My Control My Luffy

ตอนที่ 59 : บรรลุเป้าหมายที่หนึ่ง เด็กน้อยที่ชื่อชูการ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ม.ค. 58

เวลาประมาณเที่ยงคืนพวกเขาก็ได้มาถึงที่หมาย ดอฟฟี่สะกิดปลุกคนตัวเล็กข้างกายให้ตื่นขึ้นแต่ท่าทางจะไม่ตื่น เลยอุ้มเขาลงจากเฮลิคอปเตอร์ทั้งที่ยังหลับอยู่ กระเป๋าเดินทางปล่อยให้คนรับใช้มาจัดการไป ตอนนี้เจ้าตัวเล็กคงอยากจะพักผ่อน

“ยินดีต้อนรับครับนายท่าน”

“ขอบคุณที่มารอรับกัน เอากระเป๋าพวกนี้ไปไว้ในห้องฉันเดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง จากนั้นจะไปไหนก็ไป”

“รับทราบครับท่าน”

หัวหน้าพ่อบ้านโค้งตัวก่อนจะกลับหลังหันเดินไป เขาค่อยๆพาร่างในอ้อมแขนเข้าไปด้านในท่ามกลางสายตางุนงงของเหล่าข้ารับใช้ แน่ล่ะ นี่มันที่ซ่อนตัวของเขา ดอฟฟี่ไม่เคยพาใครมาที่นี่ ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหน แต่คราวนี้...

“อือ...”

“ไงเด็กดี หลับสบายไหม?”

คนตัวเล็กรู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนนุ่มจึงฝืนลืมตาขึ้นมา ดวงตาที่ยังหนักอึ้งมองสำรวจรอบด้าน เขากำลังอยู่ในห้องสุดหรูที่ตกแต่งไว้อย่างมีระดับ มีกลิ่นหอมในอากาศ คงมาจากการเฝ้าบำรุงเป็นอย่างดี

“ถึงแล้วเหรอ?”

“ใช่...แต่นี่ยังดึกอยู่ เธอควรจะพักผ่อน”

“แล้วมิงโก้ล่ะ? เดินทางมาด้วยกันก็คงเหนื่อยไม่แพ้ผมหรอก”

“ไม่ ฉันไม่เหนื่อยเลยที่รัก นอนต่อเถอะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”

“ก็ได้...”

คนตัวให้ฉีกยิ้มจางๆให้เด็กดี จูบเบาๆที่หน้าผากเพื่อส่งเขาเข้านอน ดึงผ้ามาห่มให้ อยู่เฝ้าจนกระทั่งเขาหลับไปอีกครั้งก่อนจะออกไปข้างนอก

 

ไม่ได้กลับมาเกือบปี ทำให้เจ้าของบ้านคนนี้หลงลืมเส้นทางที่นี่ไปเกือบหมด แต่ภาพที่คุ้นเคยมันช่วยรื้อฟื้นได้ไม่น้อย ที่เขากำลังจะไปคือห้องของหลานสาวที่ไม่ได้เจอหน้ามานาน ยอมรับว่าเขาตื่นเต้นที่จะได้เจอเธอ และไม่รู้ว่าเธอจะรู้สึกยังไงที่ได้เจอเขาด้วย

 

ในห้องที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยของใช้เด็กและหนังสือที่แน่นเต็มแทบทุกชั้นเก็บหนังสือ เจ้าตัวน้อยนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่ม เธอโตขึ้นมากหลังจากที่พบกันครั้งสุดท้าย ถึงกระนั้นก็ยังคงความน่ารักอยู่เหมือนเดิม

“ดอฟฟี่?”

!? ทำให้ตื่นเหรอ? ขอโทษนะ”

“เปล่าหรอก ฉันได้ยินเสียง ฮ. ก็เลยตื่น ว่าแล้วต้องเป็นดอฟฟี่”

“ไง...คิดถึงเธอจังเลย”

“ฉันก็คิดถึงดอฟฟี่”

ร่างสูงเข้าไปใกล้ๆ โอบกอดเด็กตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน รู้สึกโล่งใจที่เธอไม่โกรธเขา เรื่องที่เขาทิ้งเธอเอาไว้ที่นี่ลำพังกับคนใช้และพี่เลี้ยง เธอคือครอบครัวและเขารักเธอมากเช่นกัน

“นานทีกลับมา...งั้นนี่ก็พักร้อนแล้วเหรอ?”

“ใช่ ฉันมาพักร้อน แล้วฉันก็พาใครคนหนึ่งมาด้วย อยากเจอไหม?”

“ฉันไม่สน...ดูแลคนของนายดีๆด้วยล่ะ อย่าให้เขามายุ่งกับฉัน”

“ชูการ์?”

