SF,OS : #kookgabox

ตอนที่ 1 : [OS] นับดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    3 มิ.ย. 60

[OS] นับดาว

บังทันวีคลี่ W47 - Stars


               ' วันนี้ผมอยากมารีวิวการไปเที่ยวดอยให้ฟังครับ ' 

               เสียงจากวิทยุคลื่นที่ไม่เป็นนิยมกำลังลอยออกมาจากวิทยุเก่าคร่ำครึที่บางวันก็เสียงขาดๆ หายๆ ชายหนุ่มผิวขาวผมสีน้ำตาลอ่อนนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาสีดำสนิทกับหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดที่วางทิ้งไว้บนหน้าอกของตัวเอง เจ้าของห้องเพียงชีวิตเดียวกำลังนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ บรรยากาศช่วงบ่ายฟ้าครึ้มเหมือนฝนใกล้จะตกแบบนี้คงทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากการนอนอุตุอยู่ในห้อง แต่อันที่จริงเขามีเหตุผลมากกว่าความขี้เกียจนิดหน่อย มินยุนกิไม่อยากจะทำอะไร ทุกอย่างมันดูน่าเบื่อไปหมด ขนาดฟังวิทยุยังไม่ช่วยให้เขาจรรโลงใจสักเท่าไรนัก
               เจ็บทั้งที่ไม่มีเลือดสักหยด ไม่มีแผลสักที่ เขาป่วย? ไม่หรอก เขาไม่ได้ป่วย เขาก็แค่อกหัก ถูกคนที่รักหักหลังอย่างเจ็บแสบ ทั้งที่ตอนแรกก็คิดว่ารับได้แต่สุดท้ายก็เจ็บเหมือนจะตาย แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องมีชีวิตต่อไป
               ขอบคุณที่มาหักอกเขาในช่วงปิดเทอมปีสามใกล้จะขึ้นปีสี่ ขอบคุณที่มีเวลาให้ยุนกิได้นอนโง่ๆ อยู่ที่ห้องเหมือนคนใกล้จะตายแบบนี้

               ' บนท้องฟ้ามีดาวหลายดวงที่มองยังไงก็ไม่มีวันเบื่อเลยล่ะครับ หาไม่ได้จากในกรุงเทพฯ นะ แม้ว่าจะเดินทางลำบากแต่ก็คุ้มค่าไม่น้อยเลย พูดได้ว่าจะต้องไปอีกครั้งให้ได้เลยล่ะครับ '
               ' นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าขานกันมาว่า ถ้านับดาวที่ผานี้ได้ครบหนึ่งพันดวง สิ่งที่อธิษฐานจะสมหวังกันด้วยล่ะครับ อยากถ้ารู้ว่าจริงไหมต้องลองมาอธิษฐานด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ ' 

               จู่ๆ คนที่นอนเหมือนร่างไร้วิญญาณก็ลุกขึ้นมานั่งท่ามกลางเสียงวิทยุที่เริ่มจะขาดๆ หายๆ ยุนกิไม่ได้สนใจว่าวิทยุมันกำลังจะพังลงหรือเปล่า เขาทำเพียงแค่ลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบกระเป๋าเป้ใบโปรดที่ใช้จนเก่าโยนลงกับพื้นห้องของตัวเอง

...

