พญ.นิภาศิริ วรปาณิ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กรณีผลการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิ ตของ ดร.จารุจินต์ นภีตะภัฏ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ที่เข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตาในคลินิกแห่งหนึ่งซึ่งอา จเกี่ยวข้องกับการแพ้ยาชา หรืออาจเกิดจากโรคประจำตัวนั้น ในผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่เคยมีประวัติการแพ้ยา แพทย์จะไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าผู้ป่วยจะเกิดการแพ้ยาหรือไม่
การแพ้ยาป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายตอบสนองเมื่อยาบางชนิ ดเข้าสู่ร่างกาย และไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารหลายชนิดทำให้เกิดอาก ารแพ้
สาเหตุของการแพ้ยาในแต่ละบุคคลไม่สามารถระบุได้ชัด เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ได้แก่
1. ชนิดของยา เช่น กลุ่มยาบางชนิดแพ้ง่าย บางชนิดแพ้ยาก แต่กลุ่มยาที่พบเป็นสาเหตุให้เกิดการแพ้ได้บ่อย คือ ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลิน ยากลุ่มซัลฟา ยาฆ่าเชื้อ ยากันชัก ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ
2. ผู้ป่วยบางคนมีอาการแพ้ยารุนแรง บางคนมีอาการแพ้น้อยที่เกี่ยวเนื่องกับโรคประจำตัวขอ งผู้ป่วย หรืออายุที่มากขึ้น
3. การได้รับยาขนาดสูงและเป็นเวลานาน ก็มีผลให้แพ้ยาได้ แต่พบได้ในบางกรณีเท่านั้น เพราะบางคนได้รับยาครั้งแรกก็มีอาการแพ้ได้ทันที
สำหรับอาการแพ้ยา คนทั่วไปมักเข้าใจว่าอาการที่แสดงออกมีเพียงลักษณะผื ่นคันเท่านั้น แต่ความจริงแล้วอาการแพ้ยาที่เกิดขึ้นมีได้ตั้งแต่ระ ดับเล็กน้อย คือเป็นผื่นแดง จนถึงขั้นเสียชีวิต และสามารถเกิดขึ้นได้เกือบทุกส่วนในร่างกาย คือ
1. ทางผิวหนัง เช่น ผื่นแดง ลมพิษ อาการบวมตามเปลือกตา ริมฝีปาก และมือ เท้าบวม เป็นต้น
2. ระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบ หายใจติดขัด แน่นหน้าอก ไอขัดๆ
3. ระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว
4. ระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย ต่อมน้ำเหลืองโต บวมตามตัว เป็นต้น
ผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีอาการแพ้ยาเกิดขึ้นแนะนำว่าให้ห ยุดยาและรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการทันที
ที่มา นสพ.มติชน
รู้ไหม? แพ้ยาถึงตายได้!!
เขียนโดย
bbcrew
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
20 พ.ย. 53
235
0
ความคิดเห็น