bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

มดลูกต่ำ ทำยังไงดี?

เขียนโดย bbcrew
Transfer Pump Gas Powered Water Pumps Swimming Pool Pump 7HP Spa Pump Hayward Pumps Sprinkler Pumps Well Pump Submersible Liberty Pump Barnes Pumps Swimming Pool Heat Pumps John Barnes Pump Solar Powered Water Pumps Sewage Water Pump Gear Oil Pump Submersible Well Pump System Swim Spa Pump Cat Pump Parts Beckett Pumps Rheem Heat Pump Ebara Pumps Submersible Water Well Pumps Aqua Flo Spa Pumps GE Spa Pumps Submersible Pump in a Well Pressure Washer Pump Fire Pumps Fuel Transfer Pumps 12 Volt Water Pumps Zoeller Sump Pump Hydromatic Pumps 12v Water Pump Submersible Pump Deep Well Simer Pumps Ductless Heat Pumps Hydraulic Gear Pumps 12v Water Pumps Water Well Pump Jacuzzi Submersible Pump Submersible Well Pump Parts HVAC Vacuum Pump

เรื่องของกระบังลม หย่อน หรือมดลูกต่ำนั้น คือภาวะที่กล้ามเนื้อและพังผืดต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่รองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกรานมีอาการอ่อนแรงลง จึงทำให้ เกิดการหย่อน ยื่น หรือการเคลื่อนต่ำลงมาของมดลูก กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ผนังช่องคลอดหรือแม้กระทั่งลำไส้  อันนับเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณผู้หญิงจำนวนมากเกิดอาการปวดหน่วงท้องน้อยหรือ ปวดหลัง รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อยื่นโผล่มาจุกอยู่ในช่องคลอด ระคายเคืองในช่องคลอด มีตกขาวซึ่งอาจปนเลือดหรือหนอง

และที่สำคัญมากๆ คือ ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจในการมีเซ็กส์ ตั้งแต่รู้สึกว่าหลวม ไม่กระชับ ไปจนกระทั่งมีเสียงลมลอดออกจากช่องคลอดในขณะเบ่งเกร็ง หรือกำลังขยับ ซึ่งสร้างความอับอายให้กับคุณผู้หญิง

ความจริงเรื่องนี้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับ ต้องอาศัยการสังเกตดูว่า ภายในช่องคลอดซึ่งปกติยาวประมาณ 3 นิ้ว หรือเมื่อลองเอานิ้วสอดเข้าไปจนสุดแล้ว ปลายนิ้วจึงอาจสัมผัสไปถึงปากมดลูกได้ แต่ถ้าใครสอดเข้าไปแค่ครึ่งนิ้ว หรือสัมผัสดูเหมือนมีอะไรห้อยย้อยลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลองออกแรงเบ่งหรือไอแรงๆ ดู แล้วพบว่ายิ่งยื่นห้อยลงมาแล้วละก็ แสดงว่าต้องมีการหย่อนของกระบังลมเกิดขึ้นบ้างแล้วไม่มากก็น้อย รายที่เป็นมากอาจพบปัสสาวะเล็ดออกมาพร้อมกับเวลาไอด้วย และควรลองขมิบช่องคลอดดูด้วยว่ายังรู้สึกว่ามีผนังช่องคลอดมาบีบรัดนิ้วมือ อย่างกระชับแน่นหรือไม่ เพื่อประเมิณความแข็งแรงของกลมเนื้อที่หย่อนเหล่านั้น

สาเหตุของกระบังลม หย่อน ล้วนเกิดจากปัจจัยที่ทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน บริเวณช่องคลอดและเชิงกราน อ่อนแอลง ซึ่งอาจจะมาจากอายุที่มากขึ้นจึงเกิดการเสื่อมสภาพไปตามวัย แต่ก็มีภาวะหลายอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดกระบังลมหย่อนได้เร็วขึ้น

