My Control My Luffy

ตอนที่ 69 : ลาก่อนพี่ชายของผม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 เม.ย. 57

เช้านี้มิงโก้ออกไปทำงานแต่เช้าโดยไม่ลืมจูบลาภรรยาตัวน้อยกับลูกสาวสุดที่รัก วันนี้วันอาทิตย์ที่นักเรียน ม.ปลายจะได้หยุดพักผ่อน ร่างเล็กเลยเข้าครัวอบคุกกี้มาโหลใหญ่เอาไว้กินตลอดทั้งวัน นั่งวาดรูปเล่นกับลูกสาวบนพรมหน้าเตาผิง

 

พี่สาวทั้งสองกำลังใช้เวลาสุดสบายในฤดูหนาวกับการพักผ่อน โรบินถักเสื้อให้ชูการ์ใส่รับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง นามิปอกผลไม้ใส่จานให้แม่ลูกได้กินเล่นเป็นของว่างแล้วมานั่งอ่านหนังสือต่อที่โซฟาตัวโปรด

 

แต่ความสงบได้ถูกทำลายลงด้วยเสียงประหลาด มีเฮลิคอปเตอร์มาบินอยู่รอบๆบ้าน เสียงดังสนั่นชัดเจนจนพี่สาวต้องออกไปดู แต่ไม่ทันได้จับลูกบิด คนกลุ่มใหญ่ก็กรูกันเข้ามาด้วยชุดลายทางแบบทหารทำให้พวกเธอต้องถอยหนีช้าๆ

 

คนพวกนั้นเข้ามายืนปิดทางออกไว้ ชูการ์โผเข้ากอดคุณแม่ด้วยความหวาดกลัว ลูฟี่เพียงมองพวกนั้นอย่างหวาดระแวงและไม่ละสายตาแม้แต่นิด ชายคนหนึ่งมองไปรอบๆด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะเอ่ยบางอย่าง

“มีแค่นี้สินะ? ช่วยมากับพวกเราหน่อยสิครับ”

 

พี่สาวทั้งสองเหลียวมองตากันเพื่อสำรวจความพร้อม โรบินคว้าตัวคนที่เป็นหัวหน้าไว้แล้วจับกดล็อกไว้กับพื้น ส่วนนามิก็ซัดคนที่ยืนหน้าประตูจนหมอบและพยายามจะปิดประตูซะ แต่กลับมีคนอีกกลุ่มนึงเข้ามาพร้อมอาวุธปืนทั้งคู่เลยไม่มีทางเลือก นอกจากยอมอยู่เฉยๆเท่านั้น

“ลูฟี่หนูกลัว”

“ฉันไม่ให้ใครทำร้ายเธอหรอก อย่างอยู่ห่างจากฉันล่ะ”

“ค่ะ”

 

.......................................................

 

“....”

ร่างบางตื่นขึ้นในตามปกติ แต่เขาไม่พบร่างของคนที่เคยเคียงข้างอยู่เมื่อคืน พบเพียงกระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆที่วางอยู่บนหมอนที่เขาคนนั้นเคยนอน ข้างในคือข้อความหวานที่เหล่าคนรักมักจะพูดกัน

 

วันนี้ต้องเข้าเวรเช้าเลยไม่ควรอ้อยอิ่งเสียเวลา ร่างบางลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกไปจากห้องตามปกติ นิ้วเรียวหมุนควงกุญแจรถไปมา ก่อนจะเสียบไข สวมหมวกคล่องแคล่ว แล่นไปยังที่ทำงาน

 

เมื่อจอดรถได้เขาก็เตรียมตัวเดินเข้าตึกไปทำงาน แต่จังหวะนั้นชายชุดทหารสองคนก็เข้ามารวบตัวเขาไปที่รถซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล เขาถูกขนาบข้างด้วยชายร่างยักษ์ทั้งสองฝั่ง รถกำลังแล่นพาเขาออกไปที่อื่นและเขาไม่รู้จักทางซะด้วย

“จะพาฉันไปไหน?”

เขาเสี่ยงถามออกไป แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับดังคาด ดวงตาคมมองซ้ายขวาไม่อยู่นิ่งเพื่อหาทางหนีไปจากนี่ให้ได้ แต่พอขยับตัว คนข้างๆก็หันมามองอย่างรู้ทันเลยไม่มีโอกาสหนีซักที

..................................