เธอคลายอ้อมกอด พลิกตัวกลับไปห่มผ้าด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ท่าทางเธอจะไม่พอใจเท่าไรที่ผมพาคนอื่นมา ความผิดที่ผมปล่อยเธอไว้ลำพังย้อนกลับมาอีกครั้ง ผมไม่เคยทำตัวเป็นอาที่ดีเลย จะให้ผมพูดกับเธอยังไงล่ะ ทำได้แค่ถอนใจแล้วเดินออกไปจากห้องนี้

“นายท่าน กลับมาเหนื่อยๆ จะอาบน้ำหน่อยไหมเจ้าคะ?”

“ก็ดี ช่วยหน่อยนะ”

....นึกว่าทุกอย่างจะราบรื่นซะอีก ผ่านปราการเหล็กกล้ามาได้ ต้องมาเจอผาสูงชันอีกงั้นเหรอ? ....

“เฮ้อ...”

..................................

.....................................................

หกโมงเช้าเวลาปกติ เด็กน้อยตื่นขึ้นมาในเช้าอันสดใส ข้างกายเขาคือชายร่างยักษ์ในชุดคลุมอาบน้ำ ปากบอกว่าไม่เหนื่อยแต่กลับมานอนล้มฟุบหมดสภาพอยู่ตรงนี้เนี่ยนะเจ้าบ้ามิงโก้

 

เด็กน้อยหัวเราะคิก ยกแขนยักษ์ที่พาดอยู่ออกจากขาทั้งสองข้าง ในห้องนี้น่าจะมีห้องน้ำนะ เดาจากบ้านตัวเอง ขอบไปอาบน้ำหน่อยแล้วกัน เป็นไปได้ก็อยากออกสำรวจที่นี่ให้เร็วที่สุด

“ขออนุญาตเจ้าค่ะ”

“ครับ? ว้าว! ขอบคุณครับ!!

สาวใช้ยกข้าวเช้ามาเสิร์ฟถึงเตียง ตรงปรี่เข้ามาหาถาดข้าวเช้า ฉีกยิ้มร่าให้สาวใช้คนนั้นก่อนเธอจะโค้งตัวเดินออกไป เด็กน้อยเปลี่ยนแผนจากอาบน้ำมาเป็นกินข้าวแทน

“ทานล่ะนะ!! อ้าม! ...อึก!?

ข้าวต้มกลิ่นหอมฉุยเพียงได้กินเข้าไปคำแรกก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติจนเกินที่จะกลืนลงไป ร่างเล็กคายทิ้งด้วยความขยะแขยงก่อนจะตักขึ้นมาสำรวจดู

!? ...อะไรกัน...

ในข้าวต้มกลิ่นหอมนี่ถึงจะเล็กแต่ก็พอสังเกตเห็นได้...ทรายละเอียดสีขาวนวลที่หาได้ตามหาดนี่...มาถึงก็โดนเลยแฮะเรา แล้วอย่างอื่นล่ะ? ...อื้อ...แซนด์วิชขึ้นรา...ส่วนขนมนี่ฉันขอไม่แตะแล้วกัน เริ่มไม่อยากรู้แล้วว่าต้องเจออะไร

“อือ...ตื่นแล้วเหรอที่รัก?”

“หลับสบายไหม?”

“ฝันดีเลยล่ะ”

ร่างยักษ์ลุกขึ้นส่งยิ้มให้ หอมแก้มคนเด็กน้อยก่อนจะตรงไปห้องน้ำ ดีที่เขาไม่ถามถึงอาหาร ผมยังไม่อยากให้เขารู้ว่าที่นี่ไม่ค่อยต้อนรับผมอย่างที่คิด แต่จะให้ฝืนใจกินคงไม่ไหว ผมเอาลงไปที่ครัวแล้วกัน

“ไง อาหารที่นี่พอกินได้ไหม?”

“อือ...อร่อยมากเลย”

“งั้นเจอกันข้างล่าง เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟหน่อย เอาด้วยไหม?”

“ก็ดีครับ รบกวนด้วย”

ร่างยักษ์ลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูก่อนจะออกจากห้องไป ลูฟี่ไม่มีทางเลือกนอกจากจะแอบเอามันกลับไปที่ห้องครัวแล้วเททิ้งซะ ไม่ให้ใครรู้เลยยิ่งดี

“...” เจ๋ง ไม่มีใครอยู่ในครัวเลย ข่าวคือ...ตรงไหนคือที่ทิ้งกันล่ะ? เขาว่าท่อน้ำต่อลงทะเล งั้นก็ต้องมีท่อ หรือตัวกรองขยะๆและน้ำมัน อยู่แถวๆหลังครัว...บิงโก!

 

ผมรีบจัดการมันให้ไวที่สุดและออกไปก่อนจะมีใครเข้ามาเห็น หลังผ่านมันไปได้ผมรู้สึกโล่งอก ขาพาเดินมาเรื่อยจนถึงห้องโถง มิงโก้ยืนจิบกาแฟอยู่ใกล้ๆหน้าต่างบานใหญ่ เจ้าบ้านั่น ดูเท่กระทั่งเวลายืนเฉยๆ

 

ที่ห้องนี้มีรูปแขวนเต็มไปหมดเลย ระหว่างที่เดินเข้าไปหาเขา ผมก็ถือโอกาสสำรวจเล็กไปในตัว

“ไงที่รัก หลงทางเหรอ?”

