วิธีเลือกเครื่องปั่นให้ตอบโจทย์กับทุกความต้องการ
ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

วิธีเลือกเครื่องปั่นให้ตอบโจทย์กับทุกความต้องการ
เกริ่นเรื่อง: วิธีเลือกเครื่องปั่นให้ตอบโจทย์กับทุกความต้องการ
12 มิ.ย. 62 , View: 13 , Post : 0



                 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ได้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือนเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้ชัดเลยว่าเดี๋ยวนี้ ผู้คนสนใจและใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำเครื่องปั่นมาปั่นวัสถุดิบต่าง ๆ ที่จะใช้ประกอบอาหารได้อีกด้วย เช่น พริก กระเทียม และอื่น ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งตำให้เปลืองแรง  เรียกได้ว่าถ้าซื้อมาแล้วได้ใช้งานอย่างแน่นอน แต่ก่อนซื้อสิ่งสำคัญเราควรต้องรู้ถึงวิธีในการเลือกซื้อเครื่องปั่นเพื่อจะให้ได้เครื่องปั่นที่มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการใช้งานของเรา อย่ารอช้าค่ะมาดูกันเลยดีกว่า

                วิธีเลือกเครื่องปั่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน

1. Lifestyle

ก่อนอื่นเราต้องดูความต้องการของเราก่อนนะคะ ว่าเรานั้นต้องการเครื่องปั่นไปใช้ในการทำอะไร จะปั่นน้ำผลไม้ ปั่นเครื่องเทศอยู่ที่บ้าน หรือจะปั่นขายเป็นอาชีพเลย เพื่อที่จะได้กำหนดขอบเขตของคุณสมบัติเครื่องปั่นได้ค่ะ

เครื่องปั่นนั้นจะมีอยู่สองแบบ คือแบบที่ไม่ใหญ่แต่เน้นไปในเรื่องของความความรวดเร็ว และสะดวกสบายในการพกพา และแบบขนาดใหญ่การใช้งานครบครันแต่ใช้งานได้แค่อยู่ในครัว

แบบแก้ว ซึ่งก็จะเหมาะกับการใช้เป็นเครื่องปั่นน้ำผลไม้สดเป็นหลัก ปั่นแล้วดื่มได้ทันที โดยบางรุ่นมีฝาปิดสามารถพกเป็นกระบอกน้ำได้เลยก็ยังได้

แบบมือจับ คือเครื่องปั่นหรือบดที่เรานำไปปั่นในภาชนะของเราได้เลยโดยไม่ต้องใส่โถ สะดวกต่อการพกพา และสามารถปั่นในภาชนะที่เล็กหรือใหญ่ขึ้นได้

เครื่องปั่นแบบมาตรฐาน เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านที่ต้องการเครื่องปั่นสำหรับงานครัว ก็ควรเลือกเป็น เครื่องปั่นแบบมาตรฐาน โดยปั่นได้ทีละจำนวนมากๆ และหลากหลายต่อความต้องการค่ะ

2.ฟังก์ชั่นการใช้งาน และกำลังในการปั่น

สำหรับฟังก์ชั่นของเครื่องปั่นก็จะมีประมาณนี้ค่ะ เราก็ควรเลือกเครื่องปั่นที่มีฟังก์ชั่นครบตามที่เราต้องการ

มีระบบ Low – High สามารถปรับความเร็วและความแรงของเครื่องปั่นได้

Ice Breaker สำหรับปั่นน้ำแข็ง สมูตตี้

Stir สำหรับกวน หรือคน

Puree สำหรับบดละเอียด

Crumb สำหรับบดหยาบๆ พวกแครกเกอร์ ทำขนมเป็นต้นค่ะ

Blend  สำหรับปั่น

ส่วนวิธีสังเกตกำลังไฟของเครื่องปั่น ส่วนมากจะอยู่ที่ฐานของเครื่องปั่นหรือตามกล่อง โดยจะมีสัญลักษณ์ W บอกอยู่ค่ะ ซึ่งเครื่องปั่นนั้นกำลังไฟไม่ควรต่ำกว่า 200 W แต่หากนำไปประกอบอาชีพควรมีกำลังปั่นอย่างน้อย 600 W ขึ้นไป แต่ถ้าขายดี เกินวันละ 100 แก้วก็ควรเป็น 1,000 W ขึ้นไปเลยค่ะ เพราะถ้ากำลังปั่นน้อยแต่เราใช้งานหนักมากเกินไป มอเตอร์อาจจะไหม้ หรือเสื่อมสมรรถภาพลงได้เร็วค่ะ

3. วัสดุอุปกรณ์

การเลือกของทุกอย่างเรามองข้ามเรื่องวัสดุอุปกรณ์กันไม่ได้เลย เครื่องปั่นก็เช่นกันค่ะ วัสดุอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นโถปั่น ใบมีด ก็ควรเป็นวัสดุที่ดี มีคุณภาพ และทนทาน

4. งบประมาณ

ที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ งบประมาณ เมื่อเรากำหนดความจำเป็นของเราได้แล้วขั้นต่อมาก็ถึงเวลากำหนดราคา ว่าเรามีงบประมาณเท่าไหร่ ถ้าสำหรับคุณแม่บ้าน ที่ความจำเป็นในการใช้งานก็มีแค่การปั่น ราคาก็อาจจะไม่สูงมาก

                เป็นยังไงบ้างค่ะ กับวิธีการเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานที่เราเอามาฝาก หวังว่าทุกคนจะลองเอาไปใช้ในการเลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั่นน้ำผลไม้หรือเครื่องปั่นอื่น ๆ กันดูนะคะ เพื่อความคุมค่ากับการใช้งานและกับเงินที่เสียไป



แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    143
    Comments
    2
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog