[Fic Reborn 1827,AG]…Terribly busy to love you…[Yaoi]

ตอนที่ 13 : วุ่นครั้งที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 เม.ย. 60

:; ค้าง ;:

 

 

ณ เวลานี้ผมก็ยังคงนึกไม่ออกอยู่ดีว่าไอ้ร้อนแรงที่ฮิบาริว่ามันหมายถึงอะไร แล้วไอ้การปวดเนื้อปวดตัวนี่มันเกิดจากอะไร? นี่นั่งคิดมาตั้ง2ชั่วโมงแล้วนะแต่คิดให้ตายยังไงก็คิดไม่ออกอยู่ดี ร้านไหนมันมีเครื่องย้อนเวลาบ้างว่ะ จะไปเหมาซื้อให้หมดเลยนี่

 

“เฮ่อ...”

 

“เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะสึนะคุง?” เสียงหวานใสดังขึ้นจากคนข้างกาย ผมหันไปมองเคียวโกะจังที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ ฝั่งตรงข้ามก็มีฮารุกำลังนั่งกินเค้กอย่างเอร็ดอร่อย

 

อ่า จริงสิ ลืมบอกไป ตั้งแต่เมื่อเช้าที่เจอฮิบาริผมก็เผ่นกลับห้องของตัวเองแล้วอาบน้ำแต่ตัวโทรชวนเคียวโกะจังกับฮารุออกมาหาอะไรกิน เคียวโกะจังเป็นเพื่อนนักเขียนที่อยู่ในวงการเดียวกับผมส่วนฮารุสาวเจ้าเป็นนักชิมตัวยงที่ว่าร้านไหนอร่อยคุณเธอไปกวาดชิมมาหมดแล้ว และเอาไปเขียนลงนิตยสารรายวัน

 

“เปล่าหรอก แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยเท่านั้น” ผมตอบเคียวโกะจัง แล้วยกช็อกโกแลตร้อนขึ้นมาจิบก่อนที่มันจะเย็นไปซะก่อน

 

เรื่องของรีบอร์นผมก็เคยคิดไว้แล้วว่าสักวันเราคงต้องเลิกกันแน่ ระยะห่างและเวลาของเรามันไม่เคยตรงกันเลย ต่างฝ่ายต่างไม่มีเวลาให้กันแบบนี้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ ถ้าถามว่าผมเสียใจมั้ย คงต้องตอบเลยว่าเสียใจแต่มันยังไม่มากพอให้ผมต้องร้องไห้ฟุมฟายทำร้ายตัวเองแค่เพราะว่าเลิกกับแฟน ผมกับรีบอร์นเรารู้สึกกันว่าตั้งแต่สมัยเรียนเป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปี เพิ่งจะมาลองคบกันก็เมื่อปีที่แล้ว

 

อืม....จะว่าไปผมก็ไม่ค่อยเจ็บเลยแฮะ แค่รู้สึกโหวงๆในอกเหมือนของสำคัญบางอย่างมันหายไป แต่มันก็เท่านั้น

 

“นี่ๆ สึนะคุงลองชิมนี่ดูสิ อร่อยมากเลยนะ เนื้อเค้กนุ่มมากเลย” ฮารุเงยหน้าจากเค้กชิ้นโตมองผมแล้วเลื่อนจากเค้กมาพร้อมกับบอกให้ผมลองชิมมันดู ผมไม่ใช่คนชอบของหวานแต่ก็กินได้ เพราะถ้าเค้กร้านไหนที่ฮารุบอกว่าอร่อยแสดงว่าร้านนั้นทำมันออกมาอร่อยจริงๆ

 

“อือ” ผมตักเค้กชิ้นที่ว่าเข้ามา รับรู้ได้ถึงความหอมของกลิ่นส้มและไวท์ช็อกโกแลตที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีความเปรี้ยวของแยมสตอเบอรี่ที่ซ่อนอยู่ข้างใน ใช่เลยเค้กชิ้นนี้อร่อยถูกปากอย่างที่ฮารุว่าจริงๆ

 

 

“อร่อย...”

 

“ใช่มั้ยๆ นี่ฮารุกะจะสั่งกลับบ้านด้วยแหละ เป็นไปได้อย่างจะลองชิมมันทุกชิ้นในร้านเลย แต่กลัวทานไม่หมด” ฮารุพูดอย่างเซ็งๆ ก่อนจะตักเค้กเข้าปากคำโต และเพราะมันคำใหญ่ไปนิดเลยทำให้ครีมเลอะไปติดที่มุมปากจนเคียวโกะที่ยั่งอยู่ข้างๆผมหัวเราะ

 

“ฮารุจังละก็ เลอะแก้มแล้ว” พูดไปมือก็หยิบทิชชู่เช็ดให้ไปด้วย

 

“ขอบใจนะเคียวโกะจัง”

 

ผมว่าผมไม่ได้คิดไปเองนะ...สองคนนี้สนิทกันสุดไปเลย

 

 

 

Rrrrrrr

 

ผมละมือจากการกินของหวานตรงหน้า หันมาหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องขึ้นมาดูว่าใครโทร หือ? โกคุเดระคุงหรอ

 

“สวัสดีโกคุเดระคุง”

 

