แหม ไปทะเลทั้งที ขาดเมนูบาร์บีคิวไปได้อย่างไร เพราะมันทั้งสนุก แถมยังอร่อยเหมาะกับบรรยากาศชิลๆ ริมชายหาดเป็นที่สุด แต่อย่ามัวเพลินไปกับความอร่อยของมันนะ เพราะในความอร่อยนี้แหละแฝงไปด้วยภัยร้ายอย่างมะเร็ง ! ที่คุณจะต้องขยาด หากใครอยากกินของย่างให้ห่างมะเร็งแบบนี้ ก็ต้องรีบมาอ่านเทคนิคเด็ดๆ ที่ 24-7 นำมาฝากซะแล้วล่ะ
1. ก่อนอื่นต้องทำความสะอาดตะแกรงที่ใช้ย่างก่อน เพื่อป้องกันสาร Carcinogen (สารก่อมะเร็ง) โดยขูดเอาเศษเนื้อที่ ไหม้เกรียมที่เหลือติดจากการปิ้งครั้งก่อนๆ ออกให้หมดด้วยแปรงขัด จากนั้นก็ทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นที่ผสมน้ำยาทำความสะ อาด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
2. เช็ดตะแกรงให้สะอาด แล้วใช้กระดาษชำระชุบน้ำมันพืชทาบนตะแกรงให้ทั่ว เพื่อป้องกันเนื้อติดตะแกรง
3. สำหรับการเตรียมเนื้อ ควรหมักด้วยสมุนไพร เครื่องเทศ ไวน์ น้ำปลา หรือน้ำมะนาวก่อน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติและความนุ่มแล้ว ยังสามารถช่วยลดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า Heterocyclic Amines (HCAs) อีกด้วย (สารตัวนี้จะพบก็ต่อเมื่อปรุงอาหารด้วยการปิ้งหรือย่ างในความร้อนสูง)
4. ควรเก็บเนื้อหมักไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันแบคทีเรียที่ปนมากับอากาศ เมื่อจะนำมาย่างจึงค่อยทำการละลายน้ำแข็งด้วยการย้าย เนื้อจากช่องฟรีซลงมาไว้ที่ช่องปรกติหรือจะใช้ไมโครเ วฟช่วยด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรนำมาวางทิ้งไว้เฉยๆ ที่อุณหภูมิห้อง
5. วอร์มเตาปิ้งก่อนการใช้งานสัก 5-10 นาที เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถ้าเป็นเตาถ่านก็ให้สังเกตจากสีของขี้เถ้าว่าเป็นสีข าวหรือยัง ถ้าใช่ก็เริ่มลงมือย่างได้เลย
6. ควรเตรียมเนื้อที่จะใช้ย่างให้อยู่ในรูปของปีกผีเสี้ อ โดยใช้มีดกรีดลงไปตรงกลางชิ้นเนื้อให้ลึกพอสมควร แต่ระวังอย่า ให้เนื้อขาดออกจากกัน แล้วจึงนำไปย่าง เมื่อเนื้อถูกความร้อนจะแบะออกคล้ายๆ กับปีกของผีเสื้อ วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อข้างนอกไหม้ก่อนที่เ นื้อข้างในจะสุก
7. ในกรณีที่ใช้เตาถ่าน ควรหลีกเลี่ยงการให้เนื้อสัมผัสกับเปลวไฟโดยตรง คุณสามารถช่วยลดปริมาณของเปลวไฟได้ด้วยการใช้เนื้อที ่ไม่มีมันหรือเลาะเอามันออกเสียก่อน หลีกเลี่ยงการวางเนื้อในตำแหน่งที่ตรงกับถ่านไฟ หรือจะใช้วิธีวางเนื้อลงบนแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ก่อนน ำไปย่างก็ได้ แต่ถ้าหากคุณเลือกใช้วิธีพรมน้ำ ให้ยกเนื้อขึ้นก่อนทำการพรม รอให้น้ำระเหยออกให้หมด จึงค่อยวางเนื้อกลับไปไว้ที่เดิม การทำอย่างนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้เนื้อสัมผัสกับเ ขม่าควันได้โดยตรง
8. กลับเนื้ออย่างน้อย 1 ครั้ง จะช่วยให้เนื้อสุกสม่ำเสมอกัน สำหรับเนื้อที่มีไขมันมากจะใช้เวลาปิ้งนานกว่าเนื้อท ี่มีไขมันน้อย (เนื้อปลาจะสุกเร็วกว่าเนื้อไก่และเนื้อหมู) แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดด้วยเพ ื่อความแน่ใจ โดยจิ้มเข้าไปในเนื้อ (ระวังอย่าให้โดนช่วงที่เป็นกระดูก) ซึ่งเนื้อแต่ละชนิดจะมีอุณหภูมิที่สุกแตกต่างกัน เช่น หากเป็นเนื้อวัว เนื้อลูกวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแกะจะสุกที่ 170 ๐F แต่ถ้าอยากได้แบบ Medium Rare ก็จะอยู่ที่ 160 ๐F สำหรับเนื้อเป็ดหรือเนื้อไก่ถ้าเป็นเนื้อช่วงอกจะสุก ที่ 170 ๐F แต่ถ้าเป็นเนื้อช่วงตัวและต้นขาต้อง 180 ๐F เท่านั้น
ที่มา นิตยสาร 247
เทคนิคการกินอย่างไร ให้ห่างมะเร็ง
เขียนโดย
bbcrew
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
9 พ.ย. 53
218
0
ความคิดเห็น