สิบคราวิวาห์วอน

ตอนที่ 30 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 594
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

บทที่ ๑๑

ยามบ่าย แสงแดดช่วงปลายฤดูคิมหันต์สามารถเผาผิวกายให้ไหม้ได้ ลมพัดร้อนผ่าวเหมือนยืนอยู่หน้าเตาฟืน  

โหยวซินลงจากรถม้า เดินลัดเลาะผืนป่าไผ่อยู่หนึ่งเค่อ จนมาพบกลุ่มชาวบ้านขนาดเล็กราวสามสิบหลังคาเรือน เดิมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเมืองต้าถวน ทว่าขุนนางรัชกาลก่อน ทูลถวายฎีกาวางแผนผังเมืองขึ้นใหม่ บ้านเรือนแถบนี้จึงถูกกำแพงกั้นเขต กลายเป็นส่วนเกินที่ไร้คนเหลียวแล

ต่างรู้จักในชื่อ ถิ่นยาจกสืบเนื่องมีแต่กลุ่มคนยากจนอยู่อาศัยรวมกันทั่วทั้งแถบนี้    

อาซิน...นั่นพาใครมาด้วยเล่า ทานข้าวมาหรือยัง

แม่หนูหายไปนาน นึกว่าลืมป้าไปแล้ว

เมื่อวานหลานชายอาเฉียนสอบได้เป็นผู้ช่วยนายอำเภอ เพราะได้เจ้าช่วยสอนเขาแท้ ๆ  

อู่ผานเดินรั้งอยู่ข้างหลังมาตลอดทาง เห็นนางเอ่ยตอบทุกคนด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม พลางกล่าวถามความเป็นอยู่ของทุกคนเสียงใส มือคอยยื่นรับสิ่งของแทนน้ำใจจากชาวบ้านมิรู้จักเหนื่อย ไร้ทีท่าของแม่เสือสาวฝีปากคมในโรงน้ำชาเมื่อหลายวันก่อน

ยามนั้นฉางเทากล่าวรายงานต่อเขาด้วยน้ำเสียงแฝงความชื่นชม พี่น้องเผ่าอาข่านขุดคุ้ยเรื่องคู่ม้าตัวผู้เป็นข้อพิพาทถกเถียงกับคุณหนูใหญ่ เขาแทบนึกภาพตอนนางโกรธไม่ออก จะมีสีหน้าท่าทางแบบไหน ใช้สายตาชนิดใดจับจ้องมองอีกฝ่าย

เพียงเหตุการณ์เดียว ชื่อเสียงของนางในหมู่ชาวเมืองถูกลือเลื่องผ่านปากต่อปาก แต่พวกเขาเหล่านั้นหารู้ไม่ว่า สตรีใจเด็ดที่ตนกล่าวชมอยู่นั้นเป็นคุณหนูใหญ่ผู้โด่งดังเมื่อช่วงสามสี่เดือนก่อน

มีดวงชะตาหญิงม่าย พิฆาตแม่สามี หยินพร่อง มิว่าใครก็อยากหลบหน้าให้พ้น อู่ผานกระตุกยิ้มร้าย ฝีมือในการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของตนไม่เลวทีเดียว อย่างน้อยก็สามารถกันเจ้าสุนัขทั้งเมืองให้เลิกยุ่มย่ามกับนางได้   

สาวใช้รายนั้นอึดทนพอกับนายสาว ลำบากแค่ไหนไม่มีทางเอ่ยปากร้องขอความช่วยเหลือจากใคร สุดท้ายมิพ้นเขาเองที่มิอาจทนมอง

เจ้าสองคนนำของไปเก็บ อย่าเอิกเกริกเกินควร ที่นี่มีแค่ชาวบ้านพูดจาควรระวัง

ฉางเทาฉางเทียนรับคำสั่ง เร่งมือขนย้ายของใส่รถม้า ระหว่างนั้นกลุ่มเด็กหลายสิบคนหยิบตำราเรียนวิ่งเข้ามาห้อมล้อมโหยวซิน ตะโกนเรียกอาจารย์เล็กกันจ้าละหวั่น ด้านหลังยังมีชายหนุ่มสองคนสวมหมวกผ้าแต่งกายคล้ายบัณฑิต กล่าวทักทายโหยวซินด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเคารพนับถือ

นี่นะหรือสิ่งที่นางอยากให้เขาเห็น...