(“อาจารย์ ขอโทษที่โทรมาตอนนี้นะครับ พอดีต้นฉบับที่มีกำหนดส่งสิ้นเดือนนี้น่ะครับ ทางสำนักพิมพ์ขอเลื่อนเวลาอาจารย์ให้แคบลงมาอีกน่ะครับ”) ปลายสายว่าเสียงจริงจัง ผมนิ่งไปนิด เลื่อนเวลาให้แคบลงก็แสดงว่าต้องส่งต้นฉบับเร็วขึ้น

 

 

ต้นฉบับส่งเร็ว = ผมได้กลับบ้านเร็ว

 

นี่มันสวรรค์ชัดๆ!!  ผมยิ้มกริ่มรวบข้าวของของตนเองใส่กระเป๋า แล้วตอบกลับโกคุเดระไป

 

“แล้วต้องส่งเร็วแค่ไหน”

 

(“ก็จากวันที่ 30 เป็นวันที่ 25 น่ะครับ”) วันที่25หรอ วันนี้มันวันที่16แล้ว งั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะต้นฉบับนิยายผมก็เขียนมาได้ครึ่งเรื่องแล้ว อีกไม่นานก็คงจะจบคิดว่าน่าจะจบก่อนวันกำหนด

 

“โอเค ฉันไม่มีปัญหาอะไร...ว่าแต่ตอนนี้ทำงานอยู่รึเปล่า เสียงดังเชียว” ผมตอบกลับไป ก่อนจะถามถึงเสียงที่ได้ยิน เสียงพูดคุยและเสียงอะไรต่อมิอะไรถึงจะไม่ดังมากก็เถอะ

 

(“เปล่าหรอกครับ พอดีออกมาข้างนอกน่ะ”)

 

“งั้นหรอ ขอบใจมากนะที่โทรมาบอก”

 

(“ครับ...งั้นเท่านี้นะครับ”) โกคุเดระวางสายไป ผมลดโทรศัพท์ลง ก่อนจะหันมามองสองสาวที่มองผมอย่างงงๆ

 

“เรื่องงานนิดหน่อยน่ะ ยังไงวันนี้ฉันกลับก่อนดีกว่า อยากจะเที่ยวต่อด้วยอยู่นะแต่มันมีงานน่ะ...ส่วนเรื่องเค้กเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” ผมว่าแล้วลุกขึ้นขอตัวกลับก่อน แต่ก่อนจะไปก็ทิ้งเงินไว้ให้สองสาวด้วยและแน่นอนว่าผมให้เกินจำนวนเค้กบนโต๊ะ เพราะใช่ว่าทั้งสองคนจะทานกันแค่นั้นสักหน่อย ผมหญิงเดาอารมณ์ยาก

 

 

 

 

เฮ่อ....

 

ซาวาดะ สึนะโยชิชีวิตแกนี่ช่างสร้างสรรค์ดีจังเลยนะ มีแต่เรื่องเข้ามาไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ!!

 

ผมเปิดประตูห้อง เดินเข้าไปข้างในด้วยความเคยชิน อ่า...นี่ผมมาอยู่ที่นี่ได้2อาทิตย์แล้วหรอเนี่ย! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะทนอยู่กับคนอื่นได้นานขนาดนี้ แต่ก่อนที่ผมจะเปิดประตูห้องนอนของตนเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้าซะก่อน

 

อะไรว่ะ?....ตัวสีดำๆ เหมือนหมีแพนด้าเลย เฮ้ย!! อย่าบอกนะว่าหมีแพนด้าจริงๆ อ่ะ  แต่คงไม่ใช่เพราะหมีแพนด้ามันมีสีขาวด้วย แต่นี่ดำทั้งตัวเลย

 

ผมวางข้าวของลงกับพื้น ก่อนจะเดินเข้าไปดูมันใกล้ๆ ซึ่งอยู่ข้างประตูห้องนอนผม อย่าถามถึงฮิบาริเพราะตอนนี้คงจะอยู่ในห้องนอนของมันนั่นแหละ ก็ไฟในห้องเปิดไว้สว่างขนาดนี้เจ้าของห้องก็คงจะอยู่นั่นแหละ

 

ผมยืนมองเจ้าตุ๊กตาที่นั่งหันหน้าเข้าหากำแพงห้อง คือมันตัวอะไรว่ะ...แล้วไอ้คนที่เอามันมาวางไว้เนี่ยเอามาวางไว้ทำไม! ผมเอื้อมมือไปจับตุ๊กตาสีดำนั่นให้หันหน้ามา คือตอนนี้อยากรู้มากว่ามันตัวอะไร

 

 

พระเจ้า!!!!

 

คุมาม่อน!!  ใครมันเอาตุ๊กตาคุมาม่อนมาวางไว้ตรงนี้กันว่ะ!! (ได้ข่าวว่าเป็นเจ้าของห้อง // โช) ผมเบิกตากว้าง จับมันที่ขนาดตัวใหญ่พอๆกับตัวผมนั่นแหละ วางลงที่เดิม แล้วหันไปมองยังประตูห้องของฮิบาริที่ปิดไม่สนิท เหมือนเจ้าของห้องต้องการที่จะแอบมองว่าผมจะทำอะไรกับเจ้าตุ๊กตานี่

 

หืม.....มีโพสต์อิทติดอยู่ที่ปากด้วย ผมหยิบโพสต์อิทนั่นขึ้นมาอ่านทันที ลายมือก็สวยดีอยู่หรอก แต่ทำไมต้องเขียนเหมือนคนขี้เกียจเขียนด้วย

 

เลิกเศร้า แล้วคิดให้ออกด้วยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นยังไง....อ่อ แล้วก็ทำข้าวเย็นเผื่อด้วย

 

ไอ้บ้านั่น!! อยากตายมากนักใช่มั้ยห๊า! ไอ้ข้อความนี้มันคืออะไรถ้าจะปลอบใจก็ให้มันดีกว่านี้หน่อยสิฟร๊ะ!!

