมา...ช่วยพาเขาไปหาหมอหน่อยนะคะ”

“หา?”

“ทางนี้ค่ะ”

เด็กน้อยลากแขนเขาไปด้วยกัน มือเล็กๆกุมได้แค่นิ้วเขาแค่สามนิ้วเท่านั้น น่ารักจัง เด็กตัวเล็กขนาดนี้เชียวเหรอ? เหมือนคนแคระในเมืองยักษ์เลย

 

 

“โอ๊ย!!!

“เงียบน่า อยากโชว์หญิงก็อย่าให้เจ็บตัวแบบนี้สิ”

ที่แรกที่นึกออกคือโรงพยาบาลที่ลอว์ทำงานอยู่ เด็กสาวที่เคยร้องไห้เปลี่ยนมาหัวเราะคิกคักมองเพื่อนชายที่ตะโกนร้องโวยวายน้ำตาซึม คุณหมอเองก็ไม่มีคำว่าปราณีกับคนไข้คนนี้เลยด้วยสิ

“ขอบคุณค่ะหมอ”

“ขอบคุณครับ”

“อือ อย่าเล่นซนอีกล่ะ”

รู้สึกว่าขากลับ พ่อกับแม่ของเด็กๆจะมารับเพราะเห็นลูกๆไม่อยู่ในสนาม ดูเหมือนจะมีคนบอกว่ามานี่ ...ครอบครัวเหรอ? ...ตัวเราเองเคยรู้สึกอบอุ่นแบบนั้นไหมนะ? ลืมไปแล้วสิ

“เออนี่ เย็นนี้ว่างรึเปล่าคิด?”

“เอ๋? ครับ ว่างครับ”

“ไปกินข้าวเย็นที่บ้านฉันกันไหม? วันนี้มีงานเลี้ยงที่บ้าน”

“งานเลี้ยง? เนื่องในโอกาสอะไรครับเนี่ย?”

“เอ่อ...แฟนน้องจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันนี้น่ะ ท่าทางคงจะไปค้างที่บ้านด้วย”

“หา? แล้วให้ผมไปด้วยมันจะดีเหรอครับ?”

“นั่นแหละที่ต้องการ! นายช่วยฉันกันน้องชายออกจากมันทีนะ? ฉันคนเดียวไม่ไหวแน่”

“อะ เอ่อ...ก็ได้ครับ”

ถ้าขอร้องกันขนาดนี้ก็ไม่ปฏิเสธล่ะ แต่ว่าแฟนของลูฟี่คุงเหรอ? จะเป็นคนยังไงหว่า? คงจะใจดีแล้วก็ตามใจลูฟี่สุดๆเลยสินะ แต่ที่ว่าให้กันเนี่ย...ทำให้ไม่แน่ใจเอาซะแล้วสิ

“ลอว์ กลับกันเถอะ เราเก็บของเสร็จแล้วล่ะ”

“อะ อื้อ ไปเดี๋ยวนี้แหละ”

“อ้าวคิด? หวัดดี”

“ไงลูฟี่”

เด็กน้อยเดินออกมาพร้อมคนกลุ่มหนึ่ง ทุกคนอายุไม่ต่างกันเลย แต่กลับมีเพียงคนเดียวที่ให้ความรู้สึกต่างออกไป ปกติลูฟี่ก็แจกยิ้มทรงเสน่ห์ให้คนอื่นเขาไปทั่วอยู่แล้ว แต่เจ้าของดวงตาสีอ่อนนั่นกลับจ้องเขม่นมาที่ผม

“ได้ออกจากโรงพยาบาลซะทีนะดอฟฟี่”

“ครับ นึกว่าจะไม่ได้ออกมาเห็นโลกข้างนอกซะแล้ว”

เลิกงานครึ่งวัน พี่สาวทั้งสองก็ออกมารับน้องชายและว่าที่น้องเขย ส่วนคุณพี่ชายกับเพื่อนก็นั่งรถมอเตอร์ไซค์นำโด่งไปก่อนแล้ว เห็นว่าจะไปเตรียมกับข้าวรอ

“ไม่รู้ว่าลอว์จะเตรียมอะไรแปลกๆไว้รึเปล่า ระวังตัวไว้ด้วยนะ”

“ฮะๆ ช่างเถอะครับ ผมสมควรโดนแล้วล่ะ”

ร่างสูงพูดคุยและหัวเราะแหยๆกับว่าที่พี่สาว  ยังไม่ลืมหันไปเล่นจู๋จี๋กันเด็กน้อยในอ้อมแขน แต่ก็ยังคงมีความเกรงใจไม่ให้เกินงาม

 

“ถึงแล้วๆ!!

