[Fic Reborn 1827,AG]…Terribly busy to love you…[Yaoi]

ตอนที่ 14 : วุ่นครั้งที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 เม.ย. 60

:; ถึงเวลาเอาคืน ;:

 

 

“หมายความว่ายังไงพรีโม่?!” แรมโพร้องถามอย่างตกใจในเช้าวันถัดมาหลังจากที่อเลาดิกลับไปแล้ว และไม่ใช่แค่แรมโพที่ตกใจแรมโบ้เองก็ตกใจไม่แพ้กันจีอ๊อตโต้มองเพื่อนนิ่งๆ

 

“ก็หมายความตามที่บอกนั่นแหละอีกสองวันฉันจะกลับญี่ปุ่นแล้ว”

 

“มันเร็วมากเลยนะนายเพิ่งมาที่นี่แค่ไม่กี่วันเอง” แรมโบ้เอ่ยแย้งขึ้นมาบ้าง จีอ๊อตโต้ก็ส่ายหน้าแล้วเอ่ยบอกต่อ

 

“ฉันจำเป็นต้องกลับแล้ว ต่อให้หนียังไงก็คงหนีไม่พ้นสู้กลับไปเผชิญหน้าดีกว่า” แรมโพขมวดคิ้วแล้วคิดตามคำพูดชวนไม่เข้าใจของจีอ๊อตโต้ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากมองเพื่อนที่เดินแยกไปทางสวนข้างบ้าน

 

“แรมโพนายเข้าใจมั้ยว่าพรีโม่หมายถึงอะไร”

 

“ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่หรอก แต่คิดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับการที่อเลาดิมาที่นี่แหละ แต่ช่างเถอะๆเรื่องของสองคนนั้นก็ปล่อยให้เขาจัดการกันเองละกัน” แรมโบ้มองพี่ชายของตนเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

“ไม่คิดว่านายจะพูดอะไรมีสาระแบบนี้ก็เป็น”

 

“ไอ้น้องบ้านี่ แกจะไปโรงบ่มไวน์ก็ไปเลยนะ!” แรมโพแว๊ดๆใส่น้องชายตัวเองแล้วเดินบ่นกลับขึ้นห้องของตนเองไป ส่วนแรมโบ้เมื่อยืนอยู่คนเดียวก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาจึงเดินออกจากบ้านเพื่อที่จะขับรถไปยังโรงบ่มไวน์เหมือนปกติ

 

 

 

ทางด้านของจีอ๊อตโต้เมื่อเดินแยกมาที่สวนข้างบ้านแล้วก็ตรงไปยังชิงช้านอนที่ผูกอยู่ใต้ต้นไม้ท่ามกลางสวนดอกไม้นานาชนิดแม้จะมีศาลาหลังเล็กที่หรูใช่เล่นอยู่อีกด้านแต่เขากลับเดินมานั่งที่ชิงช้านี้อยู่ดี

 

“หวังว่าสึนะจะสบายดีนะ” ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงน้องชายสุดที่รัก และเมื่อนึกถึงสึนะโยชิก็ทำให้นึกไปถึงใครอีกคนด้วย คนที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ที่นี่

 

“เฮ่อ...ทำไมต้องไปคิดถึงหมอนั่นด้วย”

 

เอ๊ะ! เมื่อกี้เขาบอกว่าคิดถึงอย่างนั้นเหรอ?

 

บ้าน่าคนอย่างเขาเนี่ยนะจะไปคิดถึงหมอนั่น คนอย่างจีอ๊อตโต้เนี่ยนะ! บ้าไปใหญ่แล้วแบบนี้มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ สงสัยว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดกับตัวเขาซะแล้วคงต้องรีบหาทางรักษาเร็วๆแล้ว

 

“แย่แน่ๆ ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปต้องแย่แน่ๆ”

 

......

 

......

 

......

 

นี่มันก็เข้าวันที่สามแล้ว วันที่สามที่สึนะโยชิหลบหน้าไม่ยอมออกจากห้องมาเจอฮิบาริอีกเลยนับจากวันที่หนีรอดจากการถูกอีกฝ่ายลากขึ้นเตียงวันนั้น ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ถาโถมเข้าสู่ร่างกาย สัมผัสร้อนผ่าว และความวาบหวามในอก เขายังคงจำมันได้หมด ใจที่เต้นกระส่ำจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมาเต้นนอกอก ความรู้สึกพวกนี้เขาไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน อาการใจเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บแปล๊บๆแบบนั้น แม้แต่กลับรีบอร์นเองเขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกกับใครแบบนี้

 

แต่ทำไม?....ทำไมต้องเป็นฮิบาริ เคียวยะด้วยฟร๊ะ! ทำไมเขาต้องมาใจเต้นแรงแบบนี้กับหมอนั่นด้วย ฮึ้ย! น่าขนลุก....อ๊ากกกก สึนะโยชิอยากตาย ทำไมต้องเป็นมันทำไมต้องมันอ่า....

 

ตอนนี้สึนะโยชิกำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ภายในห้องนอนเล็กที่ยึดเป็นของตนเอง ทั้งยังหยิบหมอนมาทุบลงเตียง แถมสีหน้ายังดูแค้นใครมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ขาเรียวทั้งสองข้างก็ยกขึ้นตีไปกลางอากาศอย่างขัดใจกับความคิดของตัวเอง

 

“ฮึ้ยยยย!! คอยดูนะถ้าฉันปิดต้นฉบับเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่านายหมกส้วมแล้วปิดตายห้องนี้ไม่ให้ใครเข้าออกได้เลย...เจ้าบ้าฮิบาริ!...ย๊ากกกกกก” พูดกับตัวเองเสร็จก็หันไปตีขากลางอากาศอีกครั้งและยังกัดหมอนใบนุ่มที่อยู่ในมืออย่างแค้นจัดอีก

 

ท่าทางที่ควรจะปล่อยให้สึนะโยชิได้บ้าอยู่คนเดียวสักพัก

 

 

 

