สิบคราวิวาห์วอน

ตอนที่ 14 : บทที่ 6.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    24 พ.ค. 62




ร้านหมานกว๋าถือเป็นร้านเก่าแก่คู่โรงน้ำชาอวิ๋นไท่มาช้านาน ลูกค้าส่วนใหญ่มีหลากหลายกลุ่ม ตัวเฒ่าแก่ร้านไม่เคยแบ่งแยกศักดิ์ฐานะ ถึงต่อให้สวมใส่เสื้อขาด ๆ มีรองเท้าติดมาข้างเดียว เพียงมีเงินจ่ายย่อมมีที่นั่ง แต่แล้ววันหนึ่งกลุ่มคนที่ตั้งตัวเป็นเจ้าถิ่น เกิดนึกอยากแบ่งชนชั้นขึ้นมาเสียได้

ดูสิเจ้าคะคุณหนู ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย ให้เงินนางสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ

สตรีชุดม่วงเยื้อนยิ้ม ลายปักดอกหลิวสีขาวสะพรั่งตัดกันอย่างลงตัวกับชุดเสื้อกระโปรงตัวยาว รูปลักษณ์จัดได้ว่าเป็นสาวงามผู้หนึ่ง นิ้วกระหวัดเกี่ยวเอาพวงเงินอีแปะจากชายเสื้อ โยนออกไปส่ง ๆ

คิ้วเรียวยักโค้งหมายมั่นจะได้เห็นเรื่องสำราญใจ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่โต้ตอบ นางจึงเบือนหน้าหัวเราะต่อกระซิกกับสหายร่วมโต๊ะครู่สั้น ๆ

เพียงชั่วปลายก้านธูปไหม้ เงินอีแปะอีกสามพวงถูกโยนอย่างจำเพาะเจาะจงให้มันตกอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวสองคน ก่อนจะได้ยินเสียงเหน็บแนมตามมา 

ยืนทื่อมิรู้สึกรู้สา ข้าละเชื่อนางจริง ๆบุรุษหนุ่มโต๊ะหลังสุดยกมุมปากเหยียดหยัน ชี้ให้พวกพ้องดูเรื่องตลก

เสี่ยวไช่มัวแต่มองหาโต๊ะนั่ง พอมารู้ตัวว่าเสียงหัวเราะนั้นระบุถึงใคร อยากจะรุดเข้าไปคว้าเก้าอี้ไม้ขึ้นฟาดรายตัว ทบทวนวิชาหมัดมวยให้พวกคนพาลประจักษ์แก่สายตาดูสักหน แต่ยังไม่ทันได้ออกปากตอบโต้ คุณหนูใหญ่ในชุดสีฟ้าหม่นสั่นหน้าห้าม คลี่ยิ้มบาง ๆ ราวกับเรื่องนี้มิใช่เรื่องหนักหนาอันใด

ว่าแล้วโยวซินก็ก้มลงเก็บเศษเงินอีแปะ น้ำเสียงหนักเบาเอ่ยนับจำนวนเงินท่ามกลางสายตารายล้อม ร่างระหงยัดยืนเด่นอยู่กลางร้านชั้นสองราวกับไม่เห็นพวกเขาอยู่ในเศษเสี้ยวสายตา

นางเป็นบ้ารึ หรือมาเพื่อขอเงินจริง ๆ

ปกติหลงเยวี่ยไม่ใคร่สนเรื่องวุ่นวาย ครั้งนี้เขาเพียงแปลกใจ หญิงประหลาดนางนั้นรู้ทั้งรู้ว่าเป็นกับดัก เหตุใดจึงยินยอมให้อีกฝ่ายหยามหมิ่นเกียรติเอาได้ ที่พูดมาทั้งหมดนี่เขากำลังเอาใจช่วยนางอยู่ มิใช่นิ่งดูดายเห็นคนถูกรังแกแล้วมีความสุข  