......................................................
เขาถูกพามาที่ท่าเรือซึ่งตรงหน้ามีเรือลำใหญ่จอดอยู่ ชายร่างยักษ์พากเขาลงไปข้างล่าง ขึ้นไปบนเรือนั้นด้วยท่าทีบังคับอย่างชัดเจน พวกเขาเข้าไปในเคบินเรือ ตรงสู่ห้องในสุดอย่างไม่รอช้า ผลักร่างเพรียวขังไว้ในห้องแล้วใส่กุญแจคล้องไม่ให้ออกมาได้

“เฮ้ย! ปล่อยนะ!!”

แน่ล่ะเขาพยายามทุบประตูเรียกให้เปิด ดึงลูกบิดสองสามครั้งแต่ก็เปิดไม่ออก อยู่ๆเอาเขามาขังไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ตามอำเภอใจ ร่างเพรียวถีบประตูอย่างแรงก่อนจะร้องตะโกนอย่างหัวเสีย

“ออกไปได้พ่อจะอัดเรียงตัวเลย!!”

“คุณอาคะ”

!?”

อยู่ๆเสียงแหลมเล็กอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น ร่างเพรียวกันไปตามเสียงจึงได้พบว่า ข้างหลังเขามีใครอีกหลายคนยืนอยู่ ครอบครัวสุดที่รักของเขายืนยิ้มแหยๆให้ ท่าทางจะยืนมองอยู่พักใหญ่แล้วด้วย เขินเลยเรา

“มะ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“โดนพาตัวมา”

“เหมือนลอว์นั่นแหละ”

ทุกคนตอบไปทางเดียวกัน ก่อนเขาจะสังเกตเห็นการแต่งตัวที่ให้ความรู้สึกประหลาด ครอบครัวเขาทุกคนอยู่ในชุดขาว นามิกับโรบินเป็นชุดราตรีเรียบๆสีครีม ลูฟี่อยู่ในชุดสูทขาว ชูการ์จังก็ชุดเจ้าหญิงน่ารักแน่นอนว่าสีขาว

“ใกล้ได้เวลาแล้ว ไปเปลี่ยนชุดเถอะ”

“เหลือเธอคนเดียวแล้วนะลอว์”

พวกเขาพูดแบบนั้นก่อนจะลากพาผมไปในห้องข้างๆ ที่นั่นมีชุดสูทสีขาวที่คล้ายกับลูฟี่วางอยู่บนเตียงทรงเจ้าหญิง ลูฟี่ปิดประตูห้องให้เขาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าสบายใจ ซึ่ง...ถึงจะไม่รู้เรื่อง แต่มันก็ช่วยไม่ได้นะ

 

หลังแต่งตัวเสร็จเขาก็ออกมา แต่ทุกคนไม่อยู่ที่นั่นแล้ว ประตูก็เปิดออกด้วย เขาเลยเดินออกไปตามทางเก่าคนเดียว เมื่อออกมาข้างนอกก็พบว่าเรือแล่นออกมาในทะเลแล้ว ตอนนี้ยังไงก็หนีไม่พ้น

 

ที่พื้นมีกลีบกุหลายโรยปูทางไว้ชัดเจน มันเชื้อเชิญให้เขาไปตามทางที่ถูกกำหนดซึ่งมันทอดยาวขึ้นไปยังบันไดดาดฟ้าเรือ

 

ดวงตาคมเบิกกว้างกับสิ่งที่ได้พบ เขาเดินผ่านซุ้มดอกไม้ขนาดใหญ่เข้าไป สองข้างทางคือเก้าอี้ตัวยาวที่อัดแน่นด้วยผู้คน ตรงกลางคือเส้นทางกุหลาบแดงทอดยาวไปข้างหน้า และสิ้นสุดลงตรงที่ใครคนหนึ่งยืนอยู่

 

ครอบครัวที่หายไปปรากฏตัวอีกครั้ง ชูการ์จังเดินถือดอกไม้ช่อโตนำเขาไป วนอีกสามคนคอยเดินตามหลังมาติดๆเพื่อพาเขาไปส่งให้ชายผมแดงที่ปลายทางกุหลาบ

 

เพียงเขาคนนั้นหันมาทุกอย่างก็กระจ่างขึ้น ทุกอย่างคือการจัดฉากและกลั่นแกล้งเขา ที่สำคัญ นี่เป็นการขอแต่งงานที่บังคับขู่เข็ญที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ความรู้สึกโล่งใจลึกๆทำให้เขาฉีกยิ้มหน่ายใจกับแผนการนี่

 

