bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

เสียงดัง : อันตรายที่มองไม่เห็น

เขียนโดย bbcrew
Kobalt 30 Gallon Air Compressor 6 Gallon Air Compressor DeWalt Air Compressors Cheap 12v Replacement Air Compressor Air Compressors 3 CFM 90 PSI Air Compressor Unloaders Diesel Construction Air Compressor VW Powered Air Compressor Air Compressor Pressure Washer Low Pressure Air Compressor Gauge Pressure Switch Air Compressor Honda Air Compressor Honda Air Compressors Breathing Air Compressors Best Air Conditioning Compressors The Best Air Compressor Automotive Air Conditioning Compressor Ingersoll-Rand Air Compressor Pumps How to Build an Gas Air Compressor Air America Compressors 1.5HP Air Compressor 6 Gal 20 Gal Air Compressors Air Lift Air Compressors Bel Aire Air Compressors Bon Aire Air Compressor Bostitch Air Compressor Ingersoll-Rand 145 Air Compressor Ingersoll Air Compressor Ingersoll Rand Electric Portable Air Compressor Ingersoll Rand Model 30t Air Compressor Ingersoll Rand Portable Air Compressor Ingersoll Rand T30 Air Compressor T30 Ingersoll Rand Air Compressor Parts Bostitch Air Compressor Repair Parts Master Craft Air Compressor Parts Maxus Air Compressor Parts Parts for Quincy 210 Air Compressor Portable Air Compressor Parts Sales Dealers BC Porter Cable C7550 Air Compressor Parts Rigid Portable Air Compressor Parts Sears Auto Air Compressor Parts Sears Craftsman Air Compressor Parts Smith 100 Air Compressor Parts Sullair Air Compressor Parts Task Force Air Compressor Parts Wayne 376 Air Compressor Parts Husky 2 Gallon Air Compressor Husky 26 Gallon Air Compressor Husky 8 Gallon 125 PSI Air Compressor Husky Portable Air Compressor

   โดยทั่วไปประสาทหูจะเริ่มเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 20 ปี จนสร้างปัญหาเรื่องการได้ยินเมื่ออายุประมาณ 55-65 ปี เมื่อหูเสื่อมแล้วไม่มีทางกลับมาได้ยินชัดเจนเหมือนเดิม ต้องอาศัยเครื่องช่วยฟังไปตลอดชีวิต ที่สำคัญเสียงจากเครื่องช่วยฟังไม่ เสนาะหูเหมือนเสียงตามธรรมชาติ และอาจทำให้ผู้ที่ใช้ในระยะแรกๆ เป็นโรคซึมเศร้าด้วย

หูเสื่อม : โรคฮิตมาแรง (แซงทางโค้ง)  

   ประสาทหูเสื่อมหรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "หูเสื่อม" เป็นภาวะที่ได้ยินเสียงลดลง หรือไม่ได้ยินเลย เกิดจากการรับเสียงดังเกินไปและนานเกินไป แต่ปัญหาหูเสื่อมไม่จำเป็นต้องมาจากเสียงรบกวนเสมอไป อาจเกิดขึ้นจากเสียงที่พึงปรารถนาด้วยพฤติกรรมต่างๆ เช่น ติดนิสัยฟัง MP3 ตลอดเวลาโดยเปิดในระดับดังมากๆ การเที่ยวกลางคืนบ่อยๆ ทำให้เซลล์รับเสียงคลื่นในความถี่ 2,000-6,000 เฮิร์ตท์ (Hz) ถูกกระทบกระเทือนจนทำงานไม่ได้ ผู้ป่วยจึงไม่ได้ยินเสียงพูดคุยระดับปกติและ ต้องฟังเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
 
   โรคหูเสื่อมแบ่งเป็น

  • โรคหูหนวก หรือหู บอดสนิท 
    สาเหตุ : แก้วหูทะลุและหูอักเสบที่รุนแรง หูหนวกแต่กำเนิด พิษจากยา (สเตรปโตไมซิน, คาน่าไมซิน, เจนตาไมซิน) โรคคางทูม ไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ รูปแบบการดำเนินชีวิต  เช่น  การดำน้ำ 
    อาการ - ไม่สามารถได้ยินเสียงใดๆ เลย ต้องอาศัยเครื่องช่วยฟัง หรือผ่าตัด
            - เป็นใบ้ ถ้าหากเกิดขึ้นก่อนสองขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กกำลังพัฒนาการพูด
  • โรคหูตึง แบ่ง เป็น - หูตึงแบบไม่มีเสียงในหู
    - หูตึงแบบมีเสียงในหู (หูอึง) คือ มีเสียงหวีดก้องในหู โดยหาที่มาของเสียงไม่ได้ มักมีเสียงดังอยู่ตลอด เวลา และมีเสียงดังมากขึ้น เมื่อต้องอยู่ในสถานที่เงียบสงัด เช่น ในห้องนอน
    สาเหตุ : กรรมพันธุ์  เยื่อหูชั้นในฉีกขาด และเซลล์รับเสียงถูกกระทบกระเทือน ไขมันในเลือดสูง การ สูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
    อาการ - ความ สามารถในการได้ยินลดลงเรื่อยๆ จนต้องฟังเสียงดังมากขึ้น
             - อาจมีอาการร่วม เช่น เวียนหัว มึนงง รู้สึกบ้านหมุน 