ฮานเสวียนคลึงจอกสุรายกขึ้นจิบช้า ๆ สายตาคมไม่ละจากร่างหญิงสาวผู้ยืนนับเหรียญอีแปะ คลับคล้ายคลับคลาว่าเขาเคยพบนางที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออก เครื่องหน้าไม่ถือว่างาม ผิวพรรณคร้ามเข้มดุจขี้ผึ้งหอม มวยผมยาวปักด้วยปิ่นไม้ธรรมดา สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบขนาดเกินตัว หากดูเผิน ๆ เหมือนไร้จุดเด่น แต่กระนั้นยิ่งพิศดูยิ่งสะดุดตา

จะมีสักกี่คนกัน พานพบเหตุการณ์เช่นนี้คงสีหน้าเดิมไม่เปลี่ยน คนอื่นอาจมองว่านางขลาดกลัวจึงเลือกหยิบเงินเพื่อเลี่ยงการปะทะ แต่ในความคิดเขา ทุกอย่างล้วนไม่อยู่ในสายตานางเลยตั้งแต่ต้น

ชั่วขณะนั้นเอง มุมปากฮานเสวียนเผยยิ้มช้า ๆ ถังเช่อหัวเราะเบิกบานเมื่อพบคำตอบเดียวกัน ฝ่ายหลงเยวี่ยเหลียวมองสหายทั้งสองจนคอแทบบิด มันมีอะไรน่าขำนักรึ?

ถังเช่อจึงตัดรำคาญยกนิ้วขึ้นชี้ที่ตาและหู คล้ายบอกเป็นนัย ๆ ให้แม่ทัพน้อยรอชมต่อจากนี้

คุณหนู…” เสี่ยวไช่หน้าสลด

จริงอยู่...นางเคยแบกรับความกดดันนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งตอนสลับตัวเป็นคุณหนูใหญ่ หรือตอนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้อู่ผาน แต่ไม่เคยพบเห็นความน่ารังเกียจชนิดใดเทียมเท่าสายตาหยามเหยียดคนด้วยกันเอง  

นางกวาดตามองตามเสียงเหล่าบุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาผรุสวาจาหยาบกระด้าง เสียงเล็กแหลมในหมู่สตรีเอ่ยคำสอดรับบุรุษ น้ำคำนั้นสื่อถึงขอทานหญิง เสี่ยวไช่พลันรู้สึกตระหนักแก่ใจตน สถานที่น่าชมแต่ใจคนต่ำช้าเป็นเช่นนี้เอง นางกระตุกแขนเสื้อหวังจะพานายหญิงเดินออกไปร้านอื่น แล้วค่อยนัดหมายเถียวฟงในภายหลัง

และเป็นอีกครั้งที่โยวซินส่ายหน้าช้า ๆ ให้รั้งอยู่ก่อน ผนวกกับน้ำเสียงราบเรียบ ร่างบางยืนตระหง่านดุจผาหินที่ไม่กริ่งเกรงลมฝน ช่วยให้เสี่ยวไช่รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด    

คนเราเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ในสภาพราบรื่นตลอดกาล เฉกเช่นบุปผาเป็นไม่ได้ที่จะบานสะพรั่งมิร่วงโรยตลอดกาลฉันนั้น[1] เจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้วไช่เอ๋อร์ ในเมื่อผู้อื่นให้มาเราก็ต้องรับไว้ ดูสิเงินทั้งนั้น

โยวซินเก็บเงินเข้าถุงผ้าขนาดเล็ก พลางหันยิ้มน้อย ๆ ให้เสี่ยวไช่

เสี่ยวไช่มักถูกกล่าวชมเป็นคนหัวเร็ว นิสัยของคุณหนูใหญ่เป็นเช่นไรนางย่อมต้องรู้ สิ่งใดที่สตรีพึงควรปฏิบัติล้วนไม่เคยอยู่ในสายตา รักอิสระและความเสมอภาคระหว่างชายหญิง มิฉะนั้นนายท่านหลางคงไม่มีเรื่องบ่นได้ทุกวัน ทว่าคราวนี้นางคิดตามไม่ทันและคาดเดาอะไรไม่ได้เลย

