เด็กพี่มาร์ค | markbam

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 597 ครั้ง
    25 ก.ค. 61





       
"มึงต้องโทร"
"ไม่เอา เค้าไม่อยากโทร"
"แต่มึงหายออกมาสองวันแล้ว ต้องโทร"
"พี่มาร์ค"
"ไม่ต้องมามองกู ถ้าอยากอยู่ต่อก็โทรบอกที่บ้านเดี๋ยวนี้"
       ผมมองดวงตากลมโตของแบมแบมที่จ้องมองมาพร้อมกับริมฝีปากอิ่มที่เบะเหมือนจะร้องไห้ กับแค่โทรบอกที่บ้านว่ายังมีชีวิต ไม่ได้โดนฆ่าตายไปแล้วนี่มันยากนักหรือยังไง
       นี่นานเกือบชั่วโมงที่แบมแบมมันเล่นตัว
"เขายังไม่คิดจะตามหาเค้าเลย"
"แล้วมึงเอาอะไรติดตัวมาไหม มีแต่ตัวเนี่ยเขาจะตามจากไหน" ผมถอนหายใจ อยากรู้เหมือนกันว่าปัญหาที่บ้านมันใหญ่ขนาดไหนทำไมถึงไม่ใจอ่อนกลับบ้านซักที
       ถ้าเฉลยมาเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่มึงโดนดีแน่ 
"ถ้าเขาไม่สนใจล่ะ"
"สนใจอยู่แล้วลูกทั้งคนอะ" พอผมพูดมันก็กระพริบตาปริบ ๆ มองหน้า
"'งั้นเอามาเดี๋ยวกูโทรให้เอง" เบอร์ก็กดไว้แล้ว เหลือแค่กดโทรออกเนี่ยมันจะยากตรงไหน
       เห็นแล้วก็นึกถึงช่วงที่ตัวเองปั่นงานทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้โทรหาคุณนายศรี ขนาดตอนนั้นผมหายไปไม่ถึงสองวันนะยังโทรตามเป็นสิบ ๆ สายเลย แล้วนี่ไม่เอาอะไรติดตัวมาซักอย่างโทรศัพท์ก็ไม่มี พ่อแม่มึงหัวหมุนแล้วมั้ง 
       เฮ้อ...ไม่รู้ลูกชายคนเดียวหรือเปล่าแต่ดูท่าแล้วคงไม่พ้นหรอก ดื้อฉิบหาย
       ผมยื่นโทรศัพท์ให้แบมแบมหลังจากที่ได้ยินเสียงผู้หญิงจากปลายสาย คงเป็นแม่มันแหละ
"........"
"อื้อแบมเอง.." เออไอ้ห่า ก็แค่นี้เองมันจะยากอะไรวะ
      ผมยิ้มให้มันทันทีที่เสียงปลายสายตะโกนเรียกชื่อมันขึ้นมาเหมือนจะดีใจไม่น้อย แหงล่ะลูกทั้งคนเลยนะเว้ย แบมแบมมันก็เลิ่กลั่ก คาดไม่ถึงล่ะสิ บอกแล้วอย่าคิดไปเอง
[แบมแบม ทำไมไม่กลับบ้านคะ!? ทุกคนเป็นห่วงเราจะแย่แล้ว] เอาเป็นว่าเสียงดังขนาดที่ผมยังได้ยินอะครับ 
"แบมไม่กลับหรอก" แน่ะไอ้เด็กนี่ยังไปทำเสียงดื้อใส่แม่อีก ผมขมวดคิ้วฉับนึกอยากจะด่ามันซักประโยคแต่ติดตรงที่ตัวเองพูดไม่ได้ เดี๋ยวปลายสายจะเข้าใจผิดอีกแหละว่าเสียงผู้ชายที่อยู่กับลูกตัวเองมันเป็นใคร 
      "แบมจะไม่กลับไปหาแม่แล้ว" จะบ้าหรือไง! กูเลี้ยงมึงไม่ไหวนะเว้ยบอกก่อน ผมตีหน้าผากมันด้วยหลังมือเบา ๆ ไอ้นี่พูดอย่างนั้นกับแม่ได้ไง
"เป็นบ้าหรอ?" ผมขยับปากพูดกับมันแบบไม่มีเสียง แบมแบมนี่มันหน้ามึนจริง ๆ ไม่กลับแล้วมึงจะไปอยู่ไหน
[แบมกลับบ้าน ไม่งั้นแม่โกรธเราจริง ๆ แล้วนะ!]
"ไม่กลับ แบมมีที่อยู่ใหม่แล้ว"
      เดี๋ยว ๆ มึงเดี๋ยว
[กับยูเหรอ ไหนยูบอกเราไม่ได้ไปหาไง นี่แบมอย่าดื้อกับแม่นะ]
"ไม่ใช่ยู" แล้วยูมันเป็นใคร ผมขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม ไอ้ยูมันเป็นใครวะ
[กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยน---]
"แบมมีแฟนแล้ว" เดี๋ยวไอ้เด็กหน้ามึน ใครแฟนมึงวะพูดใหม่อีกทีดิ๊ 
"ไอ---" ไม่ทันจะอ้าปากด่า มันก็ดันยื่นมือมาตะปบปากผมไว้ก่อนซะงั้น 
      ไอ้อิบอายเอ๊ย!
[วะว่ายังไงนะคะ! แบมแบม แม่ให้โอกาสพูดใหม่นะ ทำไมทำตัวแบบนี้!]
"แบมงอนแม่แล้ว! โกรธพ่อด้วย! แบมไม่กลับจนกว่าพ่อจะกลับมา"
[แบมแบมเรื่องของแม่กับพ่อ เราคุยกันแล้ว]
"แบมไม่ฟัง ไม่กลับด้วย จะอยู่กับพี่มาร์ค"
      จนได้โว้ย หลุดชื่อกูไปแล้ว!
[พี่มาร์คเป็นใครคะ----]


