ส ง ค ร า ม ข้ า ม ข อ บ ฟ้ า ::: The arching sky

ตอนที่ 14 : ที่กำลังจะเกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

ฉันคือเจ้าหญิงที่สวยที่สุดในโลก เจ้าเสน่ห์ที่สุดในโลก เจ้าชู้ที่สุดในโลก แสบที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก และที่สำคัญ ซวยที่สุดในโลก!

            แผลเก่ายังไม่ทันหาย ปีศาจก็เอาขวานจามหัวฉันอีกฉัวะหนึ่ง แถมท้ายด้วยน้ำเกลือถังใหญ่ๆ ราดปิดปากแผล พระเจ้าช่วยกล้วยเป็นโรคเท้าช้าง อย่างกับผีซอมบี้ตายแล้วโดนปู้ยี่ปู้ยำ ฉันจะมีวันเป็นผู้เป็นคนได้รึเปล่าเนี่ย

            ข้อความบนป้ายประกาศทั่วปราสาทไทแทนมีเนื้อความว่า การทดสอบด่านต่อไปกำลังจะเริ่มในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า แน่นอนว่าเหล่าเจ้าหญิงและเจ้าชายต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือเต็มที่ เพราะการทดสอบที่ว่าคือ การสอบข้อเขียน!

            ฆ่ากันเลยก็ได้นะ

มาร์คัสเดินเอ้อระเหยลอยชายอยู่เบื้องหน้า ในขณะที่ฉันกำลังแบก ย้ำว่า แบก หนังสือปกหนา ชนิดที่ว่าฟาดหน้าลีโอกรามหักได้ (เพราะปกติไม่มีอะไรทำให้ไอ้หมอนี่ระคายเคือง) อาจจะสงสัยว่าไอ้รัชทายาทแห่งดินแดนเวทดำทำบ๊องอะไรอยู่ ถึงได้ไม่ยอมยื่นมือมาช่วยเจ้าหญิงบอบบางอ่อนแออย่างฉันถือของ คำตอบก็คือ มันกำลังถือ

ปากกาขนนก!

พระเจ้าข้า มันถือปากกาขนนกอันเดียว ทันทีที่เข้าไปในห้องหนังสือของสภากลาง สิ่งแรกที่หมอนี่เดินไปหยิบคือปากกาขนนกสีดำที่ทางสภากลางวางแจกไว้สำหรับเจ้าหญิงเจ้าชายทุกพระองค์ให้ใช้ในการอ่านหนังสือ และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่มันหยิบ เพราะหลังจากนั้นรัชทายาทก็ไม่คิดจะหยิบหนังสือเล่มไหนอีกเลย เอาแต่นั่งมองฉันวิ่งไปวิ่งมารอบห้อง ปีนชั้นหนังสือเพื่อหยิบหนังสือเล่มที่ต้องการ โดยที่เจ้าชายรูปงามไม่มีความรู้สึกอยากช่วยเลยสักนิด

ความประเสริฐจึงตกเป็นของข้าพเจ้าอย่างอัตโนมัติ

เฮ้อ

ฉันสลัดความเป็นเจ้าหญิงผู้งดงามชั่วขณะ เมื่อวางกองหนังสือมหึมานั่นลงบนเตียง ฉันแผ่หลาลงบนพื้นที่ว่างอันน้อยนิดแล้วหอบหายใจ ปล่อยให้อีตามาร์คัสเปิดดูหนังสือที่ฉันเลือก (เองคนเดียว) คิ้วเข้มนั่นขมวดอยู่ได้ไม่นานก็ค่อยๆ คลายออก พร้อมๆ กับหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นมา

หน้าปกสีแดงหนาปึกถูกสลักด้วยหมึกของปากกาขนนกสีดำง่ายๆ ว่า ภาษารูนโบราณ หลังจากพลิกไปพลิกมาหลายหน้าแล้ว มาร์คัสก็หยิบหนังสือเล่มนั้นเดินออกจากห้องไป ฉันอ้าปากค้างมองการกระทำของผู้ที่ชีวิตนี้ฉันคงไม่มีวันเข้าใจ ไอ้บ้านั่นหยิบหนังสือเล่มที่ฉันควานหาแทบตายไปง่ายๆ หน้าตาเฉยพร้อมปากกาขนนกในมือมัน ให้มันได้อย่างนี้ซิ

ป่วยการที่จะคิดต่อ ยังไงวันนี้ฉันก็ไม่คิดจะอ่านเล่มนั้นอยู่แล้ว ฉันหลับตาแล้วเดาสุ่มหยิบเอาหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม จะเริ่มอ่านจากเล่มนี้เป็นเล่มแรกละกัน ขอร้องเถอะ อย่าให้เป็นวิทยาการเบื้องต้นแห่งศาสตร์การปกครองเลยนะ

