bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

สุขภาพดีเริ่มต้นที่ลำไส้ใหญ่

เขียนโดย bbcrew
Shark Navigator Vacuum Central Vacuum Oreck Vacuum HEPA Vacuum Dyson Vacuum Cleaners Cordless Shark Vacuum Rainbow Vacuum Aquamate Panasonic Vacuum Cleaners Eureka Vacuum Canister Vacuum Cleaners Cordless Vacuum Cleaners Consumer Reports Vacuum Cleaners Rainbow Vacuum Cleaner Electrolux Vacuums Miele Vacuum Canister Vacuum Cleaner Branson Oreck Vacuum Cleaner E Series Rainbow Vacuum Take Apart Central Vacuum Riccar Vacuum Cleaners Dyson Animal Vacuum Bissell Vacuum Beam Central Vacuum Hand Held Vacuum Leaf Vacuum Shredders Breathrx Oreck XL Vacuum Cleaner Dirt Devil Vacuum Cleaner Vacuum Cleaners Hand Held Vacuums Fantom Shark Hand Held Vacuum Areospace Hand Held Pnuematic Vacuum Kenmore Vacuum Cleaners Oreck Hand Held Vacuum Kirby Vacuums Buy Oreck Vacuum Cleaner Dyson Ball Vacuum Cleaner Fantom Vacuum Cleaner HEPA Vacuum Cleaners Central Vacuum Oreck Vacuum Cleaner

มีข้อมูลที่ได้จากการวิจัยอันน่าสนใจว่าสำหรับคนที่ช อบกินอาหารที่อุดมด้วยไขมันและเนื้อสัตว์สูงนั้น จะถ่ายอุจจาระประมาณวันละ ๓-๔ ออนซ์เท่านั้น และใช้เวลาให้อาหารเดินทางนับใส่เข้าปากจนออกมาทางทว ารนั้นถึง ๒-๓ วันทีเดียว ยิ่งในรายผู้สูงอายุหน่อยที่ระบบอะไรต่อมิอะไรมันชัก จะด้อยประสิทธิภาพลง ก็อาจใช้เวลามากกว่า ๑ อาทิตย์ (ฟังแล้วน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่กำลังจะสูงอายุเช่นดิฉัน) ส่วนคนที่ชอบกินผักผลไม้มากๆ คือชอบอาหารประเภทเส้นใย จะถ่ายอุจจาระวันละประมาณ ๑๓-๑๗ ออนซ์ และใช้เวลาให้อาหารเดินทางออกมาเป็นเวลาประมาณ ๒๐-๓๐ ชั่วโมง

อาการเกี่ยวกับการมีของบูดเน่าค้างเป็นขยะอยู่ในร่าง กายเรานี้แสดงออกมาได้หลายอย่าง เป็นต้นว่า ท้องอืดแน่นเรอเหม็นเปรี้ยว ลมในท้อง ท้องผูก ท้องเสียหรืออาการถ่ายไม่ปกติ บางทีอาจปวดหัวหรือนอนไม่หลับ อาจผิวพรรณไม่ผุดผ่องหรือมีผื่นคัน เป็นต้น ของสำคัญก็คือ ขืนเรายังทำตัวเป็นนักอนุรักษ์ของเก่าไว้ในร่างกายเร านานๆ เข้าร่างกายเราก็ดูดซับเอาของเสียนี้กลับมาเลี้ยงร่า งกายต่อไป เป็นบ่อเกิดของโรคภัยต่างๆ ได้

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราก็ควรทำลำไส้ ของเราให้สะอาด อย่าให้มีของเน่าตกค้างอยู่มากมาย พยายามกำจัดมันเสีย ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าลำไส้ของเรานั้นมีหน้าที่ทำอะไ รบ้าง

อันลำไส้ ใหญ่นี้อยู่ในช่องท้องด้านล่าง ถัดจากทวารขึ้นไปยาวประมาณ ๕ ฟุตกว่า มีหน้าที่รับเอาเจ้ากากอาหารที่เหลือสุดท้ายร่างกายย ่อยไม่ได้แล้ว มาจัดการบีบ รีดเอาน้ำและสารอาหารพวกวิตามิน เกลือแร่ออกมาให้หมดเป็นครั้งสุดท้ายรีดของดีๆ ออกมาได้เท่าไรก็ส่งกลับผ่านตับไปเลี้ยงร่างกายต่อไป ส่วนกากที่เหลือก็จะขยับรัดตัวไล่ให้กากนี้เลื่อนเคล ื่อนตัวออกไปให้พ้นจากร่างกายผ่านทางทวาร ถ้าหากมีอะไรที่ไม่ดี เป็นอันตรายต่อผนังลำไส้ที่มีหน้าที่ดูดซับผ่านมา ลำไส้ก็จะป้องกันตัวเองด้วยการผลิตเมือกปิดกั้นผนังไ ว้ไม่ระคายเคืองได้ ถ้าขืนเรายังใส่ของไม่ดีให้ร่างกายต่อไป ร่างกายก็จะสร้างเมือกนี้ไปเรื่อยๆ มากขึ้นๆ จนอาจเหลือทางให้กากอาหารเดินผ่านแคบลงๆ และยังอาจทำให้ระคายเคือง ผนังลำไส้ก็จะปูดออกตรงโน้นตรงนี้ เกิดเป็นอาการลำไส้อักเสบได้ และเมื่ออักเสบมากขึ้นก็ย่อมเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร ็งได้

