สิบคราวิวาห์วอน

ตอนที่ 23 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62

ระหว่างรอให้ฉางเทานำรถม้ามารับกลับวังหลวงก่อนค่ำ หนึ่งคำถามหนึ่งคำตอบดังแทรกเสียงเด็กฝึกวิชาข้างกำแพง 

อันนี้คืออะไรกัน...

อู่ผานถามพลางเปิดดูชั้นปิ่นโตทั้งที่นางสั่งห้าม มือซุกซนยังหยิบชิมเจ้าก้อนแป้งไปหนึ่งลูก รสชาติของแป้งแผ่นผ่านวิธีปรุงพิถีพิถัน ช่างเข้ากันได้ดีกับไส้สมุนไพรปนผักสองสามชนิดปราศจากเนื้อสัตว์ เพียงคำเดียวเขาก็รู้สึกเหมือนเลือดในกายไหลเวียนดีขึ้นหลายส่วน  

ฉิวกงกงยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นเดียวกับฉางเทียน การได้เห็นฮ่องเต้ทรงเกษมสำราญใจ เหล่าข้าราชบริพารอย่างพวกเขาล้วนยินดียิ่ง ของมากคุณประโยชน์ทั้งสามอย่างนี้ กลับถึงวังเมื่อไหร่คงต้องส่งให้ห้องเครื่องศึกษาไว้ปรุงขึ้นถวาย ตัวเขามิเคยเห็นคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหลาง เคยแต่ฟังกิตติศัพท์เล่าขานมานานปี พอพานพบกับตัวถึงรู้ว่าทุกอย่างที่ได้ยินมาไม่เกินจริง มิแปลกใจเลยที่องค์เหนือหัวถึงยอมทุ่มทุกอย่างเพื่อคุณหนูใหญ่เพียงผู้เดียว ซึ่งทั้งสองฝ่ายอาจมีท่าทีร้าย ๆ ใส่กัน ดูแตกต่างกับคู่หนุ่มสาวทั่วไป ทว่ากลับแฝงไว้ซึ่งความห่วงใยอันลึกล้ำ  

ลูกเคียมซิก[1]กับลูกบัว กุยช่ายขาวรากโสมปรุงรสผสมแป้งข้าวเจ้ากับไข่แดง เอาเป็นว่าท่านกินแล้วหมดลมไปเลยก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ไม่ต้องลำบากเตือนอีก

โหยวซินแย่งชั้นปิ่นโตจากมือเขามาใส่ไว้ตามเดิม ไม่มัวสนใจมองคนหน้าด้านหน้าทน เทียวส่งสายตาเชื่อมหวาน ขยันถามว่านางทำเพื่อเขาใช่ไหมหรือไม่ อีกทั้งยังต่อเติมเรื่องราวฟุ้งซ่านในหัวไปไกลถึงวันข้างหน้า

อึดใจสั้น ๆ อู่ผานแลเห็นความเปลี่ยนแปลงบนแก้มนวล แม้จะน้อยนิดแต่ก็พอให้เขาอุ่นในอก ดั่งมีอะไรมาจุดประกายความหวังว่า ภายในปีนี้เขาอาจได้สวมชุดสีแดงเพลิงปักดิ้นทองลายมังกรเคียงหงส์ขึ้นเกี้ยวสิบแปดคนหาม ส่งตัวให้นางถึงจวนเชี่ยวหลานก็เป็นได้

เขาจึงอยากกล่าวเสริมให้นางเชื่อมั่นในตัวเขาเพิ่มอีกสักหน่อย เริ่มจากยืดกายนั่งตัวตรง ปั้นหน้าให้หล่อเหลาที่สุด มิลืมกระแอมไอขับน้ำลายลงคอก่อนพูดในสิ่งที่ทุกคนอยากทุ่มศีรษะลงบนโต๊ะ

ข้าอาผานแม้จะอ่อนประสบการณ์ มิเคยพามังกรแหวกว่ายในมวลบุปผาตำหนักใดมาก่อน แต่ก็ขอยืนยันต่อหน้าเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ข้าไม่เคยประสบปัญหาเรื่องการปล่อยหยาดพิรุณโดยมิรู้จักอดกลั้น อาซินอย่าได้เป็นกังวลไปเลย