ขัดสนเรื่องเงิน? ย่อมไม่ใช่แน่ ลำพังแค่คลังหลวงยังมิอาจเทียบได้กับทรัพย์สินที่มีอยู่ในสำนักคุ้มฟ้าหว่านหว่าน ภาษิตบอกว่าอย่าลงมือกับคนที่ยิ้มรับ แล้วคุณหนูเอาแต่ยิ้มเช่นนี้นางรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกล

สาวใช้กับสตรีชุดม่วงปิดปากหัวเราะให้กับแม่ลาน้อยในสายตาของพวกนาง พลันแกล้งหยิบเงินในถุงผ้าโยนต่ออีกหน่อย และครั้งนี้มีค่าถึงสองตำลึง เพื่อหวังซื้อละครฉากใหญ่สร้างความสนุกสนานให้ผู้คนในร้านร่วมชม

นางโยนมาข้าก็เก็บ โยวซินไม่คิดอะไรซับซ้อน ดวงตาสุกใสเคลือบแฝงความท้าทายเอาไว้น้อย ๆ หมั่นมองไปยังกลุ่มสตรีชุดม่วงคล้ายวอนขอ เงินเพิ่ม จนเสี่ยวไช่เริ่มจับความผิดปกติบางอย่างได้ นางเชื่อมั่นในตัวคุณหนูใหญ่ ถ้าหากได้ลองร่วมเล่นกับอีกฝ่าย ทนรับเสียงหัวเราะเช่นนี้แล้ว ทุกอย่างย่อมมีเหตุผล

จากที่ยืนหลบตามคำสั่งของนายสาว กลับกลายเป็นร่วมด้วยช่วยกันเก็บ

ไรผมอ่อนเริ่มเปียกชื้นน้อย ๆ เหงื่อพราวล้อมกรอบหน้าเรียว ชายกระโปรงกับช่วงแขนเสื้อสีซีดราบลู่ปัดถูจนพื้นไม้สะอาด เกิดจากการชันเข่าก้มกวาดเก็บเงินตำลึง ขณะเดียวกันท่าทางขวนขวายอยากได้เงินเสียเต็มประดาของสองนายบ่าว ได้สร้างความสนุกสนานให้กับพวกเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แม้โยวซินจะอยู่ในสภาพเต็มกลืนสักแค่ไหน ถูกคำพูดใดสาดใส่บ้าง นางก็ยังยิ้มอยู่เช่นนั้นเอง จนถูกสตรีชุดม่วงมองว่าเป็นความโง่เขลา ทว่าความหมายอันแท้จริงของรอยยิ้ม... จะมีสักกี่คนที่รู้    

เก็บ ๆ เก็บตรงนี้ด้วย แต่อย่ามาโดนตัวข้า

ทางนั้น!! ที่ขาโต๊ะ รีบเก็บก่อนมันจะกลิ้งลงไปชั้นล่าง ฮ่า ๆ

บุรุษหนุ่มในร้านส่งเสียงชอบใจ ตะโกนชี้นิ้วให้โยวซินกับเสี่ยวไช่แข่งกันเก็บ พร้อมกับโห่ร้องกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนในร้านหมานกว๋าเพิ่มขึ้น

จวบเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป[2] สตรีชุดม่วงมัวหลงระเริงอยู่กับการได้ปั่นหัวโยวซินกับสาวใช้ กระทั่งมารู้ตัวอีกทีก็ตอนถุงใส่เงินไม่เหลืออะไรอยู่ข้างในแม้แต่เหรียญเดียว

โยวซินคลี่ยิ้มเหลือบมองทั่วบริเวณชั้นสอง บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยเงาคนมากมายรายรอบ ดวงตาคู่งามเปล่งแสงประกายดุจแก้วนิลดำ คล้ายกับรอเวลานี้มานานแล้ว

นางลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่าทีเรียบง่ายดั่งคนไม่โทษฟ้าไม่อายดิน ชุดสีฟ้าหม่นมีรอยฝุ่นเปื้อนจาง ๆ บางส่วนขาดรุ่ยเพราะความรุ่มร่ามของชุด ปิ่นไม้บนมวยผมพลันหลุดออกจากกัน เรือนผมยาวสลวยถูกปล่อยให้เป็นอิสระสยายคลุมทั่วแผ่นหลังบอบบาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหมึกพู่กัน คล้ายกลิ่นอายของบัณฑิต แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหง  

ความคิดวูบหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในหัวของผู้คนในร้าน สตรีลักษณะโดดเด่นเช่นนี้...ใช่คนเดียวกับสตรีขอทานเมื่อครู่จริงหรือ?’