1. คลอดบุตรทาง ช่องคลอด อาจเกิดการยืดขยายหรือฉีกขาดของกล้ามเนื้อบริเวณฝีเย็บและหูรูดรอบทวารหนัก นอกจากนี้ ถ้าคลอดบ่อย มีลูกมาจนแทบจะไม่ต้องเบ่งเลยเวลาคลอดคนหลังๆ อย่างนี้รับรองว่าหย่อนแน่ๆ ครับ ยิ่งถ้าหลังคลอดไม่ขยันออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อกระบังลมให้บ่อยๆ เพื่อช่วยให้กระชับเข้าที่ ก็ยิ่งจะมีแต่หย่อนลงทุกวัน

2. มดลูกมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก จากการที่กล้ามเนื้อผนังมดลูกหนาหรือมีเนื้องอกที่มดลูก

3. การเพิ่มภาระ ของระบบค้ำจุนหรือเพิ่มความดันในช่องท้องอย่างต่อเนื่องเรื้อรัง เช่น ในคนที่ท้องผูกเป็ประจำ ยกของหนักยอู่ตลอดเวลาหรือยืนเป็นเวลานานๆ รวมไปถึงการมีเนื้องอกอื่นในช่องท้องหรือมีน้ำในช่องท้อง เช่นในคนที่เป็นโรคตับหรือท้องมาน เป็นต้น

4. ปัจจัยอื่น เช่น เชื้อชาติและกรรมพันธุ์  พบว่ามีความเกี่ยวข้องอยู่บ้าง เนื่องจากมักพบภาวะนี้ในคนผิวดำมากกว่าคนผิวขาว

ขมิบ Vs รีแพร์  แก้ได้

การรักษาโรคนี้ ต้องลงทุนลงแรงกันเสียหน่อยครับ เพราะไม่มีตัวยาใดๆในโลกนี้ ทั้งแผนปัจจุบัน แผนโบราณหรือแม้แต่แผนอนาคต รวมทั้งว่านชักมดลูกหรือชักแม่น้ำทั้งห้า ฯลฯ ที่จะทำให้โรคนี้หายได้

1. ฝึกขมิบ เพื่อบริหารกล้ามเนื้อช่องคลอดและเชิงกรานให้มีความแข็งแรง ซึ่งเหมาะสำหรับในรายที่เป็นไม่มาก ด้วยการขมิบแล้วเกร็งไว้นับ 1 – 10 ครั้งติดต่อกันแล้วทำหลายๆชุดต่อวัน หรืออาจขมิบช่องคลอด 5 ครั้งทุกๆ ครึ่งชั่วโมงตลอดทั้งวันก็ได้ นับเป็นวิธีที่ง่าย ประหยัดไม่ต้องลงทุน ทำได้ทุกที่

2. รีแพร์ หรือเย็บซ่อมทำสาว คือการผ่าตัดเอาเนื้อของผนังช่องคลอดส่วนที่หย่อนยื่นเกินออกมาทิ้งไป แล้วซ่อมแซมเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ตกแต่งผนังช่องคลอดใหม่ให้แคบลง ทำให้เพิ่มความพึงพอใจในการมีเซ็กส์เพิ่มขึ้น และรักษาการหย่อนยานของกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะหรือลำไส้ใหญ่ส่วนทวารหนักให้กลับเป็นปกติ ซึ่งในรายที่หย่อนไม่มากอาจเย็บเฉพาะผนังช่องคลอดด้านหลังเรียกว่า Posterior Repair แต่ถ้าหย่อนมากต้องเย็บซ่อมทั้งผนังช่องคลอดด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเรียกว่า Antero-Posterior Repair ซึ่งแน่นอนว่าก่อนทำ แพทย์ต้องประเมินจากการซักประวัติและตรวจร่างกายให้ดีก่อนเข้ารับการรักษานะ ครับ

ที่มา : นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช (สูตินรีแพทย์)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น