ส ง ค ร า ม ข้ า ม ข อ บ ฟ้ า ::: The arching sky

ตอนที่ 16 : การประลองของเจ้าหญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.พ. 61

ความรัก

เสี่ยวได้อีก

ฉันขนลุกซู่ราวปวดอึ เมื่อได้ยินลีโอพูดคำที่ลิเกสุดจะบรรยาย ตอนแม่รองท้องไอ้หมอนี่คงต้องกินน้ำเน่าเข้าไปหนึ่งคลอง ถึงได้ออกมาจรรโลงโลกได้ขนาดนี้

จะว่าไป พี่น้องท้องเดียวกับลีโอก็ไม่ค่อยปกติเท่าไรอยู่แล้ว ดูอเมทรินสิ ตัวพ่อเลย

คาร์นกับเพรย์ช่าขึ้นห้องไปท่องยุทธภพตามปกติ (คือฆ่ากันนั่นเอง) ส่วนลีโอก็ไปท่องเหมือนกัน ท่องราตรีกับบรรดาเจ้าหญิงในวังเอซีร์ ฉันลากหนังสือ การอ่านจิตใจคน ลงมานั่งอ่านที่ห้องนั่งเล่นวังเอซีร์ เพราะค้นพบแล้วว่าการอ่านหนังสือในที่ที่มีคน ประสบความสำเร็จกว่าการอ่านไปด้วยระแวงเนเต้ไปด้วย

แต่สงสัยฉันจะคิดผิด ทันทีที่ฉันลากหนังสือปึกมหึมาตั้งบนตักได้สำเร็จ ฟาเบียนก็โผล่หัวมา

เจ้าหญิง

หมอนั่นยักคิ้วข้างหนึ่งให้ฉัน ฉันไม่รู้จะทำยังไงนอกจากส่งยิ้มตอบกลับไปให้ อ๋า...ตูจะมีชีวิตส่วนตัว อย่ามายุ่ง ขอร้อง

วันก่อนคาร์นเรียกฉันไปคุยเรื่องหมอนี่โดยเฉพาะ คาร์นบอกให้อยู่ห่างๆ ฟาเบียนเข้าไว้ เขารู้กันทั่วว่าหมอนี่ตีสนิทกับคนอื่นเพื่อหวังจะขโมยความลับของคนคนนั้นไป และขายต่อให้ผู้ที่อยากซื้อ โดยเฉพาะความลับของเจ้าหญิงเจ้าชายแห่งเมืองต่างๆ นี่แหละสินค้าชิ้นดี

ขยันจังเลยนะขอรับ กระผมยังไม่ได้อ่านสักตัว

จะขยันกว่านี้ถ้าไม่มีคนนั่งอยู่ข้างๆ

อ๋า...จ๊ะ งั้นนายก็รีบไปอ่านซะสิ

ฉันไล่แบบตรงๆ แต่คนถูกไล่กลับยิ้มแย้มแจ่มใสราวคำไล่เป็นโอสถทิพย์

คือ...กระผมเครียดนิดหน่อยน่ะขอรับ อยากมีคนนั่งคุยด้วยเป็นเพื่อน ไม่ทราบว่าเจ้าหญิงจะกรุณา

ฉันก็เครียดนิดหน่อยเหมือนกัน อยากอยู่คนเดียว

ฟาเบียนหัวเราะอย่างกับฉันปล่อยมุกตลก (ตูไม่ได้มุกนะ คิดงั้นจริงๆ) แล้วนั่งลงบนโซฟาข้างๆ ฉันอย่างไม่ต้องรอขออนุญาต

เจ้าหญิงขอรับ อยากรู้ความลับของเจ้าหญิงคนไหนในสภากลางแห่งนี้รึเปล่าขอรับ

ตอนนี้อยากอ่านหนังสือมากกว่า

แล้วไม่อยากรู้เหรอขอรับ ว่าความลับของเจ้าชายคนอื่นน่ะเป็นยังไง

การอ่านจิตใจคนนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่จะมาเป็นผู้นำ เพราะทำให้เราสามารถเข้าใจลึกซึ้งถึงจิตใจคนที่อยู่ภายใต้การปกครองของเราได้ และเราก็จะสามารถทำงานร่วมกับคนเหล่านั้นได้อย่างมีความสุข

งั้นเจ้าหญิงจะต้องอยากรู้ความลับของตัวกระผมเป็นแน่

หากเราสามารถจำแนกจิตใจมนุษย์ออกจากคำว่า อคติ ได้แล้วนั้น การอ่านใจคนจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนธรรมดาอีกต่อไป โดยการอ่านจิตใจสามารถเรียนได้หากเรามีความเข้าใจในจิตวิทยาดีพอ

ถ้าเกิดเป็นความลับของมาร์คัส แห่งฟอร์กอตเทนล่ะขอรับ

ฉันหยุดอ่านแล้วเงยหน้ามองฟาเบียน ทีแรกกะจะชกหมอนี่สักหมัดให้กระเด็น แต่พอได้ยินชื่อมาร์คัส ต่อมความอยากรู้ก็เริ่มทำงาน

ทำหน้าอย่างนั้น แสดงว่าสนใจสินะขอรับ

ฟาเบียนเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ ฉันรีบตีหน้าเคร่งขรึมแล้วพูดช้าๆ ชัดๆ

ฟังนะฟาเบียน ฉันกับมาร์คัสไม่ได้มีความลับอะไรต่อกัน เรื่องอะไรฉันจะอยากรู้ในเรื่องที่ฉันรู้แล้วด้วย

ความจริงคือ...เป็นกระบุง

ฟาเบียนเอนหลังพิงโซฟาแล้วยิ้มกริ่ม

คนเราในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีพื้นที่ของตัวเองที่ไม่อยากให้ใครย่างกรายเข้ามาใกล้ทั้งนั้นแหละขอรับ ต่อให้เป็นพ่อแม่ เพื่อนสนิท หรือแม้แต่คนรักเองก็เถอะ เจ้าหญิงเองก็ต้องมีความลับที่บอกใครไม่ได้บ้างละ

เสียใจนะฟาเบียน ดูเหมือนฉันจะไม่มีอะไรอย่างที่นายว่า

ฉันปิดหนังสือเตรียมตัวจะขึ้นห้อง แต่มือของฟาเบียนไวกว่า หมอนั่นแย่งหนังสือในมือฉันไปถือไว้

แน่ใจเหรอขอรับ เจ้าหญิงไม่มีความลับ หรือไม่รู้ว่าตัวเองมีกันแน่

ฉันเอื้อมมือไปจับหนังสือเอาไว้แล้วมองหน้าฟาเบียน เจ้าชายแห่งไคลซิสยิ้มกว้างอวดเขี้ยวเก๋

ยกตัวอย่างนะขอรับ

ฟาเบียนหันมองไปทางเจ้าหญิงคนหนึ่ง ผู้มีผมยาวตรงสีดำเข้ม ดวงตาคม ใบหน้าเล็ก ชอบแต่งกายด้วยกางเกงยีนส์เอวต่ำ เสื้อโชว์สะดือ และหุ่นดีชนิดที่ผู้ชายคอเคล็ดไปหลายรายเวลายายนี่เดินผ่าน

นั่นน่ะ เจ้าหญิงโดโรธี แห่งเมืองอลิเซีย

ฉันรู้จักน่าฟาเบียน เจ้าหญิงโดโรธีที่เป็นนักล่ามังกรมือฉมัง ฉันเจอเขาบ่อยๆ ในงานสมาพันธ์เวทขาว อลิเซียเป็นเมืองเวทขาวที่มีประชากรผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะฉะนั้นนักสู้ผู้หญิงของเมืองนี้จะเก่งเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ

นั่นคงเป็นเหตุผลกระมังขอรับเจ้าหญิง ใครจะไปคิดว่าเจ้าหญิงโดโรธีผู้เซ็กซี่และทำร้ายจิตใจผู้ชายมานักต่อนักจะชอบผู้หญิงด้วยกัน

ฉันค้างอยู่กับที่ โดโรธีมีใบหน้าหวานราวกับลูกกวาด เวลายายนั่นยิ้มก็กุมหัวใจผู้ชายไว้ทั้งโลก คาร์นยังเคยเป็นหนึ่งในผู้ชายพวกนั้นเลย ถึงว่าทำไมมันถอนทัพ เพราะเรื่องนี้นี่เอง

คู่ทอมของคุณเธอก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั่นแหละขอรับ ข้างๆ นั่นไง เบียงก้า...ผู้ชายในร่างเจ้าหญิง จากเทือกเขาจูดิช อันนี้ผมคิดเองว่าเพราะความยากลำบากที่ต้องอยู่อย่างหนาวเหน็บบนยอดเขารึเปล่า ทำให้เจ้าหญิงเบียงก้าที่แสนจะอรชรอ้อนแอ้น เปลี่ยนเป็นผู้หญิงร่างถึกแถมจิตใจยังเข้มแข็งกว่าชายชาตรีพันเท่า สองคนนี้เลยได้ครองคู่กันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