ในเวลาเดียวกันฮิบาริ เคียวยะก็กำลังยืนลังเลอยู่หน้าห้องนอนของสึนะโยชิ ในมือถือกล่องขนมกล่องใหญ่ที่บรรจุขนมหน้าตาน่าทานไว้ข้างใน ตอนแรกก็ไม่คิดจะซื้อมาหรอกแต่เพราะต้องออกไปคุยงานกะทันหันเขาก็ขับรถผ่านร้านพอดีเห็นว่ามันเหลือกล่องสุดท้ายเลยซื้อติดมือมา...แต่เขาไม่ชอบกินของหวานนี่! แล้วจะให้ทำยังไงกับมัน ก็ต้องเอามาให้กับคนที่หมกตัวอยู่ในห้องไม่คิดจะออกมานั่นไง

 

“แล้วจะเอาให้ยังไง?” ฮิบาริพึมพำกับตัวเองคิ้วเข้มขมวดอย่างใช้ความคิด เขาไม่ใช่คนที่จะมาเอาใจใคร และไม่คิดจะทำด้วย แต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงได้อยากจะเอาใจใส่คนที่หลบอยู่ในห้อง ไม่รู้เลยจริงๆว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเกิดอาการแบบนี้ นี่แค่ไม่กี่อาทิตย์เองนะที่อยู่ด้วยกัน ถ้าเกิดว่าอยู่นานกว่านี้ความรู้สึกของเขามันจะออกมาเป็นรูปแบบไหนกันนะ

 

แล้วยังจะความต้องการที่มีมากมายนั่นอีก...ต้องการคนที่ชื่อซาวาดะ สึนะโยชิ มากจริงๆ

 

“เฮ้อ...ชักจะเป็นเอามากแล้วนะ” ฮิบาริถอนหายใจแล้วจ้องไปยังประตูตรงหน้าอีกครั้ง

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“ออกมาเอาเองละกัน แต่ถ้าไม่อยากกินก็ไม่ต้อง” เมื่อที่เคาะประตูส่งสัญญาณบอกไป เสียงทุ่มต่ำก็ตะโกนบอกคนในห้องก่อนจะวางกล่องขนมไว้ที่พื้นหน้าประตูแล้วเดินกลับเข้าห้องนอนของตนเองเพื่อเตรียมตัวนอนบ้าง ก็นี่มัน5ทุ่มกว่าแล้วนี่ นอนดึกกว่านี้ก็นอนไม่พอกันพอดี

 

หลังจากที่ฮิบาริเคาะประตูและพูดอะไรบางอย่างสึนะโยชิที่นอนคลั่ง (?) อยู่บนเตียงก็ชะงักการกระทำของตัวเองเพ่งความสนใจไปที่ประตูทันที และเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูดังแว่วๆมาก็ลุกพรวดตรงไปยังประตูห้องทันที

 

แกร๊ก

 

ขวับๆ

 

เมื่อมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจแล้วว่าฮิบาริไม่ได้อยู่แถวนี้แล้วสายตาก็จับจ้องไปยังกล่องขนมขนาดใหญ่ที่วางเด่นอยู่บนพื้นห่างจากประตูห้องไปเล็กน้อย ชื่อของขนมที่บอกอยู่บนฝากล่องทำเอาสึนะโยชิตาวาวขึ้นมาอย่างถูกใจ ก็นี่มันขนมที่เขาชอบมากเลยนะ แถมยังเป็นร้านโปรดที่นานๆทีจะได้ไปซื้อมากินเวลาที่คิดงานไม่ออก ดีจริงๆตอนนี้หัวเขาไม่แล่นเลยถ้าได้กินขนมอร่อยๆคงจะคิดอะไรออกอยู่บ้างละน่า

 

มือเรียวละจากประตูก้มลงไปหยิบกล่องขนมมาถือไว้ก่อนจะผลุบหายเข้ามาในห้องอีกครั้ง และไม่รอช้าสึนะก็จัดการเปิดกล่องขนมตรงหน้าทันที

 

“งื้อออ...มันจู อ่ะมีไดฟุกุด้วย” สึนะเอ่ยอย่างชอบใจตาเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีขนมเพียงชนิดเดียว

 

ภายในกล่องบรรจุขนมอยู่สองชนิดซึ่งมีจำนวนชิ้นเท่าๆกัน อย่างแรกก็คือไดฟุกุ เนื้อแป้งของขนมที่ทั้งนุ่มนิ่มน่าทานใส่ถั่วแดงที่ไม่หวานจนเกินไปและยังมีสตอเบอรี่เป็นส่วนผสมให้ได้รสเปรียวหวานเข้าไปด้วยนี่มันสวรรค์ชัดๆ อีกอย่างก็มันจูของโปรดในบรรดาขนมของเขาเลยละ ยิ่งทานคู่กับน้ำชาเวลาว่างที่มันสุขใจจริงๆ

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น....ทำไมฮิบาริถึงซื้อมันมาให้กับเขาได้กันละ นี่แหละที่น่าสงสัย!!  แต่ถึงจะสงสัยยังไง ตอนนี้สึนะโยชิคนนี้ก็จัดการกับขนมทั้งหมดสิบชิ้นนี้หมดไปแล้วครับผม!

 

“เอาไว้พรุ่งนี้จะยอมออกจากห้องเหมือนเดิมก็ได้ เห็นแก่ที่ซื้อขนมมาให้หรอกนะ ไม่ได้อยากออกไปเจอหมอนั่นสักนิด” สึนะพูดเสียงเบา ใบหน้าก็รู้สึกร้อนๆขึ้นมานิดๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะส่ายหน้าไล่ความร้อนนั่นให้หายไปแล้วลุกขึ้นจากพื้นที่นั่งกินขนมไปเมื่อครู่เก็บกวาดกล่องขนมให้เรียบร้อย แล้วพาตัวเองเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำแล้วรีบกลับมานั่งเขียนงานของตัวเองต่อ ก็พอได้กินอะไรหวานๆหน่อยมันก็ทำให้หัวแล่นขึ้นมาเลยนี่นะ

 

รีบปิดต้นฉบับเร็วๆดีกว่าเวลายิ่งเหลือไม่มากแล้วด้วย

 

 

 

เช้า

 

“ฮ้าวว~...หือ?” ฮิบาริเดินหาวออกจากห้องนอนด้วยสภาพผมชี้ฟูไม่เป็นทรงและยังคงอยู่ใช้ชุดนอนตอนแรกก็แค่จะมาหาน้ำกินก่อนจะอาบน้ำ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อทันทีที่เดินออกจากห้องก็เจอเขากับคนที่หลบหน้ามาหลายวันกำลังยืนทำอาหารอยู่ในครัวแถมยังฮัมเพลงอารมณ์ดีอีกต่างหาก แบบนี้มัน....น่าแกล้งจริงๆ