               มินยุนกิใช้เวลานานพอสมควรในการเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อที่จะมาถึงดอยตามรีวิวในวิทยุ กว่าจะมาถึงตัวอุทยานสำหรับดูดาวก็ปาเข้าไปในช่วงเวลาสายแล้ว ชายหนุ่มมองลานเต็นท์ที่มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มกางเต็นท์พักที่นี่ กวาดสายตามองหาทำเลเหมาะๆ สำหรับตัวเองแล้วก็เดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเช่าเต็นท์ เขาตัดสินใจอยู่แค่คืนนี้คืนเดียวและพรุ่งนี้บ่ายจะตีรถกลับกรุงเทพฯ และไปใช้ชีวิตโง่ๆ ในห้องนอนของตัวเองตามเดิม
               หลังจากที่จัดการธุระทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล้องคอมแพ็คตัวเล็กที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากพี่ชายก็ถูกคล้องคอชายหนุ่มผิวขาวตัวเล็กเอาไว้ ยุนกิเดินสำรวจรอบๆ พร้อมทั้งถ่ายรูปบรรยากาศเก็บเอาไว้ เขาคิดว่าเขาชอบที่นี่นะ ทั้งต้นไม้ต้นหญ้าที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ และอากาศสดชื่นที่ทำให้เขาสูดลมหายใจได้เต็มปอด เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอธารน้ำเล็กที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินเข้ามาแถวนี้สักเท่าไรนัก ร่างโปร่งทิ้งตัวนั่งลงที่ข้างธารก่อนจะถอดรองเท้าแตะวางลงข้างกับตัวเองแล้วหย่อนขาลงในน้ำใส สัมผัสจากน้ำเย็นทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกดี การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองแบบนี้บางทีก็ดีเหมือนกัน
               คนผิวขาวใช้เวลาทั้งบ่ายไปกับการนั่งเล่นริมธารน้ำแม้ว่าจะไม่มีอะไรให้ทำก็ตาม เขาพาตัวเองออกมาจากโซเชียลทั้งหมด โทรศัพท์มือถือที่เคยกดอยู่ตลอดเวลาก็ถูกปิดทิ้งไว้ในเต็นท์ เหลือเพียงตัวเขา กระเป๋าสตางค์และกล้องตัวหนึ่งเท่านั้น เหลือบตามองฟ้าที่ดูก็รู้ว่าใกล้เวลาเย็นเต็มที อีกไม่นานพระอาทิตย์คงจะตกดิน ร่างโปร่งตัดสินใจเดินไปที่หน้าผาเพื่อดูพระอาทิตย์ตกดิน เลือกทำเลเหมาะๆ แล้วทิ้งตัวนั่งลง เหลือบสายตาไปเห็นคนข้างตัวที่เพิ่งมาแล้ววางขาตั้งกล้องข้างกันกับเขา

               "ขอโทษนะครับ มีคนนั่งหรือเปล่า"
               "ไม่มีครับ นั่งเลย"

               ยุนกิตอบโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองคนที่มายืนข้างกัน แต่เห็นด้วยหางตาว่าเจ้าตัวกำลังตั้งอกตั้งใจติดกล้องเข้ากับขาตั้งกล้องแต่เพราะพื้นที่ไม่เรียบสักเท่าไรนักทำให้ขาตั้งกล้องเอียง

               "เห้ย!"

               ทันทีที่มันเอียงลงมาเหมือนจะหล่นยุนกิก็ร้องลั่นก่อนจะยื่นมือไปคว้าไว้อย่างมีน้ำใจ จนกล้องที่คล้องคอของตัวเองตกลงกระแทกพื้นตอนที่เขาเอียงตัว เจ้าของกล้องหน้าซีดเช่นเดียวกับเจ้าของขาตั้งกล้อง..

               "เอ่อ.. คุณครับ ขอบคุณมากนะ แต่กล้องคุณ"

               ชายหนุ่มรีบพับขาตั้งกล้องวางลงกับพื้นทันที ทิ้งตัวนั่งลงคว้ากล้องคอมแพ็คสีดำของคนที่ช่วยจับขาตั้งกล้องของเขาดู เห็นรอยถลอกเล็กๆ แล้วก็ใจคอไม่ดีเลย

               "ไม่เป็นไรครับ มันเก่าแล้ว คุณตั้งกล้องเถอะ"
               "ไม่ครับ ถ้ามันลำบากผมคงไม่ทำแล้ว"

               ร่างสูงบอกยอมแพ้อย่างง่ายดาย นั่งขัดสมาธิถือกล้องโปรไว้ในมือตัวเองแล้วส่งกล้องคอมแพ็คคืนเจ้าของ ขยับสายที่คอตัวเองเล็กน้อยแล้วถือกล้องเอาไว้ในมือ เพิ่งจะได้เห็นคนข้างๆ เต็มตาเมื่อครู่นี้ เป็นผู้ชายที่กะด้วยสายตาก็รู้แล้วว่าจะสูงกว่าเขา ท่าทางทะมัดทะแมงเหมือนพวกนักกีฬา ใบหน้าก็จัดว่าหล่อเลยล่ะ ท่าทางจะฮอตใช่เล่นเลย

               "เอ่อ.."
               "ครับ?"
               "คุณมาเที่ยวคนเดียวเหรอ"

