My Control My Luffy

ตอนที่ 68 : Think about it

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 เม.ย. 57

ห้องฝึกที่เต็มไปด้วยไอร้อนและกลิ่นเหงื่อ เพื่อการแข่งขันฤดูหนาวพวกเขาจึงฝึกซ้อมกันอย่างหนัก โดยเฉพาะดาวเด่นแห่งชมรมสองคน รุ่นพี่เรียวมะประธานชมรม และโรโรโนอา โซโล ปีศาจสองตัวในชมรมผู้รักการซ้อม

 

วันนี้ซันจิเอาเสบียงมาส่งคนเดียวเพราะลูฟี่กับอุซปกำลังนั่งลอกการบ้านของวิชาต่อไปอยู่ เลยแยกเอาข้าวกล่องมาให้โดยลำพัง

“นี่ของนาย เจ้าหัวเขียว”

“ขอบใจ”

“มีคนส่งอาหารประจำตัวซะด้วย ฉันชื่อเรียวมะ ประธานชมรมเคนโด้ นายชื่ออะไร?”

“ซันจิครับ เพื่อนของเจ้านี่  แล้วก็ไม่ใช่คนส่งอาหารด้วย แค่ทำข้าวกล่องมาเผื่อเท่านั้นเอง”

“อ้าวเหรอ?”

ร่างเล็กเท้าเอวบ่นปุดๆใส่รุ่นพี่หัวตั้ง อีกฝ่ายหัวเราะร่าและจะยอมเข้าใจ โซโลเหลียวมองรุ่นพี่คนนั้นครู่หนึ่งก่อนจะแกะกล่องข้าวออกมากินเงียบๆ รุ่นพี่คนนั้นชวนร่างเล็กคุยต่ออย่างตีสนิท มันทำให้คนที่ฟังเกิดอาการหึงหน่อยๆแล้วสิ

“ถ้าเป็นแบบนั้นไว้คราวหน้าทำข้าวกล่องเผื่อฉันบ้างสิ”

“แค่ก! อุ๊บ”

“โซโล? เป็นอะไรไหม?”

อยู่ๆเขาก็สำลัก ซันจิคว้าขวดน้ำให้ร่างสูงได้ดื่ม แหงล่ะ คำพูดของรุ่นพี่นั้นมันทำให้เขาคิด รุ่นพี่อาจจะสนใจซันจิก็ได้ จะยอมได้ยังไงกันล่ะ

 

ร่างเล็กลูบหลังให้เขาเบาๆ สีหน้าดูเป็นห่วงเขามากน่าชื่นใจ เรียวปากหนากระตุกยิ้มจางๆให้เป็นคำขอบคุณ และมากกว่านั้นคือสายตาไถ่ถาม เขามองประมาณว่า เป็นห่วงฉันเหรอ? เลยได้รับคำตอบเป็นลูกเตะงามๆท้องแล้วเดินจากไป ร่างสูงเลยร้องโอดโอยทั้งเสียงหัวเราะ

“เจ้าคิ้วม้วนเอ้ย...”

“เฮ้...รู้สึกเหมือนไม่ใช่แค่เพื่อนนะ? ใช่ป่ะ?”

รุ่นพี่ทำเสียงสูง สะกิดไหล่เขาคะยั้นคะยอให้ตอบอย่างอยากรู้ แบบนี้ก็เข้าทางเขาล่ะ อยากรู้นักเขาจะบอกให้ก็ได้ หรือถ้าไม่ยอมก็พร้อมจะประกาศศึกชิงนางเสมอ

“ครับ...เขาเป็นคนพิเศษของผม”

“บ๊ะ! นึกแล้วเชียว...ไม่ได้คิดไปเองสินะ? เด็กคนนั้นมีดวงตาที่ห่วงใยนายมากเลย”

“รุ่นพี่เองก็มีไม่ใช่เหรอครับ? อย่าง...คุณรองกัปตันไง เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอเลยนี่ครับ?”

“ไข่เจียวอ่ะเหรอ? ไม่ๆ ฉันรักเขาแบบน้องชายน่ะ”

“อ้าว? ผมก็นึกว่า...”

“ฉันไม่ชอบคนเอาแต่ใจ ยิ่งคนเรื่องมาก ชอบตื้อนี่ยิ่งเกลียดเลยล่ะ แล้วเจ้านั่นก็เอาแต่ใจเลยคิดว่าคงไปกันไม่รอดแน่”

รุ่นพี่มีปัญหาเรื่องจำชื่อคน จากเฮมเลต เลยกลายเป็นออมเลต เรียกไปเรียกมาก็กลายเป็นไข่เจียว ฉายาสุดน่ารักนี้ประธานเป็นคนคิดให้ ซึ่งนอกจากกัปตันแล้วเขาไม่ยอมให้คนอื่นเรียกว่าไข่เจียวเด็ดขาด แค่นี้ก็พอรู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่

 

ผมจึงไม่กล้าบอกเรื่องที่ว่า รองกัปตันเป็นคนทำแขนผมหักก่อนวันแข่งคราวนั้น เพราะถ้าหากผมสละสิทธิ์เขาก็จะได้เข้าแข่งกับรุ่นพี่ เป็นเหตุผลที่ผมเหมือนจะเข้าใจ ...อยากอยู่ข้างๆคนที่รัก....สินะ...