  

"แบมแบม!!"
      จบยัง! จบยังอนาคตกู ผมดึงมือของแบมแบมออกจากปากทันที หลังจากมันดื้อวางสายเองทั้งที่แม่ยังพูดไม่จบ โอ๊ยไอ้ห่า เส้นประสาทของผมมันเต้นตุบ ๆ ขึ้นมาเหมือนจะระเบิดจนต้องลุกหนีไปอยู่ห่างจากมัน 
      ยกมือขึ้นมาขยุ้มหัวนึกไปถึงตอนที่ตำรวจบุกขึ้นมาจับกุมตัวบนห้องแล้วแม่งคุณนายศรีเอากูตายก่อนได้ขึ้นศาลแน่! "ไอ้เวรเอ๊ย.."
"มาร์คคะเค้า.." ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนั้นใส่เลย
      ผมมองหน้าแบมแบมแล้วมันอยากจะจับมาฟาดซักทีจริง ๆ
"ไปพูดกับแม่ตัวเองอย่างนั้นได้ไง" ผมถามมันก่อนจะเดินเข้าไปจี้มันอีกรอบ "ทำไมมึงชอบดื้อจังวะ มึงคิดว่าหนีออกจากบ้านแล้วมันเท่หรอ พูดกับแม่แบบนั้นมันเท่หรือไง"
       เพราะผมยอมให้มันอยู่ด้วย ยอมมันบ่อยจนคิดว่าทุกอย่างที่ผมบอกมันไม่มีค่าเลยงั้นหรอ "ทำไมทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหานักวะ" ผมพูดออกไปอย่างเหลืออด
"ไม่เข้าใจเค้าหร--" 
"ถึงได้ถามเนี่ยไง มึงเป็นอะไรทำไมต้องพูดแบบนั้น" ไอ้ห่าเป็นน้องกูนะไม่ได้มานั่งตาแป๋วแบบนี้หรอก แล้วจะเอายังไงต่อ จะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ตลอดไปมันก็ไม่ได้อีก
"ใช่เค้ามันเด็กมีปัญหา" ไม่ต้องมาประชด ผมมองคนที่นั่งคอตกอยู่บนโซฟา
        พูดไปขนาดนั้นแล้วยังทำไม่สำนึกอีก
"ก็สมควรถ้าเขาไม่ตามหามึง" ก็เล่นดื้อมาขนาดนี้ ก็สมควรที่เขาจะทนนิสัยเอาแต่ใจของมึงไม่ไหว ขนาดผมที่พึ่งรู้จักได้แค่สองวันยังขนาดนี้ ไม่รู้กับคนที่เลี้ยงมันมาจะเจอมาขนาดไหน
        ผมถอยกลับไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามกับมัน มองไอ้เด็กดื้อที่ยังไม่เลิกสะอื้น พอโดนดุเข้าหน่อยก็มาร้องไห้ คิดว่ามันจะช่วยให้ผมหายโมโหหรือไง 
"มึงแม่ง--"
"แม่เค้าจะเลิกกับพ่อ" 
"......."
"เค้าไม่อยากให้เลิกกัน มาร์คไม่เข้าใจหรอก!" ผมอึ้งแดกไปทันทีที่มันลุกขึ้นมาตะโกนใส่ น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลออกมาอย่างเขื่อนแตกก็ไม่ปาน สุดท้ายเป็นผมเองก็เริ่มหาเสียงตัวเองไม่เจอ เลิ่กลั่กตกใจทั้งเรื่องพ่อแม่มันจะเลิกกัน ทั้งหน้าตามันตอนนี้ด้วย พูดอะไรไม่ออกแถมยังเป็นพวกแพ้น้ำตาชาวบ้านอีกกูเนี่ย 
       แบมแบมมึงจะเก่งเกินไปแล้ว
"อึก"
"......"
"อึก...ฮือ"
      เอาเข้าไป "แล้วถ้าเขาจะเลิกมึงจะไปห้ามเขาได้ยังไงวะ.." ผมพูดเสียงอ่อน เรื่องพวกนี้มันเคยพูดให้ผมฟังซะที่ไหน พอถามอะไรก็ไม่ตอบ ผมจะรู้หรอว่าที่บ้านมันมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้อะ อย่าลืมสิผมก็พึ่งเจอแบมแบมได้ไม่กี่วันเอง
      พอเห็นสภาพน้ำตาอาบแก้ม สุดท้ายผมก็ใจอ่อนด่ามันต่อไม่ออกอีก กลืนทุกคำลงคอแม่งเอ๊ย แล้วกูควรทำยังไงอะถามหน่อยเหอะ 
"มาร์คไม่เจอเหมือนเค้า มาร์ครู้หรอว่ามันรู้สึกยังไง"
"มันไม่ใช่อย่างนั้น" ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นซักหน่อย 
"จะโกรธเค้าก็ตามใจ ไม่อยู่ด้วยหรอกอึก เค้าไปอยู่กับคนอื่นก็ได้!"
      เดี๋ยว นี่มึงไม่มีสิทธิ์มาตะโกนใส่กูแบบนี้นะเว้ย แล้วคิดว่าพูดแบบนี้แล้วผมอยากรั้งให้อยู่ด้วยหรือไง  
"อย่ามาเอาแต่ใจที่นี่นะ" ผมขมวดคิ้วแน่น 
      เมื่อกี้เกือบจะสงสารไปแล้วถ้ามันไม่มาขึ้นเสียงใส่แถมพูดเรื่องจะออกไปอยู่ที่อื่นอีก
"เค้าไม่อยู่ด้วยอยู่แล้วอึก..ฮือ" 
"เออจะไปไหนก็เรื่องของมึงเลย"
"มาร์คคคฮือ.."
       ทุกคนก็ช่วยสวดมนต์ภาวนาให้ผมจัดการไอ้เด็กนี่ได้ด้วยละกันครับ