               ไม่รู้ว่าแอบมองจนเขารู้ตัวหรือเปล่าถึงได้หันมาถามกันแบบนี้ ยุนกิพยักหน้ารับ อันที่จริงก็ไม่ได้มาเที่ยวหรอกแค่หลบมาเลียแผลใจมากกว่า ผ่านมานานเท่าไรแล้วก็จำไม่ได้แต่ไม่รู้ทำไมถึงยังเจ็บเหมือนวันที่เพิ่งเลิกกัน

               "ครับ คุณก็ด้วยเหรอ"
               "อืม มีปัญหากับที่บ้านเลยหลบมาคิดอะไรคนเดียวน่ะครับ"
               "เหมือนในละครเลยนะ"
               "ครับ ผมเป็นพระเอก"

               ตอบรับคนไม่รู้จักแบบนี้ก็ได้เหรอ ยุนกิขมวดคิ้วแต่ก็พยักหน้ารับ ได้ยินคนข้างๆ หัวเราะเบาๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองโดนแกล้งเข้าให้แล้ว มีเพื่อนใหม่ในการเดินทางก็ดีนะ อืม..​ก็ดีแหละ 

               "ผมชื่อจอนจองกุกนะ คุณล่ะ"
               "มินยุนกิ เรียกยุนกิเฉยๆ ก็ได้"

               เพื่อนใหม่ที่มินยุนกิเดินทางหลายกิโลเมตรเพื่อมาเจอนั้นเป็นคนอัธยาศัยดีแล้วก็ชวนคุยเก่ง ไม่อยากจะยอมรับแต่ยุนกิก็รู้สึกดีขึ้นเพราะคนที่ขยันชวนคุยข้างกันนี้ ไม่ถึงกับลืมความเจ็บปวดได้แต่ก็ไม่เหงาเหมือนตอนที่นอนคนเดียวอยู่ที่ห้อง เข็มสั้นบนนาฬิกาเริ่มชี้ไปที่เลขเจ็ดท้องฟ้าก็ถูกสีดำสาดทีละนิด มื้อเย็นของมินยุนกิผ่านไปอย่างเรียบง่ายที่ร้านข้าวเล็กๆ ในอุทยานกับเพื่อนคนใหม่ นัดแนะสถานที่นัดเจอกันเรียบร้อยว่าจะไปนั่งดูดาวที่ริมผาด้วยกันตอนช่วงสามทุ่มแต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเต็นท์ของเขาทั้งคู่อยู่ข้างกัน ทั้งสองคนตัดสินใจแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวก่อนจะมาเจอกันอีกทีตามเวลาเดิมแต่เป็นหน้าเต็นท์ของพวกเขาแทน

               "สามทุ่มก็หนาวแล้วเนอะ"

               คนผิวขาวโผล่หน้าออกมาจากเต็นท์พร้อมกับเสื้อฮู้ดสีดำตัวใหญ่และหมวกบีนนี่สีดำแบรนด์สตรีทชื่อดังและดันเป็นแบรนด์เดียวกับเสื้อของจองกุก  คนตัวโตกว่าส่งยิ้มให้แล้วชี้ไปที่บีนนี่ของอีกฝ่าย

               "ชอบเหมือนกันเลยนะครับ"
               "ก็แค่ซื้อมาเพราะเห็นว่ามันสวยดี"
               "ผมมีทุกคอลเลคชั่นเลยล่ะ ชอบแบรนด์นี้อ่ะ"

               ยุนกิพยักหน้าเป็นอันรับรู้แล้วเดินเคียงข้างกับคนที่เพิ่งเจอกันวันนี้ไปยังลานกว้างแถวหน้าผาสำหรับดูดาว แน่นอนว่าอีกฝ่ายพกขาตั้งกล้องและเลนส์อันหนักอึ้งไปด้วย ดูไม่เหมือนคนมีปัญหากับที่บ้านเลยนะ เหมือนตั้งใจมาถ่ายรูปมากกว่าอีก

               "ถือกล้องให้ผมหน่อยสิ"

               นั่น ยังรู้จักกันไม่ถึง 24 ชั่วโมงแต่ก็ใช้เขาเลยแฮะ ยุนกิไม่ได้ปริปากบ่นอะไร ยอมถือเจ้ากล้องโปรตัวหนักให้ ลองมองดูดีๆ ก็พบว่าเป็นกล้องที่ราคาแพงหูฉี่เลยล่ะ นี่ถ้าทำหล่นจะต้องชดใช้นานแค่ไหนถึงจะครบราคากล้องนะ

               "คุณชอบถ่ายรูปเหรอ"
               "ครับ บันทึกความทรงจำลงในภาพถ่ายก็จะได้ไม่ลืมไง"
               "อ่อ"

               เหตุผลเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่ยุนกิก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ เฝ้ารอให้จองกุกหาที่วางขาตั้งกล้องดีๆ ได้แล้วก็ส่งกล้องให้กับเจ้าตัว แทนที่จะนั่งมองดาวบนฟ้าเขากลับเลือกที่จะดูคนตรงหน้ากำลังตั้งกล้องอย่างชำนิชำนาญและคงจะมองนานเกินไปเจ้าตัวถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองเขา

               "มีอะไรเหรอ"
               "เปล่า แค่สนใจน่ะ"
               "ผมสอนให้ได้นะ ถ้าคุณอยากถ่าย"
               "ไม่เอาล่ะ ขอนอนดูดาวดีกว่า"

               จบประโยคก็ทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหญ้าโดยไม่กลัวเปื้อนใดๆ ดวงตาเรียวจ้องมองผืนท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยดาวนับล้านดวง แล้วอยู่ๆ ตำนานความเชื่อที่ว่านับดาวก็โผล่ขึ้นมาในหัว คำถามคือจะนับยังไงให้ครบหนึ่งพันดวงกันล่ะในเมื่อมันระยิบระยับจนแยกไม่ออกขนาดนี้
               ร่างสูงที่จัดตำแหน่งกล้องเสร็จเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างกับยุนกิ แหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วก็หันมามองคนข้างกายที่ยังคงจ้องมองท้องฟ้าไม่เลิกรา ไม่รู้ว่ากำลังซึมซับความสวยงามของท้องฟ้าหรือว่าคิดอะไรอยู่

               "ยุนกิรู้หรือเปล่า"
               "หือ?"
               "ตำนานของที่นี่น่ะ.."
               "ที่ว่านับดาวหนึ่งพันดวงน่ะเหรอ"
               "ใช่"

               ยุนกิพยักหน้า เขากำลังคิดอยู่นี่ไงว่าจะนับยังไงให้ครบหนึ่งพันดวงดี ..

               "ถ้างั้นก็แปลว่ามีเรื่องที่อยากลองมาอธิษฐานดูเหรอ"
               "ก็คงใช่"

               แม้ว่าคำอธิษฐานนั้นมันไม่มีทางจะเป็นจริงเลยก็ตาม ยุนกิถอนหายใจแล้วหลับตาลง พอคิดได้ว่าต่อให้เขานับจนครบหนึ่งพันดวง มันก็ยังไร้ค่าอยู่ดี คำอธิษฐานไม่อาจช่วยให้ใครคืนย้อนมา

               "ผมก็อยากอธิษฐานให้ที่บ้านเข้าใจผม เรามาลองนับกันไหม"
               "นายไม่ถ่ายรูปแล้วเหรอ"
               "ผมกดตั้งเวลาไว้แล้วล่ะ ไปแตะมันก็มีแต่ภาพจะเคลื่อน รอเฉยๆ แบบนี้ดีกว่า"
               "เหรอ"
               "มานับดาวกัน"

               ยุนกิลืมตาขึ้นมามองคนข้างๆ ที่ส่งยิ้มมาให้กับเขา ตั้งใจจะบอกปฏิเสธแต่พอเจอท่าทางเหมือนเด็กขี้เล่นกำลังทำให้เขาต้องยอมแพ้อย่างช่วยไม่ได้ ชี้นิ้วขาวของตัวเองขึ้นไปบนฟ้าแล้วเริ่มพูด

               "หนึ่ง"
               "สอง"
               "สาม"
               "สี่"
               "ห้า
               "หก"
               "เจ็ด.. เห้อ จะนับจริงเหรอ"
               "จริงๆ ผมมีเรื่องอยากจะอธิษฐาน ถ้ายุนกิไม่นับก็ช่วยผมหน่อยสิ"

               ไม่เห็นรู้เลยว่าการนับดาวเนี่ยช่วยนับก็ได้ด้วย คำอธิษฐานของใครของมันไม่ใช่รึไงนะ แม้จะสงสัยแล้วก็บ่นในใจแต่กว่าจะรู้ตัวยุนกิก็ช่วยจองกุกนับมาจนถึงเก้าร้อยกว่าแล้ว 

               "เก้าร้อยเก้าสิบเก้า"
               "ว้าว.. หนึ่งพันครับ"
               "อธิษฐานสิ"