ยูสทัส คิด ในชุดสูทสีขาวสะอาดคล้ายๆเขาหันหลังมาช้าๆ ส่งยิ้มเจือจางแทนคำพูดทุกอย่าง ยืนมือมาจับมือเขาไว้และพาไปยังแท่นพิธีด้วยกัน จากนั้นก็ถึงคราวที่บาทหลวงจะกล่าวดำเนินพิธีต่างๆตามหน้าที่

 

ตลอดการรับฟัง ร่างเพรียวไม่ได้กล่าวอะไรแทรกหรือล้มพิธี แต่อาการเงียบสนิททำให้ชายหนุ่มเป็นกังวลหวั่นวิตกเล็กๆ จนกระทั่งพิธีดำเนินมาถึงฉากสำคัญ กล่าวสาบาน สวมแหวน และจูบสาบาน

 

หลังตอบรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าบ่าวก็ทำการสวมแหวนให้เจ้าสาว และเจ้าสาวสวมแหวนให้เจ้าบ่าว น่าดีใจที่แหวนของลอว์ใส่ได้พอดีกับนิ้ว ทำให้เขาฉุกคิดว่า แผนการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อไรกัน แต่ก็ไม่เอ่ยออกมา ที่เขาอยากแก้แค้นมันอีกเรื่องนึงต่างหาก

“เชิญทั้งสองจูบสาบาน”

“เดี๋ยวคิด!”

“ครับ?”

“ใครเป็นคนคิดแผนนี้เหรอ?”

“ชอบไหมครับ?”

“นายเหรอ? หรือคนอื่น?  ตอบมา”

ร่างเพรียวหยุดการจูบสาบานไว้ชั่วขณะก่อนจะเอ่ยถามให้หายข้องใจ ร่างสูงฉีกยิ้มแหยๆพยายามเปลี่ยนเรื่อง แต่ลอว์กลับไม่ยอมเปลี่ยนด้วยง่ายๆ รอยยิ้มที่มาพร้อมคำถามนั่นทำให้ร่างสูงกลั้นใจตอบออกไป

“ผะ ผมคิดเองครับ”

“เหรอ? ที่แท้ก็นายเองเหรอ?”

“คะ ครับ...”

เขาตอบด้วยท่าทางไม่มั่นใจ เรียวแขนเล็กทั้งสองโอบคล้องต้นคอแกร่งไว้ ทุกคนส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่พร้อมลุ้นด้วยความตื่นเต้นในอก แต่จังหวะที่เรียวปากหนาเลื่อนเข้ามาใกล้ เข่างามๆก็กระทุ้งเข้าท้องชายหนุ่มจนเจ้าตัวถึงกับทรุด คุกเข่ากับพื้น

 

เสียงฮือฮากลายเป็นใบหน้าสุดเหวอของเหล่าพลทหารหลายนาย ไม่ทันได้เอ่ยคำใด เมื่อชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นริมฝีปากหวานก็เข้ามาประกบป้อนให้อย่างดูดดื่มลืมความเจ็บปวดเมื่อครู่ไปเสียสนิท

 

มือหนาวางทาบแก้มนวลไว้ ตอบรับจูบหวานด้วยความร้อนแรงที่มากกว่าก่อนทั้งคู่จะแยกออกจากกัน เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงปรบมือลั่น เรียวปากบางกระตุกยิ้มหน่ายใจ ย่อตัวลงกอดเจ้าเด็กไม่ได้เรื่องด้วยความโล่งใจ

“เด็กบ้า...ฉันตกใจหมดเลย...ถ้ามันกลายเป็นฉันถูกจับไปขาย คงไม่ได้เจอนายอีกนะสิ...ฉันใจหายหมดเลยรู้ไหม?”

“ขอโทษครับ ผมต้องทำแบบนี้ เพราะคุณหมอทำแต่งานตลอด เลยกลัวว่าถ้าขอไปตรงๆจะเลือกงานมากกว่าผม เรื่องนี้ผมไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย”

“คิดมากไปได้ ยังไงสำหรับฉันคนรักกับครอบครัวก็มาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ”

“แล้วระหว่างผมกับครอบครัวล่ะ?”