 

ฮิบาริยกมุมปากขึ้นนิดๆอย่างเจ้าเล่ห์ ก้าวเดินไปข้างหลังสึนะโยชิอย่างเงียบเชียบแบบที่ไม่ให้เจ้าตัวรู้ตัวก่อนจะสวมกอดสึนะโยชิทั้งยังซบหน้าลงกับไหล่บอบบางนั่นด้วย

 

“อ๊ะ! ทำบ้าอะไรของนายน่ะฮิบาริ!!” และก็เป็นไปตามที่คิดทันทีที่เขาทำแบบนี้สึนะโยชิก็จะโวยวายขึ้นมา และที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั่นด้วย เป็นแบบนี้แถบจะทุกครั้ง แต่รู้สึกว่าครั้งนี้จะมากกว่าทุกครั้งแฮะ...ก็ตอนนี้เขาได้สัมผัสได้ถึงเสียงกลองที่ตีรัวอยู่ภายในร่างกายของคนที่เขากอดอยู่นี่นะ

 

มันรัวเร็วจนเขาเองก็จับจังหวะไม่ได้เลย...แบบนี้ก็ไม่รู้น่ะสิว่าไอ้ที่เต้นรัวเร็วนั่นน่ะ มันเป็นของเขาหรือของคนที่เขากอดอยู่กันแน่

 

“ออกจากหลุมหลบภัยได้แล้วเหรอ” ฮิบาริเอ่ยบอกทั้งๆที่ยังไม่ได้ผละออกไปไหนมีเพียงใบหน้าที่เงยขึ้นจากไหล่มากระซิบที่ข้างหูเท่านั้น

 

“อะ..อะไรของนายน่ะ ปล่อยเลยนะ” สึนะโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ลดเสียงหน่อยแถมยังไม่ดิ้นเหมือนแต่ก่อนที่โดนกอดแล้ว งื้ออ...ขัดใจนะ แต่ไม่รู้เพราะอะไรตัวเขาถึงไม่ดิ้นให้หลุดจากฮิบาริก็ไม่รู้

 

“ก็ดิ้นให้หลุดเหมือนทุกครั้งสิ” เสียงทุ่มนุ่มหูแต่แหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนกระซิบบอกอีกครั้งที่ข้าง ทำเอาสึนะขนลุกซู่

 

“ไม่ ดิ้นให้ตายยังไงก็ไม่หลุดจะดิ้นให้เหมื่อยทำไมกันเล่า”

 

“งั้นก็อยู่อย่างนี้แหละ สบายดี” ฮิลาริยกยิ้มพอใจในคำตอบ ก็อย่างที่เจ้าตัวว่านั่นล่ะต่อให้ดิ้นยังไงก็ไม่หลุดแล้วจะดิ้นไปทำไม

 

“มันอึดอัดนะไอ้บ้า ไม่เห็นรึไงว่าคนเขาทำกับข้าวอยู่น่ะ” สึนะว่าออกมาอีก

 

“ทำเผื่อด้วยสิ...แล้ววันนี้ก็ทำตัวให้ว่างไว้ละ” ฮิลาริยอมคลายอ้อมกอดออกให้พร้อมกับกระซิบออกอีก ซึ่งสึนะก็เพียงแค่เลิกคิ้วอย่างสงสัย ทำไมต้องทำตัวให้ว่างก็ในเมื่อเขาว่างอยู่ทุกวันจะมีก็แต่วันที่นึกคึกอยากจะนั่งเขียนนิยายทั้งวันทั้งคืนเท่านั้น แต่นั่นมันก็จะเป็นแค่อาทิตย์ละสามสี่วันเท่านั้นซึ่งอาทิตย์นี้เขาเป็นแบบนั้นไปแล้ว

 

"ทำไม?" และไม่ต้องให้สงสัยนานสึนะก็ถามออกไป ฮิบาริก้มมองคนที่ยังคงขมวดคิ้วนิดๆตรงหน้า

 

“จะพาไปเที่ยว” พูดไว้แค่นั้นก็หมุนตัวเตรียมจะกลับห้องของตนเองไปอาบน้ำสักที “อ่า..ลืมไปเลย” แต่ก่อนที่จะไปเดินออกจากครัวก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ฮิบาริหันกลับมามองสึนะที่ยืนทำหน้าเหวออยู่อีกครั้งแล้วเดินเข้าไปใกล้

 

จุ๊บ

 

“อรุณสวัสดิ์” แล้วก็เดินกลับห้องของตัวเอง

 

“อะ..อรุณสวัสดิ์...กับผีน่ะสิไอ้บ้าเอ้ยยยยย!!!” สึนะที่ยืนอึ้งนิ่งค้างมานานโวยวายขึ้นเสียงดัง ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่

 

มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ผิดปกติสุดๆเลย เจ้าบ้าฮิบาริมันกินยาไม่ได้เขย่าขวดใช่มั้ย! ทำไมมันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ทำอย่างกับว่าเป็นแฟนกันงั้นแหละ มอนิ่งคิส...บ้าอะไรละไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อยนะ!!

 

“ฮึ้ย!! คอยดูนะไอ้บ้า ฉันจะเอาคืนให้สาสมเลย ฮื่ออออ...มือสั่นไปหมดเลย สั่นไปถึงอกแล้วเนี่ย” สึนะทรุดลงไปนั่งกุมมืออยู่ที่อกด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ มือมันสั่นจรงๆนะ มันสั่นจะรามไปถึงในอกแล้วเนี่ย ข้างในมันสั่นจนกลัวว่ามันจะออกมาสั่นนอกอกอยู่แล้ว

 

ไอ้หัวใจบ้า! จะสั่นอะไรนักหนากันเล่า! 

 

 

 

-----------------------------------++++++++++++++++++++++----------------------------------

50%

 

 

 

 

ที่นี่เนี่ยนะ...สวนสนุกเนี่ยนะ!!!