ฉันอ้าปากค้าง จริงอยู่ที่เบียงก้าแลดูหล่อมากกว่าจะสวย แต่การจับคู่กันระหว่างยายนี่กับโดโรธีก็เป็นอะไรที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อน เบียงก้าผู้มีร่างผอมแต่ไม่บาง แขนมีกล้ามเล็กน้อยเหมือนผู้ชาย ผมสั้นกุดสีขาวนั้นอาจจะดูเท่กว่าเจ้าชายบางคนในสภากลางซะอีก อาอยากเห็นสีหน้าคาร์นตอนรู้เรื่องนี้จัง

เป็นที่รู้ๆ กันนะขอรับ ว่าเมืองอลิเซียเข้มงวดเรื่องการคบกับชาวเวทดำขนาดไหน โดโรธีต้องปิดบังเรื่องของเบียงก้าไว้ เพราะถึงแม้ราชินีจะรับเรื่องที่ตนชอบผู้หญิงได้ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นคือชาวเวทสีดำ ปัญหาเกิดแน่นอน ส่วนเทือกเขาจูดิชก็ฝากความหวังไว้กับลูกสาวตัวเองเหลือเกิน ราชาและราชินีคงจะป่วยหนัก ถ้ารู้ว่าลูกสาวที่อุตส่าห์เลี้ยงให้เติบโตเกิดอยากเป็นราชามากกว่าราชินี

ฉันกลืนน้ำลาย เห็นความยากลำบากของสองคนนี้แล้วก็ต้องขอยกนิ้วให้ รักไม่มีพรมแดนจริงๆ

แล้วนี่ นายไปรู้เรื่องเขาได้ไงเนี่ย

เจ้าหญิงขอรับ กระผมกระหายความลับยิ่งกว่าข้าวปลาอาหารอีกขอรับ

งั้นก็พอได้แล้ว ฉันจะขึ้นห้อง

อยู่ด้วยแล้วกลัวว่ะ มันจะรู้มั้ยวะว่าถุงเท้าฉันขาด ฉันลุกขึ้นแต่แล้วฟาเบียนก็ดึงให้ฉันนั่งลงเหมือนเดิม

ไม่อยากรู้เรื่องของคนอื่นต่อแล้วเหรอขอรับ

พอ มันไม่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของฉัน

แต่ฟาเบียนไม่ฟัง หมอนั่นหันไปอีกทางหนึ่ง เจ้าหญิงเวทดำคนหนึ่งกำลังนั่งขัดไม้คทาของตัวเองไปมา เธอมีผมหยักศกสีบรอนซ์ ดวงตาสีฟ้าอ่อน สวมหมวกทรงสูงเหมือนนักมายากล และใส่เสื้อผ้าที่ทำจากหนังสีดำช่วยรัดและขับให้หุ่นสวยงามดูอวบอั๋นมากยิ่งขึ้น

แฟรงกี้ หรือ ฟรานเซสก้า เจ้าหญิงจากเมืองแห่งสาวงาม ลาแบลล่า พูดได้เต็มปากว่าแฟรงกี้ช่างงดงาม เจ้ามารยา และเก่งสมกับเป็นธิดาหกเมืองแห่งเวทดำ แต่รู้อะไรมั้ยเจ้าหญิงอาเม่ ยายนี่ละตัวร้าย ทะเยอทะยาน เจ้าแผนการสุดๆ จุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งที่ยายนี่ทำการทดสอบทายาทครองนครก็คือ การได้ดีทางลัดโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่อาศัยเสน่ห์ของเจ้าหล่อนก็พอ

เอาละ...ฟาเบียน ฉันว่าฉันจะขึ้นไปอ่านหนังสือแล้วละนะ

เจ้าหญิงอาจรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง จริงอยู่คนที่ยายแฟรงกี้จะจับน่ะมีแต่บรรดาเจ้าชายเท่านั้น แต่รู้อะไรมั้ย ลีโอพาร์ทและคาร์เนเลียนเองก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของยายนี่ด้วย

ว่าไงนะ!

ฉันหันไปมองเจ้าหญิงฟรานเซสก้า นี่ลูกหลานของแอเดลจริงๆ เหรอเนี่ย

ฉันเชื่อว่าพี่ชายฉันเอาตัวรอดได้ หรือมองอีกมุมหนึ่ง คนที่เป็นเหยื่ออาจเป็นแฟรงกี้เองก็ได้นะ

แล้วจะตกใจอีกรึเปล่าขอรับ ถ้าจะบอกว่ามาร์คัสเองก็เป็นอีกคนที่แฟรงกี้เลือกไว้

หา!

ฟาเบียนยักคิ้วให้ฉัน ก่อนจะดึงฉันเข้าไปหาช้าๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

ถ้าใช้บริการกระผม เจ้าหญิงจะรู้ความลับของแฟรงกี้ และกลวิธีที่จะช่วยพี่ชายและบัดดี้ของเจ้าหญิงให้รอดพ้นจากผู้หญิงคนนี้แน่นอน

หมายความว่าฉันต้องจ่ายให้นายเหรอ

และต้องอย่างงามด้วย

ฉันเอาหนังสือกระแทกหน้าหมอนั่นแล้วลุกขึ้น ท่ามกลางสายตาของคนที่อยู่รอบบริเวณ ฟาเบียนถูหน้าของตัวเองไปมาเพื่อลดอาการเจ็บ แต่ก็ยังอุตส่าห์หันมาจับมือฉันไว้อีก

แล้วความลับของรัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนล่ะขอรับ เจ้าหญิงไม่ต้องรู้งั้นรึ

ฉันชะงักในบัดดล หมอนี่ต้องการอะไรจากฉันนอกจากเงินกันแน่

เหนือสิ่งอื่นใด ฉันยืนตัวแข็งทื่ออย่างกับโดนแช่แข็งในขั้วโลกเหนือเมื่อเห็นมาร์คัสในห้องนั่งเล่น หมอนั่นยืนมองฉันจับมือกับฟาเบียน ฉันไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้เลย เพราะสายตาเย็นชานั้นได้แช่แข็งฉันไว้แล้ว มาร์คัสมองหน้าฉัน ไม่แสดงสีหน้าใดๆ แล้วหันหลังเดินขึ้นห้องไป

ดะ...เดี๋ยวสิ มะ

ฉันอ้าปากจะเรียกแต่ก็หยุดเอาไว้ ความคิดของฉันรั้งมันไว้อีกตามเคย ทำไมฉันต้องง้อทุกทีเลยนะ หมอนั่นไม่เคยจะเดินเข้ามาถามความจริงด้วยตัวเองเลย มีแต่ฉันต้องเดินเข้าไปบอก ที่สำคัญทำไมถึงโผล่มาช็อตเด็ดพอดีเลยวะ

โอ๊ะโอ เรื่องใหญ่ซะแล้วนะขอรับ ไม่เป็นไรขอรับเจ้าหญิง เดี๋ยวกระผมจะไปบอกความจริงเอง

ไม่เป็นไรฟาเบียน ช่างเถอะ

ฉันนั่งลงบนโซฟาตามเดิมแล้วเอนหลังพิง ความวัวไม่ทันหาย ความควายวิ่งเข้ามาแทรก ไม่ใช่ควายธรรมดา เป็นควายป่าด้วย เรื่องเมื่อตอนกลางวันยังไม่รู้ว่าอีตามาร์คัสโกรธอะไรด้วยซ้ำ นี่ฉันยังก่อคดีซ้ำซ้อนอีกเหรอเนี่ย

เจ้าหญิงเครียดขนาดนี้เลยรึขอรับ มาร์คัสคงสำคัญกับเจ้าหญิงมาก

ไม่เกี่ยวหรอกฟาเบียน แค่ฉันรำคาญเวลาหมอนั่นทำหน้าไม่พอใจเท่านั้นเอง

เจ้าหญิงอย่าได้ถือสาเลยขอรับ ใครๆ ก็รู้ว่ารัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนน่ะเป็นยังไง มาร์คัสถูกเลี้ยงมาไม่เหมือนพวกเราหรอกขอรับ ไม่มีเพื่อนตั้งแต่เด็ก ก็เลยไม่รู้วิธีที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น คงเพราะพลังที่น่ากลัวนั่นแน่ๆ ที่ทำให้ไม่มีใครอยากยุ่งกับมาร์คัส

ฉันหันไปมองฟาเบียน หมอนั่นยังคงพล่ามต่อไป

พลังของมาร์คัสน่ากลัวมากเลยนะขอรับ ตอนแรกกระผมตกใจแทบตายที่รู้ว่าต้องทดสอบปีเดียวกับหมอนี่ ในเมืองกระผมรู้กันหมดว่าพลังของมาร์คัสน่ะสามารถฆ่าคนได้แม้ไม่แตะต้องตัว เคยได้ยินว่าตอนเด็กๆ หมอนี่ฆ่าพี่เลี้ยงตัวเองเป็นว่าเล่นเลย จนในที่สุดก็ไม่มีใครกล้าทำหน้าที่นั้น มาร์คัสก็เลยเติบโตมาโดยที่ไม่ได้อยู่กับใคร กระผมว่าสภากลางควรจับไอ้ตัวอันตรายนี่ให้ไปทดสอบคนเดียวซะเลยนะขอรับ เป็นฆาตกรตั้งแต่เด็กอย่างนั้น ไม่สมควรหายใจร่วมกับเจ้าหญิงเจ้าชายผู้สูงศักดิ์อย่างพวกเราด้วยซ้ำ

ผัวะ!

