My Control My Luffy

ตอนที่ 54 : ไม่ขอบอกเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 มี.ค. 57

“หวา!!? อะไรกันน่ะ? ตั้งใจจะลดน้ำหนักเหรอโรบิน ทำไมมีแต่ผักล่ะ?”

“ก็แหม...ลูฟี่เป็นคนเรียกร้องเลยตามใจเขาน่ะ”

โรบินชี้ไปที่ตัวต้นเหตุซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับอาหารหลากสีสันตรงหน้า นามิอึ้งนิดหน่อยกับภาพที่เห็น เธอไม่คิดว่าลูฟี่จะพูดจริง ปกติเรื่องแบบนี้เดี๋ยวก็ลืมไปแท้ๆ แต่สงสัยรอบนี้จะเอาจริงขึ้นมาสินะ

“เขาได้บอกไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”

“เห็นบอกว่าอยากโตเร็วๆ จะได้มีกล้ามเนื้อขึ้นมาบ้างน่ะ”

“กล้ามเนื้อ? อย่างลูฟี่เนี่ยนะ?”

“ใช่”

“ลูฟี่มีกล้าม....”

จินตนาการไม่ออกเลยแฮะ แต่ถ้ามันใช่ ลูฟี่ก็จะเป็นหนุ่มเตี้ยล่ำที่กล้ามใหญ่งั้นเหรอ?

“แง!! ไม่เอานะ!! ลูฟี่แบบนี้แหละดีแล้ว อย่าเพาะกล้ามเลยนะ!!

“นามิ?”

แขนเรียวโอบคอลูฟี่เข้ามากอดจนแนบอกอวบ ร้องงอแงเป็นเด็กคัดค้านความตั้งใจของลูฟี่ โรบินได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยนิดๆ ลูฟี่ในตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว น่ารักน่ากดจะตายไป จะให้มีกล้ามก็คงไม่เหมาะ มันดูไม่น่ากดเอาซะเลย (ย้ำว่ากด มิใช่กอดแต่อย่างใด)

“จริงด้วยนะ อย่างลูฟี่ควรจะทานผักเพื่อบำรุงผิวพรรณมากกว่า เอาให้สวยกว่าเด็กผู้หญิงไปเลยยิ่งดี”

“นั่นสิเนอะ”

ไม่พูดเปล่า หญิงสาวทั้งสองคนพากันล้อมรอบน้องชายทั้งซ้ายขวา เกลี่ยนิ้วเรียวสวยไปตามโครงหน้าหวาน ลูบไล้ลงมาถึงลำคอเนียนนุ่ม ลวนลามร่างกายเล็กๆตรงหน้าจนกระทั่งอีกฝ่ายรู้ตัว และขัดขืน

“อย่าสิครับ...ผมทานอยู่นะ”

“ขอโทษจ๊ะ”

“จ๊ะๆ พอแล้วก็ได้ กินเสร็จอย่าลืมแปรงฟันนะ ฉันต้องเข้างานแล้วล่ะ”

“ครับ ตั้งใจทำงานนะโรบิน”

“จ๊ะ ไปนะนามิ ฝากทางนี้ด้วยล่ะ”

“รับทราบจ๊ะ”

หญิงสาวสะพายกระเป๋าออกไป ขับรถออกจากคฤหาสน์ เข้าที่ทำงาน ซึ่งในออฟฟิตเธอมีใครบางคนมารอพบอยู่

“สวัสดีโรบิน”

“โมเนะเหรอ?”

“สวัสดีค่ะคุณโรบิน”

“สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรรึเปล่า?”

“ฉันมีเรื่องจะขอร้องคุณค่ะ”

“จะให้ฉันช่วยอะไรคะ?”

“คือ....”

 

*******************************

 

“ขออนุญาตค่ะ”

“จะไปไหนมาไหน ทีหลังบอกกันก่อนสิ”

“ขออภัยค่ะ พอดีมีเรื่องด่วน วันนี้ทางสวนสนุกเป็นให้บริการเครื่องเล่นใหม่ ท่าทางคุณหนูลูฟี่อยากไปมากแต่พี่สาวเธอไม่มีใครว่างเลย”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ ปู่เขาก็มีนี่?”

