
ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.53 เป็นต้นไป รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ทุกคันจะต้องใช้มิเตอร์แบบมีใบเสร็จรับเงิน เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้โดยสาร และเพิ่มความสะดวกในการติดตามสิ่งของที่ผู้โดยสารลืมไว้ ขณะที่บรรยากาศการจดทะเบียนรถแท็กซี่ใหม่วันแรกยังเงียบเหงา กรมการขนส่งทางบกคาดว่าผู้ประกอบการจะต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารให้พร้อม และเชื่อวันพรุ่งนี้จะมีรถแท็กซี่มาจดทะเบียนใหม่คึกคัก
นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้( 4 ม.ค.53) เป็นต้นไปรถแท็กซี่มิเตอร์ที่จดทะเบียนใหม่ทุกคัน จะต้องใช้มิเตอร์แสดงอัตราค่าโดยสารที่มีเครื่องพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบค่าโดยสาร และรายละเอียดในการใช้บริการได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้โดยสารลืมสิ่งของสัมภาระไว้บนรถแท็กซี่ ยังสามารถใช้ใบเสร็จเป็นหลักฐานในการติดตามของคืนได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ จะต้องติดเครื่องพิมพ์ใบเสร็จไว้ที่ด้านซ้ายของผู้ขับรถ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยมิเตอร์ที่ติดตั้งจะต้องผ่านความเห็นชอบและตรวจสอบจากกรมการขนส่งทางบกก่อนทุกครั้ง ซึ่งมิเตอร์แบบที่มีใบเสร็จรับเงินนี้ จะแสดงข้อมูลหมายเลขทะเบียนรถ วัน-เดือน-ปี ที่ใช้บริการ ระยะทาง และระยะเวลาในการเดินทางรวมทั้ง จำนวนเงินค่าโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการสามารถตรวจสอบข้อมูลรถแท็กซี่ และรายละเอียดได้ ส่วนอัตราค่าโดยสารจะยังอยู่ในอัตราเดียวกับแท็กซี่ที่ใช้มิเตอร์แบบธรรมดา โดยผู้โดยสารสามารถสังเกตและเลือกใช้แท็กซี่มิเตอร์ที่มีใบเสร็จได้ โดยดูที่สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมสีเขียว ที่ติดอยู่ที่บริเวณโคมไฟหลังคารถ ที่มีข้อความว่า "มีใบรับเงิน" และที่กระจกด้านหน้าซ้ายของรถ ระบุข้อความว่า "แท็กซี่มีใบเสร็จ"
สำหรับรถแท็กซี่เก่าที่จดทะเบียนอยู่แล้ว จะเปลี่ยนใช้มิเตอร์ที่มีเครื่องพิมพ์ใบเสร็จรับเงินหรือไม่ก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามบรรยากาศการนำรถแท็กซี่มาจดทะเบียนใหม่ โดยใช้มิเตอร์แบบมีใบเสร็จ ในวันนี้วันแรก ยังเป็นไปอย่างเงียบเหงา ตั้งแต่เช้าเปิดทำการ จนถึงขณะนี้พบว่ายังไม่มีรถแท็กซี่มาจดทะเบียนใหม่ โดยกรมการขนส่งทางบกเชื่อว่า อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเปิดทำการวันแรกหลังวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้บรรยากาศไม่คึกคัก และผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการดำเนินการ จึงคาดว่าบรรยากาศจดทะเบียนแท็กซี่ใหม่น่าจะคึกคักมากขึ้นในวันพรุ่งนี้
ความคิดเห็น