อย่างที่ฉางเทียนเอ่ยก่อนหน้านี้ เปิ่นหวางมีพละกำลังเกินใครมาแต่กำเนิด ไม่ต้องขอปวงสวรรค์ประทานบุตร ลำพังแค่โปรยหว่านผลเพียงครั้ง โอรสหญิงชายย่อมมากมี

อู่ผานฉีกยิ้มใสซื่อเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ดวงตาทอประกายลึกซึ้ง ผิดกับฮ่องเต้ตัวร้ายในวังหลวงที่เหล่าขุนนางขนานนามให้เป็น พญามารกลับชาติมาเกิดมองหน้าใคร ผู้นั้นหวาดกลัวจนน้ำไหลออกจากหว่างขา 

หรือจะพูดได้ว่า...ข้าพร้อมมากจริง ๆ หากเจ้าสนใจที่จะ....

อู่--ผาน!!” โหยวซินแผดเสียงใส่หยุดคำพูดระคายหูโดยทันที คำพูดพวกนี้เขาก็พูดออกมาต่อหน้าทุกคนได้ ว่าแล้วก็กำมือทุบเข้าที่แผงอกเขารัว ๆ พาเอาบ่าวไพร่ในห้องและเหล่าผู้ติดตามลอบยิ้มระรื่น

แต่เวลานี้นางมิสนใจว่าใครจะมอง หรือเขาอยู่ในฐานะตำแหน่งใด ขอเพียงเขากลิ้งตัวหนีนางไล่ตาม เขาหัวเราะเมื่อไหร่นางทุบเมื่อนั้น!! โดยเฉพาะ เสียงแหบพร่าครางกระเส่า พานทำให้นางเดือดจัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน    

เจ้าใส่ลูกเคียมซิกมาเยอะขนาดนี้...อย่าปฏิเสธเลยอาซิน ด้ายกับเข็มจะสอดไปในทางเดียวกันก็ต้องรู้จักเรียนรู้ อาผานจะจดจำความหวังดีของน้องหญิงไว้ให้ขึ้นใจ ว่าต้องฝึกอดกลั้นมิให้หลั่ง...

ตุบ!!”

น้องหญิงอย่างนั้นรึ!! โหยวซินสุดจะทนกับความเล่ห์ร้ายของเขา พอคว้าคอเสื้อได้ก็โถมตัวเข้าใส่ฟาดแผงอกดังอึกอัก ตั้งใจเอาให้ช้ำหนักก่อนเขากลับวังหลวง ลืมตาให้เห็นหน้านาง หลับตาก็ฝันร้ายเพราะเห็นหน้านาง!!

อู่ผานหัวเราะลั่นสนั่นห้องเคล้าเสียงห้ามอย่างไม่จริงจังนัก ดวงตาฉายแววลึกล้ำคอยพิศใบหน้านวล เขาเฝ้ารอโอกาสนี้มานาน ซึ่งดูเหมือนฝ่ายนู้นจะไม่รู้ตัวสักนิด นางได้เข้ามาอยู่ในกับดักที่เขาวางไว้...

ปากพร่ำคอยยุแหย่ให้นางหลงทางไปเรื่อย เพื่อที่เขาจะได้มองนางใกล้ ๆ อย่างเต็มสุข ทำตามแผนทวงหาความคิดถึงย้อนหลังจากนาง ต่อจากนี้ก็เหลือเพียงบทปิดฉากสำคัญเท่านั้น   

ทางด้านเสี่ยวไช่ยืนเท้าสะเอวเหมือนหูกาน้ำชา วางท่าเขม่นใส่ คู่อริเก่าอย่างฉางเทาฉางเทียน บ้างก็แกล้งพูดลอย ๆ ใส่สององครักษ์ ให้พวกเขาได้ยลความหาญกล้าของคุณหนูใหญ่สยบคนผู้นั้นด้วยวิชาใด