ประวัติศาสตร์โลกใบนี้ ไม่ได้ต่างกันเลย ขอบอก

ให้นั่งอ่านการกำเนิดโลกนี้ ฉันยอมนั่งคำนวณการเกิดดับของสรรพสิ่งจะดีกว่า แล้วคาร์นก็ทำร้ายฉันด้วยการปรากฏตัวขึ้นหน้าห้อง

อาเม่ ฉันตามหาเล่มนั้นอยู่ บรรณารักษ์บอกว่าแกเป็นคนยืมไป

คงต้องเป็นงั้นแหละคาร์น มาร์คัสคงไม่มีวันหยิบเล่มนี้ออกจากชั้นหนังสือแน่ๆ

ฉันจะอ่านด้วย แกต้องรีบอ่านให้จบภายในสามวันนะ

งั้นพี่ก็เอาไปก่อนเลย นี่มันประวัติศาสตร์โลกนะคาร์น โลกนี้เกิดมากี่ล้านๆ ปีแล้ว จะให้จบภายในสามวัน ทำได้ก็อริสโตเติลแล้ว

วันนี้ไม่มีอารมณ์ สามวันเท่านั้นอาเม่

แล้วคาร์เนเลียนก็เดินจากไป ดีมาก ทุกคนทำร้ายฉัน

ฉันเดินไปปิดประตูห้องแล้วกลับมานั่งบนเตียง เปิดหนังสือเล่มหนาบนตักแล้วเริ่มไล่อ่านตั้งแต่หน้าแรก

 

- - - -The arching sky- - - - -

 

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูปลุกให้ฉันตื่นจากความฝัน ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วผลักหนังสือประวัติศาสตร์โลกใบนี้ออกไปจากหน้าอก (ถึงว่า ทำไมรู้สึกเหมือนถูกผีอำ) เดินไปเปิดประตู สิ่งที่ทักทายฉันคือรอยยิ้มสดใสของเจ้าหญิงแห่งทุ่งหญ้าซีเพีย

ฟ้ามืดแล้วนะอาเม่

อือ ฉันเคยเห็น ไปนอนต่อนะ

เดี๋ยวสิ ฉันไม่ได้เคาะประตูเรียกเธอเพื่อให้ไปดูท้องฟ้าซะหน่อย

อ้าว...เหรอ ฉันคงเข้าใจผิดเอง งั้นไปนอนก่อนละกัน

อะไรของเธอ เมื่อคืนไปแบกหามมารึไง

ลองมาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์โลกนี้ดูมั้ยล่ะ

งั้นก็รีบพูดมาเถอะ มีอะไรเนี่ย

ทำไมหน้าห้อง เจ้าหญิงกับเจ้าชายมันเดินกันวุ่นวายจังวะ แถมยังเดินออกไปทางเดียวกันอย่างกับมีเหตุด่วนเหตุร้ายอะไร รึว่า...ปราสาทไทแทนจะไฟไหม้!

ฉันจะชวนเธอไปลานดวงจันทร์

ปิกนิกเหรอ

มีคนท้ามาร์คัสประลอง

อ๋อ ฉันต่อข้างมาร์คัสละกัน ฝากบอกไอ้คนที่ท้าด้วยว่าจะคอยเก็บศพให้นะเมื่อกี้เธอว่าไงนะ!

ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวไม่ได้นั่งแถวหน้า

เพรย์ช่า!

ฉันกระโดดกลับเข้าไปในห้อง หยิบเสื้อคลุมแล้ววิ่งตามเพรย์ช่าออกไป

ยายบ้า ทำไมเธอไม่บอกให้เร็วกว่านี้ฟะ

ก็เธอกวนฉันก่อนทำไมล่ะ

มีใครเขามาเคาะประตูห้องคนอื่นด้วยสีหน้าอย่างเธอเวลามีเรื่องด่วนกันบ้างล่ะ

ปัดโธ่! เปิดประตูมาแล้วก็บอกว่า ฟ้ามืดแล้วนะอาเม่ แทนที่จะบอกเรื่องนี้ก่อน ฉันเข้าใจคาร์นแล้วว่าทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังยายนี่นัก

แล้วมันเกิดเรื่องอะไรเนี่ย ทำไมฉันถึงไม่รู้อะไรเลย

ก็ตอนมื้อเย็น อยู่ดีๆ เฮเลียสก็เดินมาท้ามาร์คัสประลองกลางโต๊ะอาหาร ฉันนี่เป็นคนดีจริงๆ เลยนะที่วิ่งมาบอกเธอถึงห้อง

ย่ะ คราวหลังถ้าจะบอกกรุณาบอกให้เร็วกว่านี้หน่อยก็ดีนะ วิ่งไปตอนนี้คงทันเห็นแค่โครงกระดูก ว่าแต่กินข้าวกันแล้วเหรอ ยังไม่ได้กินเลยอะ (ยังมีอารมณ์เป็นห่วงเรื่องนี้)