 

ฤดูหนาวนี้ผมต้องลงแข่งอีกครั้ง และในรายชื่อผู้เข้าแข่งไม่มีรองกัปตันอยู่เลย จะโดนอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ คงต้องระวังตัวให้มาก ครั้งนี้ผมจะพลาดไม่ได้ เพราะการแข่งนี้ผมก็อยากทำเท่เอาใจคนที่ผมรักเหมือนกัน

 

“เอาล่ะเลิกซ้อม! ปีหนึ่งทำความสะอาดโรงฝึก! ปีสองเก็บอุปกรณ์! ที่เหลืออาบน้ำ กลับบ้าน!!

“ครับ!!”

คำสั่งกัปตันถือเป็นเด็ดขาด รุ่นน้องสองปีวิ่งวุ่นกันทำหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด ส่วนพวกเราพากันไปอาบน้ำเตรียมตัวกลับบ้าน ซึ่งที่นอกโรงฝึกมีใครบางคนยืนพิงต้นไม่รอผมอยู่

 

ร่างเพรียวดูบอบบางกับยูนิฟอร์มโรงเรียน ยืนหิ้วกระเป๋า เอนหลังพิงต้นไม้ไว้ ใบหน้าหวานเงยมองท้องฟ้า หายใจเป่าควันออกเป็นระยะ สะบัดเรือนผมสีทองสวยไปมาด้วยความสำอาง

“รอนานรึเปล่า?”  ผมเอ่ยทักไปเบาๆด้วยรอยยิ้มและได้รับยิ้มกลับมา

“เพิ่งเลิกน่ะ ไม่นานหรอก”

“มาคนเดียวเหรอ?”

“อือ ลูฟี่กับอุซปล่วงหน้าไปรับชูการ์จังก่อน กลัวเขาจะเหงา”

“งั้นฉันไปเปลี่ยนชุดก่อน จะได้รีบไป เพราะถ้าอาบน้ำคงจะต้องรออีกนาน”

“ยังไงก็ได้”

ร่างสูงวิ่งไปหลังโรงฝึกและกลับออกมาในสิบนาที ทั้งสองเดินไปเอาจักรยานที่ลานจอดก่อนจะรีบปั่นตามเพื่อนรักสองคนนั้นไปที่โรงเรียนอนุบาล

 

ออกจากโรงเรียนไปพักหนึ่งก็มีรถมอเตอร์ไซค์แล่นตามออกมาด้วยความเร็ว ทั้งคู่ชิดหลบทางให้โดยไม่ถือสาแต่รถคันนั้นดันขับมาเทียบข้างและเบียดกวาดทั้งสองคนลงไหล่ทางไป ซึ่งอาจเป็นกรรมตามสนอง คนขับมอเตอร์ไซค์คันนั้นไม่มองทางพุ่งตัดหน้ารถยนต์ที่วิ่งมา จึงถูกชนเข้าอย่างจัง

 

คนที่โดนเบียดตกไหล่ทางสองคนค่อยๆยันตัวลุกขึ้นด้วยร่างกายที่เจ็บไปทั่ว ตามเนื้อตัวมีทั้งแผลถลอก ฝุ่น ดินและรอยขีดข่วน ร่างสูงปรี่เข้าไปสำรวจคนรักอย่างถี่ถ้วน เมื่อพบว่าเขาไม่เป็นไรก็วางใจ

“ฉันไม่เป็นไร ว่าแต่...เจ้าบ้านั่นคิดจะทำอะไร?”