“ก็...นิดหน่อยครับ”

“นี่ของเธอ...ฉันชงแบบไม่ขม จะได้ดื่มง่ายขึ้น”

“ขอบคุณครับ”

ผมรับแก้วกาแฟในมือเขามา ก่อนจะเดินชมรูปภาพที่ถูกตั้งและแขวนเอาไว้มากมายอย่างจริงจัง มิงโก้รู้ถึงความสนใจนั่นก่อนจะเดินตามมา แนะนำให้ผมรู้จักคนในรูปพวกนี้

“ครอบครัวฉัน...พวกเขาเป็นญาติที่แยกกันไปทำงานอยู่ในแต่ล่ะมุมโลก...คนนี้อยู่เยอรมัน คนนี้จีน ส่วนคนนี้อยู่อเมริกา”

“คนนี้อยู่ที่ญี่ปุ่นสินะครับ”

มิงโก้หันตามเสียงนั่นไปที่เจ้าของประโยคอย่างสงสัย ในมือของเด็กน้อยคือรูปของเขาตอนอายุย่างเข้าสามสิบ รอยยิ้มกริ่มบนใบหน้าหวานทำเอาเขาใจเต้นและยิ้มตามไปโดยไม่รู้ตัว

 

ดวงตาหวานที่ยังคงซุกซนเหลียวเห็นรูปที่หน้าสนใจวางอยู่ข้างๆ เด็กสาวตัวน้อยที่โอบกอดตุ๊กตา เธอดูน่ารักน่าเอ็นดู เส้นผมสีเขียวน้ำทะเลตัดสั้นละต้นคอ หรือว่านี่จะเป็นหลานสาวของมิงโก้?

“มิงโก้ เธอคือ..”

“เธอชื่อชูการ์ คนที่เธออยากจะพบไงล่ะ”

“ให้ผมเจอเธอได้ไหม?”

“แน่นอน ฉันจะพาไปเอง”

มิงโก้กับผมวางแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะด้านล่าง พวกเราเดินกลับขึ้นไปข้างบน ตรงไปยังห้องของเด็กคนนั้น ผมไม่คิดมากหรอก คนที่นี่ไม่มีใครต้อนรับผมเลยนี่ ถ้าเธอคนนี้ไม่ต้อนรับผมอีกคนก็ช่วยไม่ได้

“ชูการ์? ฉันเข้าไปนะ?”

“บอกแล้วไงดอฟฟี่ว่าอย่าพาคนของนายมาก่อกวนฉัน”

“ชูการ์...

อย่างที่คาดเลย เธอไม่ต้อนรับผมอีกคน แต่ช่างเถอะ ตามมารยาทการแนะนำตัวควรจะเป็นสิ่งเริ่มแรกสำหรับคนที่เพิ่งเคยพบกัน ผมจึงเดินเข้าไปและแนะนำตัวกับเธอก่อน

“สวัสดีชูการ์จัง ฉันชื่อลูฟี่ มิงโก้เล่าเรื่องเธอให้ฉันฟังก็เลยอยากเจอเธอ”

“มิงโก้? กล้าดียังไงมาตั้งชื่ออุบาทให้ดอฟฟี่ของฉัน!!”

“ขะ ขอโทษ ฉันจำชื่อคนไม่เก่งก็เลยทำแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะ...”

“ไม่ต้องมาพูดกับฉัน ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!

“ชูการ์! อย่าเสียมารยาทกับผู้ใหญ่สิ!

“ก็บอกให้ออกไปไง ออกไป!!

เธอตะโกนใส่เราด้วยเสียงที่แสดงถึงโทสะ มิงโก้ยอมออกมาข้างนอกจะได้ลดการมีปากเสียงลง แต่เมื่อประตูบานนั้นปิด เขาก็ทรุดลงนั่งกุมขมับด้วยความเครียดทันที

“มิง..เอ่อ...ดอฟฟี่ ไม่เป็นไรนะ?”

“...ฉันขอโทษแทนชูการ์ด้วยนะ เธอเป็นเด็กดีแต่...ที่เป็นแบบนี้ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

“มิงโก้...เอ่อ...ดอฟฟี่ไม่ต้องเครียดหรอก ทั้งหมดเป็นเพราะผมเองต่างหาก ขอโทษนะ ถ้าผมไม่มาที่นี่เธอคงไม่โกรธแล้วคุณก็ไม่ต้องเครียดด้วย”

“ไม่...ฉันอยากให้เธอมาที่นี่ อยากให้เธอรู้จักครอบครัวฉัน  รู้จักฉันให้มากขึ้นไปอีก จะได้รู้จักกันพอก่อนที่...”

