bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

ระวัง! ไม่ชอบออกกำลังกาย เสี่ยงภัย 5 โรค

เขียนโดย bbcrew
Melitta Take 2 Coffee Maker Chemex One Cup Coffee Maker Gevalia 12 Cup Coffee Maker Krups Expresso Coffee Maker Krups Type 450 Coffee Maker 14 Cup Thermal Coffee Maker Review Tassimo Coffee Maker Drip Stove Top Coffee Makers KitchenAid Red Coffee Maker Senseo Supreme Coffee Maker Hourglass Cold Coffee Maker Philips Senseo Coffee Maker Kalorik 10 Cup Coffee Maker DeLonghi 4 Cup Coffee Maker Individual Cup Coffee Maker 4 Cup Electric Coffee Maker Mr Coffee 4cup Coffee Maker 12 Cup Thermal Coffee Maker Single Serving Coffee Maker Michael Graves Coffee Maker 2 Cup Electric Coffee Maker Espresso Press Coffee Maker Compare Keurig Coffee Makers Grind and Brew Coffee Maker Bunn Automatic Coffee Maker Automatic Drip Coffee Makers Thermal Carafe Coffee Maker Hamilton Beach Coffee Maker Best Rated Hot Coffee Makers Parts for Bunn Coffee Maker Best Automatic Coffee Maker How To Clean A Coffee Maker GE Coffee Maker Mr Coffee Maker Braun Automatic Coffee Makers Keurig Personal Coffee Maker Keurig Platinum Coffee Maker Ronco Cold Brew Coffee Maker Kitchen Aid Pro Coffee Maker Zojirushi 5 Cup Coffee Maker Zojirushi Zutto Coffee Maker Braun Type 4085 Coffee Maker Saeco Odea Giro Coffee Maker Nescafe One Cup Coffee Maker Bunn BTX 10-Cup Coffee Maker Technivorm Kbts Coffee Maker Filters for Pod Coffee Makers

มัวแต่กิน chat เม้นท์ เอาแต่นั่งเล่นเน็ต ไม่ได้แล้วนะจ๊ะ น้อง ๆ

ขอบอก…เพราะผล สำรวจล่าสุด พบว่า วัยเสี่ยงที่สุดที่จะโดนเจ้าโรคมหาร้ายกาจ 5 ประเภทเล่นงาน มีตั้งแต่โจ๋รุ่นเล็ก 11 ขวบ ไปจนถึงพวกจบปริญญาตรี อันนี้กระทรวงสาธารณสุขเขาประกาศเตือนมาเชียวนะ…กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์ให้คนไทยวัย 11 ปีขึ้นไป ออกกำลังกายให้มากขึ้น อย่างน้อยให้ได้วันละ 30 นาที วงการแพทย์ทั่วโลกชี้เป็นวัคซีนป้องกัน 5 โรคร้าย ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง ได้ร้อยละ 80 ป้องกันโรคมะเร็ง ได้ร้อยละ 40 และป้องกันไข้หวัดได้ ผลสำรวจล่าสุดในปี 2550 พบคนไทยอายุ 11 ปีขึ้นไปออกกำลังกายเพียง 16 ล้านกว่าคน โดยคนจบปริญญาตรีออกกำลังกายน้อยที่สุด เพียงร้อยละ 14

นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดในทุกประเทศทั่วโลก รณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นวัคซีนขนานเอกในการป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังอันตราย 5 โรค ที่เป็นต้นเหตุสำคัญที่สุดให้คนทั่วโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในขณะนี้ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคเบาหวาน มีรายงานเสียชีวิตปีละ 35 ล้านคน เฉลี่ยวินาทีละ 1 คน หรือร้อยละ 60 ของการเสียชีวิตทั้งหมด ผู้เสียชีวิตครึ่งหนึ่งอายุต่ำกว่า 70 ปี โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าวนี้ มาจากความเสี่ยง 3 ปัจจัยด้วยกันคือ การกินอาหารที่มีไขมันมาก ผักน้อย การขาดการออกกำลังกาย และการสูบบุหรี่ เฉพาะการไม่ออกกำลังกายอย่างเดียว เป็นต้นเหตุให้คนเสียชีวิตปีละเกือบ 2 ล้านคน

สำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้รายงานผลการสำรวจล่าสุด ครั้งล่าสุดในปี 2550 ในกลุ่มประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป ซึ่งมีทั้งหมด 55 ล้านคน พบว่าในจำนวนนี้ออกกำลังกายร้อยละ 30 หรือประมาณ 16 ล้านกว่าคน เพิ่มขึ้นจากปี 2547 เล็กน้อย โดย 1 ใน 3 ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 วัน ครั้งละ 21-30 นาที ส่วนใหญ่เกือบครึ่งเล่นกีฬา รองลงมาคือ เดิน วิ่ง เต้นแอโรบิก ฟิตเนส รำไม้พลอง โยคะ ไทเก็ก จี้กง ผู้ออกกำลังกายประมาณครึ่งหนึ่ง สำเร็จการศึกษาไม่เกินประถมศึกษา ต่ำสุดคือระดับปริญญาตรี มีร้อยละ 14

ทั้งนี้ เหตุผลของสำคัญของการออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ร้อยละ 77 ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง รองลงมาคือเพื่อนชวน ร้อยละ 9 มีปัญหาสุขภาพ ร้อยละ 7 เพื่อคลายเครียด และ ต้องการลดน้ำหนัก ร้อยละ 3ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ โรงพยาบาล สถานีอนามัย ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ออกกำลังกาย โดยสามารถเข้าไปใช้บริการที่สนามออกกำลังกายของสถานบริการได้ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนรับประทานผัก ผลไม้เพิ่มขึ้นให้ได้วันละครึ่งกิโลกรัม และรณรงค์ให้ลด ละเลิกบุหรี่

ทางด้านนายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โรคอ้วนกำลังเป็นศัตรูสุขภาพยิ่งใหญ่ของโลกในศตวรรษที่ 21 สาเหตุเกี่ยวข้องกับการไม่ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีไขมันสูง องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ขณะนี้มีผู้ใหญ่ทั่วโลกอ้วน 1,000 ล้านคน หากไม่ปรับแก้พฤติกรรม ในอีก 7 ปี ผู้ใหญ่อ้วนจะเพิ่มเป็น 1,500 ล้านคน ส่วนเด็กทั่วโลกอายุต่ำกว่า 5 ขวบอ้วน 22 ล้านคน
นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังมีส่วนสำคัญในการป้องกันการเจ็บป่วย ซึ่งจากการสำรวจในปีเดียวกัน พบประชาชนอายุ 11 ปีขึ้นไป ป่วยและเข้ารักษาตัวที่แผนกผู้ป่วยนอกเพียง 9 ล้านกว่าคน หรือป่วยเพียงร้อยละ 17 ในจำนวนนี้เป็นผู้ทีไม่ได้ออกกำลังกายเกือบร้อยละ 70 ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล มีจำนวน 3 ล้านกว่าคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ไม่ออกกำลังกายร้อยละ 74 เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การออกกำลังกายทำให้สามารถลดการป่วยลงได้

นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า องค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่า การออกกำลังอย่างน้อยเพียงวันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 5 วัน โดยออกกำลังกายให้หายใจเร็วขึ้น มีเหงื่อซึม สามารถทำเป็นช่วงๆ ได้รวมแล้วให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที ในผู้ใหญ่จะสามารถลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง คือโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านมได้ ส่วนในเด็กควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน ยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไหร่ยิ่งดี และสามารถทำเป็นช่วงๆ ได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเด็กแต่ละคน ผลที่ได้จะทำให้กล้ามเนื้อกระดูก ข้อต่อแข็งแรง ระบบหัวใจทำงานดีขึ้น ควบคุมน้ำหนักตัว และทำเด็กมีความเชื่อมั่นตัวเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ ยาเสพติด และหากกวาดล้างความเสี่ยงก่อโรคเรื้อรัง ทั้งด้านการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย การไม่สูบบุหรี่ จะสามารถตัดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองลงได้ร้อยละ 80 และสามารถป้องกันการเป็นมะเร็งได้ร้อยละ 40 แต่หากไม่แก้ไข โรคเรื้อรังนี้จะคุกคามชีวิตประชาชนเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 17 ในอีก 7 ปีข้างหน้า

ที่มา - variety.teenee.com

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น