.......

.......

.......

 

แล้วเป็นไงล่ะ?

 

ผมก็ต้องทำข้าวเย็นเผื่อมันไงครับ ให้ตายสิ ทำไมผมต้องยอมทำให้หมอนั่นด้วยเนี่ย!!  ถึงจะบ่นไปแบบนั้นแต่ตอนนี้ผมก็นั่งกินข้าวอยู่กับมันนั่นแหละ และกินแบบไม่ส่งเสียงพูดสักแอ๊ะเลยด้วย ก็คนมันใช่ความคิดอยู่ไง

 

ผมกำลังคิดว่าหลังจากที่ผมร้องไห้จนสติสตางค์ไม่เหลือแบบนั้นมันเกิดอะไรขึ้นอีก ผมทำอะไรแล้วฮิบาริมันทำอะไร....แต่อย่าว่างั้นงี้เลยนะ เห็นผมไปเที่ยวได้ทั้งวันแบบนั้นต้องแบกร่างกายที่ปวดเหมื่อยไปเลยนะ แถมปวดมากๆก็ตรงไอ้สะโพกนี่แหละ

 

หรือว่าเมื่อคืนผมจะนอนตกเตียง?

 

ใช่อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ เพราะถ้าผมไม่นอนตกเตียงแล้วจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ตื่นมาผมปวดเนื้อปวดตัวได้อีกละ (ไม่อยากจะบอกเลยว่ามีอีกเหตุผลที่สำคัญมาก // โช)

 

ผมยิ้มพอใจกับเหตุผลที่ฟังขึ้นของตัวเอง และรีบทานอาหารตรงหน้าให้หมดเร็วๆ โยที่พยายามจะไม่สนใจ ทำเป็นมองไม่เห็นว่าในห้องยังมีอีกชีวิตที่คอยมองตามการกระทำของผมอยู่ตลอดเวลา  เฮ้ยๆ! ผมเปล่ามองฮิบารินะเว้ย แค่สายตามันเหลือบไปเห็นเฉยๆ!!

 

“เห็นแล้วใช่มั้ย” ความเงียบที่ควรจะเป็นอย่างนี้ต่อไป แต่ต้องเสียเพราะเสียงทุ่มที่เอ่ยถามเรียบๆ ผมแสร้งก้มหน้าก้มตากินทำเป็นไม่ได้ยิน ทั้งๆที่ตอนนี้ก็อิ่มไปแล้ว เหลือแต่จะเก็บไปล้างนั่นแหละ

 

“จะเล่นสงครามกับฉันใช่มั้ยสึนะโยชิ” ฮิบาริพูดขึ้นอีกประโยค แถมน้ำเสียงยังฟังดูเย็นเยือกชอบกล ผมควรจะได้ยินตอนนี้หรือควรจะทำเป็นไม่ได้ยินเหมือนเดิมดีอ่ะ

 

แม้ผมจะเป็นผู้ชายที่หล่อ(?) แต่ผมก็แอบกลัวฮิบารินะถ้าเกิดว่าทำสงครามกันขึ้นมาจริงๆ ฝ่ายไหนจะชนะนี่รู้เลย ไม่ใช่ผมแน่ๆ ก็ดูขนาดตัวสิ แค่ขนาดตัวก็กินขาดไปแล้ว อย่าถามเรื่องแรงเลย แค่จะหนีจากการควบคุมตัว(?) ยังทำไม่ได้เลยเถอะ!!

 

แม้จะคิดแบบนั้น แต่ผมก็เลือกจะทำเป็นไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูดอยู่ดี ลุกขึ้นเก็บจานอาหารที่กินหมดแล้วเข้าไปในครัว และจัดการล้างทันที ผมรู้สึกถึงเงาที่มายืนอยู่ด้านหลังแต่ไม่ได้หันไปสนใจอะไร นอกจากจะรีบล้างให้เสร็จๆ

 

เมื่อล้างเสร็จผมก็เช็ดมือเตรียมจะชิ่งหนีเข้าห้องนอน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของเงาที่ยืนอยู่ด้านหลังจะไม่ยอมให้ผมได้หนีง่ายๆ

 

 

หมับ!