 

บ้าใหญ่แล้ว ไอ้เราก็คิดว่ามันจะพาไปเที่ยวที่ที่มันสุดยอดกว่านี้ แต่นี่อะไรพามาสวนสนุกเนี่ยนะ สวรรค์เถอะ! ฮิบาริ เคียวยะ!?

 

สึนะโยชิได้แต่ทำหน้าเซ็งหลังจากที่ลงจากรถซึ่งคนขับก็คือคนที่เขาเพิ่งจะบ่นให้ในใจไปนั่นแหละ เมื่อลงจากรถมาแล้วก็เดินเซ็งมานั่งรอคนที่ขับรถไปจอดอยู่ที่ม้านั่งหน้าทางเข้าสวนสนุก

 

จริงๆ ตัวเขาก็ไม่ได้อะไรกับสวนสนุกนี่นักหรอกเมื่อก่อนก็มาเที่ยวกับพี่บ่อยๆ เพียงแต่ไม่ค่อยชอบเครื่องเล่นของมันนัก ก็ดูแต่ละอย่างสิชวนหัวใจวายทั้งนั้น แล้วนี่ยิ่งมากับศัตรู (?) อย่างฮิบาริแล้วด้วย ยิ่งคิดหนักเข้าไปใหญ่จะมาทำเสียงฟอร์มต่อหน้าหมอนั่นก็ไม่ได้

 

“เฮ่อ...บ้าชะมัดเลย!

 

“บ่นอะไรอยู่คนเดียว บ้าหรือเปล่า” สึนะหันไปมองยังคนที่เดินเข้ามาแล้วว่าเขาบ้าตาขวาง มีอย่างที่ไหนมาไม่ให้สุ่มให้เสียงแล้วว่าด่าคนอื่นบ้าแบบนี้

 

“คนที่ว่าคนอื่นบ้านั่นแหละบ้า” เมื่อตอกกลับไปแล้ว สึนะก็ลุกขึ้นเดินไปยังประตูทางเข้าที่มีเจ้าหน้าที่นั่งประจำอยู่

 

 

 

“กี่ท่านครับ”

 

“คนเดียว / สอง!” สึนะที่กำลังตอบว่ามาคนเดียวก็ถูกเสียงของฮิบาริพูดสวนขึ้นมา ทำให้ต้องหันไปมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ก็เขามาคนเดียวนี่นาถึงแม้ว่าจะนั่งรถมาด้วย แต่ใครบอกว่าเขาจะเที่ยวพร้อมกับหมอนี่ล่ะ ถ้าเจ้าบ้าฮิบาริมันหนีกลับก่อนเขาก็นั่งรถไฟกลับก็ได้นี่ไม่ยุ่งอยากเรื่องรถอยู่แล้ว

 

“เอ่อ...” พนักงานอึกอักเมื่อเห็นว่าลูกค้าตรงหน้าคืนนายแบบดังที่เห็นตามนิตยสารและทีวีบ่อยๆ แถมคนที่มาด้วยอย่างสึนะก็เคยเห็นผ่านๆตามนิตยสารนักเขียนรายวันอีกด้วย นี่มันคนดังทั้งคู่เลยนะ!

 

“สองคน” ฮิบาริเป็นฝ่ายตอบทั้งยังส่งสายตาดุๆมองไปยังสึนะพร้อมกับจ่ายเงินค่าเข้าสำหรับสองคนไปด้วย ส่วนสึนะเมื่อถูกมองแบบนั้นก็ยื่นปากใส่แล้วบ่นอุบอิบ

 

“อะไรเล่า ถึงจะมาด้วยกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องไปด้วยกันนี่” พูดจบก็กอดอกหันหน้าหนีไปอีกทาง เชอะ! อยากจะทำอะไรก็เชิญเลยในเมื่อเป็นคนพูดก็จ่ายเงินคนเดียวไปเลยละกันเขาไม่ช่วยหารด้วยหรอก

 

“เลิกบ่นได้แล้ว” ฮิบารพูดขณะที่รอให้พนักงานจัดการเรื่องค่าเข้าและตั๋วสำหรับเครื่องเล่น ใช้เวลาไม่นานพนักงานก็เงยหน้าจากจอตรงหน้าขึ้นมามองฮิบาริพร้อมกับยื่นตั๋วทั้งหมดสองชุดให้

 

“ได้แล้วครับ” ฮิบาริรับตั๋วมาแล้วจะหันมามองคนที่ยืนมุ่ยหน้าหันไปทางอื่นที่ไม่ใช่เขานิ่งๆ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรได้

 

ฮิบาริยื่นหน้าเข้าไปใกล้สึนะแต่เพราะอีกฝ่ายไม่ได้หันมามองเขา มือหนาจึงเอื้อมไปแตะที่คางของสึนะและดันให้หันกลับมามองเขา ฝ่ายสึนะเองก็สะดุ้งตกใจเพราะไม่คิดว่าฮิบาริจะมาทำอะไรแบบนี้ แต่ก็ตกใจได้ไม่นานเมื่อเผลอหันหน้าไปตามแรงรั้งของคนตัวสูง ริมฝีปากอ่อนนุ่มที่เคยได้สัมผัสจนรู้สึกคุ้นเคยก็แนบลงมาที่ริมฝีปากของเขา สึนะโยชิเบิกตากว้างอึ้งจนลืมผลักคนที่จูบเขากลางที่สาธารณะออก

 

“อือ...”

 

ฮิบาริบดเบียดริมฝีปากแนบแน่น ดูดดึงกลีบปากของอีกฝ่ายอย่างนึกสนุกแล้วผละออกมา เขาแค่ต้องการที่จะแกล้งสึนะโยชิเท่านั้นไม่ได้อยากจะมาจูบอีกฝ่ายต่อหน้าคนนับร้อยแบบนี้ ตัวเขาเองมันไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วเขาไม่คิดจะสนใจสายตาของคนอื่น แต่คนตรงหน้านี่สิอาจจะอยากฆ่าเขาขึ้นมาเหมือนช่วงแรกๆที่อยู่ด้วยกันก็ได้ หึหึ

 