“ฉันก็ไม่รู้ แต่ถ้าให้เดาคงเพราะไม่อยากให้ฉันลงแข่งอีกสองวันข้างหน้า เหมือนคราวนั้นไง”

“บ้าไปแล้ว...งั้นนายต้องระวังตัวนะ”

“แน่นอน ครั้งนี้ฉันไม่ยอมพลาดแน่ วันแข่งอย่าลืมไปเชียร์นะ ทำข้าวกล่องไปด้วย ไปให้ได้นะ”

“ไปสิ ต้องไปเชียร์อยู่แล้วล่ะ  แฟนฉันแข่งทั้งทีนี่”

ได้ยินแบบนั้นร่างสูงก็ยิ้มอย่างดีใจ มือหนาลูบขยี้เรือนผมสีทองสลวยจนฟู จูบเบาๆบนริมฝีปากอมชมพูสวย เพราะอยากแสดงให้คนรักเห็น เขาจึงอดใจรอการแข่งขันนี้แทบไม่ไหว อีกสองวันเท่านั้น จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ไม่ให้ใครมาขวางทางหรอก

 

ใบหน้าหวานมีสีระเรื่อ เพราะความใกล้ชิดเกินกว่าปกติทำให้หัวใจเต้นแรง ดวงตากลมหลบหลีกการสบตากับร่างเบื้องหน้า มันดูน่ารักและมีเสน่ห์เกินห้ามใจ ริมฝีปากหนาจูบไปที่เรียวปากนุ่มอีกครั้งอย่างหนักหน่วง ย้ำสัมผัสหวานโดยไม่สนแรงขัดขืน

“โซ...อือ...โซ...โล...โทรศัพท์นายสั่น...”

“ช่างมันสิ...”

“อาจจะเป็นพวกลูฟี่ก็ได้ รับเถอะนะ”

ร่างสูงถอนใจด้วยความเสียดาย ทำหน้าบูดเป็นเด็กโดนขัดใจ มือหนาหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมาช้าๆ แต่เบอร์ที่โชว์กลับไม่ใช่ของลูฟี่ แต่เป็นของรุ่นพี่เรียวมะที่น่าจะอยู่ในชมรม

“ครับ? โซโลพูด”

“ทั้งสองคนปลอดภัยดีนะ?”

“รุ่นพี่รู้เหรอ?”

“เมื่อกี้ ฉันได้รับแจ้งว่าไข่เจียว...ไม่สิ...เฮมเลตเข้าโรงพยาบาลเพราะรถล้ม เจ้าตัวสารภาพหมดแล้วล่ะ”

“งั้นเหรอครับ...”

“สำหรับนายอาจจะยกโทษให้เขาได้ แต่สำหรับฉันคงไม่ ฉันยังมีสิทธิ์ในฐานะกัปตันและมนุษย์คนหนึ่ง...มีอะไรจะแย้งไหม?”

“แล้วแต่รุ่นพี่เถอะครับ”

แบบนี้แล้วเขาจะพูดอะไรได้อีกล่ะ ถึงจะโล่งใจแต่ก็เศร้าใจ รุ่นพี่สนิทกับรองกัปตันมาก เมื่อมารู้เรื่องนี้คงเสียใจไม่แพ้กัน ในวันแข่งรุ่นพี่จะทำใจและมีสมาธิกับมันได้ไหมนะ

“โซโล? ไม่เป็นไรนะ?”

“อือ...”

“งั้นไปเถอะ ลูฟี่รอเราอยู่ เราต้องไปบอกพวกนั้นก่อนจะได้กลับไปทำแผล”

“งั้นไปบ้านฉันนะ ฉันซื้ออุปกรณ์ทำแผลไว้เยอะ สะดวกดีจะได้มีเวลาเหลือเฟือมาทำอย่างอื่นกัน”

!? อะ ไอ้ลามก...”

ที่พูดนั่นความหมายสุดจะชัดเจน ร่างเล็กยกจักรยานขึ้น ปั่นนำหน้าไปเพื่อปิดอาการเขินอายภายใน สำหรับเขาแล้วมันดูน่ารักน่าแกล้งเสียมากกว่า จึงได้แต่ยิ้มและตามไปเงียบๆ

 

สองคนนั้นบอกลาเพื่อนรักด้วยเหตุจำเป็น ลูฟี่พยักหน้าเข้าใจ โอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนแน่นเพราะเกรงว่าเธอจะหวาดกลัวต่อบาดแผล ซึ่งมันช่วยไม่ได้ พวกเขาเลือกที่จะกลับบ้านไปด้วยกันทั้งหมดทั้งที่คิดว่าจะได้เที่ยวเล่นด้วยกันอีกซักหน่อย

 

..........................................................