“ท่านการ์ปเพิ่งเดินทางไปต่างประเทศเมื่อเช้านี้ค่ะ ตอนนี้คุณหนูลูฟี่อยู่บ้านคนเดียว”

“เธอคิดจะให้ฉันพาเขาไปงั้นเหรอ?”

“เดาเก่งนี่คะ”

เธอหยิบตั๋วสวนสนุกออกมาจากแฟ้มในมือ ตั๋วเครื่องเล่นฟรีหมดเขตวันนี้ อย่าล้อเล่นน่า ถึงจะเป็นลูฟี่ก็เถอะ แต่ฉันไม่ว่างพอจะเป็นคุณลุงพาหลานไปเที่ยวสวนสนุกหรอกนะ งานฉันก็มีอีกเยอะแยะ เรื่องนี้มันจะไปสำคัญกว่างานได้ยังไง

“..........”  ท่าทางจะไม่ได้ผลจริงๆสินะ ดีที่ไปขอร้องคุณโรบินไว้ ป่านนี้คงได้เวลาแล้วล่ะ

 

หลังจากที่ความคิดจบลง เสียงโทรศัพท์ของคนตัวสูงก็ดังขึ้นพร้อมรอยหยักยิ้มที่มุมปากของหญิงสาว เบอร์ที่ไม่คุ้นตาเท่าที่ควรทำให้อีกฝ่ายลังเลที่จะรับสาย แต่ก็เผลอกดไปจนได้

“ครับ?”

“...คะ...คุณลุง...ใช่ไหมครับ?”

“ลูฟี่เหรอ?...”

เขาหันไปมองหญิงสาวด้วยความสงสัย เธอเบือนหน้าไปอีกทางทำไม่รู้ไม่ชี้ ซึ่ง...เขารู้แล้วว่าเป็นฝีมือเธอแน่ แต่ก็ลองคุยกับเด็กน้อยก่อน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในแผนการของยายแสบตรงหน้า

“ใช่ฉันเอง มีอะไร?”

“เอ่อ...ได้รับตั๋วแล้วใช่ไหมครับ? ผมไม่รู้จักที่ทำงานคุณลุงเลยไม่ได้ไปให้ด้วยตัวเอง...คุณลุงออกมาหาผมได้ไหม?”

“มีเรื่องอะไรสำคัญรึเปล่า? ฉันมีงานต้องทำ”

“เอ่อ...จะว่าสำคัญ...ไม่ครับ ไม่สำคัญเลย ผมก็แค่อยากเจอคุณลุงเท่านั่น อยากรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมคิดว่าคุณลุงคงบอกผมได้”

“...ฉันบอกเธอไม่ได้หรอก...ขอโทษนะเด็กน้อย”

“ได้สิ! ผมคิดว่าต้องได้แน่! ...คุณลุงต้องรู้สิ...ความหมายของคำว่ามิงโก้น่ะ”

“....”

“ผมจะรออยู่ที่นั่นจนกว่ามันจะปิด มาให้ได้นะครับ”

“....”

เมื่อทางนั้นวางสายไป เขาก็โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงาน เอนหลังพิงเก้าอี้ ถอดถอนใจยาวๆ เรื่องพวกนี้มันเป็นแผนของโมเนะ แต่ไม่คิดว่าจะเอาลูฟี่เข้ามาเกี่ยวด้วย เล่นขี้โกงนี่นา

“ดอฟฟี่?”

“เตรียมรถให้ฉันด้วย ยกเลิกนัดของวันนี้ทั้งหมด”

“รับทราบค่ะท่าน”

จะเอาแบบนั้นก็ได้ ผมจะยอมทำตามแผนของเธอ ดูสิว่าเธอต้องการอะไร

.........................................
..................................................................

“คุณลุง!!

เมื่อได้พบเห็น เด็กน้อยก็วิ่งเขาไปสวมกอดอย่างแนบแน่น ดอฟฟี่หัวเราะเบาๆ ลูบเรือนผมสีเข้มด้วยความเอ็นดู ตอนนี้มาเที่ยว ไม่ควรทำหน้าบึ้งใส่ เขาเคยพลาดมาแล้ว และไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก

“ไงเด็กดี เข้าไปกันเถอะ”

“คุณลุงว่างแล้วเหรอครับ?”