 

“อ๊ะ...” ผมเผลอร้องอย่างตกใจ ก็มันตกใจจริงๆอ่ะ ไม่คิดว่าฮิบาริจะจับมือผมแบบนี้ เล่นเอาแอบเขินเลย ไม่ใช่ละ....คือจริงๆผมตกใจกับสีหน้าและสายตาคมกริบที่แอบเชือดเฉือนผมต่างหาก หน้าอย่างโหดเถอะ

 

“คิดจะทำสงครามกับฉันยังเร็วไปสิบปีสึนะโยชิ” อ๋อ แสดงว่าถ้าอีกสิบปีข้างหน้ามาทำสงครามกันฉันจะชนะนายสินะ!!  ผมนี่ก็บ้านเวลาแบบนี้ยังมาคิดเรื่องแบบนี้อีก

 

“ฉันไม่ได้จะทำสงครามอะไรกับนายทั้งนั้นแหละ” ผมเชิดหน้าพูดใส่ แล้วดึงมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล ทำไมจับแน่นแบบนี้ง่ะ

 

“หึ...สงครามเริ่มแล้วจะไม่จบจนกว่าจะมีคนแพ้” ฮิบาริพูดเสียงเย็น ใบหน้าหล่อที่ตอนนี้อย่างโหดก็เลื่อนเข้ามาใกล้หน้าผม จะ..จะเลื่อนเข้ามาตะมายยยย ถอยออกไปนะเว้ย!

 

“ยะ..อย่าเข้ามานะเว้ย!” ฮื่ออ เสียงสั่นอ่าาา

 

“มาพูดตอนนี้ก็สายไปแล้ว...ในเมื่อคิดเองไม่ได้ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะบอกให้” ฮิบาริพูดจบจากที่ก้มหน้าลงมาก็ถอยห่างออกไป ก่อนที่หมอนั่นจะดึงให้ผมต้องรีบก้าวตามมันไป เฮ้ย! เดี๋ยวดิ จานข้าวของนายยังไม่ได้เก็บล้างเลยนะเว้ยย! (มันใช่เวลาจะมาห่วงเรื่องนั้นมั้ย-*- //โช)

 

ฮิบาริลากผมเข้าไปในห้องนอนของตัวเองจัดการเหวี่ยงผมลงกับเตียง ย้ำเลยนะว่ามันเหวี่ยงจริงๆ เล่นเอาจุกจนขยับตัวลำบากเลย แต่ผมก็ไม่มีเวลามาห่วงเรื่องนั้นหรอก คือไอ้บ้านี่จะทำอะไรผมไม่สน ตอนนี้ขอหนีจากสถานการณ์แบบนี้ก่อนเถอะ ฮื่อออ...มันน่ากลัว

 

“ไม่ต้องคิดหนีสึนะโยชิ เพราะต่อให้หนียังไงก็หนีไม่พ้น” เหมือนว่าฮิบาริล็อกประตูห้องนอนของตนเองแล้วหันมามองผมที่กำลังตะกายลงจากเตียง

 

“แล้วนายจะลากฉันมาทำไมว่ะ” ในเมื่อมันบอกว่าหนีไม่ได้ ก็โวยใส่ซะเลยละกัน

 

ฮิบาริไม่ตอบคำหมอนั่นเดินเข้ามาหาผมที่ลงมายืนบนพื้นข้างเตียงได้แล้ว แต่ เอ่อ...มันจะยืนชิดไปมั้ย นี่ถ้าขยับเข้ามาอีกนิดคงจะสิงร่างกันได้เลยนะ

 

“ฉันก็บอกไปแล้วนะว่าในเมื่อคิดเองไม่ได้ก็จะบอกให้” พูดแค่ปากสิฟร๊ะ! มืออย่ายก

 

“ฉันไม่ได้ขอให้นายบอกสักหน่อย” ผมเอียงหน้าหนีมือของฮิบาริที่ยกขึ้นมาแตะเบาๆที่แก้ม ขนนี่ลุกซู่เลย ผมว่าผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่รู้สึกหวิวๆกับมือของเจ้าบ้าฮิบาริ

 

“ฉันก็ไม่ได้ขอความเห็นจากนายเหมือนกัน” มือที่ตอนแรกสัมผัสเบาๆที่แก้ม เปลี่ยนมาเป็นจับที่ท้ายทอยผมมั่น จับไมอ่ะ!

 

“จะทำอะไรปล่อยนะ...อื้อ!” ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ ฮิบาริก็ชกวูบลงมาประกอบจูบผมทันที

 

 

 

 

 

-------------------------------------++++++++++++++++++------------------------------------------


 

 

 

ฮิบาริบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างแนบแน่น ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาภายในปากได้อย่างง่ายดาย (เอ้า! ก็ตอนที่มันจะจูบผมกำลังพูดอยู่ไง) กวาดชิมไปทั่วทั้งปาก ก่อนที่มันจะวกกลับมาเกี่ยวเข้าที่ลิ้นของผม

 

“อื๊อออ...” เฮ้ย! ผมเปล่านะ ผมไม่ได้ร้องเสียงน่าอายๆ แบบนั้นออกไปนะ แต่มันออกมาเอง

 

ผมออกเร่งดิ้นอย่างสุดความสามารถ งื้อออ แต่แรงมันเยอะกว่าอะ แถมมือที่บีบเบาๆที่ท้ายทอยอยู่ก็เหมือนจะกล่อมให้ผมเคลิ้มไปกับบทจูบสุดเร้าร้อนที่ฮิบาริป้อนมาให้เลย ทำไงดีเนี่ย

 

“อึ่ก...อืมมมม” เสียงครางดังขึ้นอีกครั้ง นั่นเสียงผมหรอเนี่ย ทำไมมันเหมือนเสียงผู้หญิงงี้ว่ะ!