ทุกคนก้าวลงจากรถทันทีที่ถึงคฤหาสน์ตะวัน โรงรถมีมอเตอร์ไซค์ของลอว์จอดอยู่แปลว่ามาถึงแล้วสิ จะว่าไป อาหารของวันนี้จะออกมาแบบไหนกันนะ ลอว์ทำอาหารเก่งก็จริง แต่ขาดลูกมือไปจะทำอะไรได้ คิดเช่นนั้นนามิกับโรบินจึงเข้าไปในครัวเป็นทัพเสริม

“อะ เอ่อ...สวัสดีครับ”

เพราะทุกคนเข้าครัวหมด คิดเลยโดนส่งออกไปเป็นก้างชิ้นโตของโดฟลามิงโก้ แน่นอนว่าเข้ามาขัดตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เลยโดนมองเป็น ตัวเกะกะ

“จริงด้วยมิงโก้ นี่คือคิด เพื่อนของลอว์”

“เหรอ?”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“เออ”

โดนแล้วไง สายตาไม่เป็นมิตรสุดๆ มองอย่างกับฉันเป็นขยะกองโตงั้นล่ะ ไม่เห็นเหมือนกับที่จินตนาการไว้เลย ทำไมลูฟี่ถึงได้ไปชอบคนแบบนี้กันนะ

“คิด นี่มิงโก้...เอ่อ...ดอง...”

“ดองกีโฮเต้ โดฟลามิงโก้ครับ เรียกดอฟฟี่จะเป็นพระคุณมากเลย”

“เออ สวัสดีดอฟฟี่ ยินดีที่ได้รู้จัก”

ดีขึ้นแล้ว ดวงตาที่มองมา ดวงตาที่แข็งกร้าวของผู้ชายคนนี้ ดีขึ้นตอนที่บอกว่าผมเป็นเพื่อนลอว์ และทุกครั้งที่เด็กคนนี้ยิ้ม เขาจะจ้องมอง...มองใบหน้านั้นด้วยความหลงใหล

“ทุกคน! กับข้าวเสร็จแล้วจ้า!”

“เย้!!!

ลูฟี่เป็นคนแรกที่ออกตัวไปห้องอาหาร ตามด้วยดอฟฟี่และคิด บนโต๊ะอาหารมีของวางอยู่เต็มไปหมด บรรยากาศสุดหรูระดับภัตตาคาร แต่อบอุ่นไปด้วยครอบครัว ฉันรักบรรยากาศแบบนี้

“อร่อยไหม?”

“ครับ อร่อยมาก คุณหมอเก่งมากเลยล่ะครับ”

“นั่นสิ เพิ่งรู้ว่าลอว์ทำอาหารอร่อยขนาดนี้”

ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปลอว์ก็ไม่มีทีท่าจะตอบ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มชวนให้มื้ออาหารจืดชืดลงทันตา ซึ่งก็มีผลแม้กระทั่งลูฟี่ เจ้าตัวน้อยเอาแต่เขี่ยข้าวในจานไปมาแล้วก็ถอนหายใจยาวๆ

“ลอว์...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”

“ขอโทษ...”

“อะ เอ่อ...จริงสิลูฟี่ พรุ่งนี้ปู่จะมาหาด้วยนะ”

“จริงเหรอ? ดีจัง”

“ใช่จ๊ะ เห็นว่าเอาของจากต่างประเทศมาให้ด้วยนะ”

“เย้!! อยากเจอปู่ไวๆจัง มิงโก้พรุ่งนี้มาไหม?”

“ได้ ถ้านายอยากให้ฉันมาล่ะก็....”

ตึง!!

ลอว์ตบโต๊ะอย่างแรงจนทุกคนสะดุ้งกันทั้งแถบ ท่ามกลางความมึนงงนั่น ลอว์จ้องเขม่นไปที่โดฟลามิงโก้ ก่อนจะออกจากวง แล้วกลับขึ้นห้องไป

“ลอว์!?

