ผู้เขียนเขียนนวนิยายแนวจบไม่เป็น คือเริ่มเขียนตั้งแต่ตัวละครเป็นเด็ก แล้วก็เล่าเรื่อยเปื่อยมาเรื่อยๆ กะว่าจะเป็นการปูพื้นฐานตัวละครและสังคมวัฒนธรรมในเรื่อง เขียนไปเขียนมาไหลไปเรื่อยเปื่อย เนื่องจากจะเป็นคนรู้สึกว่าหากกระโดดข้ามช่วงเวลาเหมือนเราโกงคนอ่าน เลยเก็บมันทุกเม็ด เรื่องเลยยาวเฟื้อย
ขณะที่เขียนไปได้สามสี่สิบบทก็มีสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งติดต่อมาว่าสนใจจะตีพิมพ์ แต่เราบอกว่าคงอีกนานกว่าจะจบ ขอให้จบก่อน ว่าแล้วก็เขียนต่อไปเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะ
ต่อมาน้องคนหนึ่งซึ่งเริ่มเขียนทีหลังแต่ได้พิมพ์ก่อนบอกรำคาญจังเขียนไปได้ พี่ตัดออกมาภาคแรกพิมพ์ก่อนดีไหม เราก็ตกลง น้องเขาก็จัดแจงติดต่อสำนักพิมพ์ให้เสร็จสรรพ แล้วได้พิมพ์ ระหว่างนั้นก็ช่างมั่นใจ บอกบก. ว่าขอเวลาตรวจสอบรีไรท์สักหนึ่งอาทิตย์ แล้วจะส่งต้นฉบับไปให้
ฝันไปเถอะหนึ่งอาทิตย์ยังดูได้ไม่ถึงสิบตอน ตอนหลังจึงบอกว่าขอเวลาเดือนหนึ่ง แต่ในทางปฏิบัติรู้สึกจะเดือนกว่าๆ
ร่นช่วงกำเนิดกฤตยุคุณให้น้อยลง เพราะคนอ่านบางคนไม่อยากอ่าน แล้วตอนที่เขียนก็ยังเบลอ มองมามองภาพรวมใหม่แล้วจะทราบว่าตรงไหนควรตัดทิ้ง ร่นให้สั้นลง หรือปรับแต่ง ฯลฯ
ก็หยุดเขียนของใหม่ เงียบๆ ไปช่วงหนึ่งเพื่อรีไรท์ของเก่า ซึ่งจริงๆ ก็รีไรท์ตลอดเวลาที่มีการเขียนตอนใหม่ๆ แต่ก็ยังป้ำๆ เป๋อๆ หลายๆ จุด ครั้นส่ง สนพ. ไป ทางนั้นเอาไปจัดหน้า ตรวจบรู๊ฟ แล้วส่งรูปเล่มจัดหน้ามาให้ดู แทนที่เราจะดูบางส่วน เราก็ดูอีกทั้งหมด แล้วก็เจอความเป๋อของตัวเองอีกคำรบก็ต้องแก้ไขอีก แต่ก็ดีที่ยังเจอเนาะ
แก้ส่งไปรอบหลังจึงคิดว่าน่าจะสุดท้ายแล้ว แต่หากหยิบมาดูอีกอาจได้แก้อีก คนเรา....นิสัย
แล้วก็ตามด้วยออกแบบปก เราก็จำจี้จ้ำไชในรายละเอียดไปอย่างเรียบร้อย เขาวาดส่งมาให้ดูก็ติเขาอีกแหนะ เขาก็ไปแก้ตามที่พอแก้ได้ จนมาเป็นอย่างที่เห็น ขัดใจอยู่อย่างคือนางเอกน่าจะเปลือยอกตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ แต่ บก. บอกว่าเกรงจะอุจาด อะจึ๋ยๆ
ทีนี้ชื่อเรื่องเราไปตั้งไว้แต่แรกว่า บุษบานาครี ตอนนั้นวางพล็อตไว้ว่าจะใช้ดอกราตรีเป็นสัญลักษณ์ของนางเอก แล้วดอกราตรีในภาษาเขมรเรียกว่า "ณาครี" แต่เขียนๆ ไปสืบค้นเจอว่าดอกราตรีไม่ใช่พืชประจำท้องถิ่น อิมพอร์ตมาจากที่อื่น เกือบพันปีที่แล้วอาจไม่มีในพื้นที่นี้ แหง่ว !