คราวนี้ไม่ใช่กระแทกหน้า แต่เป็นตบ ฟาเบียนกระเด็นตกจากโซฟาทันทีที่ฉันใช้หนังสือฟาดใส่

อุ๊ย! ฟาเบียน ขอโทษนะจ๊ะ ไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่จะลุกขึ้น

ฉันย่างสามขุมไปหาหมอนั่นแล้วพูดด้วยเสียงอันดัง เจ้าหญิงและเจ้าชายทุกคนได้ยินกันทั่ว

ฉันแค่ไม่อยากฟังน่ะจ้ะ เรื่องที่ฟาเบียนนินทาเจ้าหญิงโดโรธีกับเจ้าหญิงเบียงก้า สองคนนั้นเป็นคนดีออก ทำไมฟาเบียนต้องไปด่าถึงพ่อแม่เขาด้วยล่ะจ๊ะ แล้วไหนจะเรื่องเจ้าหญิงแฟรงกี้อีก แค่เธอสวย ฟาเบียนก็ด่าซะเสียๆ หายๆ แล้วเหรอ ไม่สมกับเป็นผู้ชายเลยนะ ฉันไปอ่านหนังสือต่อดีกว่า บายนะจ๊ะฟาเบียน หวังว่าเจอกันครั้งต่อไปคงยังไม่ตายนะจ๊ะ

ฉันส่งยิ้มให้แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องนั้นให้เร็วที่สุด ได้ยินเสียงดาบและเวทดังตามหลังมาติดๆ อือ...ขอให้รอดละกัน

ไม่รู้ว่าคาร์เนเลียนจะอ่านประวัติศาสตร์โลกรึยัง ฉันอยากจะอ่านอีกรอบหนึ่ง จะได้อ่านให้มันจบๆ ซะ ฉันเดินไปยังห้องของคาร์น เคาะประตูเรียก แล้วเดินเข้าไปหาพี่ชายคนรอง

มีธุระอะไร

หมอนี่ไม่เคยคิดถึงฉันหรอก

ฉันมาถามว่าพี่อ่านหนังสือเล่มนั้นจบรึยัง คือฉันยังอ่านไม่เสร็จเลยอยากจะยืมอ่านต่อ

คาร์นมองฉันแล้วเลิกคิ้ว

แกเพิ่งให้ฉันมาเมื่อสามชั่วโมงก่อนเนี่ยนะ

ก็มาบอกไว้ก่อนไง พี่ห้ามให้ใครก่อนนะ

ไม่ได้ เพรย์ช่าจองไว้แล้ว

เชอะ...ค่อยต่อหลังเพรย์ช่าก็ได้ แต่เดี๋ยวนะ!

คาร์น นี่พี่ญาติดีกับเพรย์ช่าตั้งแต่เมื่อไหร่

คาร์เนเลียนเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมามองฉัน

อะไรของแก

ก็ปกติพี่ไม่สนใจเพรย์ช่า แต่นี่พี่ดันให้ยายนั่นอ่านก่อนฉัน พี่เห็นยายนั่นสำคัญกว่าฉันอีกเหรอ

อาเม่ เลิกบ้าแล้วออกจากห้องฉันไปซะ

ฉันกระโดดไปหาพี่ชายคนรอง ไม่อยากเชื่อว่าพี่ชายฉันจะเขินเป็น

คาร์น อย่าบอกนะว่าพี่กับเพรย์ช่า

ถ้าแกอยากหายไปตลอดกาลด้วยเวทที่ฉันคิดขึ้นมาใหม่ละก็

คาร์เนเลียนยกคทาขึ้นมาขู่ ฉันถอยหลังออกไป เจ้าชายคาร์เนเลียนไม่เคยล้อเล่นกับน้องสาวหรอก

ไม่ต้องมายุ่งเรื่องฉันหรอก เอาเรื่องแกกับมาร์คัสให้รอดก่อนดีกว่า

คาร์น พี่ก็เป็นไปกับเขาอีกคน ฉันกับมาร์คัสไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้นแหละ

เจ้าชายนักเวทแห่งเอลเดอร์หันมามองหน้าฉัน แล้วทำหน้าสั่งสอน

เวลาแกทำอะไรน่ะ นึกถึงจิตใจมาร์คัสบ้างสิอาเม่

ฉันทำอะไรผิดอีกฟะ

ทำไมทุกคนชอบว่าฉันอยู่เรื่อย รู้มั้ยเวลามีเรื่องอะไรฉันต้องเป็นฝ่ายง้ออีตามาร์คัสตลอด

รอให้มาร์คัสมาง้อแก ฉันก็แก่ตายพอดี

ก็นั่นแหละ แล้วทุกคนเคยคิดถึงจิตใจฉันที่ต้องไปง้อมันบ้างมั้ย

คาร์เนเลียนมองหน้าฉันแล้วถอนหายใจ

พี่เป็นไรอะ คาร์น

ไม่น่าเกิดมามีน้องโง่ๆ แบบนี้เลยว่ะ

แอ่ว...เศร้า ตูผิดอีก

ฉันลุกขึ้นจะกลับห้อง อยู่ต่อมีแต่จะโดนด่า กลับไปอ่านหนังสือดีกว่า จะได้แวบไปดูด้วยว่าศพของฟาเบียนสวยรึเปล่า

เออใช่...คาร์น

ฉันนึกขึ้นได้ รีบหันไปหาพี่ชายคนรองก่อนจะปิดประตูห้อง

มีอะไร

โดโรธีที่พี่เคยชอบน่ะ

คาร์นนิ่งไป แต่ก็ยังไม่ยอมหันมามองฉัน

เขาคบอยู่กับเจ้าหญิงเบียงก้า จากเทือกเขาจูดิชนะ

ฉันหยุดรอเพื่อจะเห็นสีหน้าของคาร์น แต่พี่ชายคนดีก็ไม่แสดงอาการอะไรให้เห็นเลย ฉันชะโงกหน้าไปดูและก็พบว่า...มันช็อกตายคาที่ไปแล้ว

เอ่อ...คาร์น พี่เป็นอะไรรึเปล่า

ตูเกลียดเวทดำ

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนประตูห้องคาร์นจะปิด ฉันหัวเราะคิกคักแล้วเดินกลับห้องไปอย่างสบายใจ

เอาน่า อย่างน้อยฟาเบียนก็มีข้อดีบ้างละ

 

-               - - - -The arching sky- - - -

 

ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวาน ฉันก็ไม่เห็นหน้าฟาเบียนอีกเลย ไม่รู้ถูกหั่นเป็นกี่ชิ้นไปแล้ว ฉันเริงร่ามานั่งเล่นในห้องนั่งเล่นวังเอซีร์หลังเวลาอาหารเที่ยง วันนี้ฉันรีบกินก่อนคนอื่นเพื่อจะได้อ่านหนังสือให้จบเร็วๆ ก็เลยไม่เจอใคร แม้แต่ลีโอกับไอริสที่มักไปถึงห้องอาหารคนแรกเสมอก็ไม่เจอ อีตามาร์คัสน่ะเหรอ อย่าหวังว่าจะได้เห็นเงาหัว

เจ้าหญิงแฟรงกี้เดินตามฉันเข้ามาเป็นคนที่สอง แฟรงกี้จ้องหน้าฉัน พอฉันสบตาด้วยยายนั่นก็ยิ้มผูกมิตรมาให้ ฉันยิ้มตอบแล้วก้มลงอ่านหนังสือต่อ ในขณะที่เจ้าหญิงคนอื่นๆ เริ่มทยอยเข้ามาในห้องกันแล้ว

เป็นไง โจนาธานน่ะหล่อเหมือนอย่างที่พี่พูดไว้มั้ยล่ะ

ไวโอลีน พี่นี่ตาถึงจริงๆ แต่ฉันก็ยังชอบไทธ์มากกว่าอยู่ดี

ฉันเงยหน้าเมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว (ความจริงคือได้ยินคำว่า ไทธ์) ของสองพี่น้องฝาแฝด ไวโอลีนกับวิโอล่า เจ้าหญิงฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ สองคนนั้นเดินเข้ามาแล้วก็ถกเถียงกันเรื่องผู้ชาย (อยากเข้าร่วมด้วยจัง)

วันนี้กุ้งอบไม่อร่อยเลยเนอะ

แต่หอยเชลล์เขาทำใช้ได้เลยนะ

ตามมาติดๆ ด้วยเบียงก้าและโดโรธี ทั้งสองคนเดินผ่านฉันไป โจทก์เก่าทั้งนั้น

เจ้าหญิงหลายคนทยอยกันเข้ามาในห้อง รวมถึงเพรย์ช่าและไอริสด้วย น่าแปลกที่ไม่มีผู้ชายตามเข้ามาสักคน