“โอเค...คราวนี้ก็ไปได้สักทีนะ” ว่าจบฮิบาริก็ดึงมือคนที่ยืนเบิกตาค้างทำหน้าเหวอให้รีบเดินตามเขาเข้าไปข้างในสักที เพราะแค่หางตาเหลือบไปมองพนักงานที่เพิ่งจะยื่นตั๋วมาให้เขาเมื่อครู่ เห็นว่าฝ่ายนั้นหน้าแดงก่ำทั้งยังหลบสายตาที่เขาเหลือบไปมองอีก ก็ทำให้รู้ได้แล้วว่าถ้ายังอยู่ตรงนี้นานกว่านี้คงจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ๆ

 

 

“นะ...นะ....นะ...นะ”

 

“นะ นะ นะ อยู่ได้ จะพูดอะไรว่ามาเลย” ฮิบาริหันกลับมามองคนที่หลุดเสียงพูดออกมาได้แค่คำว่านะแถมมันยังไม่เป็นคำให้เข้าใจในความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่ออีก ถึงแม้ว่าเขาจะพอรู้ว่าสึนะโยชิจะพูดอะไรก็ตาม

 

สึนะหยุดเดินทันที ที่ตรงนี้มันเป็นทางแยกระหว่างทางไปห้องน้ำทางไปยังเครื่องเล่นและทางไปศูนย์อาหาร เพราะฉะนั้นที่ตรงนี้จึงมีคนไม่มากแทบจะเรียกว่าปลอดคนเลยก็ว่าได้ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาก็จะตรงดิ่งไปยังโซนเครื่องเล่นอยู่แล้ว

 

“มะ...เมื่อกี้ นายทำบ้าอะไรห๊ะ!” สึนะโวยลั่น ฮิบาริเพียงแค่หยักไหล่แล้วตอบกลับหน้าตาย

 

“ก็แค่เอาปากแตะปาก” ใช่ เขาแค่เอาปากไปแตะกับปากของสึนะโยชิ มันไม่ใช่จูบเพราะถ้าเขาจูบจริงๆคนตรงหน้าคงไม่มีเรี่ยวแรงมายืนโวยวายหน้าแดงใส่เขาแบบนี้หรอก ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวรึเปล่าว่าหน้าของตัวเองมันแดงมากแค่ไหน

 

“ไอ้บ้าเอ้ย!! แล้วนายจะเอาปากนายมาแตะปากฉันทำบ้าอะไรเล่า!” เมื่อได้คำตอบกับหน้าตายๆของฮิบาริ สึนะก็โวยวายมากขึ้นอีก ก็ดูมันตอบเขาดิเอาปากแตะปากเนี่ยนะ!

 

“งั้น...” ฮิบาริเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ทำหน้าคิดอะไรสักอย่างก่อนจะเอ่ยปากคล้ายจะเสนอความคิดเห็น แต่ก็เว้นไว้เพียงแค่นั้น เพราะเจ้าตัวยื่นหน้าเข้ามาใกล้แบบที่สึนะไม่ทันได้ตั้งตัว รู้สึกตัวอีกทีริมฝีปากก็ถูดครอบครองด้วยริมฝีปากอุ่นนุ่มของฮิบาริแล้ว

 

“อื้อ!” สึนะโยชิส่งเสียงในลำคอด้วยความตกใจ เมื่อลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพลงปากพร้อมเกาะเกี่ยวลิ้นของเขาให้ไปพัวพันด้วย

 

“อื้มม..อื้ออ” มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาดันที่ไหล่แกร่งของฮิบาริออก แต่ต่อให้ดันมาเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยออกไปเลยสักนิด มีแต่จะเพิ่มองศาการจูบให้แนบแน่นยิ่งขึ้น จนเรี่ยวแรงของเขาเองนั่นล่ะที่หดหายจากมือที่ดันไหล่ของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นเกาะเกี่ยวไว้เพราะไม่มีแม้แต่แรงจะทรงตัว และก็อีกนั่นล่ะถ้าไม่ได้แขนแกร่งที่โอบเอวเขาเอาไว้อยู่ตอนนี้เขาอาจจะทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นให้อายสายตาชาวบ้าน เดี๋ยวนะ! สายตาชาวบ้าน....

 

อ๊ากกกกกก!!! นี่มันที่สาธารณะ!

 

สึนะที่กำลังเคลิ้มไปกับบทจูบมีสติขึ้นมาอีกครั้งเรี่ยวแรงที่หดหายไปกลับเข้ามาในร่าง ก่อนจะออกแรงผลักฮิบาริอย่างกำลังเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ให้ถอยห่าง ซึ่งก็ได้ผลเมื่อฮิบาริผละริมฝีปากออกไปพร้อมกับร่างหนาที่ถอยหลังไปสองก้าว

 

“แฮ่กๆ...ทำบ้าอะไรของนาย..ฮ๊ะ!” สึนะพูดไปด้วยหอบหายใจไปด้วยจ้องหน้าฮิบาริเขม่ง ตอนนี้ต่อให้ไม่บอกก็รู้ว่าหน้าของเขามันต้องแดงมากแน่ๆ ฮิบาริไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแต่การกระทำของชายหนุ่มกลับทำให้สึนะร้อนหน้ามากขึ้นไป

 

เรียวลิ้นที่ถูกส่งออกมาจากริมฝีปากที่เพิ่งจะมอบจูบแสนร้อนแรงให้เขาเมื่อครู่ กำลังไล้เลียกลีบปากบนของตัวเองเหมือนกับว่าเสียดายรสชาติที่เพิ่งสัมผัสไป

 

“น่าเสียดายแต่จะพอก่อนก็ได้ นี่มันก็เสียเวลาไปมากแล้วไปเถอะ” ฮิบาริพูดอย่างไม่คิดอะไรพรางก้าวน้ำสึนะที่ยังโซนเครื่องเล่น สึนะโยชิจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่เดินนำไปก่อนอย่างแค้นๆ ก็มีอย่างที่ไหนมาจูบคนอื่นเขาแล้วยังทำท่าทางแบบนั้นใส่อีก ไอ้เจ้าบ้านี่ คอยดูนะสักวัน (อีกแล้ว) เขาจะต้องฆ่าหมอนี่ให้ได้ ต้องฆ่ามันให้ได้เลย!!