               คนที่ร่ำร้องจะอธิษฐานยกยิ้มที่มุมปาก หลับตาลงเพื่ออธิษฐานก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วหันมามองคนข้างกายที่ช่วยเขานับดาวจนถึงครบหนึ่งพันดวง

               "อธิษฐานแล้ว ถ้ามันเป็นจริงก็คงจะดีสินะครับ"
               "อือ ถ้าเป็นจริงก็ดีใจด้วย"
               "ยุนกิกลับวันไหนเหรอ"
               "พรุ่งนี้"
               "น่าเสียดายเนอะ ผมยังอยากอยู่กับยุนกิต่อนะ"

               ยุนกิไม่แน่ใจว่านั่นเป็นประโยคทั่วๆ ไปสำหรับคนแบบนี้หรือเปล่า แต่ที่เขาแน่ใจคือหัวใจของเขาสั่นไหวเพราะประโยคเมื่อกี้ และอาจจะต้องโทษดวงตาคู่นั้นที่มองตรงมายังเขาที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหวในตอนนี้ คนผิวขาวตัดสินใจไม่พูดอะไรออกไป รู้สึกถึงนิ้วก้อยของตัวเองกำลังถูกคนข้างๆ เกี่ยวรั้งเอาไว้ด้วยนิ้วก้อยของเจ้าตัวเบาๆ และยุนกิก็หาเหตุผลที่ตัวเองไม่ปฏิเสธไม่ได้เลย

...

               "ยินดีต้อนรับครับ"

               เสียงบาริสต้าดังขึ้นจากเคาน์เตอร์ทักทายลูกค้าคนใหม่ที่เดินเข้ามาในร้าน นักศึกษาปีสี่ที่ใกล้จะเรียนจบเลื่อนเม้าส์อย่างเหม่อลอย เพราะว่าดันไปเปิดกระทู้รีวิวพาเที่ยวดอยตำนานนับดาวก็เลยเกิดคิดถึงใครบางคนขึ้นมา นับจากวันนั้นมาก็ผ่านมาเกือบปีได้แล้ว วันนั้นพวกเขานอนดูดาวจนถึงกลางดึกและเมื่ออากาศหนาวจนยุนกิจาม จองกุกถึงลุกขึ้นแล้วชวนกันกลับไปนอนที่เต็นท์อย่างที่ควรจะนอน หลังจากนั้นตอนเช้ายุนกิก็ตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ตื่นเสียอย่างนั้นทั้งที่บอกว่าอยากจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น และสุดท้ายเขาก็กลับมาแบบโดยที่ไม่ได้บอกลาอะไรจอนจองกุกเลย แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ล่ำลากัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้แลกช่องทางการติดต่อเอาไว้เลยสักทางแต่ร่างบางก็รู้สึกได้ว่าตัวเองยังไม่ลืมอีกฝ่าย ก็เล่นหน้าตาดีเสียขนาดนั้นบวกกับมาม่อเขาด้วยการเกี่ยวนิ้วก้อยตอนดูดาว ใครจะมันจะไปลืมได้ลงล่ะ คนผิวขาวถอนหายใจแล้วหยิบแก้วอเมริกาโน่มาดูดกาแฟอึกใหญ่ แฟนเก่าน่ะลืมไปแล้ว แต่ไอ้ที่วนเวียนอยู่ในหัวนี่น่ะ เป็นคนที่เขายังไม่แน่ใจเลยว่ามีชีวิตอยู่จริงๆ หรือเปล่า หรืออาจจะเป็นแค่ผีที่มาปรากฎตัวบนนั้นก็ได้ ยุนกิรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะฟุ้งซ่านไปกันใหญ่ ตัดสินใจพับฝาแล็ปท็อปลงเพื่อที่จะได้พาตัวเองไปตึกคณะ แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นรองเท้าหนังสีดำคู่หนึ่งที่มาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของเขา เขาเข้าใจว่าน่าจะเป็นบริกรของร้านเลยเงยหน้าขึ้นบอกว่าไม่ได้ต้องการจะสั่งอะไรเพิ่มแต่อย่างใด 
               แต่ทว่ากลับเป็นใครบางคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันใส่ชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับเขาอยู่

               "ผมมีคำอธิษฐานอีกข้อหนึ่ง"
               "..."
               "ไปช่วยผมนับดาวอีกสักครั้งจะได้ไหมครับยุนกิ"

...


