ซองยาพาราเซตามอลมักระบุให้กิน 2 เม็ดทุก 4 -6 ชั่วโมง ถ้าปฏิบัติตามนั้นจริงแปลว่าผู้ป่วยกินยาพาราวันละ 12 เม็ด!
พาราเซตามอล ซึ่งคนไทยมักเรียกยานี้สั้นๆ ว่า "พารา" เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ที่ใช้กันบ่อยที่สุดทั้งจากการสั่งใช้โดยแพทย์หรือกา รซื้อหามาเพื่อรักษาตนเอง แต่กลับเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าคนไทยมีความเสี่ยงสู งที่จะได้รับยานี้เกินขนาด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง
โดยทั่วไปพาราเซตามอลจัดเป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ที่มีอันตรายจากการใช้น้อยกว่ายาแก้ปวด ลดไข้ ชนิดอื่นเช่นแอสไพริน เนื่องจากแอสไพรินมีผลยับยั้งการจับกลุ่มของเกล็ดเลื อดทำให้เลือดออกแล้วหยุดยากจึงห้ามใช้ลดไข้ในคนที่เป ็นไข้เลือดออก และห้ามใช้แก้ปวดภายหลังการผ่าตัดหรือถอนฟัน
แอสไพรินยังทำให้เกิด แผลที่กระเพาะอาหาร หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาห าร อาเจียน เป็นเลือด หรือกระเพาะอาหารทะลุได้ แต่พาราเซตามอลไม่มีอันตรายดังกล่าว ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงต่างๆ ของแอสไพรินมากกว่าผู้ใช้ยาที่มีอายุน้อย ดังนั้นสมาคมแพทย์ผู้รักษาผู้สูงอายุแห่งสหรัฐอเมริก าจึงแนะนำให้ชาวอเมริกันที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ใช้พาราเซตามอลเป็นยาหลักในการบรรเทาปวด
นอกจากนี้ สมาคมแพทย์ผู้ เชี่ยวชาญในการรักษาโรคข้อในห ลายประเทศทั่วโลกต่างแนะนำให้ใช้พาราเซตามอลเป็นยาขน านแรกกับผู้ที่มีอาการปวดข้อจากโรคข้อเข่าเสื่อมแทนก ารใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเช่นแอสไพริน ไอบูโพรเฟน (บรูเฟน) ไดโคลฟีแนค (โวลทาเรน) ซีลีค็อกสิบ (เซเลเบร็ก) หรือ อีโตริค็อกสิบ (อาร์ค็อกเซีย) เนื่องจากบรรเทาปวดได้พอๆ กันแต่มีความปลอดภัยกว่ามาก
พาราเซตามอลยังเป็นยาที่ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกในเ ด็ก ในผู้ที่เป็นโรคไต ใน ผู้ที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร ในผู้ที่เป็นหอบหืดซึ่งอาจแพ้ยาในกลุ่มแอสไพรินได้ง่ าย ตลอดจนผู้ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งต่างเป็นข้อห้ามใช้ของแอสไพรินทั้งสิ้น พาราเซตามอลจึงมีที่ใช้กว้างขวางทั้งในเด็กและผู้ใหญ ่
อันตรายที่สำคัญที่สุดของพาราเซตามอลคือการเกิดพิษต่ อตับ ในประเทศ สหรัฐอเมริกาการกินพาราเซตามอลเกินขนาดเป็นส าเหตุสำคัญอันดับหนึ่งของการเกิดตับอักเสบเฉียบพลันจ นทำให้ตับวายซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหรือต้องได ้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ
กินพาราเซตามอลเกินขนาด อันตราย!
เขียนโดย
bbcrew
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
20 พ.ย. 53
235
0
ความคิดเห็น