นับว่ายังโชคดีที่พระเจ้าไม่ได้ลืมว่าฉันยังเป็นนางเอก ฉันกับเพรย์ช่าก็เลยได้ไปนั่งหน้าสลอนแถวหน้าสุด ลีโอ คาร์น และไอริส ยืนรออยู่ก่อนแล้ว นั่นไม่ได้ช่วยเลยแม้แต่น้อย เพราะอีตามาร์คัสดันยืนเก๊กหล่ออยู่บนลานประลอง

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ”

ฉันถามเมื่อวิ่งไปถึง คาร์นเหลือบตามองฉัน

เฮเลียสชวนมาร์คัสไปแต่งหน้า

ตูไม่ถามก็ได้วะ

พี่เองก็กำลังรอฟังอยู่นี่แหละอาเม่ ว่าเฮเลียสมันมีปัญหาอะไรกับมาร์คัส

ลีโอตอบหน้าตาเฉย ที่มานี่ไม่ได้เป็นห่วงไอ้มาร์คัสใช่มั้ย กะมาเจือกอย่างเดียว

ฉันเอือมระอาบุรุษสองคนที่ขนาบข้างกาย มุ่งความสนใจไปยังลานดวงจันทร์อย่างเดียว เฮเลียส ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีเทาหม่น ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลัง เจ้าชายจากดินแดนแห่งน้ำแข็ง ไอซา หนึ่งในหกเมืองเวทดำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถัดไปไม่ไกลนักคือแฟรี่โรส บัดดี้สาวสวยที่ซวย (พอกันกะตู) ไม่รู้ชาติที่แล้วนางฟ้าองค์นี้ไปแย่งแฟนใครมา ชาตินี้จึงต้องรับกรรมมาเป็นบัดดี้ไอ้บ้าโรคจิตเฮเลียส เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ แฟรี่โรสมาจากไหนหว่า

ลีโอ แฟรี่โรสมาจากไหนเหรอ

เอียเปทัส เมืองแห่งยา

ทำไมพี่ถึงรู้

พี่รู้ชื่อเมือง อาชีพ กรุ๊ปเลือด ราชวงศ์ รวมไปถึงสีกางเกงในผู้หญิงทุกคนในสภากลาง

ไม่จริง ฉันไม่ได้มียีนตัวเดียวกับผู้ชายคนนี้

ลีโอมองไปยังแฟรี่โรส แวบหนึ่งที่ฉันเห็นแววตาของลีโอไม่เหมือนกับที่มองผู้หญิงคนอื่น แต่ก็นั่นแหละ แวบเดียวจริงๆ

โล่ของลานดวงจันทร์กางขึ้นแล้วหายไป ไอริสหันมาทางฉัน

อาเม่ เธอไม่เข้าไปในนั้นจะดีเหรอ

ดีละ ฉันจะได้ปลอดภัย แต่แล้วเพรย์ช่าก็พูดขึ้น

ถ้ามาร์คัสตาย เธอจะโดนตัดสิทธิ์ด้วยนี่นา

ตูเข้าก็ได้ฟะ

ฉันวิ่งขึ้นไปบนเวทีการประลอง แฟรี่โรสหันมามองฉัน แต่เฮเลียสกับมาร์คัสไม่สนใจแม้แต่น้อย ทำเหมือนกับฉันเป็นแมลงวันตัวหนึ่งที่บินหลงเข้ามาเท่านั้น เผลอๆ มันจะเอาไบก้อนไล่ฉีดเอา

ฉันบอกกับท่านพ่อว่า ถ้าฉันเอาชนะแกได้วันนี้ ตำแหน่งนั้นจะต้องเป็นของฉัน

เฮเลียสพูดด้วยความเคียดแค้น

มาร์คัสไม่ตอบโต้ใดๆ เออว่ะ...มันพูดไม่เป็น

ว่าแต่ตำแหน่งอะไรวะ ชายผู้หน้าเหมือนปลาเผือกที่สุดเหรอ

และแน่นอนว่า องค์ราชาโรกอนตกลงรับคำท้านี้แล้ว

ฉันหลบอยู่หลังมาร์คัส แน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยชะโงกหน้าไปมอง อีเฮเลียสมันบ่นอะไรของมันคนเดียวเนี่ย สงสัยเมื่อคืนกินข้าวหุงไม่สุก

มาร์คัส นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ ถึงแม้แกจะมีท่านผู้นั้นก็ตามที

ท่านผู้นั้น ฉันเหรอ (ใช่ก็จบแล้ว ไม่ต้องอ่านต่อ) ทุกคนในที่นั้นเงียบเหมือนกันหมด เฮเลียสหุบปาก (ได้สักที) แล้วตั้งท่าเตรียมต่อสู้ มาร์คัสหันมามองฉัน เมื่อแน่ใจว่าฉันปลอดภัยแล้ว (สำคัญตัวเองจริงๆ) จึงหันกลับไปมองเฮเลียสแล้วเตรียมรบเช่นกัน