“โทษนะ ฉันกินไม่ลงแล้วล่ะ ขอตัว”

“ลอว์!!

“ไม่ต้อง! นายขึ้นไปก็ไม่มีประโยชน์ลูฟี่ ปล่อยเขาไปก่อนเถอะ”

ลูฟี่พยายามตามขึ้นไป แต่โรบินขวางเอาไว้เสียก่อน สีหน้าเธอดูเรียบเฉยซึ่งนั่นเป็นสัญญาณอันตราย หญิงสาวยังคงจิบชาอย่างผ่อนคลาย นามิหั่นชิ้นเนื้อในจานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดคิ้วขมวด

 

มื้อเย็นดำเนินไปโดยไม่สู้ดีนัก เพราะไม่มีใครพูดคุยกันหลังจากนั้น เพียงแยกกันไปคนละมุมจนบ้านดูเงียบเหงา คิดเดินไปหาเพื่อนใหม่พื่อคุยให้รู้เรื่อง ตกลงความสัมพันธ์ของเขากับลอว์มันยังไงกันแน่

“โทษนะ แต่ฉันขอไม่ตอบให้แล้วกัน เรื่องนี้น่ะ ให้ผู้เสียหายเป็นฝ่ายเล่ามันจะดีกว่านะ”

“ผู้เสียหาย?”

“ถ้าได้ฟังก็จะเข้าใจเอง และถ้าถึงตอนนั้น ฉันก็พร้อมจะเป็นกระสอบทรายให้”

“หา?”

ไม่เข้าใจ หมาความว่าไง? เขาไปทำเรื่องร้ายแรงไว้งั้นเหรอ? ช่วยไม่ได้ คงต้องไปถามคุณหมอจริงๆแล้วสิ

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ไปให้พ้น!!

“คุณหมอ! นี่ผมเองคิด!!

“มื้อเย็นมันจบแล้วคิด นายกลับไปได้แล้ว!!

เขาถอนใจยาวๆกับนิสัยเด็กน้อยที่ไม่พอใจอะไรก็ขังตัวอยู่ในห้อง คิดว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นเลย ถึงจะทำให้สงบลงบ้างก็เถอะ แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เรื่องคงไม่มีวันจบแน่

“ทำเป็นเก่ง แต่แอบมานั่งร้องไห้เนี่ยนะ? นี่คุณอายุเท่าไรแล้วเนี่ย?”

“หา!? เฮ้ย! เข้ามาได้ยังไง!?

“สะเดาะกลอน จำได้ตอนฝึกเป็นทหาร”

“หา?”

“ถ้าอยากฟังก็มาแลกเปลี่ยนกัน นิทานของผมและของคุณ”

“...งั้นก็ไม่ต้อง ฉันไม่อยากฟังหรอก...”

“หึ...”

เสียงทุ้มดังก้องในลำคอ คิดเดินเข้าไปหาเด็กเอาแต่ใจที่นั่งกอดเข่าอยู่ข้างเตียงเงียบๆ ทำหน้าบูดอย่างกับโดนกักบริเวณ ซึ่งมันดูไม่สมอายุเอาซะเลย เขานั่งลงข้างๆ เอนพิงขอบเตียง แล้วเริ่มร่ายประวัติของตัวเองให้ฟัง

 

                ...เขาเคยเป็นทหารอยู่ทีมสำรวจ สมัยหนุ่มๆ เป็นคนใจร้อน บ้าระห่ำ แต่ก็ทุ่มเทกับงานอย่างมาก สมัยนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจครอบครัว เรียกได้ว่าไม่ได้แยแสเลยดีกว่า เพราะเขาเป็นลูกนอกสมรสของพ่อและแม่ เลยโดนปล่อยทิ้ง ต่างคนต่างอยู่....

                ...ช่วงนั้นเขาต้องทำงาน ไม่มีเวลากลับบ้าน และทางบ้านก็ไม่มีแม้แต่จดหมายส่งไป นับจากนั้นประมาณสองเดือน เขามีเรื่องกับหน่วยของตัวเองเลยโดนปลดจากการเป็นทหารและจำคุกหลายเดือน...