Talk

               สวัสดีค่ะ เป็น OS สั้นๆ ที่มีเวลาปั่นแค่สามชั่วโมง ไม่ว่ายังไงก็อยากจะส่งวีคลี่ให้ทันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ อาจจะแปลกๆ ไปบ้างนิดหน่อยแต่ก็ฝากจองกุกคนชอบถ่ายรูปกับยุนกิคนเอ๋อๆ ด้วยนะคะ >< 

               แวะไปทักทายกันได้ที่ #kookgabox บนทวิตเตอร์นะคะ 

               ขอบคุณค่า :)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #46 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 06:56
    มายังงี้เลยเหรอจองกุกกี้
    #46
    0
  2. #45 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 06:56
    มายังงี้เลยเหรอจองกุกกี่
    #45
    0
  3. #40 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:07
    จะมาก็มายังงี้เลยหรอจองกุกก555555555 ขำที่พิยุนกิพูดถึงที่จองกุกมาม่อไว้ ถึงเอ๋อๆก็รู้ตัวนี่5555555 น่ารักมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #40
    0
  4. #35 @SUPERX2 (@qxfan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 03:48
    แค่ตัวหนังสือแต่อ่านแล้วรับรู้ความหล่อของจองกุกจริงๆ55555555555555555555หมั่นไส้พ่อพระเอก กุ๊กกิ๊กมากมั้งไปเกี่ยวก้อยกันน่ะ!!!! ฮื่อน่ารักมากเลยค่ะโดยเฉพาะยุนกิ
    #35
    0
  5. #34 jjjkmyg (@jjjkmyg) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 16:35
    น่ารักกก
    #34
    0
  6. #17 960615X (@960615X) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 11:58
    โอ่ย น่ารักมากเลยอ่ะฮือ
    #17
    0
  7. #11 somjai123 (@somjai123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 12:37
    อยากให้มีต่อค่ะ งือออออ
    #11
    0
  8. #9 biwxyz_ (@chuchutamas) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 11:49
    พ่อพระเอกกกกก เกลียดเด้อ55555 ละมุนมากเลยค่ะ แง พิบุนกิดูสติสตังยังไม่ครบเท่าไหร่ เอ๋อจีง555 แต่จองกุกนี่แบบ เห้อ เห้อออ เกลียดความหล่อความม่อจังเลยย เอ้อ อยากรู้ว่าต่อจากนี้จะเป็นไงมากค่ะ ฮือ โปรดต่อ...
    #9
    0
  9. #8 oHeartlesSo IceIris (@ohonesto28) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 11:39
    กุกกวนอ่ะ จ้าพ่อพระเอก มันไม่ควรเป็น os อ่ะ ควรมีต่อ อยากรู้เค้าจะไปเกี่ยวก้อยนับดาวกันอีกมั้ย
    #8
    0
  10. #4 nevermindpk (@nevermindpk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 03:02
    อ่านแล้วได้บรรยากาศเย็นๆบนดอยค่ะ อะไรคือความอ้อยเบาๆของจองกุก มีการแอบเนียนเกี่ยวก้อย แล้วจองกุกอธิษฐานอะไรน้า
    #4
    0
  11. #3 amonrat32 (@amonrat32) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 08:53
    เด้วน้ะ แกคิดจะมาก้มางี้เลยกรอจองกุก พอมาก้ชวนไปนับดาว โอ้ววววว555 แต่ชอบอ่ะ มันมีไอละมุนๆๆจากตอนนี้อ้ะ ช้อบบบบบ!!!!
    #3
    0
  12. #2 (@misskbx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 02:20
    เออ หรือจอนจะเป็นผีจริงๆนะ ดูแบบอยู่ๆก็โผล่มา มาจากไหนไม่รู้555555
    ดีอ่ะ ชอบความขี้เต๊าะตั้งแต่บนดอยยันอยู่ๆก็โผล่มาบอกว่าไปนับดาวอีกครั้งได้มั้ย 5555
    #2
    0
  13. #1 taetae_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:57
    จองกุกนี่ลึกลับจัง อยู่ๆก็มา อยู่ๆก็ไป ตลกตรงมีชีวิตจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้ เป็นเราก็คงคิดเหมือนกัน ม่อแล้วหายไปงี้ จะมีตอนนับดาวอีกรอบมั้ยคะ
    #1
    0