“ใช่ โมเนะเคลียร์งานให้แล้ว ...เอาไง? จะเล่นอะไรก่อนดีล่ะ?”

“นั่น!

“โอเค”

เข้ามาได้ไม่นานก็ถูกลากไปลากมาในสวนสนุกหรรษานี่ ท่าทางลูฟี่จะสนุกและตื่นเต้นที่ได้มา ดีที่ผมไม่เป็นโรคกลัวความเร็วหรือความสูง ไม่เป็นโรคหัวใจหรือความดัน ทำให้ผมได้เล่นเครื่องเล่นไปพร้อมๆกับลูฟี่

 

พักเที่ยง เวลาทานข้าวกลางวันของเราประมาณบ่ายสาม มื้อเที่ยงคือเบอร์เกอร์ น้ำอัดลม และสายไหม มันรวดเร็ว สะดวก และก็อร่อยดี เจ้าตัวน้อยยังกินเก่งเหมือนเดิม ผมแค่อันเดียวก็หมอบแล้วล่ะ แต่นี่ยังต่อขนมหวานอีก สู้ไม่ได้แฮะ

“เพิ่มพลังงานเรียบร้อยแล้ว ไปเล่นกันต่อเถอะ”

“ว่าแต่จะเล่นอะไรต่อล่ะ? เราเดินทั่วหมดแล้วนี่ จริงไหม?”

“นั่นก็จริงครับ...เย็นแล้วด้วย ผมยังไม่อยากกลับเลย”

“งั้นฉันมีอะไรจะเสนอ ถึงอันนี้จะไม่ระทึกเหมือนอันที่ผ่านมาก็เถอะ”

ใช่ ที่ผมพูดถึงก็คือกระเช้าของสวนสนุกนั่นแหละ เวลา ณ ขณะนี้ คือเวลาแห่งขุมสมบัติล้ำค่า เมืองที่เคยวุ่นวายตลอดเวลา ถูกแสงสีแสดฉาบไปทั่ว บังเกิดแสงเป็นและเงาขึ้นเองตามธรรมชาติ นี่แหละคือสิ่งที่ผมอยากจะให้เขาได้เห็น

“สวยจัง...เหมือนโมเดลจำลองของเมืองเลยครับ”

“ใช่...ฉันก็คิดแบบนั้น ตอนที่ขึ้นมาครั้งแรกฉันแทบไม่อยากลงเลย แต่มันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมล่ะ มนุษย์น่ะบินไม่ได้ซะหน่อย”

“คุณลุงเคยขึ้นมาเหรอ? กับใคร?”

“กับเด็กที่บ้านน่ะ เขาถูกทิ้งเอาไว้กับฉันเพราะพ่อแม่ไปทำงานต่างประเทศ แต่...พ่อแม่เขาเสียแล้ว ฉันเลยรับดูแลเอาไว้”

“...น่าสงสารจัง...”

“เธอค่อนข้างแก่นแล้วก็เอาแต่ใจ ฉันเองก็ไม่ได้อยู่บ้าน ได้แต่ฝากให้พี่เลี้ยงดูแล”

“เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”

“บ้านพักตากอากาศของฉัน เป็นบ้านริมทะเลธรรมดา อยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร ไว้จะพาไปเจอ ถ้าอยากไปนะ”

“อยากไปครับ ตอนนี้เลยได้ไหม?”

“เฮ้ๆ ...จะไม่ขอพี่เธอหน่อยเหรอ? ไว้จะพาไปแต่...ต้องรอฉันว่างแล้วก็...ขออนุญาตพี่เธอด้วยนะ”

“แบบนั้นถึงจะไปได้สินะครับ? เยี่ยมเลย! คุณลุงว่างงานแล้วโทรหาผมนะ?”

