ไส้ติ่ง อวัยวะที่ใคร ๆ ว่าไร้ประโยชน์และไม่จำเป็นต้องมี ไม่เหมือนกับสมอง หัวใจ ผิวหนังและอวัยวะอื่น ๆ ที่มีประโยชน์มากกว่า หรือแม้จะไม่มีไส้ติ่งเราก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้
จะว่าไปไส้ติ่งก็เหมือนกับทอนซิล ฟันน้ำนม ขนหรืออวัยวะที่ไม่ค่อยสำคัญชนิดอื่น...
ตาม ความเชื่อดั้งเดิมที่กล่าวนี้ อวัยวะไร้ประโยชน์ถูกสร้างขึ้นมาแค่กินเนื้อที่ในร่างกาย ก่อปัญหาติดเชื้อ หรืออะไรทำนองนั้น แล้วทำไมเราจึงต้องมีมันด้วย ???
หลักฐานจำนวน หนึ่งแสดงให้เห็นว่า ไส้ติ่งมิได้ไร้โยชน์เสมอไป หน้าที่ของมันอาจขึ้นกับว่า เรา อยู่ที่ไหน เวลาใด เชื่อหรือไม่ครับ คนบางประเทศในโลกใบนี้ยังคงต้องการอวัยวะไร้ประโยชน์นี้อยู่ จากการศึกษาเกี่ยวกับสถานที่และเวลา ทำให้วงการวิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้าในด้านการรักษามากขึ้น งานวิจัยเหล่านั้นช่วยแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ บ่งบอกถึงบรรพบุรุษที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน
สมิธ ผู้ทำการศึกษาเรื่องราวของไส้ติ่งโดยบังเอิญ กล่าวว่า อาจเป็นไปได้ที่อวัยวะนี้มีประโยชน์ในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว ไม่แน่ว่ามันอาจบอกอะไรเราได้
คราว นี้ลองคิดถึงประโยชน์ของอวัยวะไร้ประโยชน์อื่น ๆ ดูบ้าง เป็นต้นว่า เล็บมีประโยชน์อย่างไร เหตุใดเราจึงต้องมีขนที่นิ้วเท้า หรือมีกล้ามเนื้อนัยน์ตา แล้วเราต้องการกล้ามเนื้อที่ตาจริงจริงหรือ
เช่น เดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดถึงปัญหาเหล่านี้ก็มักจะคิดถึงไส้ติ่งอยู่เสมอ ไส้ติ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งในนั้นครับ ไส้ติ่งเป็นอวัยวะที่ลำไส้เล็กขดยาวมาเจอกับลำไส้เล็กขดสั้น ลำไส้เล็กมีหน้าที่ในการย่อยอาหาร แล้วเหตุใดไส้ติ่งจึงไปอยู่ตรงนั้น
Parker กล่าวว่า ในร่างกายของเราเต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียซึ่งอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรืออาการเจ็บป่วยขึ้น
อย่างไรก็ตามแบคทีเรียบางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย และแบคทีเรียชั้นดีเหล่านี้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติและช่วยต่อต้านแบคทีเรียก่อโรคชนิดอื่น ๆ
หากมองในแง่นี้ จะเห็นว่าไส้ติ่งก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตำแหน่งของไส้ติ่งเป็นที่ดักจับแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี ช่องเล็กบาง รูเปิดขนาดจิ๋ว ปราศจากสารผ่านเข้าออก บวกกับเป็นตำแหน่งที่มีเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันเป็นจำนวนมาก จากการศึกษาของ Parker ทำให้ทราบว่า ไส้ติ่ง เป็นถังขยะขนาดย่อมของแบคทีเรียชั้นดี หากมีแบคทีเรียก่อโรคเข้ามา แบคทีเรียชั้นดีที่ไส้ติ่งก็จะออกมาช่วยกันกำจัดที่ เก็บแบคทีเรียชั้นดีนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศยากจน หรือท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ที่ประชากรยังคงหิวโหย ไร้ยารักษาโรคและน้ำสะอาด อหิวาห์ระบาด ในท้องที่เหล่านี้ ไส้ติ่ง จำเป็นต่อการมีชีวิตรอดของพวกเค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก หากมองกลับไปจะพบว่าในประเทศกำลังพัฒนาจะมีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นไส้ติ่ง อักเสบน้อยมาก ส่วนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างอเมริกา ที่ที่มีน้ำสะอาด โรงพยาบาล ระบบกำจัดเชื้อ และการแพทย์ที่ทันสมัยกลับมีจำนวนผู้เป็นไส้ติ่งอักเสบมากกว่า
แนว โน้มนี้แสดงให้เห็นว่า ไส้ติ่ง วิวัฒนาการมาเพื่อช่วยให้บรรพบุรุษของเรา ผู้ที่ต้องอาศัยในโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปเทคโนโลยีปลอดเชื้อ อาจทำให้ไส้ติ่งต้องหมดหน้าที่ เมื่อไส้ติ่งไร้งาน ระบบภูมิคุ้มกันของเราจึงต้องกลายมาเป็นผู้ทำงานเพื่อลดปริมาณเชื้อ แบคทีเรียในไส้ติ่งให้มีน้อยลงแทน บ้างก็เกิดอาการไส้ติ่งอักเสบ นอกจากนั้นอาการแพ้หรือโรคในระบบภูมิคุ้มกันก็มีที่มาเช่นเดียวกันในที่ที่ สะอาด ไส้ติ่งอาจไม่เป็นฮีโรอีกต่อไป'
Parker กล่าวว่า แม้ไส้ติ่งจะดูเหมือนไร้ประโยชน์ ก็มิได้หมายความว่าไส้ติ่งไม่มีประโยชน์จริง ๆ ปัญหาการแพ้หรือโรคระบบภูมิคุ้มกันล้วนมีที่มามาจากการที่ร่างกายของเราไม่ สามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้
การทำความเข้าใจการทำงานของร่าง กายช่วยให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์ เปรียบเทียบคนสมัยโบราณกับคนสมัยนี้แล้วดูว่าวิวัฒนาการเมื่อหลายร้อยปีที่ แล้วมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างไร
ที่มา วิชาการ.คอม
ไส้ติ่ง ไร้ประโยชน์จริงหรือ!
เขียนโดย
bbcrew
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
27 ต.ค. 53
237
0
ความคิดเห็น