แต่ไม่ทันไรด้านในห้องก็เกิดเสียงร้องโวยลั่นดังกว่าครั้งไหน ๆ    

โอ้ย!! อาซินใจเย็น ๆ ก่อน เจ้าตีอาผานน้อยของข้ามีโทษสูญพันธุ์ถึงเก้าชั่วโคตรเชียวนะ และถ้าเกิดมันปลุกไม่ตื่นขึ้นมาเจ้าจะเสียใจในภายหลัง ข้าลูกเมียก็ยังไม่มี บริสุทธิ์แค่ไหนเจ้าก็รู้ ซ้ำยังหนุ่มยังแน่น อาซินเจ้าชักจะใจร้ายเกินไปแล้วอู่ผานนอนแผ่หลาหอบหายใจช้า ๆ แกล้งครางเสียงกระเส่ายืดยาว เขาพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดตัว

เสี้ยวสติสุดท้ายของโหยวซินพลันขาดผึง ความแข็งขึงร้อนผ่าวบริเวณจุดสงวนสัมผัสโดนนางจนอยากจะคว้ามันมาตัดทิ้ง นี่นะหรือปลุกไม่ตื่น!!

คิดว่าข้าสนรึ ถ้าสูญพันธุ์ถึงเก้าชั่วโคตรก็ดีไป!!”

ข้าคิดผิดจริง ๆ ที่ตอบรับคำคนเจ้าเล่ห์เยี่ยงท่าน ขึ้นต้นว่าเสือย่อมไม่มีวันออกลูกเป็นสุนัขได้ แล้วนี่ท่านยัง...โหยวซินสะดุ้งเล็ก ๆ ถูกช่วงแขนกว้างตวัดโอบรอบเอวบาง เขาเปลี่ยนมาพูดเสียงทุ้มน่าฟัง ใบหน้าส่อเค้าอารมณ์วาบหวามจนนางชักมือออก

แต่ครั้งนี้ข้าไม่ได้เริ่ม...อู่ผานเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง คล้ายบอกเป็นนัย ๆ ให้โหยวซินมองจุดที่นางนั่งทับอยู่ รวมทั้งเสื้อบนตัวนอกตัวในถูกดึงทึ้งจนหลุดไปถึงช่วงเอว เผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหน

กระนั้นเอง เมื่อโหยวซินถูกหลักฐานรัดตัวแน่นใจพลันเต้นระส่ำ ขยับหนีไปทางใดล้วนเป็นจุดอันตรายทั้งนั้น ผู้เสียหายจึงเปิดศาลเตี้ยไต่สวนลูกความด้วยสายตานิ่งลึก สื่อถึงความต้องการบางอย่างให้นางร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับเขา  

อู่ผานเฝ้านับหนึ่งถึงสามในใจหากไม่มีเสียงห้าม เขาจะเริ่มทำการลงโทษจำเลยด้วยแบบวิธีพิเศษ จัดสรรมาใช้กับนางโดยเฉพาะ

โหยวซินมารู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นกับดักตั้งแต่แรกก็สายไป เขาจงใจสร้างเรื่องให้นางโกรธ จงใจให้นางทำร้ายร่างกาย ดวงตาหงส์ทอประกายขุ่นเคือง นึกเสียดายของล้ำค่าในเถาปิ่นโตกับเวลาที่เสียเปล่า เห็นทีครั้งนี้ต้องสั่งสองให้ราบจำกันบ้าง แต่มิทันลงมือใจก็พานสั่นไปกับสิ่งที่ได้ยิน

ตอนข้านอนหลับอยู่ นอกจากจะพบเจ้าสุนัขน่าเกลียดสองตัวในฝันแล้ว ข้ายังเจอคนที่คิดถึงอยู่ด้วย แต่ข้าไม่รู้จะบอกกับนางอย่างไรว่าคิดถึง เพราะไม่เคยเอ่ยคำนี้มาก่อน