“ก่อนที่?”

“...เปล่าหรอก ไม่มีอะไร”

อยู่ๆเขาก็หยุดพูดเสียเฉยมันทำให้ผมอยากรู้มากนะ เอาเถอะ...เราสองคนลงไปข้างล่าง มิงโก้พาผมเดินดูรอบๆ ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องทำงานของเขาด้วย มีแต่หนังสือ หนังสือ แล้วก็หนังสือ ที่ผนังก็มีแผนที่โลกแผ่นใหญ่อยู่ด้วย

“เหมือนคลังสมบัติเลย...”

“ที่นี่ฉันใช้เป็นห้องทำงานตั้งแต่ยังเด็ก มันเป็นห้องที่ทวดเคยใช้”

“เล่าเรื่องของมิงโก้ เอ้ย! ของดอฟฟี่ให้ฉันฟังบ้างสิ”

“ถ้าชินกับมิงโก้ก็เรียกเถอะ ไม่ต้องไปสนใจชูการ์หรอก”

“...”

เด็กน้อยเดินเข้าไปที่ด้านในสุด เพราะติดกับผนังห้องมีทั้งโซฟายาวกำมะหยี่และหน้าต่างมองบรรยากาศข้างนอก ลูฟี่โดดขึ้นนั่งชันเข่า หยิบหมอนอิงมากอด พร้อมฟังเรื่องเล่า มิงโก้ฉีกยิ้มจางๆแล้วเดินไปนั่งข้างๆอย่างเข้าใจ

 

......ตระกูลเราให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจจนกลายเป็นที่หนึ่งในหลายๆด้านในเวลาเพียงไม่นาน เหล่าลูกหลานของดองกีโฮเต้ต้องเติบโตเป็นนักธุรกิจเท่านั้นเพื่อสืบทอดกิจการครอบครัวไม่ว่าจะหญิงหรือชาย หากมีความรัก ก็จะต้องแต่งกับนักธุรกิจ หรือนักการเมืองที่จะทำให้เรามีผลประโยชน์สูงสุดโดยไม่สนใจขี้ปากใครทั้งนั้น.....

 

........ฉันถูกสอนการทำธุรกิจตั้งแต่อนุบาล ใช้ชีวิตอยู่กินโดยล้อมรอบด้วยคำว่าธุรกิจและผลประโยชน์ วันๆก็ได้เจอแต่อาจารย์สอนพิเศษเฉพาะทาง พ่อแม่...จะได้เจอก็แค่ที่บริษัทเท่านั้น ไม่เคยมีใครมากินข้าวร่วมโต๊ะที่บ้าน ไม่มีงานสังสรรค์ในครอบครัว เลือกพูดแต่กับคนที่เข้าร่วมธุรกิจกับเราเท่านั้น บางทีมันก็เครียดจัดจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลก็มี....

 

......ฉันเริ่มหันไปลองธุรกิจในมุมมืดที่แสนจะท้าทาย มันสนุกมากกับการกุมอำนาจเหนือคนอื่น แค่จ่ายเงินก็ได้ทุกอย่างมาง่ายดาย ฉันหลงใหลชีวิตที่ราวกับอยู่บนบัลลังก์ราชา มันช่วยฉันลืมทุกสิ่งในอดีตที่ฉันอยากลืม ใช้ชีวิตไปวันๆกับความสุขชั่วครู่ชั่วคราว.....

 

“เพราะฉัน มิงโก้ถึงต้องจบชีวิตที่ราวกับต้องมนต์นั้นสินะ?”

“ใช่...แต่ฉันรู้สึกดีใจที่เลือกทำแบบนั้น เพราะตอนนี้ฉันได้อยู่ข้างๆเธอ มันเป็นความสุขที่เกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ใช่เพียงชั่วครู่...ได้รู้จักความรักหลังจากที่ลืมมันมานาน”

คนตัวเล็กหลุดยิ้มกับประโยคนั้น เอนพิงร่างข้างกายด้วยความเขิน ดอฟฟี่โอบเจ้าตัวน้อยเข้ามา จูบเบาๆบนเรือนผมสีเข้ม มิงโก้คือความอุ่นใจเดียวที่เขามีที่นี่ เขาอยากให้ทุกคนที่นี่ยอมรับ ต้องทำให้ได้

“มิงโก้...ไปเดินเล่นที่ชายหาดกันไหม?”

“พี่เธอบอกฉันว่าเธอไม่ควรอยู่ใกล้น้ำ”

“แค่ไปจุ่มๆเอง ฉันมีมิงโก้คอยปกป้องอยู่นี่นา”

“งั้นก็ได้...แต่อย่าอยู่ห่างจากฉันนะ”

มิงโก้ดูท่าทางเครียดๆ ผมเลยชวนเขาออกไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอกดูบ้าง ทะเลสวยๆกับหาดทรายสีขาว เราเดินเลียบชายหาดไปด้วยกันช้าๆ เขาบอกว่าที่นี่จะมีคลื่นแรงในช่วงหัวค่ำ ห้ามลงมาแถวนี้เด็ดขาด

“ลูฟี่...เรื่อง...ชูการ์...ฉันอยากให้เธอเลิกยุ่งกับเขา”

“ทำไมล่ะ?”

“คือ...ไม่ใช้ว่าไม่ไว้ในเธอนะ ทีแรกฉันก็คิดจะให้พวกเธอสนิทกันด้วย แต่...ตอนนี้ฉันเริ่มไม่มั่นใจ...ชูการ์อาจจะอยากอยู่คนเดียวก็ได้...เพราะฉะนั้น...”

“มิงโก้ไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวหรอกนะ ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ลึกๆยังไงก็ต้องเหงาอยู่ดี ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะพยายามทำให้เด็กคนนั้นเปิดใจยอมรับฉันให้ได้”

ร่างเล็กหยุดคุยกับเขา ดอฟฟี่ดูสีหน้าไม่ค่อยสบายใจเกี่ยวกับหลานสาว จึงปลอบเขา ให้กำลังใจเขา ทำตัวคู่ควรกับคำว่าคนรักของเขาเหมือนที่เขาพยายามทำเพื่อลูฟี่มาโดยตลอด

 

มือหนาเอื้อมทาบลงบนแก้มนวล นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากอวบอิ่มก่อนร่างเล็กจะเป็นฝ่ายกระโดดโอบต้นคอแกร่งลงมา มอบจูบหวานล้ำชวนให้เคลิ้มตาม คนตัวใหญ่กว่าใช้โอกาสนั้นกอดร่างเบื้องหน้าให้แนบชิด ดุนลิ้นชื้นเข้าไปหยอกล้อคลอเคลียข้างใน เรียกเสียงครางครวญชวนละลายได้ไม่น้อย

“อ่ะ!? อือ...เดี๋ยวสิ..อื้อ!!

“ฮิๆ ส่งเสียงแบบนี้...คืนนี้ไม่ต้องนอนดีกว่ามั้ง?”

“บ้าเหรอ! พูดอะไรน่าไม่อายเลย....เจ้าบ้า”

“คิก! เธอเนี่ยน่ารักจริงๆนั่นล่ะ!!

“น่ารักแล้วจะรักรึเปล่า?”

“รักอยู่แล้ว รักกกกก ที่สุดเลย!!

คนตัวสูงคลายอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาเป็นอุ้มเจ้าตัวเล็กให้นั่งบนแขนเหมือนอุ้มเด็กแทน อีกฝ่ายที่หน้าแดงก่ำเอนตัวมากอดคอเขา ซ่อนใบหน้าเขินอายเอาไว้ ส่งเสียงงึมงำน่ารัก ท่าทางจะเขินจัดแฮะ

“นายท่านคะ มื้อเย็นพร้อมแล้วค่ะ”

“โอ้! กำลังรออยู่เลย จริงไหม?”

“ครับ!

ทั้งสองตรงไปที่ห้องอาหารอย่างไม่ต้องสงสัย ที่โต๊ะมีจานอยู่สามที่ ซ้าย ขวา และหัวโต๊ะ ดอฟฟี่นั่งหัวโต๊ะตามแบบเจ้าบ้าน ลูฟี่นั่งซ้ายและชูการ์นั่งขวา ทันทีที่อาหารเสิร์ฟ เด็กสาวก็ก้มหน้าก้มตาทานโดยไม่พูดคุยกับใคร เช่นเดียวกับดอฟฟี่...เขาไม่พูดอะไร...ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่า ได้แต่เขี่ยข้าวในจานท่ามกลางความอึดอัด

 

อย่างน้อยมื้อนี้เขาก็ไม่โดนแกล้ง เพราะมิงโก้อยู่ด้วยมั้ง?...แต่ก็ดี จะได้กินอิ่มท้อง เพราะเจอการต้อนรับไปในมื้อเช้า เลยไม่กล้าแตะต้องขนมและของว่างในตอนเที่ยง แต่เติมมากไปจะเป็นการรบกวนรึเปล่านะ?

“หือ? ชูการ์จังไม่ชอบกินผักเหรอ?”

“...”

“ถ้าไม่กินเอามาให้ฉันก็ได้”

“ไม่ต้องมายุ่งกับจานของฉัน”

“ตกลง แต่ถ้าไม่กินจะไม่โตนะ?”

“เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว!

เธอพูดแบบนั้นแล้วก็ลุกออกไปจากห้องอาหาร ร่างเล็กก้มหน้างุดอย่างรู้สึกผิดต่อดอฟฟี่ ถ้าเขาไม่พูดมากเธอก็คงไม่ไป แต่มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย จะต่อต้านเขาไปถึงไหนกันนะ

“ลูฟี่?”