 

ปาร์ตี้มื้อเย็นจัดขึ้นเหมือนกับทุกวัน น้องเล็กสุดออกมาเช็คจดหมายที่ตู้หลังเลิกงาน พบซองสีน้ำตาลคล้ายซองเอกสารเสียบอยู่ จ่าหน้าถึงบริษัทคงจะเป็นเออกสารของพ่อ เลยเอาเข้าไปให้ในห้องทำงาน

“ขอบใจซาโบ้”

ชายร่างยักษ์เปิดซองเอกสารดู ข้างในเป็นรูปถ่ายปึกหนาที่ถูกส่งมาจากอิตาลี เขาฉีกยิ้มกว้าง หัวเราะในลำคอด้วยความดีใจ ทำให้ลูกรักที่มองอยู่ตรงหน้าเกิดความสงสัย

 

ชายร่างยักษ์ส่งต่อปึกรูปให้ลูกชาย เขารับมันมาดู ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าคุณพ่อหัวเราะอะไร สุดท้ายเอสก็แพ้ทางพ่อ ต้องไปแต่งงานที่ต่างประเทศอย่างที่พ่อโรเจอร์วาดฝันไว้ ท่าทางคุณพ่อโรเจอร์จะปลื้มขนาดถ่ายรูปไม่หยุด แถมอัดรูปส่งมาอวดทางนี้อีก

 

....แบบนี้....มันต้องแฉ!!!

 

“ลูกพี่!! เอสส่งรูปงานแต่งมาให้ดูแน่ะ!!!”

ชายหนุ่มวิ่งวุ่นไปทั่วห้องอาหารพร้อมรูปถ่ายในมือ แจกส่งให้ดูทั่วกันคนละใบ สองใบ พร้อมเสียงฮือฮาที่ค่อยๆดังขึ้น มื้อค่ำกลายเป็นงานฉลองแด่ผู้ห่างไกลซึ่งป่านนี้คงกำลังฮันนีมูนหวานกันอยู่

 

งานแต่งที่โรม ฮันนีมูนที่ฝรั่งเศส ล่องเรือสำราญสุดหรู ไม่รู้จะสิ้นเปลืองไปไหน ร่างเล็กถอนใจยาวยืดเมื่อคิดถึงความน่าเบื่อในการเดินทาง ปัจจุบันคุณพ่อบังเกิดเกล้าได้ประทานเรือยอร์ชให้ลำหนึ่งเป็นของขวัญแต่งงาน ผมเลยโดนพาออกมาร่อนแก้เซ็งบนน้ำเค็มสีฟ้า

“ไม่สนุกเหรอที่รัก? หรืออยากกลับไปเล่นผีผ้าห่มในห้อง?”

“ปะ เปล่า...กำลังคิดว่า สิ้นเปลืองชะมัด ทั้งงานแต่ง ฮันนีมูน...ตอนนี้ยังเช่ารีสอร์ทหรูติดทะเลให้อีก สิ้นเปลืองเป็นบ้า”

“ให้ทำไงล่ะ? เขามีเอสเป็นลูกคนเดียวนี่...นายน่าจะดีใจนะ?”

“นั่นก็ใช่...แต่ฉันรู้สึกไม่ดีนะที่มีคนทำให้ฉันขนาดนี้...”

“ยังไม่ชินรึเปล่า?”

“หือ?”

“เพราะอยู่ด้วยตัวเองจนกลายเป็นปกติ อยู่ๆมีใครมาทำอะไรให้มากมายแบบนี้เลยไม่ชินรึเปล่า?”

เจ้าตัวน้อยของเขามีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงจึงเดินลงจากห้องบังคับมายังท้ายเรือ เปิดตู้แช่หยิบแชมเปญออกมารินใส่แก้วทรงสูงทั้งสองใบ ส่งให้คนตัวเล็กแก้วหนึ่ง เลื่อนแก้วมากระทบให้เกิดเสียงกังวานใส ค่อยๆดื่มด่ำบรรยากาศรอบตัวไปด้วยกัน

“คงจะใช่ ฉันอาจจะยังไม่ชินกับชีวิตร่ำรวยนี่ ฉันไม่เคยฝันถึงชีวิตแบบนี้มันก็เลยทำตัวไม่ถูก ฉันมันน่ารำคาญมากเลยใช่ไหม? ขอโทษนะ...ทั้งที่ควรจะสนุกกันแท้ๆ”

“ช่างเถอะ เอสพูดออกมาน่ะดีแล้ว...ถึงฉันจะเดาใจนายออกแต่ถ้านายไม่บอกฉันก็มั่นใจไม่ได้หรอก เอสอาจจะมีมุมที่ฉันยังไม่รู้จักก็ได้”

ร่างเล็กฉีกยิ้มจางเมื่อได้ยินดังนั้น ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็โดนอ่านออกไปเสียทะลุปรุโปร่งขนาดนั้นแล้วยังจะพูดว่าไม่มั่นใจอีกเหรอ? แต่ก็ดี...นั่นแปลว่าแค่รู้แต่ไม่มั่นใจสินะ มัลโก้เป็นพวกใจโลเลกว่าที่คิดแฮะ

 

เพราะท่าทางยิ้มกริ่มน่าสงสัยคนตัวใหญ่เลยแย่งแก้วในมือเอสมาดื่มเสียเองจนหมด ร่างเล็กพยายามแย่งคืนซึ่งก็เปิดช่องให้อีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาประทับริมฝีปากนุ่ม

 

น้ำหวานๆของแชมเปญไหมมากับรสจูบอันล้ำลึก ใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่อจากความร้อนและแอลกอฮอล์ในร่างกาย มือหนาคว้าจับท้ายทอยบังคับให้เขารับจูบอันร้อนแรงดุจมนสะกดอย่างไม่อาจถอยหนี

 

เรี่ยวแรงถูกสูบออกไปเรื่อยๆ ในสมองขาวโพลนไร้เรื่องก่อกวนใจ มือหนาเกี่ยวกระตุกเสื้อตัวบางออกเผยเรือนกายเนียนนุ่มน่าสัมผัส เขาถอนจูบออกเพื่อชื่นชมเสน่ห์เย้ายวนของภรรยาผู้น่ารัก แทะโลมเรือนร่างงดงามที่ชวนให้ความคิดเตลิดไปไกล

 

เขากอบกุมมือข้างซ้ายของภรรยา ยกขึ้นมาจูบลงเบาๆบนเครื่องประดับสีเงินตรงนิ้วเรียว ก่อนโถมตัวเข้าหาเรือนกายบอบบางน่าทะนุถนอม ตวัดลิ้นชื้นสัมผัสบนผิวกายอย่างบรรจง จูบเรียกเสียงหวานหูที่ฟังได้ไม่เคยเบื่อ

 

การได้แต่งงานกับคนรักเหมือนกับฝันที่เป็นจริง ไม่คิดว่าเด็กเอาแต่ใจคนหนึ่งจะทำให้เขาหลงหัวปักหัวปำขนาดนี้ได้ ถึงจะไม่อยากเชื่อ แต่ความรู้สึกมันปฏิเสธไม่ได้ว่ารักและต้องการเขามากขนาดไหน

“เอส...รักเธอนะ”

“เดี๋ยวสิ...แบบนี้ทุกทีเลย...ทำไมฉันถึงปฏิเสธพี่ไม่ได้กันนะ?”

“พี่เหรอ? ห่างเหินจัง..ไหนเรียกไหมซิจ๊ะ?”

“ดะ ...ดา...ดาร์ลิ้ง....”

“ต้องแบบนี้สิเมียพี่”

ลิ้นชื้นตวัดไล้ใบหู ขบงับติ่งหูนุ่มกลั่นแกล้งให้ร่างเพรียวบางสะท้านไหว ประซิบเสียงทุ้มคาดคั้นถ้อยคำหวานจากภรรยา ฝ่ายที่ถูกกลั่นแกล้งทำได้แค่ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข เรียวปากหวานขยับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ พร้อมรับจูบร้อนแรงเป็นรางวัล

 

..........................................................

 

ร่างเพรียวตรวจเอกสารชุดสุดท้ายของวันนี้ก่อนจะออกเวร มือเล็กเอื้อมบีบนวดบริเวณต้นคอที่ปวดตุบจากการนั่งเป็นเวลานาน เสียงเปิดประตุห้องดึงความสนใจเขาไปจดจ่อ มันเผยร่างใครคนหนึ่งที่ทำให้เขาต้องยิ้มออกมา

“เต็มที่เลยนะครับ เลยเวลางานมาแล้วนะ?”

“เพลินไปหน่อยน่ะ ว่าแต่...ไปไหนมาเหรอ? ใส่สูทซะด้วย”

“พอดีเพิ่งเลิกงานว่าจะกลับ เลยแวะมารับคุณก่อนน่ะครับ”

“ยินดีด้วยที่หางานใหม่ได้ แล้วได้งานแบบไหนล่ะ?”

ร่างสูงอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบก่อนจะเดินเข้ามาด้านในห้อง หยุดยืนตรงหน้าคนรักด้วยสีหน้าหนักใจ สถานที่ทำงานมันทำให้บอกลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่า....

“คิด...นี่นายคง...ไม่ได้ทำงานผิดกฎหมายอยู่ใช่ไหม? ถ้าใช่ก็เลิกซะเถอะนะ”

“เปล่าครับ ผม...ได้งานใหม่แถวๆนี้แหละ ไว้จะบอกทีหลัง”

คิดก้มเก็บเอกสารบนโต๊ะจัดเป็นระเบียบ ก่อนจะจูงมือพาร่างบางกลับบ้านไปด้วยกัน แต่ชุดสูทขับมอเตอร์ไซค์มันดูตรงข้ามกันสุดๆ หรือถ้าถอดก็กลัวคุณหมอจะเหม็นเหงื่อเอา ช่วยไม่ได้นะ

 

สุดท้ายก็มาถึงบ้านโดนปลอดภัย ร่างเพรียวปลดเสื้อผ้าออกด้วยความสำอางคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำตามปกติเหมือนทุกวัน คิดปลดเสื้อผ้าเหลือเพียงกางเกงทำงานขายาวตรงเข้าครัว