“ตกลง”

เผลอเล่าเรื่องแปลกๆให้ฟังจนได้ ลูฟี่ดูตื่นเต้นที่ฟังเรื่องนั้น นั่นสินะ ถ้าเด็กคนนั้นได้เจอลูฟี่คงได้เพื่อนเล่นเพิ่มอีกคนหนึ่ง หมดรอบของกระเช้าแล้ว ลูฟี่ก็ยังยืนยันว่าไม่อยากกลับบ้าน เอาเป็นว่าเดินเล่นไปพลางก่อน เดี๋ยวเบื่อแล้วก็คงจะอยากกลับเองแหละ

“แล้ว...บอกผมได้ไหม?”

“อะไร?”

“เรื่องนั้นน่ะ ทำไมคุณลุงถึงตกใจที่ผมเรียกว่ามิงโก้ล่ะ? มิงโก้มันคืออะไรกันครับ?”

“....เอาตรงๆนะ มิงโก้น่ะมาจาก โดฟลามิงโก้ไง ชื่อเล่นที่เธอตั้งและเรียกฉัน มีแค่เธอคนเดียวที่เรียกฉันว่ามิงโก้”

“ผมทำแบบนั้นเหรอ? ถึงจะจำไม่ได้แต่ก็ขอโทษนะครับ”

“ไม่เป็นไร ฉันยอมเธอเป็นพิเศษ เพราะเธอคือคนพิเศษของฉันไง”

สิ้นประโยคนั้นฝีเท้าลูฟี่ก็หยุดลง มันทำให้เขานึกถึงคำพูดหนึ่งขึ้นมา ถ้าเขาเกลียดเธอลง โลกนี้คงจะแตกแน่ คุณลุงที่เธอพูดถึงน่ะ รักเธอจะตายไป ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอด้วยล่ะที่ว่านั่น...เพราะผมเป็นคนสำคัญใช่ไหม? ที่ผมรู้สึกแปลกๆกับคุณเพราะผมรักคุณงั้นเหรอ?

“เอาล่ะ นี่จะสองทุ่มแล้ว กลับบ้านเลย.. อ่ะ!?

“....ไม่กลับ...”

อยู่ๆเด็กน้อยก็วิ่งเข้ามากอด อีกแล้ว...วินาทีนั้น หัวใจก็ไหววูบ เต้นแรงจนแทบขาดอากาศหายใจ ไม่ได้...ใจเย็นก่อน...ลูฟี่ตอนนี้ก็แค่เด็กเอาแต่ใจเท่านั้นแหละ ไม่มีทางจำเราได้ ไม่มีทาง...

“ลูฟี่ปล่อยเถอะ มันดึกแล้วนะ เธอต้องกลับบ้าน...เข้าใจไหม? อ๊ะ!? นี่!!

“ฮัลโหลโรบิน คืนนี้ผมไม่กลับบ้านนะครับไม่ต้องห่วง”

“ฮะ เฮ้!? ทำอะไรของเธอ ...ลูฟี่?”

อยู่ๆโทรศัพท์ก็ถูกแย่งไป กดเบอร์ของโรบินจัดแจงทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ทันที่เขาจะคัดค้านอะไรด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีโทรศัพท์ก็กลับมาอยู่ในมือ หน้าจอขึ้นว่า สิ้นสุดการโทรออก เจ้าเด็กนี่...

“ทีนี้ ไปหาที่เงียบๆคุยกันได้รึยัง มิงโก้?”

“เด็กบ้า...”

นี่มันอะไรกัน กลายเป็นเขาเหรอที่ต้องยอม เจ้าเด็กนี่แสบใช่เล่น...หรือนี่คือตัวตนอีกด้านนึงของลูฟี่ที่ฉันไม่เคยได้เห็นกันนะ?

 

ที่เงียบๆของเขา...คือสนามเด็กเล่นในยามค่ำคืน ที่นี่ไม่มีใคร แค่สวนโล่งๆ มีแต่ลมเย็นและเสียงใบไม้ไหว เจ้าตัวน้อยที่นำทางมาเดินตรงไปหาชิงช้า กระโดดขึ้นเหยียบ แล้วแกว่งไกวไปมา ผมเข้าไปยืนใกล้ๆโดยไม่พูดอะไร ช่วยผลักชิงช้าบางในบางครั้ง

“ชิชิ สูงอีกๆ”

“มีเรื่องจะคุยกับฉันไม่ใช่เหรอ?”