โดยไม่ทันตั้งตัวใดๆ น้ำแข็งมหาศาลก็ตกจากฟากฟ้าลงมาที่พวกเราอย่างรวดเร็ว มาร์คัสรีบใช้ผ้าคลุมบังตัวฉันและตัวเองเอาไว้ก่อนเราจะโดนน้ำแข็งทิ่ม (ประหนึ่งแบทแมนกับผ้าคลุมเหล็ก) มันป้องกันการปะทะโดยตรงได้ แต่ก็ฝากรอยช้ำไว้บนตัวหลายจุด

ไม่ได้บอกงั้นเหรอว่าฉันไม่ได้จ้องเล่นงานแค่แกมาร์คัส รู้มั้ย...บัดดี้แกนี่แหละจุดอ่อนข้อที่หนึ่ง

อ้าว...ตู ขึ้นมาทำไม

อย่าเลยนะเฮเลียส อาเม่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย

เสียงร้องปรามของแฟรี่โรสดังอยู่เบื้องหลังเฮเลียส หมอนั่นหันไปตวาด

เงียบเหอะน่า ฉันเป็นเจ้าของการประลอง ไม่ใช่เธอ

แล้วหมอนั่นก็หันมาหาฉัน อ๊าย! ไม่หล่อเอาซะเลย

ใครขวาง ฉันก็ฆ่าหมดนั่นแหละ

มาร์คัสค่อยๆ ปล่อยฉันออกจากอ้อมกอด สายตามองตรงไปยังเจ้าชายเมืองน้ำแข็ง

เบื้องล่าง...

สาบานได้ ถ้ามาร์คัสไม่เป็นคนฆ่ามัน ฉันนี่แหละจะจัดการ

คาร์นกัดฟันกรอดๆ

เหลือที่ให้ฉันด้วย คาร์น

ลีโอพูดตามมา สายตามาร์คัสบนเวทีแปรเปลี่ยนไปแล้ว ไอริสถอนหายใจ

ลองมาร์คัสทำตาแบบนี้ ไอ้เฮเลียสคงไม่ตายดีแน่

รนหาที่จริงๆ อยู่ดีไม่ว่าดีแท้ๆ

เพรย์ช่ากอดอกแล้วส่ายหน้า คาร์นพูดเบาๆ

ลีโอ ฉันกลัว

กลัวอะไร อาเม่มันเอาตัวรอดได้น่า

เปล่า กลัวมาร์คัสจะไม่เหลือที่ให้เราฆ่าน่ะสิ

กลับมาบนลานดวงจันทร์

กล้วยทอดแล้ว! อีตามาร์คัสโกรธ เอาไฟสู้เตาแก๊สชัดๆ ฉันกับแฟรี่โรสถอยออกห่างจากสองคนนั้นอัตโนมัติ โดยไม่เกรงกลัวที่จะตกจากเวที วินาทีนี้ให้ฉันตกได้ก็ตกไปเถอะ ดีกว่าตายบนนี้

เหลือบไปมองไอ้คาร์นและลีโอ พวกมัน...พวกมัน...หัวเราะกันอยู่! นี่ชีวิตตูจะเป็นจะตายอยู่ข้างบนนะ ไม่แหงนหน้ามามองบ้างเลยเหรอฟะ ถ้าเอลเดอร์จะปราศจากเจ้าหญิงก็เพราะพวกมันนี่แหละ

ไฟวิญญาณของมาร์คัสพวยพุ่งขึ้นมารายล้อมเฮเลียสเอาไว้ หมอนี่ยังใจดีไม่เผื่อแผ่ไปให้แฟรี่โรส เฮเลียสยิ้มมุมปาก แล้วไอน้ำรอบตัวฉันก็กลายเป็นกระสุนน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่ตัวฉันอย่างเร็วและแรง

โอ๊ย!

ฉันร้องขึ้น มาร์คัสหันมาดูจึงเสียสมาธิ ไฟวิญญาณหายไปหมด ผิวหนังของฉันค่อยๆ แตกออก เลือดไหลตามรอยทิ่ม น้ำแข็งแตกกระจาย นั่นยิ่งทำให้เจ็บเข้าไปอีก อีบ้า! ถ้าฉันเป็นแผลเป็นขึ้นมาจะทำไง เดี๋ยวประกวดมิสยูนิเวิร์สไม่ได้

มาร์คัสรีบเข้ามาดูอาการฉัน จังหวะนั้นเองเฮเลียสกางมือออก แล้วไอน้ำรอบตัวพวกเราก็กลายเป็นดาบแหลม และพุ่งตรงมาทางมาร์คัส ฉันจับโรซารี่ตามนิสัย ก่อนจะร่ายเวท

ไวท์ดีเฟนซ์

ดาบน้ำแข็งแตกกระจุยเมื่อปะทะกับโล่ศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า ฉันกับมาร์คัสมองหน้ากัน แล้วทำสายตาแบบเดียวกัน