อู่ผานยืนไพล่หลังยิ้มมุมปาก คอยมองคนตัวเล็กแสนแกร่งอยู่ท่ามกลางเด็ก ๆ และกลุ่มชาวบ้าน สีหน้าท่าทางรวมทั้งคำพูดของโหยวซินล้วนเป็นไปตามความรู้สึกที่แผ่อวลออกมาจากข้างใน

ชุดสีฟ้าอ่อนเปื้อนฝุ่นดินเกินกว่าครึ่งเพราะนั่งยองอยู่กับพื้น เจ้าตัวกลับไม่สนใจเสียด้วยซ้ำว่าจะเปื้อนมากน้อยแค่ไหน วันนี้นางเกล้าผมไว้ด้านหลัง ปักปิ่นไม้รูปร่างแปลกประหลาดเพียงชิ้นเดียว

ยอดปิ่นดูคล้ายดอกไม้แกะสลัก กระนั้นพอพิศดูอีกทีดูคล้ายดอกเห็ดบาน ๆ ขอบบิ่น ๆ ช่างน่าตลกนัก

อู่ผานส่ายหน้าหัวเราะ บ่นงึมงำก่อนเอ่ยเสียงอ่อน  

กล้วข้าจะไม่รักหรือ...ถึงได้ปักปิ่นน่าเกลียดนั่น

ฉิวกงกงรีบพยักหน้าเห็นด้วย พลั้งปากกล่าวเสริมไปอีกหลายประโยค มารู้ว่าใครเป็นผู้ทำปิ่นไม้ชิ้นนั้นก็ตอนถูกไล่ไปตัดหญ้าให้ม้ากิน

ถ้าเจ้านิลสองตัวนั่นไม่พูดว่าอิ่ม เจ้าก็ไม่ต้องกลับมา

เสียงเข้มดุดัน ทำเอาแผ่นหลังฉิวกงกงสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีก ว่าแต่ม้ามันพูดได้ด้วยหรือ พระองค์ทรงรังแกบ่าวชัด ๆ

ฉิวกงกงโอดครวญทำท่าน้อยอกน้อยใจ ก้าวเดินดุจไร้วิญญาณสวมร่าง ฉางเทาฉางเทียนก็จนปัญญาจะช่วยแก้ต่างให้

ทางฝั่งเสี่ยวไช่ส่งเสียงหวานแล้วหวานอีก เดินแจกถุงข้าวที่เตรียมมาจนครบทั่วทุกบ้าน เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพเรียบร้อย ชาวบ้านพร้อมใจกันก้มทรุดตัวนั่งหมอบกับพื้น หันหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของวังหลวง

เสียงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี ดังกึกก้อง ซึมลึกลงถึงจิตวิญญาณของอู่ผาน ความเหนื่อยล้าทั้งปวงเหมือนถูกชะล้างออกชั่วพริบตา จมูกเห่อร้อนผ่าวเมื่อตระหนักรู้ถึงเหตุผลของการมาในครั้งนี้  

นี่ต่างหากเล่า...สิ่งที่นางอยากให้เขาเห็น

ชาวเมืองตาดำ ๆ ถูกแบ่งแยกให้อยู่อย่างแร้นแค้น ถึงเวลาที่นางอยากส่งคืนให้เขารับช่วงต่อ สมกับความตั่งมั่นเดิมอยากให้ราษฎร์อยู่ดีมีสุขอย่างถ้วนหน้า  

รู้จักข้าดีทุกอย่าง...แต่กลับไม่ยอมอยู่เคียงข้าง เจ้าต้องการอะไรกันแน่อาซิน

ดวงตาเปี่ยมรักทาบทับด้วยความรู้สึกหลากหลาย จับจ้องอยู่ที่เจ้าของร่างเน่งน้อย ถ้าหากนางไม่เผยตัวตนว่าใครเป็นผู้กุมบังเหียนใหญ่สำนักคุ้มฟ้า เขาย่อมไม่มีทางรู้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางทำสิ่งต่าง ๆ มากมายแค่ไหนกัน ครั้นพอทำแล้วกลับไม่ยอมรับความดีนั้นไว้เอง ราวกับเป็นเรื่องไม่สลักสำคัญอะไร