“ครับ แค่มีเงื่อนไขว่าคุณลุงจะต้องตอบผมทุกคำถามนะ ได้ไหม?”

“ได้”

เมื่อผมตอบรับ เด็กน้อยก็หยุดชิงช้าให้นิ่งแล้วหมุนหันกลับมาสบตาผม มือเล็กๆจับโซ่คล้องชิงช้าเอาไว้แน่น เพราะเขาอยู่บนนั้นความสูงเราเลยเทียมกัน ได้มองตากันโดยไม่ต้องก้มหรือเงย แค่มองไปตรงๆ

“มีคนบอกผมว่าคุณลุงทำได้ทุกอย่างเพื่อผม และคุณลุงพูดเองว่าผมคือคนพิเศษ ที่พูดแบบนั้นหมายความว่า ผมกับคุณลุงไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา แต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้น...ใช่ไหมครับ?”

“ใช่...เราเป็นมากกว่าคนรู้จัก มากเกินกว่าคำว่าเพื่อน แต่ก็ไม่ใช่แฟนหรอก”

“ผมอยากรู้เหตุผลได้ไหม?”

“...เพราะเราไม่ได้คบกันด้วยความรัก...แรกเริ่ม...เราพบกันด้วยอุบัติเหตุ แล้วอยู่มาวันหนึ่งเราก็เกิดมีความลับร่วมกัน เราเริ่มพบกันบ่อยขึ้นนับจากนั้น สุดท้ายเราก็แยกจากกันไม่ได้....ฉันไม่อาจบอกได้ว่ามันคือรักรึเปล่า แต่ฉันบอกได้ว่าฉันรักเธอ...รักจนยอมทำทุกอย่างที่เธอต้องการ”

บ้าไปแล้ว นี่ฉันพูดอะไรอยู่...น่าอายเป็นบ้าเลย พูดไปแบบนั้น แล้วลูฟี่คนนี้จะเข้าใจได้ยังไง มันคงไม่น่าดีใจเท่ากับให้ลูฟี่คนเก่าได้ฟังหรอก อ่ะ!? ....

 

ความคิดเหล่านั้นสะดุดไปเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า เด็กน้อยกำลังร้องไห้...หยาดน้ำใส ไหลเปื้อนแก้มนวลกระจ่าง ผมเผลอตัว เอื้อมมือไปเช็ดมันออกให้ อีกฝ่ายกลับร้องหนักยิ่งกว่าเดิม ไม่ไหว....มือสั่นไปหมด...แค่เห็นเขาร้องไห้ ผมก็แทบจะร้องตาม

 

เจ้าตัวน้อยกระโดดลงจากชิงช้า โผเข้ามากอดผมเต็มแรง ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงร้องไห้ แต่เสียงสะอื้นนั่นผมไม่อยากฟังเอาเสียเลย อย่าร้อง อย่าร้องไห้สิ

“ลูฟี่ ร้องไห้ทำไม?”

“ผมไม่รู้มันไหลออกมาเอง! อึก! ...ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆนะครับ...”

“ช่างมันเถอะ เธอไม่ได้ผิดทำไมต้องขอโทษฉันด้วยล่ะ?”

“ผม....ผมรักคุณ...”

“...อย่ามาล้อเล่นน่า...เธอในตอนนี้จะมารักฉันได้ยังไงกัน?”

“ผมไม่รู้ แต่ผมอยากอยู่กับคุณ อยากอยู่ด้วยกันนานๆ พยายามเรียกร้องความสนใจแต่คุณลุงก็ไม่สนผมอย่างที่คิด คราวนี้ผมไม่ปล่อยคุณไปอีกแล้ว ต่อให้ต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มียื้อไว้ ผมก็... !?

 

ไม่ทันพูดจบประโยคแรงที่เหนือกว่าได้กอดรัดเขาแน่น ช่วงชิงถ้อยคำและลมหายใจด้วยรสจูบอันร้อนแรง ร้อนจนแทบจะเผาผลาญและช่วงชิงวิญญาณเขาไปได้ ไม่รู้สิ คิดอะไรไม่ออก ในหัวขาวโล่งไปหมดเลย นี่เขาถูกชิงวิญญาณไปจริงๆเหรอ

“อย่า...เดี๋ยวครับ ผมหายใจไม่ออก...”