ไง ฉันคิดว่าเธอถูกลักพาตัวไปซะแล้ว หายสาบสูญไปเลยนะ

ไอริสเดินมานั่งข้างๆ แล้วทักทายฉัน ก่อนจะตะไบเล็บตัวเอง

น้อยๆ หน่อยเหอะย่ะ เมื่อเช้าก็ยังเจอกันอยู่เลย

อย่าถือเลยอาเม่ ยายนี่ความจำสั้น วันๆ จำได้แต่เรื่องผู้ชายเท่านั้นแหละ

เพรย์ช่ากัดไอริสคำใหญ่ แล้วจัดการตัดชุดของคิส ตุ๊กตาต่อสู้ของตัวเองต่อ

ยายเตี้ย ถ้าปากว่างมากก็ไปเถียงกับคาร์เนเลียนต่อก็ได้นะ

ยังดี อย่างน้อยฉันก็มีคนให้เถียง ว่าแต่เธอเถอะ พักนี้ไม่ค่อยอยู่กับลีโอเลยนะ หรือว่าถูกนอกใจซะแล้ว

เพรย์ช่าราดน้ำมันลงไปสองแกลลอนใหญ่ ไม่ต้องถามว่าไฟของไอริสลุกโชติช่วงแค่ไหน แล้วตูจะได้อ่านหนังสือมั้ย

ลีโอน่ะ ไม่มีวันนอกใจฉันหรอกย่ะ

เหรอ แล้วที่หงุดหงิดอยู่ทุกวันมันเรื่องอะไรเหรอจ๊ะ

ไอริสเกือบจะเตะเพรย์ช่าอยู่รอมร่อ ถ้าสองพี่น้องไวโอลีนกับวิโอล่าไม่เปลี่ยนเรื่องคุยกะทันหัน

จะว่าไปคาร์เนเลียนแห่งเอลเดอร์ก็หน้าตาดีนะพี่ ดูเงียบๆ ขรึมๆ

แต่พี่ชอบแบบลีโอพาร์ทมากกว่า เจ้าชู้ปากหวาน ท้าทายดี

ไอริสกับเพรย์ช่ารีบหันขวับไปร่วมวงด้วยโดยไม่รอให้สองฝาแฝดเชื้อเชิญ

คาร์เนเลียนแห่งเอลเดอร์มองตรงไหนดูดีไม่ทราบ

เอ่อ...เพรย์ช่า ฉันว่าพี่ชายฉันก็หล่อใช้ได้นะ

แล้วลีโอพาร์ทเจ้าชู้ปากหวานเหรอ ลองมาอยู่ด้วยมั้ยล่ะ โคตรจะท้าทายเลย เธอไม่มีวันจับหมอนั่นได้อยู่หมัดหรอก

แล้วไอริสอะไรเข้ามันฟะ

เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังขึ้นจากแขกที่ไม่ได้รับเชิญ แฟรงกี้นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวกลางห้อง มองหน้าไอริสและเพรย์ช่า

จริงๆ แล้วลีโอพาร์ทกับคาร์เนเลียนน่ะติดอันดับหนึ่งในห้าเจ้าชายที่หน้าตาดีที่สุดในสภากลางปีนี้เลยนะ ถ้าพวกเธอสองคนมีความเห็นว่าสองคนนั้นไม่ดี แล้วใครล่ะที่พวกเธอคิดว่าดี

ไอริสกับเพรย์ช่ากะพริบตาปริบๆ ทำไมมันนึกไม่ออกนะ แฟรงกี้หันมาทางฉัน

อาเม่ เธอคิดว่าใครในสภากลางที่หล่อพอจะสู้พี่ชายเธอได้บ้าง

คราวนี้ทุกคนหันมามองฉัน ไม่เว้นแม้แต่โดโรธีและเบียงก้า ฉันอ้าปากเกือบจะพูดชื่อรัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนออกไป แต่ถ้าพูดไปเมื่อไหร่ สมมติฐานของเพรย์ช่าและไอริส (ที่ว่าด้วยเรื่องฉันชอบอีตามาร์คัส) ก็จะเป็นจริงเมื่อนั้น ดังนั้นฉันจึงเบรกคำพูดเอาไว้ ทำไมต้องนึกชื่อหมอนั่นขึ้นมาก่อนนะ ฉันไม่ได้ชอบหมอนั่นเลยสักนิด แค่นึกชื่อขึ้นมาเป็นคนแรกแค่นั้นเอง

ไทฟอน

ทุกคนทำเสียงฮือฮาเมื่อฉันพูดชื่อนี้ออกไป สองสาวฝาแฝดไวโอลีนกับวิโอล่าถกเถียงกันไปมา แฟรงกี้ยิ้มมุมปาก

เธอจะบอกว่า ถ้าเลือกได้เธออยากเป็นแฟนของไทฟอนมากกว่าทุกคนในนี้ใช่มั้ยอาเม่

ได้ก็ดี เฮ้ย...ไม่ใช่ๆ

ฉันแค่บอกว่าหน้าตาดี แต่ถ้าเลือกได้ก็คงต้องคิดดูอีกที

คิดว่าจะเป็นแค่แฟนหรือภรรยา 555+

เดี๋ยวนะ ฉันขอค้าน ฉันว่าคาร์นหน้าตาดีกว่าไทฟอนนะ

เพรย์ช่ายกมือแย้ง ไอริสตามมาอีกคน

ใช่ อีกอย่างฉันบอกว่าลีโอน่ะนิสัยชวนปวดหัว ไม่เกี่ยวกับหน้าตาสักหน่อย ถ้าให้เลือก ฉันเลือกลีโอมากกว่า

แล้วสองคนนั้นก็หันมาเชิดใส่ฉัน อะไรฟะ

จะว่าไปการเลือกผู้ชายแค่หน้าตาอย่างเดียวคงไม่ได้หรอก มันต้องมีกึ๋นด้วย

โดโรธีพูดขึ้นมาบ้าง แล้วหันไปซบไหล่เบียงก้า

นั่นสิ ผู้ชายเดี๋ยวนี้มัวแต่เก๊กหล่อกันอยู่ได้ หารู้ไม่ว่าผู้หญิงเขาดูที่อย่างอื่น

เบียงก้าเสนออีกความเห็น พวกเธอสองคนชอบผู้หญิงไม่ใช่เรอะ

แต่ผู้ชายยิ่งกึ๋นเยอะ ความท้าทายยิ่งเยอะตาม การเอาชนะก็ยากขึ้นนะ

เสียงเย็นยะเยือกของบุคคลที่เงียบอยู่นานแล้วทำให้พวกเราทั้งหมดหันไปมอง เจ้าหญิงโอลิเวีย ผู้มีรอยสักรูปหัวใจบริเวณเหนือหน้าอกข้างซ้าย เจ้าหญิงจากดินแดนอความารีน เมืองแห่งน้ำ อันเป็นเมืองฝั่งตะวันออกของดินแดนเวทขาว โอลิเวียก้าวเข้ามาในวงสนทนาด้วย

สายตาเย็นยะเยือกของโอลิเวียจ้องมองฉัน เพรย์ช่า แล้วก็ไปหยุดที่สายตาร้อนเป็นไฟของไอริส

หรือพวกเธอไม่มีปัญญาที่จะหยุดผู้ชายพวกนั้น ถ้าอย่างนั้นจะเถียงกันว่าใครดีกว่าใครไปทำไม ไร้ประโยชน์ ในเมื่อรู้แล้วก็ทำอะไรไม่ได้

ถ้าพวกเธอคิดว่าทำได้จริง ช่วยสาธิตให้ดูก่อนเถอะแล้วค่อยพูด

ไอริสลุกขึ้นยืน โอลิเวียกอดอกจ้องตอบ แฟรงกี้หัวเราะร่าแล้วยืนขึ้นด้วย

ฉันยินดีรับคำท้า ไอริสแห่งเพิร์ธ

ไอริสหันไปมองแฟรงกี้แทน แฟรงกี้ย่างเท้าด้วยท่วงท่าราวกับนางแบบมายังไอริส ก่อนจะลูบหน้าเพื่อนสนิทฉันด้วยนิ้วเบาๆ

ผู้ชายร้อยทั้งร้อยเป็นต้องสยบแทบเท้าฉันทั้งนั้น ทีแรกฉันนึกว่าเธอจะเป็นคู่แข่งฉันนะ ไอริสแห่งเพิร์ธ แต่ดูจากที่เธอตอบโต้โอลิเวียแล้ว ฉันคิดว่าฉันชนะขาด

พูดจบแฟรงกี้ก็ผลักไอริส จนยายนั่นนั่งลงบนโซฟา

เธออยากให้ฉันเอาชนะผู้ชายคนไหนในสภากลางล่ะ บอกมาได้เลย

แฟรงกี้เดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดิมแล้วยกขาไขว่ห้างอย่างมั่นใจเต็มที่

ฉันร่วมด้วยสิ ยายนี่จะได้ไม่ต้องดูถูกฉัน

โอลิเวียเดินไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับแฟรงกี้ ทั้งสองคนจ้องมายังไอริส

ตกลง ฉันรับคำท้า ฉันขอแข่งกับพวกเธอสองคน

ไอริส โรคบ้ากำเริบ

เฮ้ น่าสนุกดีนี่ ให้ฉันตั้งกติกามั้ย ถ้าใครคนไหนได้หัวใจของผู้ชายก่อน คนนั้นชนะ

เบียงก้าที่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกไปแล้วตั้งกติกาบ้าๆ ขึ้นมา แต่โดโรธีก็ขัดไว้