 

 

 

-----------------------------------+++++++++++++++++++----------------------------------

 

 

 

“กลับมาเร็วกว่าที่ฉันคิดนะจีอ๊อตโต้” จีเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยเขาคิดว่าเพื่อนจะไปนานกว่านี้ซะอีก แต่ก็ดีแล้วแหละเพราะยังไงจีอ๊อตโต้ก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบอยู่

 

“ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตัดสินใจแบบนี้เหมือนกัน” ร่างเพรียวตอบเพื่อนกลับไปก่อนจะเดินลากกระเป๋าของตนเองไปยังท้ายรถของจีแล้วตามเพื่อนที่ขึ้นรถไปรอแล้ว

 

“ถ้านายคิดว่ามันดีแล้วก็ทำไปเถอะฉันจะไม่ห้าม” จีพูดขึ้นมาอีก จีอ๊อตโต้เลิกคิ้วขึ้นนิดๆเมื่อรู้สึกว่าเพื่อนพูดเหมือนจะรู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรแต่ก็นั่นล่ะ ในเมื่อคนตรงหน้าเขาคือจีไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขาอีกฝ่ายก็คงจะรู้หมดนั่นล่ะ

 

“อืม” จีอ๊อตโต้รับคำในลำคอแล้วหันหน้ามองไปยังนอกรถ ปล่อยให้จีขับรถไปเงียบๆ

 

 

“เออใช่ เมื่อเช้าเดม่อนมันโทรหาฉันเรื่องโฆษณาอะไรนั่นของมันนั่นแหละ บอกว่าถ้านายกลับมาแล้วให้ติดต่อมันด้วยมันจะได้บอกคอนเซ็ปต์อะไรของมันก็ไม่รู้ ก็รู้อยู่ว่าฉันทำงานด้านไหนยังจะให้ไปถ่ายโฆษณานั่นนี่ให้ โอ้ยยยย! จะบ้า!” จีพูดเรื่องงานที่เดม่อนโทรหาเขาเมื่อเช้าให้จีอ๊อตโต้รับรู้ก่อนจะบ่นให้ฟังเพิ่มเติมอีก จีอ๊อตโต้หัวเราะนิดๆ ในเมื่อเขาก็พอจะรู้น่ะสิว่าจีไม่ชอบงานอะไรแบบนี้แต่ก็โดนเดม่อนขอร้องแกมบังขับให้ช่วยตลอด จนหลายคนดันคิดว่าจีเป็นนายแบบโฆษณาไปแล้ว ทั้งๆที่งานจริงๆของจีคือบก.หนังสือ

 

“น่าๆ ถือว่าช่วยเพื่อนน่ะ แล้วนี่โคซาร์ทได้ติดต่อกับนายบ้างรึเปล่า ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องฉันก็ไม่ค่อยได้คุยกับหมอนั่นเลย”

 

“ฉันก็ไม่ได้ติดต่อเท่าไหร่ รู้แค่ว่าตอนนี้เจ้าบ้านั่นติดถ่ายละครอยู่เรื่องหนึ่ง เห็นว่าวันนี้จะปิดกล้องแล้ว เจ้าเดม่อนมันเลยโทรหาฉันให้บอกนายด้วยนี่ไง องค์ประกอบพร้อมมันก็จะต้มยำฉัน” พูดถึงเรื่องของโคซาร์ทได้ไม่เท่าไหร่ก็วกกลับมาบ่นให้กับเดม่อนต่อ จีอ๊อตโต้ได้แต่หัวเราะขำเพราะไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีเดม่อนก็คอยแต่จะแกล้งจีตลอด

 

“นายก็น่าจะชินได้แล้วนะจีก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรอ”

 

“ก็เพราะเป็นมาตั้งนานแล้วนั่นแหละ ถึงได้บ่นอยู่เนี่ย...อย่าให้เจอตัวนะพ่อจะจับแก้ผ้าให้ลูกน้องในบริษัทดูเลยนี่!” จีเอ่ยอย่างแค้นๆ

 

“นายก็พูดอย่างนี้ทุกที แต่ก็ไม่เห็นจะทำอะไรเดม่อนสักทีหรอก” จีอ๊อตโต้พูดขึ้นบ้าง แม้ว่าสายตาจะยังคงมองออกไปนอกรถ แต่หูก็ฟังทุกคนพูดที่เพื่อนเอ่ยออกมา

 

“เหอะน่า! ครั้งนี้แหละฉันต้องเอาคืนไอ้เจ้านั่นให้ได้เลย!” จีพูดอย่างมั่นใจ และตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป

 

“โอเคๆ แล้วฉันจะคอยดูนะว่าจะทำอย่างที่พูดได้หรือเปล่า”

 

 

.....

 

.....

 

.....

 

“อ๊ากกกกกกกกก!!!” เสียงร้องโหยหวนดังลั่นพร้อมกับเครื่องเล่น ‘Kitadama’ รถไฟเหาะตีลังกาที่เร็วที่สุดหวาดเสียวที่สุดเพราะมันชันมาก แถมยังมีรางที่คดเคี้ยวหมุนวนสลับซับซ้อนชวนตาลาย และไม่ต้องสงสัยให้มากความเลยว่าเสียงร้องนั่นเป็นของใคร ก็ของเขานี่ไง ซาวาดะ สึนะโยชิคนนี้เองนั่นแหละ!! ว่าแล้วก็ขอแหกปากอีกรอบ

 

“ว๊ากกกกกกกกกกก!! พอแล้วววว ปล่อยฉันลงไปน๊าาาาา!!

 

.

 

.

 

“ฮื่ออออ....อึก....ฮื้อออออ”

 

หลังจากที่ลงมาจากเครื่องเล่นนั่นโดยมีฮิบาริเป็นคนลาก (ย้ำว่ามันลากจริงๆ) มาโยนทิ้งไว้ที่ม้านั่งแถวนั้นสึนะโยชิก็ปล่อยโฮ่ออกมาทันทีโดยไม่สนสายตาใครที่มองมาแม้แต่น้อย ตอนนี้ใครจะมองยังไงก็ช่าง เขาดีใจนี่ดีใจที่ในที่สุดก็ได้กลับลงมาเหยียบพื้นโลกแล้ว แม้ว่าขาจะสั่นมากแค่ไหนก็ตาม

 

และอย่าพูดถึงฮิบาริเด็ดขาดเพราะทันทีที่มันโยนเขาลงกับม้านั่งมันก็เดินหนีหายไปไหนไม่รู้ แต่ช่างมันเถอะไปไกลๆได้ยิ่งดี เพราะนี่ไม่ใช่เครื่องเล่นชนิดแรกที่เขาต้องหมดสภาพแบบนี้ นี่มันเครื่องเล่นชนิดที่สามแล้ว อย่างแรกก็เรือไวกิ้งไอ้เจ้าเครื่องเล่นนั่นมันทำให้เขาขยาดที่จะเข้าใกล้และไม่คิดจะเข้าใกล้อีกแน่ๆ สองก็บ้านผีสิงทำเอาเค้าแหกปากร้องลั่นน้ำตาไหลไปตลอดทาง นี่ยังบังขับมาเล่นอะไรหวาดเสียวชวนหัวใจวายอีก ต่อให้ต้องตายเขาก็ต้องฆ่าฮิบาริให้ได้!!