                ...นั่นเองที่ทำให้เขากลับบ้าน และได้พบกับภรรยาคนใหม่ของพ่อ เธอเป็นคนสวยและค่อนข้างสำอางมาก สำหรับผมที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับการเป็นทหารและออกรบ ผมจึงคิดว่ามันดูเยอะและน่ารำคาญมากเพราะทหารหญิงในหน่วยที่ผมเคยอยู่ ไม่เคยใช้ของพวกนี้ก็ยังมีเสน่ห์ดึงดูด เป็นตัวของตัวเอง  แถมหุ่นดีกว่าด้วย...

                ...ข่าวคือ เธอไม่ได้คิดแบบผมนี่สิ ที่ผมหลบหน้าเธอ ไม่สบตา และพูดกับเธอน้อยมาก กลายเป็นว่าผมเขินและแอบสนใจเธอซะงั้น? แถมพยายามให้ผมยอมเออ ออไปกับเธออีกแน่ะ เดี๋ยวนะคุณเธอ ผมยังมีจิตสำนึกอยู่นะ! ผมเป็นลูกพ่อ แล้วนั่นก็เมียพ่อ จะให้ผมคิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง? เลยแก้ปัญหาหนักอึ้งด้วยการออกจากบ้านไป...

.              ...ผมกลายเป็นลูกเนรคุณนับจากนั้นมา ไม่นานนักพ่อก็เสีย และยกทรัพย์สมบัติแทบทั้งหมดให้เธอคนนั้นอยู่ดีกินดีในบ้าน แต่ผมไม่สนหรอก ผมเคยอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด จะอยู่ต่ออีกหน่อยคงไม่ตายง่ายๆหรอกน่า...

                ...สุดท้ายก็คือผมอย่างในวันนี้....

 

คิดเล่าจบและหันมองคนที่นั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่ข้างกาย และเพื่อแลกเปลี่ยนตามข้อตกลงเขาจึงทวงถามขอให้ลอว์เล่าเรื่องทางฝ่ายนั้นบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเขาปฏิเสธในช่วงแรกก่อนจะยอมเล่าแต่โดยดี ซึ่งเรื่องนั้นมันทำให้รอยยิ้มของคิดจางหายไป

“หา? นี่เรื่องจริงเหรอ?”

“ใช่...จนถึงวันนี้ก็พยายามจะลืมอยู่ คิดว่าลืมได้แล้วด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินเสียงมันตัวฉันก็สั่นไปหมด ภาพพวกนั้นเองก็พากันตีกลับมา กลัวจนทนไม่ไหว ชาตินี้ฉันคงไม่มีวันทำใจได้แน่ๆ ลูฟี่ต้องเกลียดฉันแน่ๆเลย”

“ไม่มีทาง ลูฟี่เกลียดใครไม่เป็นหรอก โดยเฉพาะคนสำคัญอย่างคุณ”

“ชีวิตที่น่าอับอายแบบนี้ ชาตินี้ฉันคงโสตสนิทแน่เลย”

“อย่าพูดเหมือนเดือดร้อนคนเดียวสิครับ ก็เคยติดคุก ประวัติแบบนี้หางานก็ยาก เรื่องแฟนยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

“พูดอะไรน่ะ? เป็นนายแบบไม่ใช่เหรอ? เรื่องแค่นี้ง่ายจะตาไป”

“”คุณเองนั่นแหละที่สาวตอมเยอะกว่าผม คุณคงไม่รู้ แต่ในโรงพยาบาลคุณเด่นสะดุดตาสาวๆมากเลยนะ?”

“ก็ยังไม่มีใครถูกใจนี่นา”

“ทางผมเองก็เหมือนกัน”

บทสนทนามาถึงทางตัน ทั้งสองพากันเงียบไปครู่ใหญ่ ในเวลานี้ถ้าอ้อนไป ความปรารถนาของเขาจะเป็นจริงไหมนะ? แต่ก็อยากลองเสี่ยงดูจัง

“คุณหมอ....”

“หือ?”

“มาเป็นครอบครัวเดียวกับผมเถอะ?”

“หา!?

“ผมอยากมีครอบครัวบ้าง อย่างที่บอก ผมไม่เหลือใครแล้วนี่นา อยากมีคนทำกับข้าวให้กิน เดินไปมาในบ้าน ถ้าคุณหมอตกลง จะได้หนีดอฟฟี่ไปอยู่กับผม ช่วยรับไปเลี้ยงดูทีนะครับ”

“.....”