“ก็ต้องครอบครัวสิถามได้”

“นั่นสินะ ไม่น่าถามเลย”

ลอว์ฉุดคนรักให้ลุกขึ้นยืน เหล่าทหารร่างยักษ์พากันกรูเข้ามารุมล้อมแสดงความยินดีกับทั้งสองคน มารู้ทีหลังว่าพวกเขาเป็นเพื่อนเก่าของคิดและคิลเลอร์สมัยยังเป็นทหาร เรือนี่ก็เหมาลำมาเป็นกรณีพิเศษสำหรับงานเลี้ยงกลางทะเล

 

หลังเลิกงานเลี้ยงเรือก็กลับไปจอดเทียบท่า เจ้าบ่าวอาสาขับรถคันใหม่ที่พึ่งถอยมา พาครอบครัวเจ้าสาวไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย ลอว์บอกลาครอบครัวเล็กน้อยก่อนจะกลับไปกับคิด และอาจจะอยู่ที่นั่นระยะยาวทีเดียว

 

วันนี้เล่นมาเหนื่อย สองแม่ลูกเลยพากันขึ้นไปอาบน้ำข้างบนกัน ซึ่งเวลาตอนนี้ก็เย็นพอสมควรแล้วพวกพี่สาวเลยเริ่มทำข้าวเย็นเตรียมไว้ให้

 

...........................................................

 

“ครับ...ครับ...ขอบคุณมากครับ ไว้พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปดู”

“เสร็จแล้วเหรอคะนายท่าน?”

“อือ...เดี๋ยวต้องเข้าไปสำรวจหน่อยว่าถูกใจไหม”

“ที่เหลือก็แค่รอให้คุณหนูเรียนจบสินะคะ น่าตื่นเต้นจัง”

“แต่ฉันเป็นคนตัดสินใจเองซะทุกอย่าง จะขัดใจเขารึเปล่านะ?”

“ไม่หรอกค่ะ คุณหนูไม่ใช่คนที่จะคิดอะไรแบบนั้นซะหน่อย”

ร่างสูงเอนพิงเก้าอี้ทำงาน ปั้นสีหน้าคิดหนักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหลียวมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าต้องเลิกงานแล้วเลยฝากเลขาจัดการที่เหลือต่อ แล้วคว้ากระเป๋ากลับบ้านอย่างที่รอคอย

 

รายทางเริ่มดูวังเวงและเงียบเหงา ต้นไม้ผลัดใบเหลือเพียงกิ่งก้าน อากาศหนาวกระทบพอรู้สึกเย็นกายย้ำเตือนการผันเปลี่ยนของฤดู ร่างสูงเปิดประตูเข้าไปในบ้านคนรักอย่างคุ้นเคย เอ่ยทักทายตามมารยาทอย่างทุกครั้ง

“กลับมาแล้วครับ”

“ปะป๊า!!

“มิงโก้!!”

ร่างสูงโอบอุ้มลูกสาวขึ้นบนแขน หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่ ก้มจุมพิตคนรักที่ริมฝีปากเบาแทนคำทักทาย ส่งยิ้มร่าให้ท่าทีตื่นตัวผิดปกติในวันนี้ แม่ลูกดูมีความสุขกว่าทุกวันจนเขารู้สึกได้ชัดเจน

“มีอะไรกันรึเปล่า?”

“ลูฟี่ลองทำมื้อเย็นให้ปะป๊า รีบไปกินเถอะค่ะ”

“ยอดเลย”

“ทางนี้ๆ”

ร่างเล็กจูงนำไปยังห้องรับประทานอาหาร ซึ่งที่หัวโต๊ะมีอาหารวางเตรียมไว้พร้อมเครื่องมือ สองแม่ลูกสวมบทเป็นพนักงานร้านอาหาร รินน้ำ เลื่อนโต๊ะ ต้อนรับแขกพิเศษเป็นอย่างดี

“อื้อ...อร่อยนะ มันคืออะไร?”

“สปาเก็ตตี้สตูเนื้อ ลองดัดแปลงเอาสตูเนื้อมาราดบนเส้นพาสต้าดูน่ะ”

“ปะป๊าทานให้อร่อยนะคะ หนูต้องไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ไปโรงเรียน”

“จ๊ะ ฝันดีชูการ์ ขอโทษที่ไม่ได้ไปส่งที่เตียงนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

เด็กสาวเดินไปจุ๊บแก้มคุณพ่อคุณแม่เพื่อกล่าวราตรีสวัสดิ์ ก่อนโรบินจะมาพาเธอเข้าห้อง ฟังนิทานสนุกๆก่อนนอนเหมือนทุกครั้ง นามิเองก็ต้องนอนเพื่อความงามเลยเข้านอนพร้อมชูการ์ ตอนนี้เหลือแค่เขาสองคนเท่านั้น

 