      ผมร้องไห้..ใช่ ร้องไห้จนหายใจไม่ออก ไม่ชอบที่ตัวเองต้องมานั่งร้องไห้ให้คนอื่นปลอบ แต่มาร์คก็ไม่ได้ปลอบผมอยู่แล้ว ตั้งแต่ผมคุยกับแม่เสร็จ ดูท่าทางเขาก็หัวเสียไม่น้อยเลย คงไม่พอใจทั้งเรื่องที่ผมแอบอ้างเอาชื่อเขาไปใช้ ทั้งเรื่องครอบครัวที่ผมไม่ได้บอก แต่จะบอกหรือไม่บอกสุดท้ายเขาก็อยากไล่ผมไปให้ไกลเหมือนเดิมอยู่ดีไม่ใช่หรอ
"อึก.." แต่ยังไงผมก็จะไม่ยอมแพ้เขาหรอก ไม่ให้อยู่ก็ไม่อยู่สิ ทำไมผมต้องหน้าด้านอยู่ด้วย
      มาร์คหายเข้าไปในห้องนอนเกือบยี่สิบนาที ดูจากสีหน้าเขาแล้วก็คงเบื่อหน่ายกับผมเต็มทน แต่ผมก็ไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้ซักหน่อย ผมไม่อยากจะดื้อกับแม่ ผมไม่อยากจะหนีออกมาจากบ้านซักหน่อย มาร์คไม่เข้าใจเลย
"T^T" มันหยุดไม่ได้จริง ๆ นะ เป็นบ้าไปแล้ว
      ผมมองมาร์คที่เดินออกมาจากห้องพร้อมโทรศัพท์แล้วก็กระเป๋าตังค์ เขามองผมก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ ออกมา เห็นแบบนั้นแล้วผมยิ่งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ยกมือขึ้นมาเช็ดมันออกไปแล้วก็ยังไม่หมด เปียกไปหมดทั้งหน้าแล้ว
"ลุกสิ เดี๋ยวกูไปส่ง"
"......"
      และสุดท้ายผมก็ทำได้แต่เดินตามมาร์คไปที่รถ ตลอดทางมีคนเดินผ่านไปมาที่มองเหมือนสงสัยว่าทำไมผมถึงสภาพเป็นอย่างนี้ แต่เจอสายตามาร์คก็คงไม่มีใครอยากมายุ่งด้วย
"จะให้ไปส่งที่ไหน" ผมกัดริมฝีปากแน่น ไม่รู้ควรตอบอะไรดี ผมไม่รู้ว่าควรจะเอาตัวเองไปอยู่ไหน ถ้าให้ไปอยู่กับเพื่อนมีหวังแม่ต้องตามเจอแน่ หรือควรกลับไปตั้งหลักก่อนดี
"ร้านสะดวกซื้อก็ได้.." ผมพูดก่อนจะปล่อยสะอื้นออกมาอีกลูกใหญ่ พอเอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้เพราะเรื่องครอบครัวหรือเรื่องที่มาร์คทำแบบนี้กันแน่
      โทรศัพท์ถูกยื่นมาให้หลังจากผมสะอื้นอยู่นาน มาร์คมองเหมือนรำคาญคงเป็นปกติแหละเขาไม่เคยชอบหน้าผมอยู่แล้ว "โทรบอกเพื่อนมึงที่ชื่อยู มาเจอกันที่ร้าน WE มันรู้จักใช่ไหม"
"......" ผมพยักหน้าก่อนจะกดเบอร์โทรหาเพื่อนสนิทคนเดียวของตัวเองตามที่มาร์คบอก เป็นจังหวะเดียวกับที่มาร์คเอี่ยวตัวมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ ผมได้แต่มองเสี้ยวหน้าของเขา เค้าไม่อยากไปจากมาร์คซักหน่อย 

"อือ แบมเองฮือ"
     และทันทีที่ปลายสายกดรับผมก็ร้องไห้โฮออกมาทันที 




'WE'