 

 

“เอ้า...” ฮิบาริที่เดินกลับมาแล้วยื่นขวดน้ำเย็นๆส่งให้กับคนที่นั่งพิงพนักม้านั่งหลับตาทำหน้าผะอืดผะอมอยู่ เห็นท่าทางเหมือนคนใกล้ตายเลยยอมเสียสระเดินไปซื้อน้ำให้หรอกนะ

 

“อืออ” สึนะโยชิยื่นมือมารับขวดน้ำไปทั้งที่ยังหลับตาอยู่ที่รู้ว่าขวดน้ำมันอยู่ตรงไหนก็เพราะไอ้สัมผัสเย็นๆที่ข้างแก้มนี่ไง มีอย่างที่ไหนยื่นน้ำให้ก็น่าจะเอาให้กันดีๆ ฮิบาริมันเอามาแนบที่แก้มเขาเนี่ย!

 

เมื่อรับขวดน้ำมาแล้วสึนะก็ไม่รอช้าที่จะเปิดมันยกขึ้นดื่มทันที ความเย็นของทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นไอ้อาการเมาเครื่องเล่นมันก็ยังคงอยู่เป็นที่ระลึกกับร่างกายของเขา

 

...ไม่ได้อยากเป็นแบบนะเฟ้ย! ไม่ต้องมามีอะไรไว้ระลึกถึงหรอก แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้วเนี่ย!!

 

“ไหวหรือเปล่า” น้ำเสียงที่ดูจะอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดดังมาจากฮิบาริที่นั่งอยู่ข้างๆ สึนะหันไปมองคนพูดและอยากจะตะโกนบอกเสียงดังๆเลยว่าแค่นี้น่ะสบายมาก แต่ร่างกายเขามันไม่อำนวยให้ทำอะไรแบบนั้นนี่สิ ตอนนี้จึงได้เพียงแค่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก็แม้ว่าใจจะไหวยังไงถ้าร่างกายไม่ไหวก็ทำอะไรไม่ได้นะ

 

“งั้นเดี๋ยวนั่งพักก่อนแล้วกัน ตอนนี้ก็5โมงกว่าแล้ว 6โมงฉันจะพาไปขึ้นเครื่องเล่นอย่างสุดท้าย...เถอะน่า รับรองอันนี้ไม่แกล้งแล้ว” ฮิบาริว่าเสียงนุ่ม มือข้างที่ว่างจากการถือขวดน้ำยกขึ้นมาขยี้ผมของสึนะโยชิเบาๆ ก่อนจะรั้งให้เอนมาซบกับไหล่ของตัวเอง

 

แต่เดี๋ยวนะ!...คนอย่างฮิบาริ เคียวยะ ไอ้บ้านั่นจะมาทำอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ?!

 

“อ๊ะ!” สึนะสะดุ้งเล็กน้อย พยายามขืนตัวให้ลุกขึ้นแต่เพราะแรงกดจากมือของฮิบาริทำให้เขาจำใจต้องเอนหน้าซบไปกับไหล่อของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น...ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรือ

 

และไม่รู้ว่าเขาอยู่อย่างนั้นมานานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ฮิบาริสะกิดบอกว่าได้เวลาแล้วนั่นแหละ เขาถึงได้กลับมานั่งตัวตรงอีกครั้ง

 

แต่...ปวดคอชะมัดเลยว่ะ!

 

ฮิบาริเก็บขวดน้ำที่ดื่มหมดไปแล้วทิ้งลงถังขยะใกล้ๆ ก่อนจะเดินมาจูงคนที่มีสภาพไม่ต่างกับซอมบี้ดีๆนี่เองให้เดินตามเขาไปยังเครื่องเล่นเครื่องสุดท้าย ที่เป็นเหมือนเครื่องเล่นไว้เล่นปิดสวนสนุก มันคือชิงช้าสวรรค์ที่ตั้งเด่นให้มองเห็นตั้งแต่ขับรถอยู่ที่ไกลๆ เพราะมันทั้งสูงและใหญ่จนเขาเองยังไม่คิดเลยว่าจะมีใครมาสร้างของแบบนี้ได้ด้วย

 

 

เมื่อยื่นตั๋วให้กับพนักงานเรียบร้อยแล้ว ฮิบาริก็ลากคนข้างๆให้เดินเข้าไปในกระเช้าชิงช้าที่เป็นกระจกทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านซ้ายด้านขวาด้านหน้าด้านหลังหรือแม้แต่พื้นที่เหยียบอยู่ก็ยังเป็นกระจกยกเว้นเพดานที่เป็นฝ่ามัวๆทำให้มองไม่เห็นกระเช้าที่อยู่บนหัว

 

แต่เรื่องนั้นจะเป็นยังไงก็ช่างเขาไม่ได้คิดจะสนใจอยู่แล้วสิ่งที่เขาสนใจตอนนี้คือทิวทัศน์ที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ต่างหาก มันสวยมากเลยล่ะ พระอาทิตย์ยามเย็นที่กำลงลาลับขอบฟ้าไปเหลือเพียงนิดก็จะหายไปในความมืด แสงสีส้มที่สองประกายไปยังก้อนเมฆและจุดที่แสงของมันยังคงส่องไปถึง ไหนจะบรรยากาศด้านล่างของสวนสนุกที่พื้นที่โดยรอบที่เริ่มจะเปิดไฟให้ความสะว่างกันแล้วยิ่งทำให้มันดูสวยมากขึ้นไปอีก

 