น่าจะใช้ตั้งนานแล้ว

เฮเลียสยืนมองอย่างอึ้งๆ ก่อนจะตะโกนออกมา

มาร์คัส ไม่นึกว่าแกจะทุเรศถึงขนาดใช้ผู้หญิงเป็นโล่กำบัง

ฉันหอบหายใจ แล้วพูดธรรมดา แต่ดันได้ยินทุกคน

แล้วทีแกใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือ โคตรลูกผู้ชายเลย

เหล่าผู้ชมตบมือกันเกรียวกราว ตายอหิวาต์ เมื่อกี้ประกาศความเป็นศัตรูชัดๆ

ต่อไปนี้จะเป็นของจริงแล้วนะมาร์คัส เตรียมใจไว้ดีๆ

เฮเลียสผายมือออก ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง เหมือนเมฆฝนตั้งเค้า

มาร์คัสกัดนิ้วตัวเองแล้วเขียนลงบนพื้น ก่อนจะเอ่ยชื่อวิญญาณเบาๆ

โกเล็ม

เสียงของมาร์คัสที่ได้ยินไม่บ่อยนักดังขึ้น สร้างความตกใจให้กับคนอื่นๆ ไอ้หมอนี่มันพูดเป็น ควันสีน้ำตาลพวยพุ่งท่ามกลางไฟวิญญาณสีฟ้าที่ถูกเสกขึ้นมาใหม่ ร่างของปีศาจโกเล็ม ผู้มีร่างกายเป็นหินปรากฏตัวขึ้น ลำตัวสูง 4 เมตร ดวงตาสีแดงมฤตยู โกเล็มคำรามก่อนจะหันมาทางมาร์คัส แล้วโน้มตัวลงรับคำสั่ง

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะโกเล็ม

อีเฮเลียสต้องเป็นคนไข้หมายเลขหนึ่งของโรงพยาบาลประสาทแน่ๆ ถึงได้ทำหน้าอย่างนั้น มาร์คัสพยักหน้าให้กับวิญญาณรับใช้ โกเล็มลุกขึ้น หันไปทางเฮเลียสแล้วหยิบกระบองข้างกายขึ้นมา ก่อนจะพุ่งไปหาเฮเลียส

ดูถูกฉันมากไปแล้วมาร์คัส สำหรับฉันในตอนนี้ ต่อให้แกใช้เทวาซก็เอาชนะไม่ได้หรอก

เฮเลียสกระโดดหลบโกเล็มอย่างง่ายดาย กระบองของโกเล็มฟาดลงบนพื้นจนกระเบื้องทะลุแตกกระจายไปไม่รู้เท่าไร แค่จินตนาการว่ากระบองอันนั้นฟาดลงบนหัวฉัน ก็อยากทำประกันชีวิตขึ้นมาในบัดดล

เม็ดฝนที่กำลังจะตกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งแล้วพุ่งตัวลงยังพื้นเบื้องล่าง ฉันใช้ไวท์ดีเฟนซ์กั้นไว้ได้ทัน ยังดีที่ฉันกับมาร์คัสอยู่ในอาณาเขตเดียวกันก็เลยสามารถปกป้องได้ทั้งสองคน แต่แฟรี่โรสไม่ได้อยู่ตรงนี้

กรี๊ด!

แฟรี่โรสกรีดร้อง เมื่อน้ำแข็งจำนวนมากทะลุผ่านแขนของเธอ เลือดสีแดงกระเซ็นใส่เสื้อขาวอย่างไม่ยากเย็น ฉันอ้าปากค้าง ทุกคนตกใจกับสิ่งที่เห็น แฟรี่โรสทรุดตัวลงบนพื้น แขนเล็กๆ ถูกน้ำแข็งแหลมคมปักคาอยู่ เด็กสาวเงียบด้วยความเจ็บปวด ฉันวิ่งออกจากไวท์ดีเฟนซ์เพื่อไปดูอาการ ไม่ทันได้สังเกตว่าฝนน้ำแข็งล็อตใหม่กำลังมา มาร์คัสดึงฉันเข้าไปหลบได้ทัน ดาบน้ำแข็งทะลุขาอีกข้างของแฟรี่โรส ฉันกรีดร้องแทนเมื่อเห็นเลือดสดๆ กระเซ็นไร้ทิศทาง

และก่อนที่ฉันจะคิดอะไร ความรู้สึกทั้งหมดก็ดับวูบลง

 

-               - - - -The arching sky- - - - -

 

อาเม่สลบ!