จึงต้องปรับใหม่ สุดท้ายคิดออกว่าสองคนนี้ตอนพระนครแตกเข้าป่าอาจจำต้องเปลี่ยนชื่อเพื่อปกปิดฐานะตนเอง งั้นก็เลยเอาชื่อนี้ไปใส่เสีย ให้นางเอกชื่อบุษบา ส่วนพระเอกชื่อนาครี ดี พระเอกเป็นนาคกลับชาติมาเกิดด้วย เหมาะๆ
กะว่าสองคนนี้พอพลัดเข้าป่าแล้วจะร่วมตะลุยอุปสรรคด้วยกันในชื่อนี้ แต่กว่าคนอ่านจะรู้ว่าทำไมนิยายเรื่องนี้ถึงชื่อนี้ก็ถึงตอนที่ร้อยเศษเข้าไปแล้ว (ภาคแรกรีไรท์จากร้อยเศษๆ เหลือ ๙๙ ตอน เลขสวยมาก)
เมื่อตัดออกมาภาคแรกมาตีพิมพ์ จึงต้องหาชื่อใหม่ เพราะช่วงแรกพระนครยังไม่แตก ยังไม่เข้าป่า คิดไปคิดมาก็ได้ชื่อ "เศวตฉัตรนาคา" ลอยเข้ามาขณะคุยเอ็มกับน้องคนเดิม
อันหมายถึง เศวตฉัตรที่ปักบนผืนแผ่นดินที่เจ้าของเดิมคือพญานาค ว่าตามตำนานของเขมรที่มีพราหมณ์เดินทางเข้ามาในดินแดนนี้ แล้วรบกับธิดาพญานาค แล้วรบชนะ แต่งงานกับนาง แล้วครองแผ่นดิน พญานาคก็สูบน้ำออกและกลายเป็นแผ่นดินกว้างใหญ่
แล้วก็สอดคล้องกับพญานาคในตอนต้นเรื่องด้วยที่เกี่ยวกับนางนาคในวังที่กษัตริย์ต้องเสด็จไปบรรทมกับนางทุกราตรี และเติมแต่งเพิ่มให้ว่าโจษจันกันในวังว่านางนาคหึงหวงเก่ง ใครถวายงานแล้วจำต้องรีบลงจากพระแท่นมิเช่นนั้นนางอาจเอาชีวิตได้
เลยได้คอนเซ็ปต์นี้ตั้งชื่อ "เศวตฉัตรนาคา" ซึ่งไม่ใช่ชื่อที่ตั้งไว้แต่แรก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ดีเท่าชื่อแรก
เมื่อตั้งชื่อใหม่ก็ต้องมีนาคาแทรกบ่อยกว่าเดิมเพื่อเน้นย้ำชื่อเรื่อง ตอนที่ช้างมาเข้าฝันบอกนางเอกว่าอย่าเพ่อยอมเผลอใจมอบกายให้พระเอกนั้นจึงเปลี่ยนตัวละครเป็นนางพญานางตนหนึ่งมาบอกแทน จะได้มีนาคบ่อยขึ้นมาอีกนิด สมกับชื่อเรื่อง
กำลังบอกว่าชื่อนั้นสำคัญไฉน แล้วบางที่เงื่อนไขบางประการอาจทำให้เราไม่สามารถใช้ชื่อนวนิยายที่ตั้งเอาไว้
เคยได้ยินว่าเรื่องสั้นบางเรื่องของนักเขียนมีชื่อ บก. เป็นคนแก้ชื่อเรื่องให้ก็มี แล้วดูดีกว่าชื่อที่นักเขียนตั้งมาตอนแรก
แต่ภาคต่อไปนั้นไม่แน่ใจ อาจจะใช้ชื่อ บุษบานาครี ตามชื่อตัวละครหลักที่ใช้ตอนบุกป่า หรือหากเศวตฉัตรนาคาเกิดขายดีมากๆ จนต้องแยแสถึงชื่อเดิมด้วยเงื่อนไขของการตลาดก็อาจใช้ชื่อ "เศวตฉัตรนาคา" ก็ได้ ยังไม่แน่นอน เพราะยังเขียนไม่จบ ฮ่าๆ
อีกนานนะ กว่าจะจบ อย่าเพิ่งเบื่อกันน๊า
ความคิดเห็น