ไม่เอาน่าเบียงก้า เกมอะไรก็ไม่รู้ นี่เรื่องหัวใจนะ เอามาล้อเล่นได้ที่ไหนกัน

ถูกต้อง มันต้องอย่างนั้นสิ สมกับเป็นเวทขาวจริงๆ

เปลี่ยนเป็นใครได้จูบก่อนดีกว่า ต้องจูบให้ทุกคนเห็นด้วยนะ แอบไปจุ๊บกันถือว่าเป็นโมฆะนะจ๊ะ

อ้าว...เฮ้ย ยายนี่อยู่เวทขาวจริงปะเนี่ย

ไวโอลีนและวิโอล่าเฮลั่น

เธอไม่เอาด้วยเหรอเพรย์ช่า

ฉันกระซิบถามคนนั่งข้างๆ เพรย์ช่ากระซิบตอบฉันมา

ไม่ละ ฉันยังรักชีวิตอยู่

ว่าแต่ ผู้ชายคนไหนล่ะที่อยากให้ฉันใช้เสน่ห์จัดการ

แฟรงกี้ม้วนผมตัวเองเล่น

ลีโอพาร์ทหรือคาร์เนเลียน

สองชื่อนั้นยายนั่นจงใจพูดใส่เพรย์ช่าและไอริส

เสียดายจัง ถ้ารวมไทฟอน ฉันจะเล่นด้วยแล้วเชียว

มีผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันมั่นใจว่าพวกเธอทำอะไรไม่ได้แน่

ไอริสตั้งกฎขึ้นมาด้วยแรงโทสะ ฉันกลืนน้ำลาย แฟรงกี้เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

มาร์คัส แห่งฟอร์กอตเทนแลนด์

บรรยากาศในห้องติดลบ ทุกคนเงียบอย่างกับโดนคำสาป แล้วฉันก็ต้องด่าตัวเองในใจ ทำไมไม่ใช้เวทพอสหยุดปากยายนี่ไว้ก่อนฟะ

เฮ้ๆ นี่จริงจังเหรอ

ฉันสะกิดไอริส ยายนั่นไม่ตอบฉัน เอาแต่มองไปยังแฟรงกี้และโอลิเวียด้วยสายตากวนอวัยวะเบื้องล่าง สองเจ้าหญิงผู้มั่นใจในความงามและอยากเอาชนะคนอื่นเต็มทีหยุดนิ่ง ฉันเห็นแววตาหวั่นไหวในดวงตาคู่นั้นของเจ้าหญิงฟรานเซสก้า แล้วเจ้าหญิงจากอาณาจักรลาแบลล่าก็ถามขึ้นมา

เธอรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมาแม่นักเต้น เอาอะไรมารับประกันว่าเราจะไม่โดนรัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนฆ่าตายก่อนได้จูบ

ไอริสยิ้มเยาะ

แฟรงกี้ เธอกำลังจะบอกว่าเธอไม่มีความสามารถมากพอที่จะจับรัชทายาทฟอร์กอตเทนให้อยู่หมัดเหรอ

ฉันหายใจไม่ทั่วท้อง มันคลื่นไส้เหมือนจะเป็นลม โอ๊ย...อยากวัดขนาดตัวไอ้พวกนี้ไว้จัง จะได้เตรียมโลงศพได้ถูก

นั่นน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอกไอริส ที่เธอโยนมาร์คัสมาให้เรา เพราะเธอกลัวลีโอจะตกหลุมรักเรารึเปล่า

โอลิเวียพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน แตกต่างจากแฟรงกี้ เพราะเจ้าหญิงจากเมืองแห่งน้ำมีสีหน้ามั่นใจกว่ามากว่าตนจะชนะ หนำซ้ำยังไตร่ตรองเรื่องทุกอย่างที่พูดเป็นอย่างดี ไอริสอึกอักแต่ก็ยังอุตส่าห์ตอบโต้ได้

ฉันไม่เคยกลัวอะไรอย่างนั้นอยู่แล้ว อย่าเปลี่ยนเรื่องเลยโอลิเวีย เธอจะรับข้อเสนอรึเปล่า

คนที่เปลี่ยนน่ะมันเธอนะยะ

โอลิเวียยิ้มกริ่มประหนึ่งมาร์คัสกำลังสยบแทบเท้าเธออยู่ แล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจที่สุด

ตกลง ไม่เกินมะรืนนี้ จูบของรัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนจะเป็นของฉัน ส่วนเธอ ไอริสแห่งเพิร์ธ เธอจะต้องได้จูบของลีโอพาร์ทบัดดี้เธอด้วย พอใจรึเปล่า

เหมือนยิงเข้าแสกหน้าแฟรงกี้ ไอริสพยักหน้าอย่างไม่รอรี ไอริสชนะใสอยู่แล้ว แต่เพรย์ช่าที่นั่งอยู่ข้างฉันกลับรำพึงว่า

ยายบ้าเอ๊ย

อะไรอ่า ฟายงง

แล้วเธอล่ะแฟรงกี้ ตกลงข้อเสนอรึเปล่า

โอลิเวียหันไปถามเพื่อนเจ้าหญิงที่นั่งหน้าถอดสีอยู่ข้างๆ แฟรงกี้รีบปรับสีหน้าตัวเองเปลี่ยนเป็นยิ้มแทน

ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ตราบใดที่มาร์คัสยังเป็นผู้ชาย ฉันคิดว่ายังไงฉันก็ชนะ

ปัญหาคือ จนบัดนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่ามันเป็นเกย์รึเปล่า

แจ๋ว ฉันร่วมด้วยสิ ฉันขอคาร์เนเลียน

วิโอล่ายกมือขึ้น

เฮ้ย ฉันด้วยสิ

ไวโอลีนสมัครอีกคน ฉันกุมขมับ อ๋า...นี่เหรออนาคตของชาติ

เบียงก้าหัวเราะร่า แล้วสรุปผล

เอาเป็นว่า ภายในวันมะรืนนี้ใครที่จูบคาร์นเลียน ลีโอพาร์ท หรือมาร์คัสได้ จะถือว่าเป็นยอดแห่งเจ้าหญิง ส่วนคนที่แพ้ก็ต้องคุกเข่าลงกับพื้นแล้วตะโกนว่า พวกเราเป็นเจ้าหญิงที่แย่ พวกเธอคงรู้นะ ว่าการมีชีวิตอยู่ในปราสาทไทแทนโดยถูกตราหน้าว่าเป็น ผู้แพ้ มันจะรู้สึกยังไง นี่ไม่ใช่การแข่งธรรมดา แต่เป็นการแข่งเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นเจ้าหญิงผู้กุมทุกอย่างไว้ในมือ

ทุกคนเฮลั่น ฉันเอนหลังพิงโซฟา อยากหายตัวไปให้พ้นๆ เพรย์ช่าถอนหายใจแล้วเย็บชุดให้คิสต่อ ส่วนไอริสกำลังนั่งกระดิกเท้า พร้อมแผนการที่วางไว้แล้วในหัวสมอง

ถ้ามันมีนะ

 

-               - - - -The arching sky- - - -

 

ทำไมพวกเธอไม่ห้ามฉัน

ไอริสโวยวายทันทีเมื่อฉันปิดประตูห้องนอน เพรย์ช่าทำหน้าแบบเดียวกับฉัน ก่อนจะนั่งลงบนเตียงนอนฉันแล้วเย็บชุดของคิสต่อ เจ้าหญิงนักเต้นไอริสเดินวนไปวนมาในห้องด้วยสีหน้าเหมือนคนใกล้ตาย

ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย จูบของลีโอพาร์ท โอ๊ย...ต่อหน้าสาธารณชนด้วย เต้นจนตายลีโอก็ไม่มีวันทำให้ฉันหรอก

นั่นมันของอุจจาระๆ ของเธอไม่ใช่เหรอไอริส เธอกับพี่ชายฉันจุ๊บกันออกจะบ่อย

ฉันเดินไปนั่งบนเก้าอี้แล้วจ้องมองเพื่อนเจ้าหญิงด้วยกัน เพรย์ช่ามองหน้าฉันแล้วหันไปมองไอริสเพื่อรอคำตอบ

เธอน่ะไม่เคยรู้อะไรเลยอาเม่

ไอริสควบคุมสติแล้วนั่งลงบนเตียงข้างๆ เพรย์ช่า

ลีโอไม่เหมือนเดิมแล้ว

อะไรที่ว่าไม่เหมือนเดิม มันก็ยังหน้าหม้อ ทำตัวหล่อ เก๊กไปวันๆ ฉลาดเป็นกรด แล้วก็ตดกลิ่นเดิม มีอะไรเปลี่ยนตรงไหนฟะ

ฉันน่าจะรู้เรื่องนี้ก่อน ไม่งั้นคงไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจอย่างนี้

ไอริสนอนแผ่บนเตียงฉัน ยายบ้า! ยังไม่อาบน้ำขึ้นเตียงตูทำไม

เดี๋ยวไอริส เธอเป็นอะไรเนี่ย ลีโอเนี่ยนะเปลี่ยนไป

เพรย์ช่าวางชุดของคิสไว้ข้างๆ แล้วตอบฉันแทน

อาเม่ เธอก็รู้ว่านี่ว่าพี่ชายของเธอน่ะเจ้าชู้ขนาดไหน ตอนนี้ลีโอเลิกสนไอริสแล้วนะ

เพรย์ช่า อย่าพูดงั้นสิ ฉันเจ็บนะ

ไอริสกรี๊ดลั่นอยู่บนเตียง ฉันอ้าปากค้าง

มันมีวันที่พี่ฉันเลิกสนไอริสด้วยเหรอ

เธอไปอยู่ไหนมา คนเขารู้กันทั้งสภากลางแล้วว่าลีโอเปลี่ยนสาวไปทั่ว แล้วก็ไม่เดินกับไอริสเหมือนเดิม

ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ทำไมฉันไม่รู้อะไรเลย

ไอริส ฉันนึกว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่จับพี่ชายฉันอยู่หมัดซะอีก

ไอริสสะอึกสะอื้นแล้วลุกขึ้นนั่ง

อย่าว่าแต่เธอเลย ฉันเองก็ยังคิดอย่างนั้น

ปัญหาก็คือ พอสองคนนี้เลิกกัน คนที่ดันคิดได้ว่าตกหลุมรักอีกฝ่ายไปแล้วคือยายนี่นี่แหละ

เพรย์ช่าจี้ใจดำไอริสหนึ่งจุดใหญ่ คนอกหักเจ็บหนักกว่าเดิม ไอริสล้มตัวลงบนเตียงแล้วกรี๊ดอีกครั้ง

มันน่าเจ็บใจนะ ที่สำคัญฉันต้องทำการทดสอบทายาทครองนครกับผู้ชายคนนั้นไปอีกหนึ่งปีเต็มๆ

นี่แหละ ปัญหาหนัก

แต่ไอริส ฉันนึกว่าเธอจะ...แบบว่ารู้วิธีรับมือผู้ชายแบบลีโอได้ซะอีก สรุป มันดันชนะเธอเหรอ

ไม่หรอกอาเม่ พี่ชายเธอไม่มีวันเอาชนะคนอย่างฉันได้หรอก ไม่มีทาง

แล้วร้องไห้เพื่อ?

เพรย์ช่าถอนหายใจแล้วเย็บชุดต่อไป ฉันลุกขึ้นไปนั่งปลอบใจข้างๆ ศพไอริส

เอาน่า ผู้ชายทั่วสภากลางหน้าตาดีนิสัยดียังมีอีกเยอะ อย่างฟาเบียนไง

มีตัวเลือกอื่นมั้ย

เออ...จริง เป็นฉันฉันก็ไม่เอา

พักเรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ ปัญหาใหญ่ที่กำลังจะเกิดคือเรื่องจูบต่างหาก

เพรย์ช่าเสนอขึ้นมา เออ...ว่ะ เห็นด้วย

ลีโอไม่เข้าใกล้ฉันด้วยซ้ำ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาจุ๊บกับฉัน

ฉันกับเพรย์ช่ามองหน้ากัน แล้วเมิงไปท้าเขาเพื่อ?

ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ขอร้องดีๆ ลีโออาจจะช่วยก็ได้นะ

ฉันเสนอไป ดูจากนิสัยหมอนั่นแล้ว ให้จูบฟรีต่อหน้าประชาชีนับร้อยเป็นเรื่องที่เบสิกสำหรับพี่ฉันมาก

ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกอาเม่ คิดดูว่าลีโอวางเครือข่ายการจีบไว้ทั่วทั้งวังเอซีร์ มีเหรอจะยอมจูบกับฉันต่อหน้าเจ้าหญิงที่หลงเสน่ห์หมอนั่นอยู่

นี่พี่ฉันหรือปีศาจวะ

มีอยู่ทางเดียวแล้วละ คือขอให้คาร์เนเลียนช่วย

เพรย์ช่าพูดขึ้น เออ...ฉันเห็นด้วยนะ คาร์เนเลียนเป็นเพียงไม่กี่คนในโลกที่ลีโอยอม แม้แต่ฉัน ยังไม่เข้าข่าย

หรือไม่ก็ใช้กำลังบังคับซะ

ไอริสพูดด้วยสายตามุ่งมั่น นี่จะจูบหรือรบกัน

โอ๊ย! ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปโดยมีความทรงจำเลวร้าย ว่าเคยคุกเข่ายอมแพ้ต่อหน้าแม่พวกนั้นเหรอฟะ ถ้าอีกยี่สิบปีลูกฉันรู้เข้าต้องหนีออกจากบ้านแน่ๆ

ไอริสร้องโวยวายแล้วกลิ้งเกลือกไปมาบนเตียง เพรย์ช่าหมดความอดทน ยายนั่นลุกขึ้น

ฉันกลับห้องแล้วนะ

เฮ้ย...อย่าทิ้งกันดิ เอาไอริสไปด้วย

ฉันพยายามรั้งเพรย์ช่าไว้ ยายนั่นถอนหายใจแล้วมองหน้าฉัน

นี่เราสุขสบายจนเอาเรื่องไร้สาระขนาดนี้มาเป็นปัญหาเชียวเหรอเนี่ย

 

-               - - - -The arching sky- - - -

 

ฉันคิดไปเองรึเปล่า ทั้งๆ ที่เช้าวันใหม่วันนี้ก็เป็นฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเหน็บและปกติเหมือนทุกๆ วัน แต่ทำไมกลับรู้สึกว่ามันน่ากลัวพิกลวะ เจ้าหญิงส่วนใหญ่รู้ข่าวการประลองแบบลับๆ นั่นกันแล้ว สังเกตจากสายตาของทุกคนที่มองพี่ชายฉันทั้งสอง ไม่รู้ว่าที่จ้องอยู่ตลอดเพราะอยากรู้ผลแพ้ชนะ หรืออยากเข้าร่วมประลองด้วยตัวเอง

เช้าอันไม่ค่อยสดใสสำหรับไอริส ยายนั่นวางท่าเป็นเจ้าหญิงผู้เก่งกาจเหมือนเคย ไอริสกำลังจิบน้ำส้มคั้นสดอยู่ในตอนที่ฉันไปถึง ลีโอก็กำลังกินไส้กรอกกับกาแฟดำและอ่านหนังสือ วิธีการเลือกซื้อหอกที่ถูกต้อง ไปด้วย ไม่ปกติจริงๆ นั่นแหละ นี่เป็นเช้าแรกที่ฉันไม่เห็นลีโอกับไอริสจู๋จี๋กัน

เพรย์ช่ากับคาร์นตามหลังมา ทั้งคู่ก็เหมือนเดิม คือไม่พูดกันและหาเรื่องจะฆ่ากันท่าเดียว ฉันใช้ส้อมจิ้มแพนเค้กในจานให้เป็นรูเพราะไม่รู้จะทำอะไรมากกว่านี้ วันนี้หมอนั่นจะโผล่มารึเปล่านะ

อาเม่ แกตื่นเต้นอะไรรึเปล่า

คาร์นถามเมื่อเห็นฉันมือไม้อยู่ไม่สุข

ปะ...เปล่านี่

เวลาแกตื่นเต้นแกชอบทำเรื่องไร้สาระ อย่างตอนนี้ แกกำลังเสียเวลาไปกับการทำแพนเค้กเป็นรูโดยเปล่าประโยชน์

พอดีหัวฉันไม่ได้คิดเรื่องซับซ้อนเท่าพี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่

ความจริงคือ...แกไม่เคยคิดอะไรเลยต่างหาก

ย่ะ ไอ้เจ้าชายผู้คิดเรื่องเลวร้ายตลอดเวลา

แล้วสิ่งที่ฉันรอคอยก็มาถึง มาร์คัสปรากฏตัวขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างามเช่นเคย แต่วันนี้เจ้าหญิงส่วนใหญ่กลับมองมาร์คัสหนักกว่าเดิม ฉันกุมขมับเมื่อหมอนั่นเลือกที่นั่งตรงข้ามฉันแทนที่จะเป็นข้างๆ เหมือนทุกวัน มาร์คัสยังไม่หายโกรธแน่ๆ ว่าแต่โกรธเรื่องอะไร

เหนื่อยใจกว่าเดิม เมื่อพบว่าบนโต๊ะอาหารของฉันประกอบไปด้วยเจ้าชายผู้เป็นเป้าหมายทั้งสามคน อันตรายมาก...ย้ายโต๊ะหนีด่วน

อย่าลืมซะล่ะ ไอริส

โอลิเวียเดินมาเพื่อพูดประโยคนี้แล้วเดินกลับไป สายตาเจ้าชายทุกคนมองแขกลึกลับที่เดินจากไป ก่อนจะหันมามองไอริส ฉันกับเพรย์ช่ารีบหลบสายตาก่อนจะมีใครถามอะไรขึ้นมา หนูไม่เกี่ยวนะ

แปลกคนจริงๆ เดินมาพูดแค่นี้แล้วก็ไป

ลีโอพึมพำแล้วจัดการอาหารเช้าให้เสร็จ คาร์นไม่ใส่ใจ ตั้งหน้าตั้งตากินขนมปังกระเทียมต่อไป