“ขอโทษครับ ผมขอตัวเดี๋ยว”

ผมตัดสินใจตามเด็กสาวไป เธอเดินไปที่ห้องครัวแทนที่จะเป็นห้องของตัวเอง พลันเมื่อเธอพ้นประตูเข้าไปก็บังเกิดเสียงโครมครามขึ้น ผมพลิกตัวแนบหลังชิดกำแพงอย่างระวังตัว ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ขออภัยครับ!!”

“คราวหลังก็ตั้งใจหน่อยสิ! ฉันสั่งแล้วนะว่าในจานของฉันห้ามมีผักมาปะปนอยู่น่ะ!!”

“กระผมไม่ได้ตั้งใจขัดคำสั่ง แค่คิดว่า...”

“ไม่ต้องมาคิดอะไรทั้งนั้น! ทำตามคำสั่งก็พอ!

“ขอรับนายท่าน!! ไว้ชีวิตด้วยครับ!!

“ก็ดี...อ้อ...คืนนี้จัดอาหารก่อนนอนให้แขกด้วยล่ะ ขอแบบพิเศษเลย”

“รับทราบขอรับ!

พวกคนครัวก้มหัวทำความเคารพกันอย่างกับพวกบ้าลัทธิด้วยความกลัวตาย ที่มาของเสียงคงเป็นหม้อซุปบนเตาที่ถูกปัดจนลวกหนึ่งในคนครัวพวกนั้น ผมแอบอยู่ที่หัวมุมจนเธอเดินจากไป

 

เพราะอยู่ที่นี่ตลอด เธอเลยมีอำนาจสูงสุด...อย่างน้อยก็ในฐานะดองกิโฮเต้แฟมิลี่ แต่บทผู้ปกครองสุดโหดที่ย้อนรอยมิงโก้นี่มันอะไรกัน เอาเถอะ น่าสงสารคนครัวก็จริง แต่ท่าทางคืนนี้ฉันจะต้องเจออะไรแปลกๆอีกแน่ กินให้อิ่มแล้วรีบเข้านอนดีกว่าจะได้ไม่หิวกลางดึก

 

“ไปไหนมาที่รัก?”

“ห้องน้ำครับ”

“เหรอ...ช่างเถอะ...”

ท่าทางเขาจะไม่เชื่อ ก็ผมโกหกนี่นา ช่วงนี้โกหกไหลลื่นเวอร์ แต่ลูฟี่หนึ่งกับลูฟี่สองไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ใครจะผิดสังเกตกันล่ะ ส่วนใหญ่เพราะผมไม่อยากให้เขาเครียดมากกว่า

“อิ่มแล้ว”

“อิ่มแล้วเหรอครับ?”

“อือ...จะขึ้นไปอ่านหนังสือบนห้องหน่อย....”

“อือ แล้วจะตามไปนะ”

“...อย่าลืมเตรียมใจมาด้วยล่ะ คืนนี้ยังอีกยาวไกล...”

ดอฟฟี่ลุกจากโต๊ะอาหารเป็นคนที่สองพร้อมบอกสถานที่ที่เขาจะไปเด็กน้อยจะได้ไม่ต้องตามหา ร่างสูงเดินอ้อมมาที่ฝั่งซ้าย วางมือลงบนไหล่เล็กๆและกระซิบเบาๆให้เขารู้กันสองคน ทำให้เจ้าตัวเล็กหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา

 

...แต่ก่อนจะไปหามิงโก้...เขามีเรื่องจะต้องทำเสียก่อน...

 

“ใคร?”

“ฉันเอง...ลูฟี่”

“ออกไปให้พ้น”

“ฉันจะได้อยู่กินอาหารสุดพิเศษที่เธอเตรียมไว้ให้ฉันงั้นเหรอ?”

“นี่นาย!? ...หึ แปลว่าไม่ได้โง่สินะ? ก็ดี...ถ้าฉลาดพอก็ควรจะเลิกยุ่งกับดอฟฟี่ซะ ช่วงหลังมานี้งบบริษัทตกลงมาก หลายธุรกิจของดอฟฟี่ถูกขายทิ้งให้คนอื่นโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาไม่เหมือนเดิมก็เพราะแก

“ใช่...แต่ฉันไม่เคยบังคับเขา เขาทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และแน่นอนว่าทำ...ก็เพื่อฉัน”

“แกนี่เองที่เป็นตัวมารทำให้ชีวิตดอฟฟี่ตกต่ำ ถ้าเขารู้ธาตุแท้ของแก...เขาคงจะเสียใจมากทีเดียว เลิกยุ่งกับเขาซะ”

“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย?”

“เพราะถ้าแกไม่เลิก พฤติกรรมของดอฟฟี่จะทำให้คนอื่นรู้ และอาจขับไล่เขาออกจากตระกูลในฐานะรอยด่างของตระกูลเราก็ได้ คิดจะจับเขาฉันก็ไม่ว่า...”