ร่างสูงส่งยิ้มให้ภรรยาผู้น่ารักที่นั่งเท้าคางอยู่ตรงที่นั่งข้างๆ เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดไปจากเดิม มือเรียวเล็กนั่นมีพลาสเตอร์ติดอยู่มากมาย มิงโก้ผายมือออกไปหาร่างเล็กด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาหวานมองมือนั่นสลับกับคนรักอย่างไม่เข้าใจ

“มานี่ซิ ขอฉันดูมือหน่อย”

“อะ เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก”

“มา”

ร่างเล็กรู้ตัวและพยายามซ่อนมือของเขาทันที ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกลบเกลื่อนแต่ก็ไม่ทัน มือเรียวส่งยื่นให้คนรักที่เริ่มทำเสียงดุใส่ด้วยท่าทีเกรงกลัว ลุกเดินไปหาร่างสูงอย่างที่เขาต้องการ ดวงตาคมเลื่อนมองบาดแผลพวกนั้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด โอบเอวนตัวเล็กเข้ามากอดแน่น

“มิงโก้?”

“ทำไมถึงมีแผลเยอะแบบนี้ล่ะ?”

“ฉันยังใช้มีดไม่คล่องน่ะ ตอนหั่นผักทำสตูเลยโดนบาดแทบทุกนิ้วเลย”

“ฉันจริงจังนะ...”

เวลานี้เจ้าตัวเล็กก็ยังยิ้มร่าไม่เปลี่ยน มิงโก้โอบกอดแน่นขึ้นเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า เจ้าตัวเล็กจึงเปลี่ยนมาฉีกยิ้มเจือจาง มือเรียวคู่นั้นลูบไล้เรือนผมสีอ่อนเพื่อปลอบโยน ทั้งที่เขาเป็นคนเจ็บ แต่ความรู้สึกของมิงโก้ดูเจ็บกว่าเขาเป็นร้อยเท่า

“ขอโทษนะ ไว้คราวหลังฉันจะระวังมากกว่านี้ มิงโก้ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

“ไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไงล่ะ? มีอะไรต้องบอกฉัน อย่าเก็บไว้คนเดียวอีกเข้าใจไหม?”

“อื้อ!”

มิงโก้คลายอ้อมกอดช้าๆ มือหนาเลื่อนทาบลงบนแก้มนวล ยิ้มจางๆให้ด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้นกว่าเก่า ร่างเล็กก้มลงจูบเบาๆบนริมฝีปากรสนม แทรกลิ้นชื้นเติมความหวานให้กันช้าๆ

 

ใบหน้าหวานแต่งแต้มเป็นสีแดงระเรื่อ มือหนาโอบเอวบางเข้ามานั่งคร่อมบนตัก พรมจูบตามต้น ติ่งหูและหน้าอก เรียกเสียงครางหวานให้ออกมาพร้อมลมหายหอบเหนื่อย จูบปิดเรียวปากนุ่มที่เอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างกลั่นแกล้ง

“มะ มิงโก้ ข้าวล่ะ?”

“ว่าไงดีล่ะ...ตอนนี้ฉันอยากกินเธอมากกว่า อนุญาตไหม?”

“งะ งั้น..ฉันเก็บก่อนนะ พรุ่งนี้จะอุ่นให้ตอนเช้า”

ร่างเล็กผลักดันแผงอกแกร่งออกเพื่อเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย กระนั้นดอฟฟี่ก็ยังคงเกาะแกะภรรยาสุดที่รักอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเดินไปไหน ดวงตาที่จับจ้องมาที่เขาราวกับมองทะลุไปทั่วร่างกาย เลยอดรู้สึกแปลกๆไม่ได้

 

หลังจากมื้อค่ำร่างเล็กก็พาคนรักไปอาบน้ำในห้อง มือเรียวเล็กลูบขยี้สระผมให้ขณะที่ร่างสูงกำลังแช่น้ำร้อนสบายตัว ที่นี่เป็นห้องน้ำสำหรับลูฟี่ อ่างอาบน้ำมันก็เลยดูแคบไปสำหรับมิงโก้

 

ร่างเล็กหัวเราะคิกคักกับภาพคนยักษ์ในอ่างคนแคระแถมที่หัวยังใส่หมวกกับปะสระผมน่ารักชะมัดเลย ไม่เคยคิดว่าราชาอย่างมิงโก้จะได้โดดลงจากบัลลังก์มาทำอะไรแบบนี้เลย

“ขำอะไรเหรอ?”