   เสียงดังทำให้หูเสื่อมได้ทั้งหูหนวก และหูตึง ใน 2 ลักษณะ คือ  หูเสื่อมแบบเฉียบพลัน หลังจากฟังเสียง ดังมากๆ แค่ไม่กี่นาที เนื่องจากเยื่อหูชั้นในฉีกขาด เสียน้ำในหูและเซลล์รับเสียงไม่สามารถทำงาน ซึ่งหากแผลไม่ใหญ่เกินไป เนื้อเยื่อกลับมาประสานกันหรือน้ำในหูคืนสู่สภาพเดิม ความสามารถในการได้ยินอาจกลับคืนมาเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ แต่ถ้าเนื้อเยื่อฉีกขาดมากจนไม่สามารถประสานกันได้จะทำให้หูหนวกถาวร 

    หูเสื่อมแบบค่อยเป็นค่อยไป  เกิด จากฟังเสียงดังเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่ต่อเนื่องครั้งละหลายชั่วโมงก็ตาม 

   สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าหูเริ่มเสื่อมได้แก่ ปวดหูเวลาได้ยินเสียงดัง ทั้งๆ ที่เสียงนั้นอาจไม่ดังมากเกินไป ปวดหูมากขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความดังของเสียง ทนฟังเสียงรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านไม่ได้ เพราะเกิดอาการปวดหู บาดหู บางครั้งอาจรู้สึกปวดร้าวไปถึงสมอง หรือไม่สามารถแยกแยะคำพูดของคู่สนทนาได้ เป็นต้น

MP3 Player : ความสุขราคาแพงของหู

   เมื่อฟังเพลงจากเครื่องเล่น MP3 คุณอาจรู้สึกว่าเสียงไม่ดังเท่าไหร่ แต่ถ้าวัดอย่างจริงจังจะพบว่าบางคนฟัง เพลงดังมากกว่า 100 เดซิเบลเอ ทำให้หูเสื่อมเช่นเดียวกับการได้ยินเสียงดังรูปแบบอื่นๆ วิธีสังเกตว่าเครื่องเล่นเพลง MP3 ดังเกินไปหรือไม่ดูได้จาก

  • คุณเซ็ตความดังเสียง เครื่องเล่นไว้เกินกว่า 60% ของระดับเสียงสูงสุดหรือไม่
  • เมื่อฟังเพลงจากเครื่องเล่น MP3 ยังสามารถได้ยินเสียงจากสิ่งรอบตัวหรือไม่
  • คนอื่นๆ ได้ยินเสียงจากเครื่องเล่น MP3 ของคุณหรือไม่
  • เมื่อฟัง เครื่องเล่น MP3 คุณต้องตะโกนคุยกับคนอื่นหรือไม่
  • หลังจากฟังเครื่องเล่น MP3 คุณมีอาการหูอื้อหรือไม่

   หากมีพฤติกรรมต่างๆ ข้างต้นแสดงว่าคุณฟังเพลงเสียงดังเกินไป ควรปรับระดับเสียงให้ต่ำลงและลดระยะเวลาฟัง MP3 ลง 

ปัญหาที่มากับเสียงดัง

  • การได้ยิน คือสูญเสียการได้ยิน หูอื้อ หูหนวก หรือหูอึง 
  • ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว มือเท้าเย็น ระบบไหลเวียนโลหิตบกพร่อง จนอาจนำไปสู่โรคหัวใจ และปอดแตกฉับพลัน 
  • สุขภาพจิต รบกวนการทำงาน การพักผ่อน ทำให้เกิดความเครียด หรือการตื่นตระหนก และอาจพัฒนาไปสู่อาการซึมเศร้า และโรคจิตประสาท
  • สมาธิ ความคิด และการเรียนรู้ ทำให้ขาดสมาธิ ประสิทธิภาพการคิดค้น การวิเคราะห์ข้อมูล การเรียนรู้และการรับฟังข้อมูลลดลง
  • ลดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงาน รบกวนระบบและความต่อเนื่องของการทำงาน ทำให้ทำงานล่าช้า คุณภาพและปริมาณงานลดลง
  • การ ติดต่อสื่อสาร ขัดขวางการได้ยิน ทำให้การสื่อสารบกพร่อง ต้องตะโกนคุยกัน ได้ยินเพี้ยน ในเด็กเล็กทำให้พัฒนาการด้านการฟัง การพูด และการออกเสียงเพี้ยนไป 
  • กระตุ้นพฤติ กรรมก้าวร้าว เสียงดังจะเร้าอารมณ์ให้สร้างความรุนแรง และอาจถึงขั้น "สูญเสียการควบคุมตนเอง" จนทำร้ายผู้อื่นได้ แม้ได้ยินเสียงดังเพียงเล็กน้อย

ป้องกันมลพิษทางเสียง : เรื่องนี้คุณช่วยได้

  • รู้จักความพอดีและมีกาลเทศะ เช่น ไม่พูดโทรศัพท์หรือส่งเสียงดังรบกวนความสงบของผู้อื่นทั้งในบ้านและที่ สาธารณะ
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ ที่มีเสียงดัง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรออกจากสถานที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง 
  • ไม่ฟังเพลงหรือเปิดโทรทัศน์ดังเกินไป
  • ใช้หูฟังแบบครอบหูแทนหูฟังแบบเสียบในหู
  • ตรวจความสามารถการได้ยินเป็นประจำทุกปี
  • สังเกตเสียงต่างๆ รอบตัว หากไม่สามารถพูดคุยด้วยระดับเสียงปกติในระยะห่าง 1 ช่วงแขนแสดงว่าเสียงที่นั้นดังเกินไป
  • ช่วยกันดูแลสถานที่ทำงานและสถานที่สาธารณะ ให้ควบคุมเสียงไม่ให้ดังเกินไป
  • ร้องเรียนเหตุเสียงดัง โทร.1555 (กรุงเทพมหานคร) หรือกรมควบคุมมลพิษ โทร. 1650

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น