สึนะโยชิแถบจะหายเมาเป็นปริทิ้งเมื่อได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามแบบนี้ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าตลอดเวลาที่เจ้าตัวเอาแต่สนใจกับทิวทัศน์รอบนอก กำลังมีใครบางคนจ้องมองมาที่ตัวเองไม่ละสายตาไปไหน ทั้งยังมีรอยยิ้มน้อยๆประดับที่ใบหน้าตั้งแต่เข้ามาในกระเช้านี้แล้ว กว่าจะรู้ตัวก็เป็นตอนนี้คนจ้องขยับเปลี่ยนที่จากฝั่งที่ตัวเองนั่งไปนั่งข้างกับคนถูกจ้องนั่นแหละ

 

 

“เหวอ...ฮิบาริทำอะไรของนายน่ะ จะมานั่งเบียดฝั่งนี้ทำไม!” สึนะส่งเสียงถามด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายอยู่ดีๆก็ย้ายมานั่งข้างเขาเฉยเลย คนถูกถามไม่ได้ตอบคำแต่อย่างใด นอกจากใบหน้าคมคายที่เลื่อนเข้าไปใกล้คนที่มองมาที่เขาอย่างสงสัย

 

ภาพตรงหน้ามันสวยจับสายตาจนตัวของเขาเองยังห้ามสายตาไม่ให้จับจ้องไม่ได้ สึนะโยชิที่กำลังเอียดคอเล็กน้อยอย่างงงงวย แสงที่ส้มอ่อนๆที่สาดส่องเข้ามาในกระเช้าทำให้บรรยากาศมันดูโรแมนติก และยิ่งโรเเมนติกมากขึ้นไปอีกเมื่อมีแบ็คกราวเป็นท้องฟ้าที่มีแสงประกายสีส้มอ่อนประปรายพระอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปแล้วกับจุดสูงสุดของชิงช้าสวรรค์ที่พวกเขานั่งวนขึ้นมาถึง

 

รู้ตัวอีกทีฮิบาริก็แนบริมฝีปากไปกับกลีบปากอ่อนนุ่มของอีกฝ่ายซะแล้ว

 

จูบที่แสนอ่อนหวานและหวาบหวามหัวใจ ชวนให้หัวใจสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ และไม่รู้ว่าจะมีเพียงแค่เขาคนเดียวรึเปล่าที่เป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าสึนะโยชิจะรู้สึกเหมือนที่ตัวเขากำลังรู้สึกอยู่แบบนี้หรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

-----------------------------------------++++++++++++++++++++++++----------------------------------------

100%

ครบล่ะเนอะ ช่วงหลังอาจจะแปลกๆอยู่บ้าง แต่ก็อย่าถือสาเลยสึนะมันบ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

68 ความคิดเห็น

  1. #64 ` i's_2na;antberry★ (@antberry) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 22:22
    จีกับเดม่อนนี่ยังไง ๆ อยู่นะเนี้ย 5555555555 ตอนนี้คู่น้องดูจะไม่มีอะไรให้ห่วงได้เท่าคู่พี่
    #64
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #56 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 10:36
    ไรท์อยู่หนายยยยยยยยยยย~ ออกมาน้าาาาา เค้ากำลังรออยู่อยากอ่านต่อแว้วววววว มันค้างมากเลยค่ะ ก็อยากจะบอกว่าที่ไรท์แต่งมาทั้งหมดเนี่ยมันสนุกมากค่ะ เค้าถึงอารมณ์ได้แบบสุดๆอ่ะ บางตอนก็นั่งยิ้มไม่หุบเลยหล่ะค่ะ ไรท์แต่งดีมากนะคะ ได้อารมณ์ ฟิลลิ่ง ฮาด้วย แบบเนี้ยแหล่ะ เค้าชอบมากหล่ะค่ะ แต่ไม่ค่อยมีฉากเศร้าซะด้วย ก็มันเน้นฮานี่นา 555+ o>_<o~ จริงๆก็เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านฉากเศร้าๆนะคะ &#9582;(&#9583;_&#9584;)&#9581; แต่มีบ้างแบบนี้ก็ดีเหมือนกันหล่ะค่ะ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจส่วนหนึ่งให้ไรท์นะคะ พยายามเข้าค่ะ จะรอมาอัพต่อนะคะ สู้ๆค่ะ
    ปล.1 ไรท์หายยยยย
    ปล.2 ไรท์หนีไปแล้วววว อย่าทิ้งเรื่องนี้นะคะ แล้วเจอกันค่ะ &#65312;(&#65507;-&#65507;)&#65312;
    ~~~บายยยยยย~~~
    #56
    0
  4. #55 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 10:35
    ไรท์อยู่หนายยยยยยยยยยย~ ออกมาน้าาาาา เค้ากำลังรออยู่อยากอ่านต่อแว้วววววว มันค้างมากเลยค่ะ ก็อยากจะบอกว่าที่ไรท์แต่งมาทั้งหมดเนี่ยมันสนุกมากค่ะ เค้าถึงอารมณ์ได้แบบสุดๆอ่ะ บางตอนก็นั่งยิ้มไม่หุบเลยหล่ะค่ะ ไรท์แต่งดีมากนะคะ ได้อารมณ์ ฟิลลิ่ง ฮาด้วย แบบเนี้ยแหล่ะ เค้าชอบมากหล่ะค่ะ แต่ไม่ค่อยมีฉากเศร้าซะด้วย ก็มันเน้นฮานี่นา 555+ o>_<o~ จริงๆก็เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านฉากเศร้าๆนะคะ &#9582;(&#9583;_&#9584;)&#9581; แต่มีบ้างแบบนี้ก็ดีเหมือนกันหล่ะค่ะ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจส่วนหนึ่งให้ไรท์นะคะ พยายามเข้าค่ะ จะรอมาอัพต่อนะคะ สู้ๆค่ะ
    ปล.1 ไรท์หายยยยย
    ปล.2 ไรท์หนีไปแล้วววว อย่าทิ้งเรื่องนี้นะคะ แล้วเจอกันค่ะ &#65312;(&#65507;-&#65507;)&#65312;
    ~~~บายยยยยย~~~
    #55
    0
  5. #36 tharinee_thachee (@tharinee_thachee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 20:52
    รู้สึกว่าสึจังจะโดนจูบบ่อย ^0^
    #36
    0