 

เออ! อยากจูบจูบไปเลยไม่สนด้วยแล้ว...ไอ้บ้า จูบเก่งชะมัด  ผมหยุดดิ้นหยุดขันขืนยอมยืนเฉยๆให้ฮิบาริจูบ ซึ่งอีกฝ่ายพอเห็นว่าผมไม่ดิ้นแล้วก็เหมือนจะแปลกใจนิดๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา (ก็ปากไม่ว่าง)

 

 

จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ

 

“ฮื้ออออ” ผมส่งเสียงประท้วงในลำคอ อากาศที่ใช้หายใจเริ่มที่จะหมดลงทุกที ไอ้บ้านี่ก็จูบอย่างเดียวกะจะไม่ให้พักเลยใช่มั้ยห๊ะ!

 

“อื้อออ” ผมร้องขึ้นอีกครั้ง มือก็ยกขึ้นไปดันอกของคนที่ตัวใหญ่กว่าให้ถอยออกไป ซึ่งครั้งนี้ฮิบาริก็ยอมผละออกไปแม้จะอ้อยอิงมากก็เถอะ

 

“ฮ่า...แฮ่กๆๆ” ผมหอบอากาศเข้าปอดทันทีที่ปากเป็นอิสระ เรี่ยวแรงที่มีก่อนหน้านี้หายไปหมดล่ะ ที่ยืนอยู่ได้นี่เพราะฮิบาริโอบเอวไว้และมือผมที่กำเสื้ออีกฝ่ายซะแน่น หน้านี่ร้อนผ่าวเลยผมว่ามันต้องแดงมากแน่ๆ

 

“ปะ...อื้อ!!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดคำว่าปล่อยจบ ฮิบาริก็กดจูบลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รู้สึกว่ามันจะหนักหน่วงกว่าเดิมหลายเท่า เรียวลิ้นที่สอดเข้ามาในปากผมก็ทำหน้าที่ของมันอย่างดี เล่นเอาผมเคลิ้มไปอีกรอบ

 

 

ไม่รู้ว่าผมเคลิ้มไปกับจูบนั่นนานเท่าไหร่มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังแนบไปกับเตียงข้างหลัง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่รู้จะดิ้นให้หลุดยังไงแถมตอนนี้อยู่บนเตียงรับรองเลยว่าไม่ปลอดภัยสำหรับผมแน่ๆละ

 

“อ๊ะ...อื้มม” มืออ่ะ มือออ...

 

ผมสะดุ้งสุดตัวสติที่หายไปกลับเข้ามาทันที มือทั้งสองข้างที่กอดอยู่รอบคอของฮิบาริเลื่อนมาดันที่อกแกร่งให้ถอยห่างออกไป แต่ดันให้ตายยังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยสักนิด กลับกันมือหนาที่ควรจะอยู่เฉยๆกลับเลื่อนเข้าไปในเสื้อที่ผมสวมใส่ ลูบไล้ไปตามสีข้างทำเอาขนลุกชันไปทั้งตัว

 

 

“อื้ออ...อ๊ะ...ฮ่าส์”

 

“สึนะโยชิ” ฮิบาริเอ่ยเสียงพร่าหลังจากที่ถอนปากออกไปช้าๆ แต่ก็ยังอ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปากของผม ไอ้ผมทำอะไรได้น่ะหรอ ก็หอบหายใจเอากาศเข้าปอดน่ะสิ

 

“อ๊ะ...อื้มม!” ผมร้องออกมาอย่างตกใจ ความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นมาทันทีที่ฮิบาริก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอของผมพร้อมกับดูดดึงจนรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที

 

“จะ...จะทำอะไร” ผมเอ่ยถามเสียงสั่น

 

“เดี๋ยวก็รู้เอง” จบคำพูดฮิบาริก็ไล้ริมฝีปากลงต่ำเรื่อยๆ และทุกจุดที่ริมฝีปากของเขาลากผ่านผมจะรู้สึกเสียววาบและไหนจะเสียงร้องที่หลุดออกมาจากปากนั่นอีก อือหือ นี่ผมกลายเป็นสาวน้อยร้อยรัก (?) ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

 

 

-----------------------------++++++++++++++++++-------------------------------

 

 

 

 

“............”

 

หลังจากที่พูดจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอลาดิมองคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าอย่างทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น ถ้าให้ถามว่าตอนนี้เขากลัวมั้ย บอกได้เลยว่าเขากลัวมาก กลัวกับการกระทำและคำพูดต่อไปที่จะเกิดขึ้นของจีอ๊อตโต้

 

 

“ฉันรักนาย...ไม่รู้ว่าฉันรักนายตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ฉันเฝ้าแต่มองหานาย ไม่ว่าจะอยู่ไหนนายก็อยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา ฉันรู้ว่ามันอาจจะงี่เง่าแต่ฉันหึงแทบบ้าทุกครั้งที่เห็นนายอยู่กับผู้ชายคนอื่น หรือแม้แต่นักแสดงที่ต้องแสดงร่วมกับนายไว้ว่าจะหญิงหรือชาย ทั้งๆที่ฉันไม่มีสิทธิอะไรในตัวนายเลย” อเลาดิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่นแม้ว่าช่วงท้ายประโยคจะรู้สึกว่าเสียงตัวเองแผ่วลงมากแค่ไหนก็ตาม

 