คิดเอนซบไหล่บางๆของคนใกล้ตัว ออดอ้อนเสียงเศร้าเรียกร้องความสนใจ แล้วลอว์ก็ดันเป็นพวกแพ้ลูกอ้อนเสียด้วยสิ ผลมาจากน้องชายที่ชอบเอาแต่ใจของเขานั่นแหละ ทำให้เขาปฏิเสธสายตาวิงวอนไม่ได้

 

เมื่อค่ำนั้นเองที่ลอว์ย้ายไปอยู่บ้านคิดชั่วคราว ท่าทางเรื่องราวบางอย่างจะดีขึ้น คุณพี่ชายพยายามคิดในแง่ดีว่าคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ เลยจะยอมปล่อยให้น้องชายสุดที่รักอยู่กับดอฟฟี่ไปก่อนเพื่อดูท่าที

 

เพราะเกรงใจเจ้าของบ้านสาวเลยไม่ได้เล่นกันเร่าร้อนหนักหน่วงอะไร ตามภาษาคู่รักชูชื่น แต่ตกดึกนั้นเองที่ร่างเล็กเริ่มมีท่าทีกระวนกระวาย ใบหน้าขาวผ่องมีหยดน้ำแต่งแต้มเป็นวงกว้าง คิ้วขมวดแน่นเคร่งเครียด เขากำลังฝันร้าย ถึงเรื่องที่อยู่ในความทรงจำอันเลือนราง

                ..........ต้องวิ่งหนี....วิ่งเร็วขึ้น...ตามมาแล้ว เงาดำนั่น......น่ากลัวจัง...

                กลับมานี่! ไอ้เด็กไม่รักดี กลับมา!!’

“อย่า!!

เสียงร้องลั่นพร้อมร่างที่เด้งลุกขึ้นนั่ง ปลุกคนข้างกายให้ตื่นมาด้วย แต่ไม่ทันได้ถามอะไรเด็กน้อยก็ร้องไห้โฮยกใหญ่ เขาได้แต่กอดปลอบเอาไว้ จนกระทั่งลูฟี่อาการดีขึ้น

“เป็นยังไงบ้าง?”

“กลัว...ใครก็ไม่รู้ วิ่งไล่ตามฉัน อย่างกับจะฆ่าฉันให้ได้ ฉันกลัวมิงโก้”

“ไม่เป็นไร ฝันร้ายจะกลายเป็นดีเองนะ ฉันจะอยู่ข้างๆนายจนกว่าจะหลับเลย”

“อือ...อย่าทิ้งเค้านะ?”

“ฉันจะไม่ทิ้งเธอไปไหน จะอยู่ด้วยจนกว่าเธอจะตื่นเลยล่ะ”

 




มาต่อแล้วค่ะเย้ๆ!! ช่วงนี้ไรต์ใกล้สอบแล้วเลยไม่ค่อยว่างนัก

ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ!!!!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

439 ความคิดเห็น

  1. #412 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 23:01

    ใครกันนะในฝัหนูฟี่?

    #412
    0
  2. #299 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 12:26
    ฟิคนี้หลายคู่เรยอะ แต่เราสนแค่คู่ฟี่น้อย 555
    #299
    0
  3. #192 DG[Y]ThePlatinum (@dgytheplatinum) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:34
    เสี่ยนกดูแลลูฟี่ด้วย
    ห้ามทิ้งไปไหนนะ
    ไม่งันจะไปตบเสี่ยแย่งลูฟี่มา
    #192
    0
  4. #191 Seiji N. 451 (@en451) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:00
    แต่ละคู่เริ่มลงตัวแล้ว อิอิดีใจ ^////////^
    ลูจังฝันร้ายอีกแล้วแฮะคราวนี้ฝันถึงใครหว่า ?????

    #191
    0
  5. #190 ` (sawada.tsunayoshi) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:39
    มิงโก้ห้ามทิ้งลูฟี่นะเฟ้ย !
    #190
    0
  6. #189 MaStEr_YaOi (@59278027) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:15
    หวานๆๆ มิงโก้กับลูฟี่หวานนนน (เคลิ้ม)
    ลูฟี่ฝันร้าย มิงโก้อย่าทิ้งลูฟี่นะ~
    #189
    0