      
"มึงเอาน้ำตาที่ไหนมาไหลนักหนาวะ" 
"......."
     หลากเป็นเขื่อนจนต้องแวะซื้อน้ำมาให้ดื่มเพราะกลัวร้องจนตายคารถไปก่อน เห็นจมูกแดง ๆ ที่พยายามสูดน้ำมูกลับเข้าไปแล้วมันก็อดยื่นทิชชู่ให้ไม่ได้ นี่หรอคนคิดหนีออกจากบ้าน ร้องไห้ขี้มูกโป่งดูไม่ได้เลย 
"แล้วเพื่อนมึงบอกจะมาตอนไหน"
"ใกล้ถึงแล้ว.."
"หยุดร้องไห้แบมแบม" ไม่อายคนอื่นก็สงสารกูบ้างเหอะ คนมองกันหมดแล้ว
"ก็เค้าเสียใจ"
"เรื่อง?"
"มาร์คไม่เข้าใจเค้าหรอก" ใครจะไปเข้าใจมึงล่ะถ้าไม่พูดอะ ผมส่ายหน้าก่อนจะเดินนำมันเข้าไปในร้าน เลือกโซนที่คิดว่าอยู่ลึกสุดเผื่อมันอยากจะร้องไห้อีกจะได้ไม่อายคนอื่นมาก
      แบมแบมมันตามมานั่งข้างผม และตลอดเวลาที่นั่งจ้องกันอยู่มันยังพยายามหยุดสะอื้นไปด้วย
"ไม่ มึงหันไปอีกทางเลยไป" อย่ามามองกู ผมเอื้อมมือไปดันหน้ามันให้เบือนไปอีกทาง พอได้สบตาหน่อยนี่ก็เล่นกูอีกแล้ว ไหนบอกไม่อยากจะอยู่ด้วยแล้วไงมาทำหน้าสำนึกผิดตอนนี้มันจะทันไหม
"ถ้าเค้ากลับไปกับยู มันก็เท่ากลับบ้านอะมาร์ค" ที่แท้ก็กลัวแม่สบายใจ แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ
      แต่ว่าไม่ได้นะแบมแบมมันเก่งอยู่แล้วทำเรื่องอะไรที่คาดไม่ถึงอะ ผมไม่ควรห่วงมันด้วยซ้ำ ห่วงตัวเองดีกว่าเนี่ยว่ามีเรื่องไหนอีกบ้างที่มันโกหกแล้วผมไม่รู้
"อย่าให้เขาเป็นห่วงมากเลยแบมแบม ไม่สงสารแม่หรือไง"
"แม่ยังไม่สงสารเค้าเลย"
"แล้วพอหนีมา มันมีอะไรดีขึ้นไหม"
"......." ก็ไม่ป่ะ ไอ้เด็กหน้ามึน