“...........” จีอ๊อตโต้เองยังคงเงียบไม่ส่งเสียงอะไรออกมาสักนิด แค่มองอีกฝ่ายนิ่งๆ แต่จะมีใครรู้บ้างละ ว่าตลอดเวลาที่อเลาดิพูดมาเขาใจเต้นแรงมากแค่ไหน ตั้งแต่ที่คนตรงหน้าบอกว่ารักเขาแล้วยังคำพูดที่อเลาดิพูดออกมามันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่กลางอากาศ จนไม่มีแม้แต่เสียงที่จะพูดตอบกลับหรือแค่ส่งเสียงออกจากลำคอยังไม่มีเลย

 

อเลาดิเมื่อเห็นว่าจีอ๊อตโต้ยังคงเงียบอยู่ก็เริ่มพูดต่อแม้จะใจเสียไปบ้างแล้วก็ตาม แต่เพราะเขาอยากจะเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ เขาจะได้เริ่มต้นใหม่สักที

 

“แล้ววันนั้นวันที่ฉันข่มขืนนาย ใช่มันเรียกอย่างอื่นไม่ได้นอกจากคำนี้” จีอ๊อตโต้สะดุ้งนิดๆ รู้สึกเจ็บลุกๆที่อเลาดิจะเอ่ยถึงเรื่องที่เขาไม่อยากจะจำสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังคงเงียบให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

 

“วันนั้นฉันหึงนายจนแทบบ้า หวงนายจากนักแสดงที่นายต้องเข้าฉากถึงเนื้อถึงตัวด้วยไม่อยากให้ใครก็ตามมาแตะต้องนาย และฉันรู้วันนั้นฉันถูกความหึงหวงนี่ครอบงำจนไม่สนว่านายจะรู้สึกยังไง และฉัน...ฉันเจ็บจริงๆกับคำพูดของนายในวันนั้น นายจะมองว่าฉันเลวก็ได้ แต่ในตอนที่นายพูดแบบนั้นกับฉัน ในความของฉัน ฉันคิดเพียงว่าจะต้องทำให้นายกลายเป็นของฉัน” คำพูดประโยคยาวที่อเลาดิพูออกมาทำให้จีอ๊อตโต้อึ้ง เขาไม่คิดว่าเพราะแค่คำพูดไม่กี่คำที่เขาพูดวันนั้นจะทำให้อเลาดิเป็นได้มากถึงขนาดนี้ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำ...แบบนั้น

 

พรึ่บ

 

กึก

 

จีอ๊อตโต้ตัวแข็งท่อทันทีที่อเลาดิทรุดตัวลงไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมทั้งซบหน้าลงกับหน้าท้องขอองเขาอย่างคนหมดแรง

 

“จะด่าจะว่ายังไงก็ได้ แต่ได้โปรดพูดอะไรหน่อยได้มั้ย...อะไรสักอย่างที่ทำให้ฉันรู้ว่าตอนนี้นายรู้สึกยังไง” อเลาดิเอ่ยเสียงแผ่ว หมดคราบผู้กำกับหนุ่มชื่อดังที่ผู้หญิงเกือบทั้งประเทศอยากได้เป็นพ่อของลูก

 

“.......ยังไม่ใช่ตอนนี้ ฉันยังคิดอะไรไม่ออก” จีอ๊อตโต้ว่าเรียบๆ สายตาก็ก้มมองคนที่ยังคงซบหน้าอยู่กับท้องของเขา

 

“เมื่อไหร่”

 

“ไม่รู้...แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้อเลาดิ” อเลาดิผละห่างออกมาจากจีอ๊อตโต้ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต้มความสูง สูดหายใจลึกๆและมองจีอ๊อตโต้ที่หันหน้าหนีเขามองไปทางอื่น

 

“ไม่ว่าจะนานแค่ไหนฉันก็จะรอ...ถ้านายพร้อมเมื่อไหร่บอกฉันนะ”

 

“อืม” สิ้นคำของจีอ๊อตโต้อเลาดิก็เดินไปที่ประตูห้อง ชายหนุ่มหันกลับมามองคนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมและไม่ยอมมองหน้าเขา

“ฉันรักนายจีอ๊อตโต้”

 

ตุบ

 

ทันทีที่ประตูห้องปิดลงจีอ๊อตโต้ก็ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นทันทีดวงตาเรียวที่ก่อนหน้านี้ยังคงนิ่งสงบกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ขอบตาร้อนผ่าวพร้อมกับน้ำตาหยดใสที่หลั่งไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

 

“ฮึก...ฮื่ออออออ...ทำไม....ฮะ..ทำ ไม...ฮือออออ” สองมือยกขึ้นกอดร่างของตนเองเอาไว้แน่น ซบหน้าลงกับเข่าทั้งสองข้างร้องไห้อยู่อย่างนั้นราวกับกำลังปลดปล่อยความอึดอัดที่มีมาตลอดหลายวัน

 

 

 

 

 

ทางด้านอเลาดิหลังจากที่ออกจากห้องมาแล้วเขาก็ยังไม่ได้ไปไหน ยังคงอยู่หน้าประตูห้องนั่งพิงประตูอยู่อย่างนั้น เสียงร้องไห้จากคนในห้องดังเบาๆให้ได้ยินยิ่งทำให้เขากำมือแน่นใจอยากจะเข้าไปดึงคนที่ร้องไห้จวนเจียนจะขาดใจในห้องเข้ามากอด แต่เพราะเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายต้องร้องไห้ จะให้เขาเข้าไปให้ได้อะไรขึ้นมา