ลิลิธตะโกนขึ้น ไมนอสเริ่มอยู่ไม่สุข

จริงสิ ยายนั่นกลัวเลือดนี่นา ถ้าอย่างนั้นใครจะกางไวท์ดีเฟนซ์ล่ะ

ฉับพลันก้อนพลังสีดำที่ลอยละล่องมาจากท้องฟ้าก็ปะทะเข้ากับโล่ของลานดวงจันทร์ โล่สั่นไหวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ยอมเปิดออก ลีโอกับคาร์นจ้องมองขึ้นไปข้างบน

คาร์เนเลียนเรียกกระสุนอากาศลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้โล่สั่นไหวมากกว่าเดิม แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันคือปิดครอบคลุมบริเวณการประลอง

หยุดเถอะคาร์น ยังไงโล่นั่นก็ไม่เปิดหรอก

เพรย์ช่าตะโกนบอกคาร์น

แต่จะให้ฉันยืนดูอาเม่อย่างนี้ ฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

เชื่อมั่นในมาร์คัสสิ หมอนั่นจะชนะ

ฉันเชื่อว่ามาร์คัสจะชนะ แต่ฉันไม่เชื่อว่าอาเม่จะไม่เป็นอะไร

คาร์เนเลียนยกคทาขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ลีโอดึงลงมาเพื่อปรามเอาไว้

พอก่อนคาร์เนเลียน บนนั้นยังมีแฟรี่โรส ยายนี่เป็นผู้ทำนายและปรุงยาได้เก่ง เชื่อเถอะว่าในกระเป๋าผ้าข้างหลังต้องมียาเพิ่มเลือดแน่นอน

แกไม่เห็นเหรอลีโอ แฟรี่โรสช่วยตัวเองยังไม่ได้ จะเอาเวลาไหนมาช่วยอาเม่

อาเม่ยังมีมาร์คัสไง

ลีโอพยายามสงบเพื่อสยบน้องชายตัวเอง แม้ภายในของเขาจะหวั่นไหวเช่นเดียวกับคาร์น

ตอนนี้มาร์คัสต้องช่วยอาเม่ด้วย ต้องสู้ไปด้วย ไม่มีทางที่จะชนะแน่นอน

เจ้าชายองค์รองยังเถียง ลีโอกล่าวหนักแน่นเรียกความกล้า

ถ้าเป็นอย่างนั้น คำแรกที่ทุกคนทั่วทั้งสภากลางจะได้ยินจากปากมาร์คัส นอกจากเรียกชื่อโกเล็มเมื่อกี้ ก็คือ

ลีโอเว้นช่วงไว้ เมื่อรัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนตัดสินใจทำอะไรบางอย่างได้

คำว่า...ยอมแพ้

 

-               - - - -The arching sky- - - - -

 

มาร์คัสหอบหายใจ แม้ว่าเขาจะเรียกเทวาซออกมาช่วยแบ่งเบาภาระโกเล็มแล้ว แต่ก็ยังไร้ความหวังอยู่ดี เฮเลียสสามารถเรียกฝนน้ำแข็งได้โดยไม่ต้องร่ายเวท เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคู่แข่งของเขาฝึกฝนได้ถึงขั้นนี้แล้ว

และจากสภาพแฟรี่โรส ดูเหมือนว่าเฮเลียสจะไม่สนใจเธอเลย แม้เธอจะตายในการประลองครั้งนี้เฮเลียสก็คงไม่รู้สึกผิด สิ่งเดียวที่มาร์คัสมองเห็นได้ภายในแววตาของเจ้าชายแห่งไอซา คือความทะเยอทะยาน จะเป็นใหญ่ในที่ที่มาร์คัสยืนอยู่เท่านั้น

เฮเลียสอิจฉาและคิดจะเอาชนะมาร์คัสมาตลอด นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เฮเลียสเอามาร์คัสเป็นที่ตั้งและพยายามจะชนะมาร์คัสให้ได้ จึงฝึกฝนต่างๆ นานา แต่ความยินดีนั้นก็ลดน้อยลง เมื่อเฮเลียสชักอยากจะให้ไอซาเป็นที่หนึ่งในหกเมืองเวทดำ ความคิดร้ายแรงอย่างการฆ่ากันเองในหมู่สายเลือดจึงเกิดขึ้น ตัวมาร์คัสเองไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น เพราะเฮเลียสไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอยู่แล้ว จะเผลอฆ่าไปก็เหมือนกับไม่ตั้งใจเดินเหยียบมดตายเท่านั้น

แต่เฮเลียสดันเล่นงานอาเม่ เพราะรู้ว่านี่คือจุดอ่อนของมาร์คัส เฮเลียสไม่ได้ละเอียดอ่อนถึงกับรู้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เขารู้แต่เพียงว่าอาเม่ตายไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมาร์คัสจะไม่ผ่านการทดสอบด้วย เป้าหมายของเฮเลียสครั้งนี้จึงเป็นอาเม่อย่างไม่ต้องสงสัย เวททุกอย่างที่ใช้เพียงเพื่อให้มาร์คัสหันเหความสนใจจากการป้องกันตัวเอง เปลี่ยนเป็นป้องกันอาเม่แทน และมันก็ได้ผล วิญญาณรับใช้ของมาร์คัสไม่มีตัวไหนมีพลังปกป้อง ดังนั้นเขาจึงต้องทำหน้าที่นั้นเอง มาร์คัสอุ้มอาเม่แล้วคอยใช้ผ้าคลุมป้องกันฝนน้ำแข็ง แม้มันจะป้องกันการปะทะโดยตรงของน้ำแข็งแหลมคมกับเนื้อบางๆ ได้ไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าเจอตรงๆ