นางไม่เคยอ่อนแอให้ข้าเห็น ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าคงต้องพลิกหน้าประวัติศาสตร์ กลายเป็นฮ่องเต้ที่สวมชุดเจ้าสาวมอบตัวให้นางถึงจวนเชี่ยวหลานอู่ผานพูดทิ้งไว้ก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่ตนกล่าวถึง

ฉางเทา ฉางเทียน ชื่นชมในตัวคุณหนูใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

ครู่ต่อมาโหยวซินบอกลาเด็ก ๆ เตรียมเดินทางต่อ แม้จะพบเรื่องน่าเศร้ากับข่าวการเสียชีวิตของท่านตาขายพู่กันขนกระต่ายในเวลาต่อมา รอยยิ้มของชายวัยแปดสิบ ชอบเล่าเรื่องในอดีตให้นางฟัง แม้จะเดินหลังค่อมใช้ไม้เท้าค้ำยันขาข้างหนึ่ง แต่มือร่วงโรยตามวัยนั้นคอยกุมมือท่านยายเดินไปด้วยกันเสมอ

ทำให้นางนึกถึงเรื่องของจูอินแม่ลูก แล้วมองย้อนกลับมาที่ตน

นางไม่อยากเป็นคนยึดติดในความทุกข์เหมือนจูอิน แต่อยากใช้ความรักให้คุ้มกับเวลาที่มีอยู่เหมือนท่านตาขายพู่กันขนกระต่าย   

อู่ผานประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ ๆ มือข้างขวาถูกยึดไปผสานไว้รวมกันกับมือบาง เรียวนิ้วเล็กขยับเบา ๆ คล้ายมีบางอย่างกระตุ้นให้นางรู้สึกหวาดหวั่นหรือกำลังกลัวอะไรอยู่

นางมิพูด เขาก็ไม่ถาม เต็มใจปล่อยให้นางแกว่งแขนตามจังหวะก้าวช้า ๆ ชวนกันมองท้องฟ้า ปุยเมฆหนาตา ทิวไม้เรียงรายรอบด้าน

สององครักษ์ หนึ่งขันที และอีกหนึ่งสาวใช้ เดินทิ้งช่วงห่างดั่งจงใจมอบเวลาอันมีค่านี้ให้กับคนทั้งคู่

เมื่อล่วงผ่านหมู่บ้าน พ้นสายตาผู้คน โหยวซินเปลี่ยนมายืนขวางหน้าเขาไว้ อู่ผานเลิกคิ้วสูงแทนคำถาม นางกลับสบตาชั่วระยะเวลาหนึ่ง พินิจดูหนวดเคราปลอมยาวดุจหางม้า ใบหน้าขาวข้างดำข้างเหมือนเม็ดหมาก ชุดสีซีดตะเข็บขาดข้างจนเห็นเอวสอบแข็งแรง

โหยวซินยิ้มขบขัน คราวได้เห็นว่าศีรษะนางอยู่แค่ระดับปลายคางของเขา สวรรค์ช่างปั้นแต่งจนหาความเท่าเทียมมิพบ เพราะตัวสูงเพียงนี้นี่เองเล่าถึงได้ดูเหิมเกริมพอ ๆ กับนิสัย แต่ก็คงเป็นอู่ผานที่นางรู้จักมาทั้งชีวิต

อู่ผานชักยืนไม่ติด ถูกจ้องอย่างละเอียดเหมือนสินค้า มารู้คำตอบก็ตอนถูกคนตัวเล็กสอดแขนผ่านเอวสวมกอดไว้แน่น

คล้ายดั่งเวลาหยุดหมุนชั่วขณะ ใบไม้ยังเป็นใจร่วงกราวตามลม เหมือนตอนโปรยกระดาษทองหน้าประตูเรือนก่อนเข้าเรือนหอ เขารึจะยอมปล่อยโอกาสอันดีหลุดมือ ถ้าหากเนรมิตตรงหน้าเป็นเตียงหลังใหญ่ได้ นางคงมิพ้นต้องกลายเป็นฮูหยินอู่ในวันนี้แน่  

อาซินอย่ากอดแน่นนักสิ อาผานน้อยหวั่นไหวนะ ตัวเจ้าลงมุมผสานกับตัวข้าพอดี

เฮ้อ...หาเรื่องทรมานกันชัด ๆ

อู่ผานรู้ได้ถึงไอเย็นที่เกิดจากความกลัวผ่านมือคู่นั้น จึงแกล้งพูดเปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อย เขาขยับช่วงแขนรับนางเข้ามาทั้งหมด เบี่ยงกายหลบสายตาคนนอก ปล่อยให้เงาทอดยาวหล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง

เขายินดีให้นางกอดและได้กอดนาง ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเห็นนางโศกเศร้าเสียใจมิว่าจะเป็นเรื่องใด  

เป็นอะไรไปหืม?”