 

“ฉันขอโทษที่ทำให้นายร้องไห้หนักขนาดนี้...ขอโทษ” อเลาดิเอ่ยเสียงเบาสีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

“เอ่อ...อเลาดิ” แรมโพส่งเสียงเรียกแผ่วๆ ยืนมองเพื่อนที่นั่งอยู่หน้าประตูห้องของจีอ๊อตโต้ทั้งๆที่ตอนนี้เจ้าตัวเองก็ยืนอยู่หัวบันไดแถมยังกอดเสาบันไดไว้ซะแน่นด้วย

 

“อืม” อเลาดิตอบสั้นๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังแรมโพที่ยืนอยู่ “ฉันจะกลับก่อน...ฝากนายดูแลจีอ๊อตโต้ด้วย”

 

“ไม่ต้องห่วงฉันจะดูแลพรีโม่ให้เอง” แรมโพตอบรับ อเลาดิส่งยิ้มให้บางๆ ก่อนจะเดินลงจากชั้นสองและออกจากบ้านของแรมโพไป

 

“เฮ่อ....ทำไมมีแต่เรื่องนะ” แรมโพพึมพำเบาๆกับตัวเอง ก่อนจะผละตัวออกจากเสาบันไดแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อนบ้าง

 

“ว๊ากกกกกก!! ซวยแล้ว” แต่แล้วเมื่อเข้ามาภายในห้องนอนแรมโพก็ต้องร้องเสียงหลงโวยวายวิ่งไปวิ่งมาในห้องของตัวเองอย่างกับโดนน้ำร้อนลวก “ลืมอ่า....ลืมมม...ลืมเรื่องสำคัญไปเลย มันเรื่องอะไรนะเราลืมเรื่องอะไรไปนะ คิดให้ออกสิแรมโพคิดสิคิด!....แต่ช่างเถอะ เอาไว้คิดออกมันก็คงจะรู้เองนั่นแหละ” ว่าแล้วก็เดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายใจ แต่หากว่าแรมโพมีความพยายามที่จะคิดเพิ่มอีกสักนิด เรื่องวุ่นๆที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็คงไม่มีทางเกิดขึ้น

.....

.....

.....

“เฮ่อ...ให้ตายสิ ทำไมมีพี่กับเขาทั้งทีมันถึงได้ห่วยแตกขนาดนี้นะ ทั้งๆที่ก็บอกมันไปแล้วแท้ๆว่าวันนี้ต้องมาช่วยกันซื้อของ แล้วนี่มันหายหัวไปไหน!” แรมโบ้ได้แต่บ่นเจ้าคนช่างคิด (น้อย) ที่ตอนนี้คงจะนอนอุตุอยู่ในห้องของตัวเองนั่นแหละ ทั้งๆที่วันนี้มันเป็นคนนัดให้เขาต้องออกมาซื้อของไปเตรียมทำอาหารเย็นให้พรีโม่ทานเองแท้ๆ

 

“ก็ได้ในเมื่อมันไม่มาเราก็ซื้อเข้าไปเองละกัน” แรมโบ้รวบข้าวของในมือให้แน่นขึ้น รีบก้าวเดินไปยังร้านของสดอย่างสุดท้ายที่จะซื้อในวันนี้ถึงแม้เจ้าตัวจะของมาเกือบครบหมดแล้วแต่ก็ยังอยากจะบ่นเจ้าพี่ชายไม่ได้เรื่องนั่นอยู่ดี

 

แรมโบ้เดินเข้าไปยังร้านของสด เลือกดูเนื้อที่คิดจะทำอาหารคืนนี้ และของอย่างอื่นอีกสองสามอย่าง ร่างเล็กหอบของในมือเดียวและหิ้วตะกร้าที่มีแพ็กเนื้ออยู่ด้านในเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แต่สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นองุ่นลูกโตที่ถูกจัดวางอยู่ในกล่องอย่างสวยงามและมันจะไม่น่าสนใจเลยหากไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นองุ่นจากญี่ปุ่น นั่นมันของชอบของเขาเลยนะ!

 

แรมโบ้เดินตรงดิ่งไปหามันทันทีโดยที่ไม่ได้มองทางเพราะสายตาจับจ้องอยู่แต่กับองุ่นกล่องนั้นทำให้เดินชนเข้ากับร่างสูงที่เดินมาจากอีกทางพอดี

 

ปึก

 

“งื้ออ...เจ็บ”

 

“เป็นอะไรมั้ย” ชายหนุ่มร้องถามคนที่ตัวเล็กกว่าเขาหลายเท่าแถมในมือยังมีข้าวของเยอะแยะเต็มไปหมดจนมันจะทับร่างของเจ้าของอยู่แล้ว มือหนาก็ส่งไปช่วยดึงคนที่ล้มไปนั่งกองอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้น

 

“เจ็บจัง...อ่า...ขอบคุณครับ แล้วก็ขอโทษด้วย” แรมโบ้กล่าวขอบคุณคนตรงหน้าโดยที่ไม่คิดจะเงยหน้ามองคนที่ชนตัวเองเลยด้วยซ้ำ เพราะสายตาก็เอาแต่จับจ้องไปยังเจ้าผลไม้สีม่วงข้างหลังชายร่างสูงอยู่ดี