ทุกครั้งที่มาร์คัสสู้รบ เขาไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้ เพราะในสนามรบไม่มีใครให้เขาปกป้อง รัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทน สามารถก้าวเดินไปข้างหน้า สั่งกองทัพให้ออกรบโดยที่ชายผ้าคลุมแทบไม่กระดิก เขาไม่สนใจว่าใครจะรอดกลับมาบ้าง แต่เมื่อมีหนึ่งชีวิตที่ต้องปกป้อง ชีวิตเดียวเท่านั้น เขากลับล้าแทบตาย มาร์คัสก้มมองเจ้าหญิงในอ้อมแขนตนเอง ดวงตาปิดสนิทเหมือนคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว เชื่อเถอะว่าถ้าเธอตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ พลังของเขาคงจะกลับมาอีกเท่าตัว

ตอนนี้เขาทำได้แค่ปกป้องให้เจ้าของร่างนั้นสามารถตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง ไม่ให้โดนฝนน้ำแข็งของเฮเลียสฆ่าตายเสียก่อน

โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ดาบน้ำแข็งทะลุผ่านขาและแขนขวาของมาร์คัสไป มาร์คัสทรุดลงกับพื้น แต่ก็ยังคงระวังไม่ให้อาเม่ร่วงตาม เขาคาดการณ์ผิด คิดว่าเฮเลียสจงใจโจมตีอาเม่ แต่จริงๆ มันคือตัวเขาต่างหาก มาร์คัสค่อยๆ วางอาเม่ลงบนพื้น แล้วใช้มือดึงเอาดาบน้ำแข็งที่ปักคาอยู่ออกมา แต่แล้วร่างของเขาก็กระเด็นไปชนกับโล่ของลานดวงจันทร์ แรงกระแทกทำให้มาร์คัสหลับตา รัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนค่อยๆ ลืมตา ร่างของเทวาซกับโกเล็มอยู่ตรงหน้า เทวาซเพิ่งตวัดดาบออกไป ผลึกน้ำแข็งที่ถูกดาบของเทวาซฟันแตกกระจายอยู่บนพื้น เมื่อกี้ดาบน้ำแข็งพุ่งตรงมาทางเขา เทวาซและโกเล็มรีบกระแทกเขาออกจากวิถีของดาบ เทวาซหันไปมองมาร์คัส

ไม่เป็นไรนะ ขอรับ

มาร์คัสส่ายหน้าแทนคำตอบ แล้วดวงตาเขาก็เบิกโพลง

ผลึกน้ำแข็งอันใหญ่และแหลมคมลอยอยู่เหนือตัวอาเม่ เฮเลียสยืนยิ้มอยู่ไม่ไกล

จบสิ้นกันที มาร์คัส

 

-               - - - -The arching sky- - - - -

 

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ซากศพเกลื่อนกลาดสนามรบอีกแล้ว ฉันขมวดคิ้ว เมื่อไหร่ที่นี่จะมีป้ายบอกวะจะได้รู้ว่าเป็นที่ไหน โผล่มากี่ทีก็เป็นสนามรบไม่เปลี่ยนแปลง อ้ะ...ศพนั้นฉันจำได้ ตอนนี้มันยังอยู่อีกเหรอวะเนี่ย ไม่มีใครเก็บกวาดเล้ย

จะ...เจ้าหญิง

ลุงทหารคนนั้นยังคงจับขาฉันไว้เหมือนเดิม

คะ? ลุง

หนีไปเจ้าหญิง ก่อนที่มันจะมา

มัน? ใครกันคะ

มันมัน

ฉันจับแขนคุณลุงเพื่อที่จะฟังชื่อนั้นชัดๆ ใคร? ใครจะมา แล้วที่นี่ที่ไหนกัน

มันคิงอาห์

ฉันหยุดกึก เสียงหัวเราะดังก้องแสบแก้วหู เสียงเด็กร้องระงม เด็กมาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วเสียงหัวเราะนั้นล่ะ ชั่วพริบตาฉันคิดถึงมาร์คัสขึ้นมาจับใจ

 

-               - - - -The arching sky- - - - -

 

มาร์คัสกำมือแน่น เขารู้ดีว่าวินาทีนี้ไม่มีทางที่เทวาซจะตวัดดาบออกไปได้ทัน พลังของเฮเลียสเร็วกว่า แต่ที่เร็วกว่าคือเสียงของเขาเอง

หากพูดคำว่า ยอมแพ้ ทุกอย่างจะยุติ และอาเม่จะไม่เป็นอะไร

ทุกคนกลั้นหายใจ แม้แต่ตัวมาร์คัสเองก็ตาม รัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนกัดริมฝีปาก เฮเลียสตะโกนเร่ง

เร็วเข้ามาร์คัส!