“แค่คิดไม่ถึงน่ะ มิงโก้ไม่น่าจะเป็นคนที่ยอมทำอะไรแบบนี้เลยนี่นา”

“หมายความว่าไง? ฉันดูเป็นพวกติดหรูขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ร่างสูงได้ยินประโยคที่ขัดหูเข้าเลยพลิกตัวกลับมานอนคว่ำเกาะขอบอ่างพูดคุยกับร่างเล็กด้วยใบหน้าบูดงอน ลูฟี่ชะงักไปชั่วขณะ ยกมือที่เลอะฟองค้างไว้ท่าเดิม ส่งยิ้มให้พ่อนักรักแทนคำตอบ นั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายหน้าบูดกว่าเก่า

“ถึงฉันจะดูติดหรูนะ แต่การได้ทำแบบนี้มันเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยล่ะ”

“ฝันที่เป็นจริงเหรอ? อย่างมิงโก้นะเหรอ?”

“อื้อ! ตั้งแต่เกิดฉันไม่เคยได้อยู่กับครอบครัวแบบนี้เลย ยิ่งเป็นเรื่องทำนองนี้ก็ยิ่งทำได้แค่ฝัน...เพราะเธอแท้ๆทุกอย่างเลยเปลี่ยนไป...ขอบคุณนะลูฟี่”

!?”

อยู่ๆก็มาทำตาหวานใส่ มิงโก้ส่งยิ้มละมุนให้เขาด้วยความขอบคุณจากใจ ลูฟี่ได้แต่นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะหยิบถังน้ำข้างๆเทราดหัวอีกฝ่ายจนโชกแก้เขินทำให้ร่างสูงปั้นหน้าบูดงอนอีกครั้ง

“ชิชิชิ ขอโทษๆ มาทำให้เขินทำไมล่ะ? เอ้า! นอนหงาย เดี๋ยวจะล้างผมให้”

ดอฟฟี่ยอมทำตามอย่างว่างาย พลิกกลับมานอนหงายอีกครั้งเพื่อล้างฟองยาสระผมออกจนหมดแล้วถอดหมวกกับปะออก ร่างสูงเด้งตัวขึ้นนั่ง สะบัดหัวเบาๆก่อนขึ้นจากอ่าง

 

ลูฟี่หยิบผ้าขนหนูส่งให้ เขารับมันมาพันท่อนล่างไว้แล้วเดินออกมาข้างนอก นั่งเช็ดผมสบายๆอยู่บนเตียงจนสังเกตได้ว่าคนรักไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำเสียที ซึ่งสาเหตุหลักคงมาจากร่างกายที่เปียกชุ่มเพราะช่วยสระผมให้เขา ลูฟี่อาจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ก็ได้

“ให้ฉันช่วยนะ”

“อือ...เอ๊ะ!?”

ร่างเล็กออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดยูกาตะแบบเด็กหนุ่ม เขาได้แต่อึ้ง เงียบ พูดอะไรไม่ออก จนถ้อยคำหนึ่งผ่านเข้ามาในหัว ประโยคที่ว่า จะสอนเขาถอดชุดแบบนี้ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วสิ

“ไม่หนาวเหรอ?”

“ฉันให้นามิเย็บชุดให้ ผ้ามันหนาพอจะกันหนาวได้ แต่อีกเดี๋ยวก็คงโดนถอดออกอยู่ดีใช่ไหมล่ะ?”

ร่างเล็กเกยคางบนไหล่กว้าง กระซิบถามด้วยน้ำเสียงเย้ายวนอย่างรู้ทัน โอบคล้องร่างกำยำได้สัดส่วนด้วยความเสน่หา เสี้ยววินาทีนั้นร่างสูงได้พลิกตัวกลับมา บดจูบเรียวปากหวานจนเป็นสีแดงเรื่อ โถมกายกดให้อีกฝ่ายนอนนิ่งใต้ตัว

 

มือหนาดึงผ้าขนหนูบนหัวออกแล้วโยนไว้ข้างๆ โถมกายเข้าพรมจูบลงบนแผงอกเนียนนุ่ม นิ้วเรียวเกี่ยวชายผ้าขึ้นตามแนวต้นขาขาว ที่ละนิดอย่างกลั่นแกล้ง ก่อนเลื่อนมือมาที่โอบิเส้นเล็ก หากปลดมันได้ก็ไม่มีอะไรมาขวางเขาอีก

 

ชุดนี้เป็นแค่ศิลปะการแต่งตัวด้วยผ้าและเส้นเชือก หากเข้าใจมันแล้วการจะปลดออกก็ง่ายนิดเดียว มือหนาลูบสัมผัสต้นขานุ่ม ระดมจูบร่างเบื้องหน้าอย่างไม่เว้นจังหวะให้หายใจ สัมผัสผิวกายนวลผ่องชวนฝันหา ประทับรอยสีกุหลาบเพื่อทำเครื่องหมายจับจองไว้มากมาย

“นี่...วันนี้ฉันไปงานแต่งมา”

“หือ? งานใคร? ใครแต่ง?”