คาร์น กินไอ้นั่นเสร็จแล้วอย่าลืมแปรงฟันนะ

คาร์นหันมามองฉัน ฉันหลบสายตา แวบหนึ่งที่เห็นมาร์คัสมองมา แต่หมอนั่นก็ทำเป็นไม่สนใจฉันต่อไป

ก็อยากจะเตือนให้รู้ตัวอยู่หรอกนะ ว่ามีเจ้าหญิงน่ากลัวสองคนจ้องจะขโมยจูบนาย แต่ดูจากท่าทีแล้ว ปล่อยให้ถูกขืนใจก็ดีเหมือนกัน หมั่นไส้

 

-               - - - -The arching sky- - - -

 

พี่เป็นอะไรรึเปล่า

ฉันถามขึ้นเมื่อเห็นคาร์เนเลียนหันซ้ายหันขวาเหมือนระวังภัยอะไรสักอย่าง คาร์นทำเป็นไม่ได้ยินที่ฉันถาม แล้วหันกลับไปสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ

มันก็สมควรอยู่แล้วละที่คาร์เนเลียนจะรู้สึกแบบนั้น เมื่อกี้ก่อนเดินเข้าวังเอซีร์หมอนี่ก็ต้องเสียขวัญ เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีเจ้าหญิงจากไหนไม่รู้วิ่งเข้ามาชนตั้งสามครั้งใหญ่ๆ แถมทุกครั้งยังพยายามจะให้ปากประกบกับตัวเองเสียด้วย นี่ยังไม่นับตอนที่เดินออกจากห้องอาหาร ฉันแทบจะสลายตัวไปตรงนั้น เพราะสายตาจ้องจะกินของเจ้าหญิงคนอื่นที่มองพี่ชายฉันมันมีอานุภาพรุนแรงเหลือเกิน

ในที่สุดเจ้าชายคาร์เนเลียนก็พ่ายแพ้ เจ้าชายแห่งเอลเดอร์วางหนังสืออย่างหมดความอดทนแล้วหันมาถามฉัน

อาเม่ แกรู้สึกรึเปล่าว่าเจ้าหญิงในวังมองฉันแปลกๆ

ไม่ใช่เจ้าหญิงในวัง เจ้าหญิงทั่วสภากลางเลยต่างหาก

ระ...เหรอ พี่คิดมากไปเองรึเปล่า

ฉันไม่ได้หลงตัวเองเหมือนลีโอนะ ดูไอ้โต๊ะโน้นสิ หันมามองฉันเป็นรอบที่สองร้อยเก้า

นี่แอบด่าลีโอรึเปล่า

พี่นับด้วยเหรอ คิดมากน่าคาร์น

ไม่ได้คิดมาก ฉันกลับห้องก่อนดีกว่า อยู่ตรงนี้ดูท่าจะไม่ปลอดภัย

อย่าเพิ่งไปดิ อยากดูช็อตเด็ด (กรรม) คาร์นลุกขึ้นยืนพร้อมเก็บหนังสือ ในขณะเดียวกันนั้นวิโอล่าก็เดินมาชนพี่ชายฉันจนล้มลงนอนบนพื้น ส่วนยายนั่นก็นอนทับ ตามฟอร์ม

อุ๊ย ขอโทษค่ะ

แล้วทำไมไม่ลุกขึ้น

วิโอล่าพยายามจะจุ๊บลงไป แต่คาร์นก็ผลักหัวยายนั่นออกแล้วลุกขึ้นด้วยมาดสงบนิ่ง

ไม่เป็นไรครับ

พี่ชายฉันพูดแค่นั้น แล้วพยายามหนีให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหญิงวิโอล่า

เดี๋ยวสิคาร์น ขาฉันแพลงด้วยนะ

วิโอล่าไม่ยอมแพ้ ดึงขาคาร์นเอาไว้ข้างหนึ่งแล้วพยายามรั้งไว้ให้ได้ คาร์เนเลียนตีหน้านิ่ง

น้องสาวผมมีเวทรักษาครับ

โยนขี้มาแล้วไง

ไม่ได้นะคะ วิธีรักษาของเมืองฉัน ต้องใช้จุมพิตเท่านั้นจึงจะแก้อาการนี้ได้

นี่ขาแพลงหรือฮิสทีเรีย

คาร์นไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้น หมอนั่นรีบวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งวิโอล่าให้นั่งกรี๊ดอยู่คนเดียว

ใช้วิธีนั้นไม่มีวันได้ผลหรอกนะวิโอล่า

โอลิเวียปรากฏตัวขึ้น ช่างเป็นโชคร้ายของวิโอล่านักที่มาเจอแม่นี่ ฉันก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ ทำเป็นมองไม่เห็น จะได้ไม่ต้องยุ่งกับคนพวกนี้

ทำอย่างนั้นผู้ชายเขายิ่งคิดว่าเราน่ะไร้ค่า หรือเมืองของเธอสั่งสอนมาได้แค่นี้

วิโอล่าเกือบจะวางมวยอยู่แล้ว หากแต่ไวโอลีน แฝดของเธอมาช่วยไว้ทัน

อ๋อ เจ้าหญิงโอลิเวียคงได้จูบผู้ชายทั้งปราสาทแล้วกระมัง ถึงได้มาเยาะเย้ยคนอื่นแบบนี้ ทำเป็นเก่ง ตัวเองก็ยังไม่ชนะด้วยซ้ำ

โอลิเวียกอดอก ฉันค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากหนังสือมองดูการทะเลาะกันของเจ้าหญิงทั้งสาม สงครามจะเกิดเพราะพวกมันกัดกันเองนี่แหละ

ลำพังคาร์เนเลียนน่ะ แค่ฉันกระดิกนิ้วก็ได้มากกว่าจูบแล้ว

แฟรงกี้ย่างเท้าเข้ามาร่วมสนทนาด้วย เฮ้อ...ตัวละครเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง

เหรอ งั้นถ้าเป็นมาร์คัสคงจะไม่ยากอะไร

ไอริสที่โผล่มาเมื่อไหร่ไม่รู้เดินมานั่งข้างๆ ฉัน ก่อนจะเปิดศึกท้ารบด้วยความหมั่นไส้

ไม่ยากหรอกไอริส แล้วเธอล่ะ ลีโอพาร์ทของเธอไปถึงไหนแล้ว

แฟรงกี้สวนกลับไป ยายนี่คงรู้เรื่องที่ลีโอเลิกยุ่งกับไอริสแล้ว เลยมั่นใจว่าตัวเองจะชนะ

อย่ามัวแต่กัดคนอื่นอยู่เลยแฟรงกี้ ฉันอยากเห็นว่าเธอทำได้จริงอย่างปากว่ารึเปล่า ถ้าทำได้จริงก็หันหลังไปสิ

ไอริสคงคาดการณ์มาดีแล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ทุกคนหันไปมองข้างหลังแฟรงกี้ มาร์คัสกำลังปิดประตูวังแล้วเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หมอนั่นงงเล็กน้อยที่เจ้าหญิงทุกคนมองมาที่ตัวเองเป็นตาเดียว แต่ก็ยังอุตส่าห์เก๊กหล่อ ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเดินไปยังบันได ฟรานเซสก้าหันกลับมาหาไอริสที่มีรอยยิ้มของผู้ชนะรออยู่

ถ้าเธอกล้าละก็นะ ฟรานเซสก้า

ปรอทความเดือดของแฟรงกี้พุ่งถึงขีดสุด แต่นั่นยังไม่เท่าโอลิเวียหรอก

เจ้าหญิงแห่งอความารีนก้าวเท้าไปหารัชทายาทฟอร์กอตเทน โอลิเวียดึงแขนมาร์คัส หมอนั่นหันมาตามปกติ แล้วเจ้าหญิงคนสวยก็พุ่งเข้าจู่โจม จุ๊บอย่างรวดเร็ว

ทุกคนในบริเวณนั้น...ค้าง แม้แต่คนโดนทำร้ายเองก็เถอะ

โอลิเวียยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะแล้วหันมาทางเจ้าหญิงทุกคน ฉันอ้าปากค้าง นะ...นั่นมันอะไรน่ะ

รัชทายาทฟอร์กอตเทนมองผู้หญิงตรงหน้าไม่วางตา แฟรงกี้กระโดดโลดเต้น

ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ

และก็ต้องอึ้งอีกครั้ง เมื่อเจ้าหญิงแห่งเมืองลาแบลล่ากระโดดคว้าคอของรัชทายาทฟอร์กอตเทนให้โน้มตัวลงมาจูบกับตน มาร์คัสที่ยังไม่ทันตั้งตัวจึงถูกขโมยจูบไปถึงสองครั้ง ฉันตบหัวตัวเอง โธ่เว้ย...อีตางั่ง

ทันใดนั้นไฟสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น กระแทกร่างของแฟรงกี้และโอลิเวียกระเด็นติดผนัง ท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของทุกคน ก่อนคนทำจะวิ่งขึ้นห้อง แฟรงกี้กับโอลิเวียค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ไม่ต้องถามถึงสายตาคนอื่น เพราะฉันไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้จริงๆ ฉันลุกขึ้นไปหาสองคนนั้น แล้วมองร่างที่เจ็บปวดเพราะโดนกระแทกกับกำแพงอย่างเวทนา ดีนะ ไม่มีแผลจากไฟ