ยะ…/มาร์คัส

เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงของอาเม่ที่สะดุ้งตื่นขึ้นมา เจ้าหญิงแห่งเอลเดอร์ลุกขึ้นนั่งด้วยดวงตาลุกโพลง หลังจากปรับสายตาได้แล้ว เธอจึงเห็นว่าสิ่งที่อยู่เหนือตัวเองคืออะไร เฮเลียสสบถด้วยความแค้น แล้วผลึกน้ำแข็งก็พุ่งตรงเข้าใส่อาเม่

ไวท์ดีเฟนซ์!

อาเม่เร็วกว่า ผลึกน้ำแข็งแตกกระจาย จังหวะเดียวกันนั้นเองเทวาซก็ตวัดดาบ โกเล็มฟาดกระบอง เฮเลียสเสียหลัก โดนดาบฟันแขนซ้ายขาด และถูกกระบองฟาดกระแทกไปที่หน้าอกจนกระเด็น แฟรี่โรสมองตามบัดดี้ของตัวเองอย่างทำอะไรไม่ได้ อาเม่ลุกขึ้นเพื่อจะไปช่วย แต่แล้วสิ่งหนึ่งก็ทำให้เจ้าหญิงแห่งเอลเดอร์ต้องหันกลับไปมอง

 

-               - - - -The arching sky- - - - -

 

ความรู้สึกหนาวเย็นแผ่กระจายไปทั่ว ฉันคิดว่าฉันมองเห็นออร่าสีดำลอยออกจากตัวของมาร์คัส รู้สึกหนักอึ้งที่หัวไหล่ ฉันถูกกดให้นั่งลงบนพื้นโดยที่ไม่มีใครมาโดนตัว มาร์คัสยืนนิ่งด้วยท่วงท่าเหมือนเคย หากแต่ความรู้สึกกลับไม่ใช่มาร์คัสคนเดิม ดวงตาของเขาเป็นสีแดง ความเงียบเข้าครอบคลุม โดยปกติแล้วการต่อสู้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นภายในลานดวงจันทร์เท่านั้น ผู้ชมภายนอกจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย แต่ฉันเชื่อว่าตอนนี้ทุกคนต่างก็โดนสะกดด้วยจิตที่น่ากลัวนี้ จิตสังหาร!

ทุกคนถูกบังคับให้คุกเข่าโดยที่ตัวเองไม่อยาก รู้สึกเหมือนไหล่หนักอึ้งด้วยอะไรบางอย่าง เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรง อะไรบางอย่างในหัวร้องบอกว่า ถ้าฉันไม่ทำจะมีบางสิ่งที่น่ากลัวเกินคาดคิดเกิดขึ้น ฉันจึงยอมทำตาม แม้แต่โกเล็มและเทวาซก็ยังต้องคุกเข่าให้มาร์คัส ฉันกลืนน้ำลายไม่ลง ดวงตามองเห็นเพียงแค่มาร์คัสที่เปลี่ยนไป

มาร์คัสยกมือขึ้นแล้วกัดนิ้วตัวเอง ก่อนจะขีดเลือดตัวเองลงบนพื้น แค่นั้นฉันก็รู้แล้วมาร์คัสกำลังจะเรียกวิญญาณ และตอนนี้วิญญาณที่สูงที่สุดในครอบครองของเขา ซึ่งก็คือเทวาซถูกเรียกออกมาแล้ว เหลือก็แต่วิญญาณปีศาจ

พอส

คำพูดของมาร์คัสกลายเป็นลมเบาๆ อีกครั้ง ต้องใช้ความพยายามมหาศาลจึงจะเอาชนะจิตสังหารนั้นได้ ออร่าความน่ากลัวค่อยๆ หายไป ฉันลุกขึ้นยืน แล้วก้าวย่างไปหาเฮเลียสที่กำลังทุรนทุรายด้วยความกลัวผสมความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียแขนไป

เฮเลียส น้ำตาของฉันสามารถรักษาแผลได้ ฉันสัญญาว่านายจะได้แขนอันเดิมของนายอยู่ที่เดิม

ฉันมองไปยังแขนซ้ายที่ตกอยู่ข้างๆ ไม่อยากรักษาให้มันเลย เสียดายน้ำตา

นอกจากนายจะเลือกชัยชนะของนายมากกว่าแขนที่ขาดไปแล้ว

ฉันยักคิ้วให้กับปีศาจในร่างมนุษย์ตรงหน้า

เลือกเอาละกัน จะยอมแพ้โดยดี หรือจะเสียแขนซ้ายไปตลอดกาล

 

858 ความคิดเห็น