“ฉันขอยืนยันกับเธอ ต่อให้ต้องตายก็จะไม่เลิกกับเขาเด็ดขาด”

“ก็ดี...งั้นก็เชิญใช้ชีวิตยาจกอยู่กับคนล้มละลายไปซะเถอะ”

“แล้วเธอจะยอมให้คนสำคัญของเธอตกอยู่ในสภาพนั้นงั้นเหรอ? คิดอีกทีนะชูการ์ ที่นี่มีดอฟฟี่มาหาเธอแค่คนเดียว ถ้าเขาต้องไปคงไม่มีหน้ามาเจอเธอผู้เป็นหนึ่งในตระกูลอีกแน่ เธอจะต้องอยู่ที่นี่กับคนที่เธอผูกมัดด้วยคำว่าอำนาจ ไม่มีคนรักเธอเหมือนดอฟฟี่อีกแล้ว”

“หุบปากซะ!!

“ก็ได้...ฉันแค่อยากรู้...คนที่เอาแต่ใช้อำนาจอย่างเธอ...นอกจากดอฟฟี่แล้ว จะมีใครรักเธออีกไหม?”

“หุบปาก!! แกมันคนนอก! ไม่มีสิทธิ์จะมาพูดกับฉันแบบนี้!! ออกไป!!

ร่างเล็กหันหลังกลับออกมาจากประตูนั่น เสียงกรีดร้องแว่วดังออกมาจากภายในอย่างชัดเจน เธออยากให้เขาเลิกยุ่งกับดอฟฟี่ อยากให้ดอฟฟี่กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ชีวิตแบบนั้นมันดีตรงไหนกันล่ะ? ทีนี้ก็รู้ตัวการแล้ว มีแค่เธอคนเดียวที่ใช้อำนาจสั่งการกลั่นแกล้งเขาอยู่เบื้องหลัง แต่เขาคงไม่บอกหรอก การถูกคนที่รักเกลียดมันน่าเศร้าจะตายไป

 

“มิงโก้?”

ในห้องเงียบสนิท ท่าทางผมจะใช้เวลานานเกินไป ร่างยักษ์หลับทั้งๆที่หนังสือยังวางคว่ำอยู่บนตัว ลูฟี่ถอนใจเบาๆอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหยิบหนังสือออกจากมือให้ แต่จังหวะที่กำลังวางหนังสือเอาไว้บนชั้น ร่างเล็กก็ถูกรวบตัวลงมานอนขดอยู่บนเตียงนุ่มข้างๆเจ้าตัวแสบซะแล้ว

“มะ มิงโก้!? ตื่นอยู่เหรอก?”

“เพิ่งตื่นเมื่อกี้...ไปไหนมา?”

“...”

“ไปหา...ชูการ์มาสินะ?”

“อือ”

“...”

เมื่อผมตอบไปเขาก็ฉุดตัวขึ้นนั่งกุมขมับอีกครั้ง ดวงตาคมมองตรงอย่างเหม่อลอย ถอนหายใจยาวๆบ่งบอกอารมณ์ขุ่นมัวจนผมรับรู้ได้ จึงเด้งตัวลุกขึ้นบ้าง เข้าไปใกล้ๆเขา วางทาบมือเล็กๆเอาไว้ที่มือของเขา

“ผมขอโทษ...ผมไม่ตั้งใจจะทำให้คุณเครียด...ก็แค่...”

“เปล่า....ฉันไม่ได้เครียดเพราะเธอแต่...”

“งั้นคุณเครียดทำไม?”

“เมื่อกี้...คนใช้ของฉันยกอาหารมาให้เธอ...รู้ไหมฉันเจออะไร...พอฉันถามดูเขาก็บอกว่า ชูการ์สั่งให้ทำ...”

“มิงโก้? ไม่เป็นไรนะ? ที่เธอทำก็เพื่อคุณ...”

“ทำเพื่อฉันเหรอ?”

“ครับ เธอพยายามกลั่นแกล้ง เพื่อไล่ผมไปจากคุณ เพราะคุณที่เคยทำยอดการค้าสูงที่สุดในตลาดกำลังตกต่ำ เธออยากให้คุณเป็นคนเดิม เลยทำลายต้นเหตุอย่างผมซะ”

“เธอไม่ใช่ต้นเหตุนะ...แต่ที่ฉันทำก็เพราะความต้องการของฉันเอง ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะ”

“แต่ว่า...”

“ที่อยากทำก็เพื่อจะอยู่กับเธอ เพื่อเราสองคน...เพื่อจะเป็นคนที่ดีพร้อม...และขอเธอแต่งงาน”

“มิงโก้!? แต่งเหรอ?”

“ใช่ วันที่ฉันไปบอกพวกพี่ๆเธอ ฉันขออนุญาตแล้ว คุณปู่ของเธอเองก็เป็นคนบอกให้เราแต่งงานกัน”

“คุณปู่ด้วยเหรอ? อะไรกัน...ทุกคนรู้เรื่องโดยไม่บอกฉันเหรอ?”