       เพื่อนของแบมแบมมาถึงร้านหลังจากที่ผมกับแบมแบมนั่งเงียบใส่กันอยู่สิบกว่านาที พอได้เจอหน้าเด็กที่ชื่อ 'ยู' ครัั้งแรกนี่ก็ทำผมไปไม่เป็นอยู่เหมือนกัน สาบานว่ามึงเป็นเพื่อนกันจริง ๆ สูงเป็นบ้าสูงมากกว่าผมด้วยซ้ำมั้ง
       และสิ่งที่แย่ที่สุด มากกว่าส่วนสูงของไอ้ยูที่ผมไม่อยากจะเทียบเคียงก็คือมารยาทเนี่ยแหละ ผมนั่งหัวโด่อยู่ข้างเพื่อนมันแท้ ๆ ทำเป็นมองผ่านแถมยังทำหน้าไม่พอใจ กูขโมยเพื่อนมึงมาหรือไงไม่ทราบ
"กลับบ้านกับเราเถอะ" ผมนั่งจ้องมันสองคนไม่วางตา ปากก็ดูดชาเขียวจากแก้วไปด้วย
"เค้าไม่อยากไปบ้านยูเลย" พอแบมแบมมันพูด ไอ้เพื่อนตัวดี(ญาติเสาไฟ)ของมันก็หันขวับมามองผมทันที ไม่รู้ว่าคำตอบเกี่ยวอะไรกับผมหรือเปล่านะแต่กูก็หมั่นไส้มึง ขอยักคิ้วกวนตีนส่งไปให้ก่อนจะหมดเวลาแล้วกัน
"แต่คุณน้าเป็นห่วงนายมากนะ"
"ที่บ้านยูอาจจะมีแม่รอเค้าอยู่ก็ได้"
"จะเป็นอย่างนั้นได้ไง"
"แล้วคิดว่าเค้าไม่รู้หรือไง"
"........." ไอ้เด็กยูมันเงียบไป เลิ่กลั่กมองหน้าผมเหมือนจะให้ช่วย แต่เพราะหน้าของมันที่ดูไม่เป็นมิตรแต่แรกผมเลยไม่อยากเหนื่อยอ้าปากพูด เลยไหวไหล่ให้มันไปแทน
      ช่วยตัวเองไปดิ 
"แล้วจะหนีไปไหน คนเป็นห่วงเขาไม่สนุกเลยนะ"
"ก็รู้แล้วนี่ว่าเค้าปลอดภัยดี"
"แน่ใจ?" ไอ้เด็กยูพูดจบก็หันมามองผมอีกรอบ(รอบที่ล้านแล้ว) จากการไล่สายตาดูตั้งแต่หัวจรดเท้าของมันแล้วมันน่าดีดกะโหลก ซ่าพอกันทั้งคู่ ถึงว่าคบกันอยู่แค่นี้
      ปล่อยให้ไอ้ยูมันปลอบใจเพื่อนรักมันต่อเกือบครบชั่วโมง หลายครั้งที่ผมต้องเบือนหน้าหนีเพราะมันยุบยิบในใจไม่หายเวลามือไม้ปลาหมึกของมันเอาแต่จับ ๆ ลูบ ๆ แบมแบมอยู่นั่นไม่ปล่อย กลัวเพื่อนมึงปลิวหายไปกับลมหรือยังไง ไม่เข้าใจ

"แม่งเอ๊ย..." เห็นแล้วรำคาญลูกตาจริง ๆ