อู่ผานแค่นเสียงหัวเราะสั้น ๆ คล้ายกับเย้ยหยันตัวเขาเองที่ไร้ความสามารถ เขามารู้สึกว่าเวลาช่างหมุนผ่านไปช้านักก็ตอนอยู่ในวังอย่างเดียวดาย เฝ้าแต่รอให้ถึงวันว่างได้เจอหน้านางสักคราหนึ่ง ครั้นพออยู่ด้วยกันประเดี๋ยวเดียวก็ต้องแยกจากกลับไปสวมร่างเดิม

ร่างของฮ่องเต้อู่ผานผู้ทระนงไร้หัวจิตหัวใจ

ดวงตาคมทาบทอความรู้สึกอัดแน่น ความคิดถึง ความเหงาเดียวดาย และความห่วงหา ผสานสบตาคู่งามที่มองอยู่แน่นิ่ง เวลานี้ต่อให้เป็นหินผายังพ่ายลมพัดจนกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน โหยวซินมิอาจพูดอะไรได้เลย สมองพลันว่างเปล่าได้ยินเพียงแต่ประโยคนั้นพุ่งพล่านอยู่ใต้อก และเขาก็ไม่รอให้นางตั้งตัวได้...

คำพูดประโยคเดียวสามารถพังทลายกำแพงใจของนางจนหมดสิ้น เกิดความร้อนในตาเพียงชั่ววูบ พร้อมกับรอยยิ้มอย่างยอมรับในลิขิตสวรรค์

ในฝันข้ายังสารภาพกับนางว่า มีคนประเภทหนึ่งสามารถทำได้ทุกสิ่งขณะที่ผู้อื่นไม่อาจทำ แต่เขากลับมีข้อบกพร่องทางด้านการแสดงออกอย่างมหันต์ โดยเฉพาะกับคนที่ตนพึงใจรัก...

ดูร้ายกาจเป็นฉากบังหน้า หมั่นสร้างแผนการ ดีแต่ทำให้นาง...

ประโยคสุดท้ายของอู่ผาน ถูกจำเลยสาวปิดตายด้วยความหวานล้ำจากเรียวปากอิ่ม ช่วงแขนแกร่งโดนตรึงไว้เหนือศีรษะ พร้อมกันนั้นจุมพิตลงทัณฑ์เข้าบดเคล้าบนริมฝีปากหยักหนาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่กลับรึงเร้าจิตวิญญาณของผู้รับจนพลั้งหลุดเสียงครางแผ่ว  

ปลายลิ้นสากระคายตามเกี่ยวพันนางไว้ไม่ให้ล่าถอย เขาเอียงหน้ารับดักเก็บทุกความหอมหวานในโพรงปากหญิงสาวจนอิ่มสุข บางคราเผลอจาบจ้วงเอาแต่ใจ บางครานุ่มนวลจนน่าใจหาย ก่อนสลับเป็นฝ่ายพลิกบทบาทใช้รสจูบเข้าปิดเสียงนางอยู่ใต้ร่างแกร่ง ไล่ขบเม้มบดคลึงจนกลีบบุปผาถึงคราวบอบช้ำ มิวายเชื้อชวนให้วนเวียนรังแกซ้ำ ๆ อยู่ร่ำไป

ขณะที่บางสิ่งกำลังเตือนให้เขาหยุด แม้จะได้ยินเสียงฝีเท้าด้านนอกร่นถอยห่างออกไปตั้งแต่แรกก็ตาม แต่ทว่าความคิดถึงห่างร้างไกลนางเจ็ดวันเต็ม ทำให้เขาเห็นแก่ตัวตะโบมจูบมอบความสุขให้โหยวซินเต็มรัก ชี้ทางสอนให้นางรู้จักตอบสนองกลับมาบ้าง เวียนตวัดลิ้นไล่ต้อนเก็บความหวานหอม กลบเสียงครางอู้ในคอมิให้เล็ดรอดออกไป

ร่างกายบางส่วนเริ่มตอบสนองอย่างหนักหน่วง เหตุจากถูกล่อลวงให้ร้อนรุ่มทรมานเจียนคลั่ง ใจหนึ่งจึงทุกข์หนัก ส่วนอีกใจหนึ่งแทบสำลักความสุขที่นางมอบให้ ครู่ต่อมาอู่ผานก็ถึงขีดจำกัดของความอดทน รีบลดใบหน้าลงแนบหน้าผากนาง หายใจพร้อมคำรามเสียงต่ำดุจพยัคฆ์ร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส แผ่นหลังสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่ากายสั่นเทาทั้งตัว

อีกหน่อยข้าต้องพกโซ่ตรวนมาด้วย...อาซินต้องรีบล่ามข้าไว้ ถ้าไม่อยากให้ผู้อื่น...