เอ่อเดี๋ยวใส่ยาก็หายแล้วนะจ๊ะ

ฉันพูดแค่นั้นแล้วกระโดดวิ่งตามรัชทายาทฟอร์กอตเทนไป

ไม่ใช่เรื่องดีนะ แต่ทำไมฉันสะใจฟะ

 

-               - - - -The arching sky- - - -

 

เป็นเวลานานกว่ามาร์คัสจะยอมเปิดประตูให้ฉันเข้าไป หมอนั่นเดินไปหยิบหนังสือ ทำทีเป็นตั้งใจอ่าน ฉันถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปหา ก่อนจะสารภาพความผิด

โอเค ฉันเล่าความจริงก็ได้ พวกเจ้าหญิงดันพนันบ้าๆ กันว่า ใครได้จูบของนาย ลีโอ แล้วก็คาร์น จะเป็นยอดแห่งเจ้าหญิง ก็เลยทำให้

มาร์คัสเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยสายตารังสีพิฆาต เฮ้อ...ตูต้องตายแน่ๆ ฉันนั่งลงข้างๆ หมอนั่น

ว่าแต่ จูบใครดีกว่าเหรอ

เจ้าชายฟอร์กอตเทนชูไฟเย็นในมือ ฉันรีบถอยห่างในทันที

โอเคๆ ฉันล้อเล่นก็ได้ ฉันสัญญา ต่อไปนายจะไม่เป็นของพนันของใครอีกแล้ว

มาร์คัสไม่สนใจฉัน อ่านหนังสือต่อไป หมอนี่ต้องโกรธจัดแน่ๆ ฉันหยิบโรซารี่ของตัวเองขึ้นมาแล้ววางมือลงบนมือของบัดดี้

ในนามของตัวแทนพระเจ้า ข้าพเจ้าแอเมทีสต์ ธิดาแห่งเอลเดอร์ ขอทำพิธีสาบานว่า ข้าจะปกป้องและดูแลจุมพิตของมาร์คัส โอรสแห่งฟอร์กอตเทนด้วยชีวิต หากผู้ใดต้องการจะได้จุมพิตนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากข้าพเจ้าก่อน มิฉะนั้นขอสาปให้บุคคลนั้นมีไส้เดือนออกมาจากปากอย่างไม่วันหยุด ยกเว้นตัวข้าเอง

แสงสีขาวสว่างรอบโรซารี่เมื่อทำพิธีสาบานเสร็จ มาร์คัสมองฉันอย่างไม่เข้าใจ

ทีนี้นายจะไว้ใจฉันได้รึยัง หรือต้องให้ฉันสาบานต่อหน้าพระเจ้า

มาร์คัสมองไปทางอื่น แต่ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมาก ฉันถอนหายใจแล้วยืนขึ้น

นายกล้าทำอย่างนั้นกับสองเจ้าหญิงผู้งดงามได้ไง ไม่เกินพรุ่งนี้นายต้องถูกท้ารบแน่ๆ

มาร์คัสอมยิ้ม นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉันโล่งใจ ไม่ว่าก่อนหน้านี้หมอนี่จะโกรธเรื่องอะไรมาก็ตาม ฉันนั่งลงข้างๆ มาร์คัสแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะพูดเบาๆ

มาร์คัส นั่นเป็นจูบแรกของนายรึเปล่า

รัชทายาทแห่งฟอร์กอตเทนมองหน้าฉัน และโดยไม่ต้องทำอะไรฉันก็รับรู้ด้วยสายตาว่าคำตอบคือ...ใช่

ทำไมตูหงุดหงิดฟะ

-               - - - -The arching sky- - - -

อะไรนะ

ฉันตะโกนใส่หน้าคาร์เนเลียน พี่ชายคนรองของฉันมองฉันอย่างเบื่อหน่าย แล้วขัดคทาต่อไป

ลีโอจูบกับไอริส ฉันพลาดไปได้ไง

แล้วจำเป็นมั้ยที่เขาจะต้องส่งจดหมายบอกแกก่อนจะจูบกัน

ฉันนั่งลงบนเตียงของคาร์เนเลียน แล้วช็อกอยู่กับที่ ไหนยายไอริสบอกว่าลีโอไม่มีวันจูบมันไง

แล้วไอริสจะเครียดไปทำไม นี่ยังไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ ยายนั่นก็ชนะไปแล้ว

ฉันกรี๊ดกร๊าด คิดถูกจริงๆ ที่ขึ้นมาเอาหนังสือบนห้องคาร์นก็เลยได้รู้เรื่องนี้ด้วย คาร์นยักไหล่

ฉันบอกลีโอเรื่องการแข่งขันบ้าๆ นั่นเองแหละ พอลีโอรู้เรื่องก็บุกเข้าไปจูบไอริสต่อหน้าทุกคน

อ๊าย! ฉันควรรู้สึกยังไงดี

ว่าแต่ พี่รู้ได้ไงอะ

คาร์นเลิกคิ้ว

20 พาวด์ให้ไอ้ฟาเบียนก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็นะ โจ่งแจ้งขนาดนั้น แกยังถามฉันอีกเหรอ

แล้วไหนบอกว่าให้อยู่ห่างๆ หมอนั่นไง แต่ว่า...ถ้าไอริสกับลีโอจึ๊กกะดึ๋ยกันแล้วละก็

เจ๋ง อย่างนี้ไอริสก็ชนะด้วยสิ ฉันนึกว่าคนชนะจะมีแค่แฟรงกี้กับโอลิเวียซะอีก

สองคนนั้นจูบใคร

มาร์คัส แล้วก็โดนไฟเย็นของมาร์คัสจัดการหลังจูบเสร็จเป็นของแถม

ฉันหัวเราะ แต่คาร์นกลับนั่งนิ่ง

พวกเจ้าหญิงคิดอะไรกัน ทำตัวไม่สมกับเป็นเจ้าหญิงเลย

ฉันหยุดหัวเราะ

ยอดเจ้าหญิงจริงๆ แล้วไม่ได้วัดกันตรงนั้นซะหน่อย เชื่อฉันเถอะ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยไม่มีทางมองผู้หญิงที่ไล่จับผู้ชายว่าดีแน่ๆ

โธ่...คาร์น ก็แค่ขำๆ น่า

มันไม่ขำน่ะสิอาเม่ แกคิดดูนะ คนที่เห็นเหตุการณ์จะรู้สึกยังไง ประชาชนเราเดือดร้อนแค่ไหนรอให้เรากลับไปปกครองและดูแล แต่งานอดิเรกของพวกเราคือการไล่จูบกันเนี่ยนะ

ด่าแรง

งั้นผู้ชายเขาวัดผู้หญิงกันตรงไหนล่ะ

อิสตรีงดงามที่สุดในยาม...อาย

คาร์เนเลียนทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นแล้วขัดคทาต่อ

แต่ยุคนี้มัน ด้าน-ได้-อาย-อด นะคาร์น

พี่ชายของฉันหยุดสนใจคทา แล้วหันมาตอบฉันด้วยน้ำเสียงสั่งสอนเหมือนทุกที

สำหรับฉันและผู้ชายหลายๆ คน ไม่ต้องถึงกับอายม้วนต้วน แค่เพียงรักษากิริยาแห่งความเป็นหญิงเอาไว้ ผู้หญิงต่อให้หน้าตาขี้เหร่ขนาดไหน ถ้ามีเสน่ห์ ไม่จำเป็นต้องยั่วยวนหรือรุกเองก็น่ารักแล้ว ขอแค่เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ธรรมดาเวลาคุยด้วยก็เท่านั้น

มันยากนะนั่น

ผู้หญิงที่อวดดี คิดว่าตัวเองเก่ง มันดูท้าทายก็จริง แต่ไม่สนุกเวลาอยู่ด้วยหรอก ผู้หญิงที่ดีที่สุด คือคนที่เป็นธรรมชาติที่สุด เท่าที่พระเจ้าเคยสร้างผู้หญิงขึ้นมาในโลก ฉันถึงได้ไม่เคยสนใจผู้หญิงที่เซ็กซี่แล้วก็เชิญชวนเลยไงล่ะ

แต่ลีโอสนทุกคนเลยนะคาร์น

แล้วแกเคยเห็นลีโอจริงจังกับใครบ้างล่ะ

เป็นอันว่า...จอด

คาร์เนเลียนถอนหายใจ

อาเม่ จำเป็นเหรอที่ต้องทำตัวดีเด่นหรือเหนือกว่าใครเพื่อให้คนที่เราชอบมาสนใจ กฎของธรรมชาติก็คือ การเป็นตัวของตัวเองนั่นแหละดีที่สุด บางทีคนที่เราชอบ อาจจะชอบแบบที่เราเป็นอยู่แล้วก็ได้

ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเมื่อกี้จะออกมาจากปากพี่ชายคนรองของฉัน

คนที่ใช่สำหรับเรา ยังไงก็เป็นของของเรา ไม่จำเป็นต้องกระเสือกกระสนเพื่อให้ได้มา ถ้าเขาเป็นของเราจริงๆ สักวันโชคชะตาจะทำให้มาเจอและอยู่ด้วยกันเอง

858 ความคิดเห็น