 

มือหนาคว้าน้ำเย็นในตู้มาดื่ม ทั้งที่นี่เป็นหน้าหนาว แต่เหงื่อดันออกเหนอะหนะไปทั้งตัวจนรู้สึกร้อนและรำคาญมากกว่า คงเพราะเพิ่งเข้าฤดูมากได้ไม่นาน ที่ควรหนาวเลยให้บรรยากาศเย็นชื้นแทน

“คิด ห้องน้ำว่างแล้วนะ”

“ครับ”

ร่างสูงรับผ้าเช็ดตัวจากมือคนรักก่อนจะเดินตรงไปห้องน้ำบ้าง เสี้ยววินาทีหนึ่งร่างบางโผเข้ามากอดเขาจากด้านหลัง ซบหน้าลงบนแผ่นหลังกว้างอย่างแนบแน่น จนเขาเกร็ง ตัวเขาเหนียวเหนอะน่ารังเกียจ แถมร่างเล็กยังอาบน้ำแล้วก็ไม่อยากให้เลอะอีก

“คะ คะ คะ คุณหมอครับ...ผมยัง...ไม่ได้อาบน้ำเลย”

“แล้วไงเหรอ?”

“ก็ผม...ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะครับ ตัวคุณจะเลอะเอา...”

“คิด ไม่ได้กอดแค่สองวันตัวโตขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ? ดูกล้ามนี่สิ....สุขภาพดีจังนะ?”

“อะ เอ๋? เหรอครับ?”

“ใช่...ไหนดูสิเปลี่ยนไปขนาดไหนเอ่ย?”

“คุณหมอครับ!!”

คนที่กอดอยู่ข้างหลังมีแววซุกซน มือเรียวลูบเล่นกล้ามหน้าท้องของเขาพักหนึ่งก่อนจะเลื่อนต่ำลงกะทันหัน ดีที่เขาคว้ามือตัวปัญหาไว้อย่างรู้ทันแล้วหันไปตะโกนใส่ร่างเพรียวหน้าซื่อทำไม่รู้ไม่ชี้

“ฮิฮิ...คิดหน้าแดงก่ำเลยนะ?”

“ก็เพราะใครล่ะครับ!! โธ่...ที่แท้ก็แกล้งผมนี่เอง ถึงว่ามาแปลก ปกติผมต้องรุกคุณก่อนทุกที”

“แล้ววันนี้ไม่เหรอ?”

“ยังครับ ขอผมอาบน้ำก่อน แล้วจะจัดให้”

“ตอนนี้ก็ได้นี่? ทำไม? มีอะไรปิดบังฉันเหรอ?”

“เปล่าครับ”

“หือ?”

ร่างเล็กเลิกคิ้วด้วยสีหน้าสงสัย ดวงตาจ้องเขม่นอย่างจับผิด อีกฝ่ายได้แต่ถอยหนีและหลบสายตานั่นเป็นระยะ จนสุดท้ายก็วิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป

 

วันนี้คิดมีอาการแปลกๆ เหมือนกำลังปิดบังอะไรเขาอยู่ เรื่องงานก็เหมือนกัน เขากลัวคิดจะหลงผิดไปทำงานผิดกฎหมายแต่ถ้าไม่มีอะไรก็ดีหรอก หรือเป็นเรื่องเสี่ยงถึงชีวิตเลยไม่กล้าดึงเราเข้าไปเกี่ยวด้วย แถมคนอย่างหมอนี่ยังปากแข็งไม่ค่อยจะพูดอะไรซะด้วยสิ

.....คงต้องบังคับกันหน่อยแล้ว.....

 

เมื่อได้ออกจากห้องน้ำสิ่งแรกที่ทำคือถอนใจยาวเหยียด อยู่ๆคนรักเขาก็มีท่าทีเปลี่ยนไป สงสัยทำงานหนักจนเบลอ อีกอย่างตอนที่เข้าไปนั้นเห็นเขาทำท่าปวดคอด้วยนี่ อาจจะเครียดจริงๆก็ได้

 

เขาออกมาข้างนอกก็พบร่างเพรียวนอนหลับอยู่บนเตียงก่อนแล้ว อ้อมแขนอุ่นเอาหมอนหนุนเขาไปกอดแน่น ทั้งที่อากาศหนาวแต่ก็ยังเปลือยนอน อาจจะเพลียจนทนไม่ไหว เอาเป็นว่าวันนี้จะปล่อยไปวันหนึ่งก็แล้วกัน

 