หลงเยวี่ย...เจ้าเคยสงสัยไม่ใช่รึว่าการปลูกต้นไม้เลี้ยงปลานั้นมีประโยชน์อย่างไรฮานเสวียนยิ้มกว้างอย่างนาน ๆ จะเห็นสักครั้ง สุราหมานกว๋าถูกเปิดผ้าแดงออกเทใส่จอกไม่ขาด ยื่นส่งให้ถังเช่อร่วมดื่มเมื่อมองเห็นเค้าลางของละครบทใหญ่ใกล้สิ้นสุดลง ก่อนจะพูดสิ่งที่ค้างไว้ให้จบ

เจ้าไม่ต้องมองหาตัวอย่างอื่นไกล เพียงแค่มองหญิงสาวผู้นี้เป็นแบบอย่าง ไม่ต้องออกแรงกลับได้ชัยชนะทั้งหมดมาไว้ในมือ อีกทั้งนางยังใจเย็นจนข้าฮานเสวียนคาดไม่ถึง

ถังเช่อพยักหน้าเห็นพ้อง มุมปากกดลึก การกลั่นแกล้งผู้ด้อยกว่า กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนเมืองหลวงไปตั้งแต่เมื่อไหร่เขาไม่อาจรู้ได้ สำคัญคือวันนี้พวกเขาได้พบกับคนที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว แรกหมายว่าจะพากันกลับไปหารือเรื่องงานต่อ พลันเหมือนมีอะไรดลบันดาลให้อยากอยู่ต่อสักพัก เพื่อดูว่านางจะจบเรื่องนี้อย่างไร   

หลงเยวี่ยยังคิดไม่ทันสหาย ตั้งแต่ถูกบอก ให้รอดูเขาก็คอยมองจนสมองกลับด้าน แต่ก็ยังไม่พบคำตอบ เขารู้แต่เพียงว่าบรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปตั้งแต่หญิงประหลาดกวาดเงินจนหมด

ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว เช่นนั้นต้องดูต่อสินะ...



[1] หมายถึง เรื่องดีหรือวันคืนที่สุขไม่ได้มีอยู่เสมอไป

[2] การเปรียบเทียบเวลาของจีนยุคเก่า หนึ่งก้านธูป = สิบห้านาที 


----------------

ทิ้งท้ายจากผู้เขียน

ต่อเนื่องกับพาร์ทที่แล้ว แต่...มีนางเอกของเรากับเสี่ยวไช่เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นบทลองเชิง เดี๋ยวจะมีพาร์ทต่อไปขยายความเพิ่มว่านางเอกมาร้านหมานกว๋าทำไม

หวังว่าทุกคนจะชอบ....เพราะตอนต่อไปเราจะได้เห็นวิธีเอาคืนแบบโยวซิน 

ฝากติดตาม และคอมเม้นร่วมแสดงความคิดเห็นเช่นเคย 

ถ้าพรุ่งนี้ปิดตอนได้ คุณชายจะมาลงต่อให้ครบบทที่ 6 แซ่บแน่!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #33 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:26
    รอค่าๆๆ
    #33
    1
    • #33-1 (@azooii) (จากตอนที่ 14)
      24 พฤษภาคม 2562 / 14:05
      ขอบคุณคร้าบ
      #33-1
  2. #32 eveutcharapinan (@eveutcharapinan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:12

    ตาม นะคะ????😍
    #32
    1
    • #32-1 (@azooii) (จากตอนที่ 14)
      24 พฤษภาคม 2562 / 14:05
      รอหน่อยน้าา
      #32-1