เด็กน้อยผลักดันเขาออกไปเพื่อหาช่วงจังหวะสำหรับหายใจ ตอนนี้หน้าเขาร้อนจนรู้สึกได้ อ้อมกอดอันอบอุ่นเมื่อครู่คลายตัว คนตัวสูงหันหลังให้เขาแล้วพูดบางอย่างออกมา

“ขอโทษ...ฉันไม่ควรทำแบบนี้ ยังไงตอนนี้ก็ยังทัน หนีไปจากฉันแล้วกลับบ้านไปซะ”

“ไม่ ผมบอกแล้วนี่ว่าผมจะอยู่กับคุณ ทำไมถึงพยายามผลักไสผมล่ะ?”

“เพราะเธอยังไม่เข้าใจฉันดีพอ ลูฟี่คนเก่าอาจจะใช่ แต่เธอไม่...เธอไม่รู้ว่าฉันบ้าแค่ไหน กระหายแค่ไหน ถ้าเริ่มมันแล้วฉันคงไม่ยอมลงให้เธอง่ายๆแน่ เพราะฉะนั้นรีบกลับไปซะ ไม่งั้นจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเธอ”

 

เดี๋ยว...นี่เขากำลังกลัวใช่ไหม? กลัวจะทำร้ายผมเหรอ? ทำไมล่ะ? เขาร้ายกาจขนาดที่ผมต้องกลัวเลยเหรอ? งั้นทำไมผมถึงอยากอยู่ข้างเขาล่ะ? ถ้าลูฟี่คนก่อนถูกทำร้ายจนเกลียดเขาจริงๆทำไมผมถึงรักเขาล่ะ?

 

“ถ้ามันเป็นทางเดียวที่ผมจะกลับมาจำได้ผมก็จะทำ ผมอยากจะเป็นลูฟี่คนเดิมของคุณครับ”

“ขอโทษนะ แต่ฉันว่ามันไม่คุ้มกันหรอก”

“งั้นผมขอทวนคำพูดนั้นของคุณ คุณทำทุกอย่างได้เพื่อผมใช่ไหม?”

 “ลูฟี่?”

“ใช่ไหม...มิงโก้?”

“....ใช่...”

“งั้นผมขอสั่งคุณให้ทำตามที่ผมต้องการตอนนี้ ได้โปรดอย่าเปรียบเทียบผมกับคนก่อนอีก ถึงจะทำได้ไม่เหมือนกันแต่ผมก็คือลูฟี่ของคุณ คุณเองก็จะเป็นมิงโก้คนเดียวของผมใช่ไหม?”

“ตามบัญชา ยอดรัก”

ผมตอบเขา ใช่ ผมจะทำตามที่เขาต้องการ เพราะผมยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อเขายังไงล่ะ

 

ได้เวลากลับรังแล้ว วันนี้ไม่เหมือนกับเมื่อวาน เพราะผมเป็นฝ่ายพาเขามาด้วยตัวเอง รอยยิ้มบนใบหน้ากลมๆ เรือนกายอ่อนนุ่ม หวานยิ่งกว่าขนมชนิดไหน กลิ่นหอมอ่อนๆที่จำได้ไม่เคยลืม รัก อย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน

“มิงโก้...ผม...ผมไม่ไหวแล้ว...”

“ใจเย็นเด็กน้อย เรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน”

“อือ...แต่ผม...มิงโก้...”

“อย่าทำเสียงน่ารักแบบนั้นเด็กน้อย เธอทำฉันคลั่ง”

เจ้าของผิวนวลเอ่ยเสียงหวาน ราวอ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่เขากลับยิ่งอยากแกล้งมากกว่าเดิม อยากได้ยินเสียงนั่นอีก เติมเต็มช่วงที่ขาดหายไปแสนนาน

 

ริมฝีปากหนาไล้เลียแผ่นหลังเนียนนุ่มด้วยความคลั่งไคล้ นี่ก็ครั้งที่สามแล้ว แต่มันยังไม่พอสำหรับผม ตอนนี้ผมสร้างรอยไปกี่แห่งแล้วนะ? ขี้เกียจนับแฮะ รู้แค่ตอนนี้เขาดูเซ็กซี่มากเหลือเกิน

“มิงโก้”

“หือ?”