 

 

“ทำอะไรโคโรเนโร่” เสียงของคนมาใหม่ดังขึ้นจากด้านหลัง ชายร่างสูงหันกลับไปมองเพื่อนแล้วส่งยิ้มให้ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กข้างหน้าที่ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาสนใจเขาเลยสักนิด และยังสายตาแพรวพราวที่เอาแต่จ้องเจ้าผลไม้ลูกโตนั่นด้วย

 

น่ารัก...ลูกวัวคลั่งองุ่น

 

ความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวทำให้โคโรเนโร่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ มือหนาละจากข้อมือเรียวที่เขาช่วยดึงเมื่อสักครู่

 

“ขอโทษทีนะ”

 

“อือๆ ไปนะ” แรมโบ้ไม่ได้จะสนใจคำขอโทษของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่นอกจากจะรีบตรงดิ่งไปหาของชอบของตนเองโดยมีโคโรเนโร่หัวเราะตามหลังมาเบาๆ

 

 

“ใคร?” รีบอร์นเอ่ยถามนิ่งๆ มองตามร่างของคนที่ยืนอยู่กับเพื่อนเขาเมื่อสักครู่กำลังวิ่งเข้าหาองุ่นหลากหลายกล่องอย่างกับเด็กๆ

 

“ไม่รู้สิเมื่อกี้เดินชนกันน่ะ...แต่ฉันว่าเป็นเด้กที่ดูน่ารักดี เมื่อกี้ตอนที่ชนเขาไม่คิดจะเงยหน้ามองฉันเลยด้วยซ้ำเอาแต่จ้ององุ่นพวกนั้น ฮ่าๆๆ” โคโรเนโร่ว่าอย่างขำๆ แต่สำหรับรีบอร์นเขากลับมองว่าแบบนั้นมันดูไร้มารยาท เด็กนั่นควรจะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเพื่อนเขาไม่ใช่เอาแต่สนใจอย่างอื่นทั้งๆที่เดินชนกับคนอื่นแบบนี้

 

“น่าๆ ยังไงก็ขอโทษกันไปแล้วอย่าถือสาเลย ฉันว่าเรากลับกันเถอะ” โคโรเนโร่ที่เห็นสายตาและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเพื่อนเลยรีบเอ่ยบอกและลากรีบอร์นออกจากร้านทันที เพราะหากยังอยู่มีหวังเพื่อนเขาได้เข้าไปจัดการเด็กคนนั้นแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

-------------------------------------++++++++++++++++++++-------------------------------------------

100%

 

 

ฮ่า!! ครบแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆ

ช่วงหลังนี่ดูมั่วๆดีแท้ แต่คิดว่าหลายคนคงพอจะเข้าใจเนอะว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าจะให้พูดเอาส่วนไหนก่อนดี เริ่มจากชื่อตอนก่อนเลยละกัน ค้างชื่อตอนนี้โชตั้งให้มันเข้ากับคู่น้อง เห็นมั้ยละว่ามันค้างแค่ไหน 5555

ส่วนมาดูที่คู่พี่ คือเขาปรับความเข้าใจกันแล้วนะคะแม้ว่าจะยังไม่เคลียร์แบบ100%แต่เขาก็พอจะรู้และเข้าใจถึงเหตุผลที่อเลาดิทำไปทั้งหมดแล้ว มารอลุ้นกันดีกว่าว่าถ้าจีอ๊อตโต้พร้อมเมื่อไหร่อะไรจะตามมา ส่วนเรื่องสำคัญที่แรมโพลืมไปก็เรื่องที่จะมาซื้อของกับแรมโบ้นั่นแหละคะ แล้วเป็นไงละทีนี้น้องชายสุดที่รักก็เจอเรื่องน่ะสิ!

ยังไงเรื่องของแรมโบ้จะมีเป็นแบบแยกเหมือนกับคู่อื่นๆนั่นแหละคะ แต่โชจะแต่งคู่แยกหลังจากที่อัพคู่หลักๆจบแล้วนะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

68 ความคิดเห็น

  1. #63 ` i's_2na;antberry★ (@antberry) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 18:41
    สรุปสึนะกับฮิบารินี่ยังไงกันเนี่ย แต่สงสารอเลาดิมากเลย เหมือนทุกอย่างจะผิดที่ผิดทางผิดเวลาไปหมดเลย ให้เวลาจีอ็อตโต้หน่อยนะคะ
    #63
    0
  2. #54 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 09:25
    ท่านฮิกับสึจัง ค้างแบบปุดปุด 555 ~>_<~
    #54
    0
  3. #35 w'wi (@winunda878) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 14:54
    สงสัยแรมโบ้คู่กับโคโรเนโร่ ส่วนแรมโพคู่กับรีบอร์นแล้วมั้งเนี่ย
    #35
    0
  4. #34 tharinee_thachee (@tharinee_thachee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 14:35
    ช่างคิดชื่อตอนน่ะคะไรท์
    #34
    0
  5. #33 lorget (@fairy1603) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 08:11
    ค้างตรงฉากท่่านฮิกะซืออ่ะ
    #33
    0