“เพราะฉันขอไว้น่ะ...ลูฟี่...”

“หือ?”

เขาหยิบของใต้หมอนไป ลงไปจากเตียงเสียดื้อๆ คุกเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่ง เปิดกล่องกำมะหยี่สีแดงแล้วยื่นออกมาข้างหน้า มันทำให้ผม...อึ้งจนพูดไม่ออก

“ถึงฉันจะยังไม่ดีพร้อม ถึงครอบครัวฉันจะคัดค้านเธอ แต่ฉันรักเธอและไม่เคยเปลี่ยนแปลง...แต่งงานกับฉัน...ได้ไหม?”

“มิงโก้!? นี่ฉัน...ฝันไปเหรอ?”

“ลูฟี่?”

“ผมมันเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่คิด สร้างความเดือดร้อนให้คุณ..อึก! มากมาย...”

ร่างเล็กส่งเสียงสะอื้น น้ำตาไหลพรากเป็นสายอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้มากกั้นเสียงพูด ถึงกระนั้นมันก็ยังสะดุดไม่เป็นภาษา ดีใจจนบอกไม่ถูกเลย

“ถ้าคนอย่างผม...คู่ควรพอสำหรับคุณผมก็ตกลงครับ ผมจะแต่ง...กับมิงโก้”

“ลูฟี่!

“มิงโก้!!”

ทั้งสองพุ่งเข้ากอดกันแน่น ชุดนอนของร่างสูงเปียกเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือสิ่งที่เขาฝันกำลังจะเป็นจริง เขากำลังจะได้แต่งงานกับคนที่รักหลังจากที่รอมาโดยตลอด

“ได้เลื่อนตำแหน่งจากชู้รัก...มาเป็นคนรักซะทีนะมิงโก้”

!?

“ขอบคุณที่ทุ่มเทเพื่อฉันตลอดมา จากนี้ไปฉันจะพยายามเพื่อนายบ้าง ฉันเป็นของมิงโก้ตลอดไป”

“ลู..อ๊ะ!?

ร่างเล็กโอบโน้มคอเขาไว้ ล้มตัวหงายหลังลงนอนด้วยสภาพล่อแหลม มอบจูบบางเบาให้กับชายที่เอาแต่ทำหน้ามึนงง ก่อนเขาจะตอบรับด้วยจูบที่ร้อนแรงกว่า มือหนาเลื้อยเข้าไปใต้เสื้อ สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มใต้ผ้าสีแดงฉาน

“ลูฟี่ จำได้แล้วงั้นเหรอ?”

“อือ...อึก! ใช่...จำได้...อ๊ะ!? ทุก...อย่าง...อื้อ!!”

ลิ้นชื้นๆลากไล้ตามต้นคอ ต่ำลง...ต่ำลง โลมเลียเรือนกายเนียนนุ่มเบื้องหน้าอย่างใจเย็น ปลุกเร้าร่างกายเพื่อเรียกเสียงเย้ายวนใจที่ฟังกี่ครั้งก็ไม่รู้เบื่อ น่ารัก...จนบรรยายไม่ถูกเลย

“ขอโทษนะ...ที่ผ่านมา มิงโก้คงจะเสียใจและหนักใจเพราะฉันไม่น้อย”

“ไม่เลยที่รัก ที่ฉันเสียใจมีแค่เรื่องเดียว ถ้าฉันต้องเสียเธอไปฉันจะทำยังไง?”

“ฉันเองก็อยู่ไม่ได้แน่ถ้าไม่มีมิงโก้ อยู่กับฉันตลอดไปเลยนะ?”

“แน่นอนที่รัก จากนี้และตลอดไปเลย”

                                                                                    

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

439 ความคิดเห็น

  1. #427 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 09:00

    อร๊ายย กริ้ดด อย่าลืมเชิญเค้าไแงานแต่งน้าาา

    #427
    0
  2. #354 nighttyyyyyy (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 15 เมษายน 2558 / 00:23
    แอร๊ยยยยยยเขินอ่าาาา
    #354
    0
  3. #306 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 14:37
    อร๊ายยยย เขิลเรย 55
    #306
    0
  4. #223 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 21:46
    อร๊ายยย จิกหมอนนนน ชอบบบอะ สู้ๆลูฟี่ เด๋วชูการ์กะจะรักลูฟี่แว้ววววว 5555
    #223
    0
  5. #222 Hina_Sakura (@hina_sakura) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 21:25
    สู้ๆ นะฟี่น้อย เอาชนะใจชูการืให้ได้นะ^^
    #222
    0
  6. #220 oงค์xญิงง่วงuou (@pingpong611) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 22:11
    น่ารักจังเลย แต่ชูการ์นี้ถ้าจะแย่แหะ
    #220
    0