      โชคดีนะครับที่ก่อนจะออกมาผมได้ตัดสินใจโทรหาแม่ของแบมแบมอีกรอบ แต่กว่าจะกดโทรได้นี่ก็คิดแล้วคิดอีกเป็นสิบตลบเหมือนกันว่าควรจะพูดยังไงให้ท่านสบายใจเรื่องแบมแบม และขอบคุณที่คุณน้าไม่ได้โหดอย่างที่ผมจินตนาการไว้ ท่านดูเข้าใจสถานการณ์ของผมในตอนนี้ด้วยซ้ำ แถมยังคิดเหมือนผมอีกเรื่องเด็กมันดื้อ ตอนนี้บอกให้กลับบ้านยังไงก็คงยากเพราะแบมแบมมันตัดสินใจเองแล้วว่าจะหนีออกมา
      ผมเองก็พอจะรับรู้ได้หลังจากที่เห็นมันคุยกับเพื่อน ตั้งแต่ฟังมาไม่มีคำไหนเลยที่บอกอยากจะกลับบ้าน ท่าทางมุ่งมั่นในการหนีออกจากบ้านเอาเรื่องจริง ๆ
"แล้วนี่พี่จะกลับตอนไหน นั่งอยู่ได้ไม่ช่วยอะไรกันเลย"
"ทำไมอะ อยากฟังเสียงกูหรอ" ผมเลิกคิ้วถามไอ้ยู มึงนี่ก็ดูเครียดเกินไปหรือเปล่า เพื่อนยังไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อยชอบทำหน้ายากใส่กูอยู่เรื่อย
      ผมมองผ่านมันไปหาแบมแบม ไอ้เด็กตาแป๋วนี่ก็ร้าย เดี๋ยวจะเอาคืนแบบทบต้นทบดอกเลยคอยดู
"แล้วมึงจะกลับไปกับเพื่อนได้ยัง ลีลาอยู่นั่นแหละ" ผมพูด แบมแบมมันได้ยินก็คอตก ครางหงิงเป็นลูกหมาได้คงทำไปแล้ว น่ารักมากมั้ง "ทีตอนแรกล่ะเก่ง"
      ช่วยตัดภาพไปบนห้องผมอีกซักรอบซิ ดื้อไอ้ห่า
"แบม กลับกับเราเถอะนะ"
      ผมมองสีหน้าแบมแบมที่เริ่มหม่นลงเรื่อย ๆ มันมองเหมือนมีอะไรอยากจะพูด แต่ถ้าไม่พูดผมก็จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ละกันว่ามันต้องการสื่อสารอะไร 
"อย่าทำแบบนี้สิ แล้วถ้าไม่กลับจะไปอยู่ไหน"
"......" เงียบกันไปให้หมด ผมยกแก้วชาเขียวขึ้นมาดูดอีกรอบ มองมันสองคนสลับกัน อีกคนก็ปากหนัก อีกคนนี่ก็อยากให้เพื่อนกลับด้วยใจจะขาด
     พนันกันไหมครับ เพื่อนที่คบกันมาไม่รู้ตั้งกี่ปี กับผู้ชายที่พึ่งเจอกันไม่กี่วัน แบมแบมจะเลือกไปกับใคร
"มาร์ค..เค้าขอโทษ"
"อะไรนะ" ผมแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพื่อฟังเสียงมันอีกรอบ อะไรคือขอโทษหรอครับ
      สนุกสนานเบา ๆ ตอนที่ไอ้ยูมันกัดฟันกรอดเหมือนจะโมโหที่ดวงมันเอนมาทางแพ้
"พี่มาร์ค เค้าขอโทษ" 
      หึ! ให้มันรู้ ไผเป็นไผ
      ไอ้เด็กยู !!


