ตารางแนะนำการรับประทานฟลูออไรด์สำหรับเด็ก
อายุ ปริมาณฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำ/น้ำดื่มที่รับประทาน
0.3 ppm 0.3-0.6 ppm 0.6 ppm (ppm = 1 ส่วนในล้านส่วน)
6 เดือน-3 ขวบ 0.25 mg/วัน -
3-6 ขวบ 0.50 mg/วัน 0.25 mg/วัน -
6-16 ปี 1.0 mg/วัน 0.50 mg/วัน -สำหรับข้อแนะนำในการใช้ฟลูออไรด์ชนิดรับประทาน หมอขอฝากไว้ดังนี้
ควรพาบุตรหลานมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและรับคำแนะนำการดูแลสุขภาพฟัน รวมถึงการใช้ฟลูออไรด์ตั้งแต่อายุ 6 เดือน
ต้อง ทราบแหล่งน้ำที่ใช้ดื่มในพื้นที่มีปริมาณฟลูออไรด์เท่าใด โดยถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็อาจสอบถามจากสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ หรือนำน้ำส่งตรวจได้ เช่น ที่คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
ไม่ แนะนำให้ซื้อฟลูออไรด์รับประทานเอง เพราะอาจรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสมได้ ซึ่งอาจเกิดผลเสียได้ คือ ฟันตกกระ ถ้ารับประทานปริมาณมากเกินไป
ในน้ำดื่ม น้ำแร่ ที่มีขายในท้องตลาดบางยี่ห้อก็มีปริมาณฟลูออไรด์สูง ควรดูสัดส่วนข้างขวด หรือส่งตรวจปริมาณฟลูออไรด์ กรณีที่ใช้รับประทานเป็นประจำ นอกจากนี้ฟลูออไรด์ยังมีการนำมาใส่ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ยาสีฟัน น้ำยาอมบ้วนปาก เจลฟลูออไรด์เคลือบฟัน ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ก็จะมีวิธีการใช้ เทคนิค และอายุที่ควรใช้แตกต่างกัน ซึ่งต้องใช้ให้ถูกวิธี ตัวอย่างเช่น การใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในเด็กเล็กอายุ 1-2 ขวบ อาจใช้แค่ยาสีฟันป้ายพอเปื้อนขนแปรง แปรงให้เด็กแล้วเช็ดออก ในขณะที่เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นมาให้ใช้ยาสีฟันขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดฟัน ในหนึ่งครั้ง เป็นต้น จึงควรใช้ตามคำแนะนำ หรือปรึกษาทันตแพทย์เป็นรายๆ ไป
เทคนิค ในการรับประทานฟลูออไรด์กรณีเด็กเล็กได้รับฟลูออไรด์ชนิดน้ำแนะนำให้หยดตาม ซี่ฟันทุกซี่ตามขนาดที่แนะนำ กรณีได้รับเป็นยาเม็ดฟลูออไรด์ให้เด็กเคี้ยว หลังแปรงฟันก่อนนอนจะทำให้ได้เคลือบฟลูออไรด์ที่ซี่ฟันไปด้วย
สุด ท้ายแม้ว่าเราจะใช้ฟลูออไรด์แล้วก็ตาม การแปรงฟัน ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน รวมทั้งใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วยในการทำความสะอาดซอกฟัน และควรเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ส่งเสริมให้รับประทานผัก ผลไม้ ควรงดอาหารหวานเหนียว อาหารกรุบกรอบ ก็จะทำให้สุขภาพฟันดียิ่งขึ้นค่ะ
ความคิดเห็น