ใช้ ‘น้ำยาบ้วนปาก’ ไม่ระวัง ทำรับรสเพี้ยน ...
เขียนโดย
bbcrew
การใช้น้ำยาบ้วนปากมีจุดประสงค์หลายประการ ได้แก่
- เพื่อลดเชื้อโรคภายในช่องปาก
- เพื่อระงับกลิ่นปากที่เกิดจากสาเหตุภายในช่องปากชั่วคราว
- เพื่อทำให้ปากชุ่มชื้น สดชื่นจากกลิ่นและรสของยา
- เพื่อลดอาการข้างเคียงของรังสีรักษา ประเภทของน้ำยาบ้วนปากมีทั้งแบบที่สามารถทำใช้ได้เองและที่ใช้กันทั่วไปคือ มีส่วนผสมของสารต่างๆ
น้ำยาบ้วนปากที่สามารถทำได้ เองโดยการใช้เกลือประมาณ ½ - 1 ช้วนชาละลายในน้ำอุ่นประมาณค่อนถ้วยแก้วคนให้ละลาย ใช้อมกลั้วปากบ่อยๆ ทุกวันอย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง หรืออมไว้นานอย่างน้อย 5 นาที โดยอมบ้วนปากหลังอาหาร ก่อนนอน จะช่วยลดการเกาะตัวของแผ่นคราบฟันได้
ส่วนแบบที่ใช้กันทั่วไป คือ สูตรผสมสารฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ แบ่งออกเป็น คือ
- แบบอมบ้วนปากทุกวัน พวกนี้มีโซเดียมฟลูออไรด์อยู่ 0.05% ใช้อมบ้วนปากและฟันประมาณ 2 นาที โดยมากทำหลังแปรงฟัน และก่อนนอน หรือถ้านำไปใช้ในโรงเรียน ก็ให้อมบ้วนปากหลังแปรงฟันกลางวัน
- แบบอมบ้วนปากทุก 2 สัปดาห์ มีโซเดียมฟลูออไรด์ 0.2% ให้อมครั้งเดียวทุก 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ การใช้น้ำยาบ้วนปากที่ผสมฟลูออไรด์ หลังแปรงฟันทุกวัน โดยอมกลั้วปากนาน 2 - 3 นาที มีรายงานว่าสามารถลดการเกิดฟันผุได้ โดยใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 1 - 3 ปี และช่วยลดการเกาะของคราบจุลินทรีย์
สำหรับการ เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือมีแต่ น้อยเพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องปากและอาการแสบในช่องปาก โดยเฉพาะถ้ามีแผลในช่องปากอยู่แล้ว น้ำยาบ้วนปากที่มีขายโดยทั่วไป มีรส กลิ่นและสีต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นสูตรต่างประเทศ จึงมักมีราคาค่อนข้างสูง เลี่ยงใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของกรด เนื่องจากอาจทำให้ผิวฟันกร่อน เมื่อผิวเคลือบฟันบางลงจะทำให้มีอาการเสียวฟันตามมาได้
อย่าง ไรก็ตาม การใช้น้ำยาบ้วนปากติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ไปทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ดีที่อาศัยอยู่ในปากให้ตายไปด้วยอาจนำมา ซึ่งเชื้อราในช่องปาก ทำให้ตุ่มรับรสของลิ้นเพี้ยนไป มีสีเคลือบผิวฟันที่เปลี่ยนแปลงหรือทำให้เกิดหินปูนได้ง่าย
ส่วน ยาสีฟันที่อ้างว่าสามารถลดแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นปากได้นั้น ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่ายาสีฟันจะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในปาก ได้ ซึ่งประสิทธิภาพของยาสีฟันที่อ้างว่าลดแบคทีเรียไม่แตกต่างกับการแปรงฟัน ด้วยยาสีฟันอะไรก็ได้อย่างถูกวิธีและใช้ไหมขัดฟันในซอกฟันส่วนที่แปรงไปไม่ ถึง
กลิ่นปากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปากชนิดที่ไม่ใช้ ออกกซิเจนผลิตก๊าซในกลุ่ม ซัลเฟอร์ กลิ่นปากยังเกิดได้จากผู้ป่วยมีโรคอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว เช่นโรคกรดไหลย้อน หากรักษาโรคเหล่านั้นกลิ่นปากก็จะหายไป รวมทั้งกลิ่นปากจากโรคในช่องปาก เช่น โรคปริทนต์ โรคเหงือก ฟันผุ ฯลฯ วิธีการตรวจว่ามีกลิ่นปากจริงหรือไม่นั้น ทำได้โดยการสังเกตจากคนรอบข้าง หรือเอาช้อนมาขูดลิ้นแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 วินาที จากนั้นนำมาดม หากพบว่ามีกลิ่นเหม็นก็แนะนำให้มาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กปัญหาในช่องปาก
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
19 พ.ค. 53
267
0
ความคิดเห็น