มือหนาแตะทาบต้นแขนเล็ก ก้มจูบไล้ริมฝีปากไปตามต้นคอและหัวไหล่ แสดงถึงความลุ่มหลงในร่างเบื้องหน้าอย่างชัดเจน ออกแรงบีบนวดร่างกายเบาๆตามจุดต่างๆจากต้นคอ หัวไหล่ และแผ่นหลังเรียบเนียน เหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกและส่งเสียงครางสุดผ่อนคลายออกมา

 

มือหนาดึงหมอนตัวเกะกะออกจากอ้อมแขน พลิกร่างเบื้องหน้าให้นอนคว่ำเพื่อให้ง่ายต่อการนวด  กระนั้นเสียงหวานๆของเขาค่อยๆกัดกินความอดทนของร่างสูงไปทีละนิดจนเกิดทน

 

ลิ้นชื้นแตะไล้บนต้นคอเนียน ขบงับไปเต็มแรงจนทำให้ร่างเบื้องหน้าสะดุ้งโหย่ง มือหนาที่ซุกซนลูบไล้เรือนกายเย็นเฉียบเบาๆ เรียกเสียงหวานและลมหายใจร้อนผ่าวได้เป็นระยะ

 

ร่างเล็กลืมตาขึ้นในที่สุด พลิกกายกลับมาโอบรัดต้นคอแกร่งเป็นหลักยึดเหนี่ยว ให้อีกฝ่ายอุ้มเขาขึ้นนั่งบนตักก่อนจะสบโอกาสผลักร่างเบื้องหน้าให้เป็นฝ่ายนอนลง รวบข้อมือแกร่งเอาไว้แล้วรัดด้วยเข็มขัดเส้นหนาที่อดีตเคยอยู่บนขอบกางเกงของคิด

 

ท่ามกลางสีหน้ามึนงงนั่น ร่างเล็กตวัดเลียริมฝีปากตนเองอย่างชั่วร้าย ซึ่งทั้งหมดนี้เขาก็ได้เรียนรู้มาจากคิดนั่นล่ะ แค่วันนี้มันจำเป็นต้องบังคับจริงๆ ด้วยความเป็นห่วง

“นายมีเรื่องปิดบังฉันใช่ไหม?”

“...”

“งั้นฉันขอถามอีกครั้งแล้วกัน...นายมีเรื่องปิดบังฉันใช่ไหม?”

“...ครับ...”

“เรื่องอะไร?”

“คุณอาจจะไม่ชอบก็ได้...เรื่องงานใหม่ของผม ตอนนี้ผมคือ ผอ. โรงพยาบาลที่คุณทำงานอยู่”

!?”

ร่างเล็กไม่ตอบ แค่มีสีหน้าตกใจนิดๆและดวงตาที่เฉยชาจนคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก ไม่รู้เขาดีใจ โกรธ หรือรู้สึกยังไงแน่ ผมมันเด็กกว่าคุณหมอ เพราะฉะนั้นเขาอาจจะไม่ชอบที่คนอย่างผมจะไปบริหารเขา อีกอย่างตำแหน่งที่ได้ก็มาจากโชคล้วนๆ บอกตามตรงผมไม่รู้วิธีบริหารเลย แต่ผมจะพยายาม

“น่าขำใช่ไหมล่ะ? ผมได้ตำแหน่งมาโดยไม่ได้ทำอะไรเลย คุณคงจะเกลียดผมขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ?”

“เด็กโง่...เหตุผลแค่นี้จะไปเกลียดทำไมล่ะ อย่าถ่อมตัวให้มันมากนักเลย นายต้องภูมิใจสิที่ตัวเองได้ทำหน้าที่นี้น่ะ”

“คะ ครับ...”

ร่างเล็กขมวดคิ้ว พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงดุปนหน่ายใจ ทั้งที่โดนตำหนิแต่ทำไมเขากลับดีใจและโลงใจกันนะ อาจเพราะประโยคนั้นให้ความหมายว่าไม่ได้เกลียดเขาล่ะมั้ง  

“ฉันไร้เหตุผลขนาดที่ทำให้นายต้องกังวลเลยเหรอ?”

“ไม่ครับ ผมคิดมากไปเองจริงๆแหละ ยังไงก็ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะครับ”

สิ้นประโยคนั้นคนตัวเล็กก็ซบลงบนแผงอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเร็วขึ้น ผ่อนลมอย่างโล่งอกที่เขาไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาอย่างที่คิด อีกฝ่ายเพียงจ้องมองกิริยานั้นด้วยรอยยิ้ม วางมือที่โดนรัดติดกันไว้ที่เอวบางแล้วถอนใจออกมาเบาๆ

“นึกว่านายไปทำอะไรเสี่ยงๆมาซะอีก ดีที่ไม่ใช่แบบนั้น”

“ขอโทษครับ...”

“อย่าทำอะไรเสี่ยงๆเด็ดขาดนะรู้ไหม? ทะเลาะวิวาทเลือดสาดก็ห้ามนะ ถึงฉันจะเป็นหมอแต่ก็ไม่อยากเห็นคนรักต้องบาดเจ็บ”

“ผมสัญญาครับ ว่าผมจะไม่ทำ ถ้าคุณเป็นทุกข์ ผมคงทุกข์ยิ่งกว่า”

“เข้าใจก็ดีแล้วล่ะ”

“เอ่อ...สอบสวนเสร็จแล้วจะปล่อยผู้ต้องหาได้รึยังครับเนี่ย?”

“ไม่”

ร่างสูงย้ำเตือนถึงเรื่องสำคัญขณะนี้ เขาอยากให้ปลดพันธนาการออกเสียทีแต่ นานๆทีจะจับเจ้าเด็กดื้อได้บ้างก็อยากปล่อยมันไว้อีกหน่อย ถือว่าแก้แค้นที่ทำกับเขาไว้แล้วกัน

 

ปลายลิ้นเรียวตวัดไล้ทั่วเรือนร่างกำยำ เสพสมกับความรู้สึกของผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคิดถึงชอบมัด เพราะการกลั่นแกล้งผู้อ่อนแอมันสนุกจนหยุดไม่อยู่เลยนี่นา

“คะ คุณหมอ...อย่า...อึก!?”

“เสียงดีนี่เรา....ร้องให้ฟังอีกสิ เร็วเข้า”

“อึก! อือ...นี่คุณคิดจะ...แกล้งผม...ใช่ไหม?”

“เรียกว่าการเอาคืนจะเหมาะกว่านะคิดคุง”

“อ๊ะ!? อือ...คุณ...ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะนะครับ ของแค่นี้...จับผม...ไม่ได้หรอก”

ประโยคนั้นทำให้ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นอย่างสนใจ ร่างสูงเด้งตัวลุกขึ้นกะทันหันให้ใบหน้าพวกเขาใกล้กันอย่างเคย ข้อมือที่เคยถูกรัดตรึงหลุดออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงส่งยิ้มประกาศชัยท้าทายคนที่กำลังเสียเปรียบ

 

มือหนาคว้าต้นคออีกฝ่ายเข้ามา บดจูบริมฝีปากนิ่มช่วงชิงลมหายใจ แต่งแต้มเครื่องหมายสีชมพูอ่อนลงบนผิวกายแทบทุกที่ที่เขารุกล้ำ โถมกายต้านแรงผลักดันอันน้อยนิดจากมือคู่สวย สะกดร่างเบื้องหน้าด้วยคำว่ารัก ช่วงชิงเรียวแรงขัดขืนจนหมดสิ้น

 

ลอว์ยอดรัก คนรักคนแรกและคนเดียวของผม การได้อยู่กับคุณทำให้ผมมีความสุขมาก ผมทั้งรักทั้งหลงคุณจนไม่รู้จะแสดงออกให้คุณรู้ยังไงดี ผมไม่เคยสนว่าคุณเคยมีใครแต่ผมยังอยากครองคุณไว้คนเดียว

 

“ฮัลโหลคิลเลอร์”

“เฮ้...ยากนะเนี่ยที่แกโทรมาหาฉัน นึกว่าลืมกันไปแล้วซะอีก”

“ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้อง ยังติดต่อกับคนในกองอยู่ไหม”

“ก็มีบ้างนะ....ทำไม?”

“ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ”

 

 

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

439 ความคิดเห็น

  1. #436 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 11:00

    เซอร์ไพร?อะไรอระอย่าบอกนะว่า......

    #436
    0
  2. #270 Hina_Sakura (@hina_sakura) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 00:06
    รอบนี้ไม่เห็นเสี่ยเลย///มองหาเสี่ย...
    แต่คู่อื่นๆ ก็หวานจับใจค่าาา ถึงขั้นนี้กันแล้วก็อย่าได้รอช้ากันเลยเถอะค่ะ แต่งกันไปเล้ยยยยยย
    อ่านแล้วชุ่มใจกับฟี่น้อยและชูการ์ที่ออกมาให้ได้ชื่นใจ ตรง"อุ้มลูกน้อย"นี่แบบเป็นอะไรที่ทำเรากรี๊ดดดด ไปหลายตลบเลยทีเดียว
    การเป็นครอบครัวมันดีอย่างนี้นี่เอง. โอ้ยยยย มีความสุขแทนตัวละครแล้วค่าาา
    #270
    0
  3. #269 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 22:05
    แต่ละคุ่ มีความสุขสุดๆอ่าาาา ชอบๆ ว่าแต่เรื่องของฟี่น้อยมีน้อยจังอ่า
    #269
    0