“ถ้าจากนี้ผมยังจำคุณไม่ได้ คุณจะทำยังไง? ผมกลัวจัง...”

“ไม่ต้องฝืนหรอกเด็กน้อย...ถึงเธอจำใครไม่ได้ เธอก็ยังเป็นคนเดิมจริงไหม? ทุกคนยังเข้าหาเธอเหมือนก่อน รักเธอเหมือนที่เคยรัก ฉันก็เช่นกัน ฉันรักเธอลูฟี่”

มือหนาวางทาบลงบนแก้มกระจ่าง รอยยิ้มชวนหลงใหลปรากฏขึ้นน้อยๆบนใบหน้าหวาน สบตากัน โอบกอดและเคลื่อนกายแนบชิด ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะของร่างสูง เขาจูบเบาๆที่เรือนผมสีนิล ตามด้วยหน้าผาก แก้ม และริมฝีปาก บดจูบลงไปเพียงครู่ก่อนโถมกายเขาใส่  

 

 

ละจากริมฝีปากไปที่คอระหง ลมหายใจทั้งสองเริ่มขัดข้องอีกครั้ง ฟังรุนแรงและเร่าร้อน หอบเหนื่อยจนแทบขาดใจ มือของทั้งสองสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว รัก จนบอกเป็นคำพูดไม่ได้

“รักเธอนะ รักเธอลูฟี่”

“ผมก็รักคุณ ผมเป็นของคุณ มิงโก้”

 

ค่ำคืนนี้งดงามเหลือเกิน แค่มีเธออยู่ทุกสิ่งก็ดูสวยงามและน่าค้นหา ทั้งคู่หลับลงบนเตียงกว้างหลังความเหนื่อยล้าทั้งหมดจบลง แต่บางอย่างปลุกร่างเล็กให้ตื่นขึ้น ลูฟี่ค่อยๆคลานออกจากอ้อมแขนอุ่นนั่น แต่ไปได้ไม่ไกลเพราะท่อนแขนหนายังรัดเอวเขาไว้แน่น

“ที่คุณพยายามบอกผมคือคุณรักผมมากแค่ไหนงั้นเหรอมิงโก้? แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ผมดีใจเหลือเกิน”

 

เราเป็นคนรักกัน...ไม่...ไม่ใช่คนรัก เรา...พวกเราเป็น....

เหมือนสามีหนีไปมีชู้งั้นเหรอ?

ฉันเป็นชู้รักนะ? เวลาอยู่กับฉันนายต้องมีความสุขก่อนสิ?

 

คำพูดนั่น...ระหว่างเขากับมิงโก้....ใช่ ผมจำได้แล้ว เขาคือคนที่ผมควรเกลียด คนที่ทำร้ายพี่ชายผม ลอว์ จากนั้นเราก็เกี่ยวพันกัน แอบลอบคบกันจนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ใช่...ตอนนี้เรารักกัน และพร้อมจะเปลี่ยนชู้รักเป็นคนรักอย่างถูกต้อง ทุกคน...ผมจำได้แล้วล่ะ แต่ขอยังไม่บอกนะมิงโก้ ฉันอยากเห็นความรักของนายที่มีให้กับฉัน ที่มีให้ลูฟี่อีกคนนึง ที่รักฉันคิดถึงนายเหลือเกิน

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

439 ความคิดเห็น

  1. #422 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 00:19

    อร๊ายย หนูฟี่จำได้แล้ว

    #422
    0
  2. #304 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 13:43
    นั้นงัย กอดกันแล้ว กะจำด้ายเรยยย 555
    #304
    0
  3. วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 19:25
    ลูฟี่จำได้แล้วววว เย้!!!
    #212
    0
  4. #210 ` (sawada.tsunayoshi) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 01:01
    ลูจังจำได้แล้วอ่ะ แกล้งดอฟฟี่ต่อไปนะ ฮิๆ
    #210
    0
  5. #209 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 22:19
    เย้ๆๆ ลูฟี่จำด้ายแล้ววววว เย้ๆ แกล้งดอฟฟี่ต่อไป 5555
    #209
    0