คนมองอยู่นะ...อู่ผานชี้อ้อมหลังนางไปที่เสี่ยวไช่ และคนของตน

โหยวซินไม่ตอบ ซบใบหน้าลงไหล่ซ้าย สูดจมูกนำกลิ่นอายอบอุ่นจากกายเขาเข้าดับความคิดฟุ้งซ่าน ทว่าปากกลับพูดไปอีกทางหนึ่ง

ข้าไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากประกาศตัวให้ผู้อื่นรู้เท่านั้น หญิงอัปลักษณ์ก็สามารถครอบครองหยกงามได้เช่นกัน

อู่ผานหัวเราะลั่น พลางดันตัวนางออกเล็กน้อย พิศดูใบหน้าหญิงอัปลักษณ์ที่นางว่ามานั้นสักครั้ง 

อืม...ดำอยู่บ้างจริง ๆ แต่ก็เพราะดำแบบนี้ข้าเลยตัดใจไม่ได้ 

ใบหน้าหล่อเหลาอาบรอยยิ้มจนถึงนัยน์ตา แม้คำพูดของนางก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างขอไปทีแต่เขาก็ยินดีรับ

เพิ่งรู้รึว่ามีวาสนาดีแค่ไหน หยกงามบริสุทธิ์อย่างอู่ผาน พันปีจะมีสักคนหนึ่ง มิใช่จะหากันได้ง่าย ๆชายหนุ่มพูดติดตลก เบี่ยงตัวหลบให้นางมองสามสี่คนทางด้านหลัง

เห็นฉิวกงกงเงอะงะอายุปูนนั้น ยังพลาดท่าเสียทีให้ทหารเฝ้าประตูไม่ต่ำกว่าสิบคน ไหนจะบัณฑิตน้อยวัยสิบหกต้น ๆ เงินค่าตำราสถานศึกษาขาดเหลือสิ่งใดให้บอกฉิวกงกง ถ้าหากวันใดพบศพเขาใต้พุ่มไม้ สภาพไม่สมประกอบนัก ไม่ต้องไปเดาสาเหตให้ยาก  

ส่วนฉางเทา ฉางเทียน ข้าไม่เถียงว่าพวกเขาปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นยอดองครักษ์ เห็นเงียบ ๆ แบบนั้นก็แค่ลักษณะภายนอก

พอเอ่ยถึงประโยคนี้ อู่ผานป้องปากกระซิบเบา ๆ

พวกเขาต่างมีคู่อยู่ลับ ๆ พร้อมกับลูกอีกสองคน 

เสียงนั่นคือเสียงกระซิบหรือตะโกนบอกกันแน่ โหยวซินถลึงตาใส่คนเผาลูกน้องให้นางฟัง ขณะที่เสียงกระแอมไอเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับวิงวอนขอร้องให้เจ้าเหนือหัวเห็นแก่ผู้ติดตามรับใช้มาช้านาน สองครั้งแล้วที่พระองค์หักไม้พายจมเรือสหายเพื่อเอาใจหญิงงามเช่นนี้      

อาซิน...เจ้าเชื่อหรือยังว่าข้าดีแค่ไหน อู่ผานกะพริบตาปริบ ๆพยายามฉีกยิ้มอวดความหล่อเหลาเต็มประดา รอฟังนางตอบรับ   

โหยวซินเกือบส่ายหน้าปฏิเสธ ถ้าไม่เผอิญเห็นสององครักษ์หนึ่งขันที ส่งสายตาอ้อนวอนให้นางช่วยตอบตกลง มิฉะนั้นอู่ผานคงหาเรื่องเผาพวกเขาให้นางฟังอีกรอบ

ท่าน...ท่าน...ดีที่สุด

คำชมสั้น ๆ ช่วยยืดระยะเวลาให้อู่ผานพร่ำอวดความเก่งกาจของตนอีกหลายประโยค ก่อนจะกลับมาเข้าเรื่องเดิม

ว่าแต่วันนี้ทำไมถึงพูดจาแปลก ๆ ลวนลามข้าไม่พอ ซ้ำยังทำให้ข้าหวั่นไหวเพิ่มอีกเท่าตัว อาซิน...ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าคงทนอู่ผานน้อยรบเร้าไม่ไหวหรอกนะ ตกกลางคืนทีไรมันก็เหงานัก...