       ผมแทบจะเปิดแขนรับเอาแบมแบมเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดถ้าไม่ติดว่ามันมีคดีติดตัวอยู่หลายอย่าง มึงนี่นะเห็นกูหน้าโง่มากหรือไง ถึงห้องล่ะจะจัดให้หนักเลย
"ทำไมพี่ต้องมายุ่งกับเพื่อนผมด้วย" อะเรื่องนี้มันก็ใช่ความผิดกูคนเดียวซะที่ไหน เพื่อนมึงเป็นคนเลือกไม่ใช่หรือไง
"ไหนคุณน้าบอกพี่เองก็ลำบากใจ สุดท้ายพี่รั้งมันไว้อีกทำไม" มันสาดใส่เป็นชุดหลังจากที่ผมไล่แบมแบมไปล้างหน้าล้างตา เนี่ยเพื่อนยังเดินไม่ถึงประตูห้องน้ำด้วยซ้ำก็ใส่อารมณ์แล้ว
"ใครรั้งเพื่อนมึง" ผมเลิกคิ้วพร้อมดูดชาเขียวแก้วที่สามเข้าปาก พอเป็นแก้วที่สามก็เสือกอร่อยกว่าแก้วแรก ๆ เฉย มันเป็นเพราะอะไรหรอครับ
"ดูก็รู้ว่าพี่คิดอะไรกับมัน"
"เอ้าหรอ ดูออกขนาดนั้นเลย" 
"ผมพูดตรง ๆ นะ ผมไม่ไว้ใจพี่" 
"หึ.." ก็มันยังมีอีกหลายอย่างที่มึงไม่รู้ไงยู สิ่งที่มันรั้งกูกับแบมแบมไว้อะ ไม่รวมเรื่องอายุที่มันเอามาหลอกกู และก็เรื่องบนเตียงที่มึงเองคงคิดไม่ถึงอีกล่ะว่าพวกกูได้กันแล้ว
      บ่นแล้วก็จะยาว ผมขอไปบ่นรอบเดียวตอนถึงห้องพร้อมกับแบมแบมดีกว่า
"เอาเป็นว่า ขอบใจมากที่มาตามนัดวันนี้" ผมพูดแล้วก็เอื้อมมือไปแตะไหล่มันเบา ๆ หวังจะให้มันเข้าใจว่าเรื่องนี้มันจะไปบังคับใครก็ไม่ได้ แต่อีกฝ่ายที่ดูจะหัวเสียไม่น้อยกับเรื่องในวันนี้ก็ถึงกับชักตัวหลบมือของผม
"ผมให้มันอยู่กับพี่ไม่นานหรอก"
      เก่งมากก็มาเอาคืนไปคุณยู