ประโยคนั้นหยุดทุกกิริยาของร่างสูงได้ ดอฟฟี่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคมกระพริบถี่ดูน่ารัก ร่างเล็กฉีกยิ้มกว้าง แขนเรียวเล็กโอบรัดต้นคอคนรักหลวมๆก่อนจะยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

“งานแต่งของคิดกับลอว์ จัดเมื่อเช้า ขอโทษที่ไม่ได้ชวน มันกะทันหันน่ะ”

“ช่างเถอะ...แล้วเธอรู้สึกไงบ้าง?”

“มีความสุขมากเลย ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนแต่ง ลอว์เองก็ดูมีความสุขมาก เสียดายที่เขาต้องไปอยู่บ้านคิด แต่ภรรยาก็ต้องไปอยู่บ้านสามีแบบนี้แหละเนอะ?”

“ใช่...”

พอพูดเรื่องนี้มันก็ทำให้เขานึกขึ้นได้ ถ้าเขาแต่งงานก็ต้องไปอยู่บ้านมิงโก้ แต่...หลังไหนล่ะ? มิงโก้มีบ้านมากมายหลายที่ แต่ที่เป็นหลังแหล่งและใหญ่พอสำหรับเราฉันยังคิดไม่ออกเลย ห้องของมิงโก้ก็เล็กเกินกว่าจะอยู่กันสามคน ถ้ากลับไปบ้านพักตากอากาศนั่นมิงโก้ก็ต้องลำบากตื่นเช้าไปทำงาน

“มิงโก้...อีกสองสองเดือนฉันก็จะจบแล้วนะ เรื่องของเรามีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

“เรื่องไหนล่ะที่รัก?”

ร่างสูงยังคงคร่อมเขาอยู่เช่นเดิม จ้องมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมจะตอบทุกคำถาม แต่คนตัวเล็กกลับไม่กล้าที่จะเอ่ยออกไป ได้แต่ก้มหน้าหลบตาเขาเป็นระยะ พูดจาไม่ชัดถ้อยชัดคำ

“เรื่อง...งานแต่งเรา...จะจัดกันยังไง? แขกล่ะ? แต่งแล้วเราจะไปอยู่ไหนกันเหรอ? แล้วระยะทางล่ะ? ที่นั่นสะดวกพอสำหรับการรับส่งลูกหรือการไปทำงานของนายรึเปล่า?”

“เฮ้ๆ ...นี่ถามรัวแบบนี้ฉันตามไม่ทันนะ...กังวลขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจือจาง ร่างเล็กพยักหน้าหงึกทั้งที่ยังหลบตา เขาส่ายหน้าน้อยๆอย่างอ่อนใจ ประทับจูบลงบนหน้าผากกว้างเบาๆเพื่อปลอบโยน และจูบอันล้ำลึกที่ริมฝีปากเพื่อคลายความกังวลนั่นลง

 

รร่างสูงแกะแขนเล็กๆที่คอออก จูบมือนวลทั้งสองด้วยรักที่เปี่ยมล้นก่อนทิ้งตัวลงนอนข้างๆ โอบไหล่ภรรยาตัวน้อยไว้แนบชิด และช่วยตอบคำถามให้ได้หายข้องใจ

“คำตอบแรก ฉันจะเชิญแค่คนรู้จักที่สนิทมากๆเท่านั้นเธอจะได้ไม่ต้องกังวล คงจัดเป็นงานเล็กๆที่มีแต่พวกเราคนรู้จัก แน่นอนว่านอกจากชูการ์ฉันจะไม่เชิญญาติฝ่ายตัวเองเข้ามาวุ่นวาย”

“จะดีเหรอ? นั่นครอบครัวนายนะ?”

“ฉันไม่อยากให้คนพวกนั้นมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตเรา อยู่ห่างพวกเขาไว้จะปลอดภัยกว่าทั้งเธอและลูก”

“แต่ว่า...”