แต่เสียงเตือนช่วงสุดท้ายนั้นมิเป็นผล เพราะมันหายไปด้วยวิธีเดิมเพียงต่างกันที่รสชาติ คราวนี้อู่ผานถึงรู้ซึ้งว่าความทรมานที่ไร้หนทางปลดปล่อยเป็นเช่นไร และจงอย่าทำให้สตรีอย่างโหยวซินโกรธแค้นเป็นอันขาด ลองได้นางรู้ว่าจะทรมานเขาด้วยวิธีใด นางมิเคยลังเลที่จะลงมือ!!

ฉิวกงกงผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ความคิดจึงล้ำกว่าผู้อื่น วาดฝันถึงโอรสหญิงชายวิ่งทั่ววังหลวง พลางรีบจ้ำเท้าเดินเข้ามาปิดบานประตูสนิท แล้วถอยกรูดออกไปปานคลื่นลม มาหยุดยืนเฝ้าเป็นนายประตูหน้าด่าน กำมือหลวม ๆ ป้องปากหัวเราะคิกคักอยู่เพียงลำพัง

ฟ้าจะเปลี่ยนสี ลมจะหวนทิศ น้ำจะผันสายไปทางใดก็ช่างเถิด...

มิสำคัญเท่าฮ่องเต้ที่เขาเห็นมานาน ได้โปรยปรายหยาดฝนสักครั้งจะดีเพียงไร  

ซึ่งความจริงแล้วนั้น...สิ่งที่คิดมักสวนทางกันเสมอ  



[1] เคียมซิก สมุนไพรจีนจัดอยู่ในพืชในตระกูลบัว เลือกใช้เฉพาะแต่ส่วนเนื้อในเมล็ดมาตากแห้ง ชาวจีนนิยมนำมาปรุงอาหารคู่กับเม็ดบัว บำรุงสมอง ประสาท ไต และใช้เป็นยาบำรุงเลือด บ้างก็มีความเชื่อที่ว่าช่วยในเรื่องหลั่งเร็วของเพศชาย




-----------------------------------------

ทิ้งท้ายจากคุณชาย....

และแล้ว...เราก็ส่งพี่ฮ่องเข้าวังต่อ หลังจากความแสบของอู่ผานทำป่วน หวังว่าแม่ยกทุกคนจะชอบ 

เช่นเคยนะครับ...คุณชายอาจจะตอบคอมเม้นช้าบ้างเป็นบางครั้ง แต่ดีใจทุกครั้งเช่นกันที่มีคนคุยด้วย แสดงความคิดเห็น เม้ามอยนิยายร่วมกัน ขอบคุณจริง ๆ 

เอาไว้เจอกันตอนหน้าน้าาาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

102 ความคิดเห็น

  1. #71 Kamo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 07:46

    ปัดโธ่ นึกว่า....

    #71
    1
    • #71-1 (@azooii) (จากตอนที่ 23)
      30 มิถุนายน 2562 / 12:34
      555555 ใจเย็นๆ
      #71-1
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #65 eveutcharapinan (@eveutcharapinan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 03:20

    พี่เต้ น่าร้ากก☺
    #65
    1
    • #65-1 (@azooii) (จากตอนที่ 23)
      19 มิถุนายน 2562 / 09:59
      เดี๋ยวพาร์ทหน้าพาไปทำงานต่อ 5555
      #65-1
  4. #64 Nao Ng Sverige (@NaoNgSverige) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 00:38

    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #64
    1
    • #64-1 (@azooii) (จากตอนที่ 23)
      19 มิถุนายน 2562 / 09:59
      เจอกันตอนหน้าน้าาา
      #64-1