พูดแล้วก็โค้งศีรษะต่ำลง ความสุขของเขาคือการได้หยอกล้อนาง วันไหนไม่โดนมือน้อย ๆ ทุบตี คล้ายชีวิตมันขาดอะไรไป

ไหนดูสิถูกแมลงตัวผู้ตัวใดตอมมา จมูกข้าเหมือนได้กลิ่นเปรี้ยว ฉุนกึก ถ้าเจอละก็...

อู่ผานหลุบตาลงช้า ๆ สวมร่างเป็นตัวละครในนิยายที่นางชอบอ่าน มุมปากหยักยิ้มร้าย ข้าสาบานจะฟาดมันไม่ยั้ง สั่งตัดถุงไข่มันทั้งตระกูล

โหยวซินหัวเราะไปกับท่าทางผยองในอำนาจบารมีเหนือฟ้า เบี่ยงหน้าหลบจมูกแสนร้ายจนลืมเรื่องเศร้า ๆ ของท่านตาขายพู่กัน พินิจมองคนตัวโตที่ยืนหันหลังบังแดดให้นาง โดยไม่ปริปากถามถึงสาเหตุอันแท้จริง

ตัวนางย่อมรู้ เขาตั้งใจทำทุกอย่างให้นางรู้สึกดีขึ้น

มิว่าจะเป็นเรื่องใด ระหว่างเรามักเป็นเช่นนี้เสมอ ถนัดพูดไปอีกทางหนึ่ง แทนคำปลอบนับร้อยพัน 

ท่านช่วยพูดจาให้สมกับเป็นผู้ครองแผ่นดินหน่อยเถิด นิสัยอันธพาลนักเลงโต ชอบนำมาใช้นัก

.

.

------------------

วันนี้เอาความน่ารักของพระเกรียน กับ อาซิน มาฝากทุกคนให้เป็นวันพฤหัสบดีสีละมุน 

ส่วนตัวชอบบทนี้ค่อนข้างมาก พยายามถ่ายทอดอารมณ์ของคนรอ(เต้) กับคนกลัว(นางเอก)ให้ชัดขึ้นอีกหน่อย เดี๋ยวจะมีคำตอบโปรยไปเรื่อย ๆ ว่าทำไมนางเอกถึงไม่ยอมรับการแต่งงานง่าย ๆ แม้จะรักเขา ซึ่งพี่เต้ก็มีหน้าที่ทำตัวให้น่ารัก ก่อนหมดโปร 365 วัน 

ฝากทุกคนลุ้นตามด้วยน้าาาา ส่วนคู่แม่ทัพแน่นอนว่าไม่ลืม มีแน่แต่ยังไม่ถึงคิวเขา 

เช่นเคยเป็นการเขียนสดทุกตอน มันอาจมีอะไรแปลก ๆ เข้าใจยากบ้างง่ายบ้างเอาไว้รีไรต์ทีเดียวนะครับ

ขอบคุณทุกคอมเม้น ที่ให้กำลังใจกันตลอด นักเขียนมีแรงใจการเขียนได้จากการอ่านฟีดแบคของทุกคนเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

102 ความคิดเห็น

  1. #88 benjama-nui (@benjama-nui) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 14:26
    ตอนนี้ละมุนมากเลยจ้า ชอบๆ
    #88
    1
    • #88-1 (@azooii) (จากตอนที่ 30)
      16 กรกฎาคม 2562 / 11:59
      ขอบคุณคร้าบ ^^
      #88-1
  2. #87 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 12:57

    รอนะคะ
    #87
    1
    • #87-1 (@azooii) (จากตอนที่ 30)
      11 กรกฎาคม 2562 / 13:44
      เจอกันตอนหน้างับ
      #87-1
  3. #86 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 11:45
    ท่านจะไปสั่งตัดถุงไข่เขาไม่ได้น้า เฮียเต้ 5555555 โอ้ยขำ
    #86
    1
    • #86-1 (@azooii) (จากตอนที่ 30)
      11 กรกฎาคม 2562 / 13:44
      555555 เราจะไม่ให้ทุกคนอ่านแล้วเครียด
      #86-1