:)
ขอบคุณทุกเฟบทุกคอมเม้นเลยนะคะ❤️
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 597 ครั้ง

467 ความคิดเห็น

  1. #464 Markmark_tuan1a (@Markmark_tuan1a) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 06:42
    ร้ายสุดก็พี่มาร์คนี่แหละ
    #464
    0
  2. #452 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 09:08
    ทำเป็นบ่นนะพี่มาร์ค
    #452
    0
  3. #445 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:49
    มีการแย่งกันเว้ย
    #445
    0
  4. #438 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 22:49
    จ้าาาา^^
    #438
    0
  5. #405 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 00:09
    ร้ายนักนะมาร์คต้วนนนน
    #405
    0
  6. #339 KesineeSarasarin (@KesineeSarasarin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 08:33
    พี่มาร์คกวนเหมือนกันนะ555555
    #339
    0
  7. #289 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 19:42
    ใจก็อยากให้น้องอยู่ด้วยนั่นแหละน้า
    #289
    0
  8. #177 MBAIYW (@0962106015) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 23:06
    ให้มันรู้ว่าไผเป็นไผ555555 นี่มาร์คผัดขิงรึเปล่าคะ
    #177
    0
  9. #131 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 00:35
    อ้่าว รู้แล่วสิว่าไม่คุก
    #131
    0
  10. #123 phutookei (@phutookei) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 13:22
    โอยชอบบบ. อยากดูดชาเขียวเลย.
    #123
    0
  11. #120 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 10:46
    เเน่ะ! บักห่าหนิ
    #120
    0
  12. #98 มิรา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 20:00

    อ่านตอนนี้สงสารแบมเลย

    #98
    0
  13. #86 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:56
    เด็กมันดื้อก็ต้องสั่งสอนกันบ้าง แต่หมั่นไส้กับการดูดชาเขียวพี่มันจังวะ
    #86
    0
  14. #84 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 22:32
    ฉันขำกับการกินชาเขียวของอิพี่มันทำไม5555555 แบบโอยยยยดูดชาเขียววนไปเถอะ555555
    #84
    0
  15. #78 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 22:12

    สนุกมากเป็นอะไรที่ลงตัวกลมกลอ่มมากก

    #78
    0
  16. #68 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 02:48
    ทำร้ายจิตใจกันทำไมม
    #68
    0
  17. #65 xebq (@xebq) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 18:28
    สนุกกกกก มาต่อนะเตงงง
    #65
    0
  18. #64 Kkim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 20:43

    เด็กมันดื้อขนาดนี้ คุณมาร์คต้องสั่สอนสักหน่อยละเนี่ย

    #64
    0
  19. #63 monokoto1122 (@monokoto1122) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 20:28

    สนุกอ่า รอนะคะ สู้ๆน้าาา https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #63
    0
  20. #60 pookkai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 20:10

    มาร์คหลอกแบมอ่า

    #60
    0
  21. #59 fernlovepaint (@fernlovepaint) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 14:55
    มาร์คโครตร้ายอะแหมๆ
    #59
    0
  22. #58 Smilelyy99 (@Aeelaw51) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 11:28
    แม่มาร์คมาเหนือว้อยยยยยย 5555
    #58
    0
  23. #57 SugarBrowniie (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 08:25
    พี่มาร์คร้ายสุด5555555555 ไม่ใช่ว่าแม่แบมฝากแบมไว้กับพี่มาร์คก่อนงี้เหรอ55555
    #57
    0
  24. #56 ปาปัวนิวกินี? (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 08:01

    เหมือนทุกคนะรู้จักกันแต่แบมไม่รู้​ ทำไมแบมดูซื่อหรือจริงๆใครโดนหลอกกันแน่5555

    #56
    0
  25. #55 KuenNun (@KuenNun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 07:16
    ทีตอนแรกล่ะทำเป็นไล่! แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม///ถึงแอลเอยัง
    #55
    0