“คำตอบที่สอง ฉันวางแผนไว้ตั้งแต่ตัดสินใจว่าจะแต่งงานกับเธอ ฉันได้ขอให้เพื่อนทางธุรกิจ ซีซาร์ สร้างบ้านเล็กๆให้เราหลังหนึ่ง เป็นบ้านสองชั้น ประตูเป็นบานเลื่อนทั้งหมดยกเว้นห้องนอน ไอเดียมาจากการย่อขนาดบ้านหลังนี้ เรามีห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นพร้อมเตาผิง ชั้นสองคือห้องนอนของเรากับชูการ์”

“เอ๋!? ให้ชูการ์จังนอนแยกกันเหรอ?”

“ลูกเป็นผู้หญิงนะ น่าจะต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่า ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งต้องแยกไม่ใช่เหรอ?”

“อือ...”

“ส่วนเรื่องระยะทางอาจจะไกลจากที่ทำงานไปนิด แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่ เพราะมีถนนเส้นหนึ่งที่สามารถเจาะเข้ามาได้ด้วยจักรยาน เท่านี้เธอก็พาลูกมาหาพี่สาวได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลย”

“ยอดไปเลย ว่าแต่...มิงโก้ไปเจอที่ปลูกบ้านดีๆแบบนี้ได้ยังไง?”

“ใช้เงินนิดหน่อย”

“ผิดกฎหมายเหรอ?”

“เปล่า...โดนเจ้าของที่โก่งราคา กว่าจะต่อรองได้ก็แทบแย่เหมือนกัน”

ร่างสูงตอบหมดทุกคำถามด้วยความจริง แต้มยิ้มสบายใจบนใบหน้าทำให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนโล่งอก มิงโก้เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างแล้ว คงไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวลอีก แต่ว่า...ให้มิงโก้ทำอยู่คนเดียวแบบนี้ก็อดคิดว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงไม่ได้

 

ร่างเล็กเอื้อมตัวเข้าไปจูบแก้มคนรักแทนคำขอบคุณ ริมฝีปากหนาหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นอย่างอย่างมีแผนการ ประมาณว่า แค่นี้ไม่พอ ร่างสูงเอียงแก้มอีกข้างให้หอม เผยอปากให้จุ๊บ

 

เมื่อหลงเชื่อด้วยความซื่อ สุดท้ายคนตัวเล็กตกหลุมพราง โดนเจ้ากล้ามโตรัดตัวกอดแน่น บดจูบเรียวปากหวานจนสมใจ และเริ่มสานต่อเรื่องเมื่อครู่อย่างเอาแต่ใจ

 

ไม่คิดเลยว่าเด็กคนหนึ่งจะเปลี่ยนชีวิตฉันได้ เกิดอะไรขึ้นกันนะ รู้ตัวอีกทีก็รักไปซะแล้ว ในหัวมีแต่เรื่องของเขา ใบหน้าของเขา เสียงหัวเราะของเขา แม้กระทั่งสัมผัสจากเขา มันตราตรึงอยู่ในหัวตลอดเวลา

Luffy you know I’m not perfect but I swear I’ll perfect for you

I love you my honey

 

 


 


อีกไม่เกินสองตอนก็น่าจะจบแล้วค่ะ จะเปิดเรื่องใหม่เลยดีไหม? อันนี้ขอคิดดูก่อนแล้วกัน ฮุฮุ ขอให้สนุกกับตอนนี้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

439 ความคิดเห็น

  1. #437 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 11:14

    ขอให้มีภาคต่อทีเถอะ คู่แต่งต่อไปก็คงเป็นฟี่สินะ

    #437
    0
  2. #309 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 18:14
    คิดลอว์ งานแต่งโคดเซอร์ไพร์อะ คิคิ ฟี่น้อยกะหวานเวอร์ จะจบแล้วเรอคะ เสียดายจัง ฟิคหน้าขอลอว์ลูด้ายป่าว 555
    #309
    0
  3. #275 Hina_Sakura (@hina_sakura) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 07:53
    กรี๊ดดดดดดดด

    ท่านคิด! ท่านช่างคิดจริงๆ นั่นแหละ โอยยยย เป็นงานแต่งที่มัดมือชกมาก แต่ก็มีความสุข

    และคู่ที่เรารอคอยมานานก็ใกล้จะถึงคราวออกเรือนไปด้วยเช่นกัน หึหึ สมกับที่รอคอยมากค่า ฟิน~

    ตอนจบของเรื่องที่เป็นแบบนี้แหละสุดยอดดด!!!
    #275
    0