คราวนี้ ในลำไส้ของเราก็จะต้องมีแบคทีเรียอยู่ ๒ ชนิดคือตัวดี และตัวเลว ลำไส้ที่แข็งแรงมีประสิทธิภาพจะต้องมีแบคทีเรียชนิดด ีมากๆ และมีชนิดเลวน้อยๆ บางทีเราอาจจะนึกไม่ถึงว่าเราเองนั้น เป็นผู้สะสมเลี้ยงดูเจ้าแบคทีเรียชนิดเลวไว้อย่างมาก มาย ในลำไส้ของเราเองนี้ แบคทีเรียชนิดเลวอาจเกิดจากการบูดเน่าสะสมของเสียในล ำไส้หรือการกินของที่ทำให้เกิดการบูดเน่า เช่นมีการวิจัยว่าการกินเนื้อสัตว์ก่อให้เกิดการบูดเ น่าในลำไส้ได้ ส่วนแบคทีเรียชนิดดีนั้นก็อาจมาจากการกินอาหารที่ดี การไม่สะสมของบูดเน่าไว้ในลำไส้ ของหมักดองบางชนิดที่เกิดจากการหมักดองด้วยวิธีธรรมช าติจะทำให้เกิดแบคทีเรียที่ดีได้ เช่น โยเกิร์ตหรือเต้าเจียวที่เกิดจากการหมักจากธรรมชาติ เป็นต้น และการกินยาประเภทยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) จะเป็นการทำลายแบคทีเรียชนิดดีให้ล้มตายระเนระนาดเลย ทีเดียว ข้อนี้ต้องระวังกันให้มาก เพราะเห็นคนไทยเรานี้เอะอะก็กินยาปฏิชีวนะกันเป็นว่า เล่นแม้แต่เด็กเล็กๆ

แบคทีเรีย ชนิดที่ดีจะทำหน้าที่ควบคุมชนิดเลวไว้ว่าอย ่ากำเริบโอหัง จงอยู่อย่างสงบ มันจึงทำหน้าที่ควบคุมท้องร่วง ท้องผูก ช่วยลดคลอเรสเตอรอล และช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้นอีกด้วย

คราวนี้มาถึงวิธีที่เราควรจะดูแลลำไส้ใหญ่ของเราให้ม ีสุขภาพดี ที่ทำได้ด้วยการใส่ใจในเรื่องต่างๆ ดังนี้

* เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน อย่าทำตัวเป็นเด็กวัดหรือเด็กนักเรียนประจำที่กลัวว่ าจะอดกิน หัดให้เป็นนิสัยที่จะค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กลืน แล้วก็อย่าพูดมากเวลากินอาหาร
* เลือกอาหารที่กิน รู้ว่าอะไรไม่ดีจะไปบูดไปเน่าหรือย่อยยาก ไขมันเยอะ ของทอด ของเสียก็หลีกเลี่ยงเสีย นึกเสียว่านี่เราจะดันทุรังกลืนเอาของเน่าเข้าไปทำไม หัดกินของที่มีเส้นใยมากขึ้น
* ดูแลเรื่องขับถ่ายในชีวิตประจำวันให้สม่ำเสมอ หมั่นสังเกตว่าการขับถ่ายของเราเป็นอย่างไร ที่ออกมานั้นสุขภาพดีไหม นุ่มนวล สีสวย ไม่แข็งโป๊กหรือลีบเล็ก กะปริดกะปรอย หรือเป็นเม็ดขนุน เรื่องขับถ่ายนี่เป็นเรื่องที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้ที เดียว หัดสังเกตว่าเรากินอะไรท้องจะผูก วันไหนของเสียยังไม่ออกมาก็อย่ารื่นเริงไปกินเลี้ยงเ อาขยะใส่เพิ่มพูนเข้าไปอีก
* เพื่อให้ระบบของลำไส้ดีขึ้น ก็ต้องหมั่นออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นให้ลำไส้ได้เคลื่ อนไหว ทำงานมีประสิทธิภาพเราจะเห็นว่าคนสมัยใหม่นี้ท้องผูก กันมากขึ้น เพราะกินแต่แป้งขัดขาวกับน้ำตาล และไขมัน มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านเบเกอรี่เปิดกันทุกหัวมุมถนน แถมยังไม่ทำสวนทำไร่ กวาดบ้านถูเรือน ได้แต่นั่งกินนอนกิน ก็เห็นจะจบลงด้วยโรคภัยนี่เอง

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น