อาริส อดีตเลดี้ผู้ไร้ค่า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,405 Views

  • 505 Comments

  • 2,489 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2,059

    Overall
    48,405

ตอนที่ 7 : 06 Confusion ความสับสนของเลดี้ผู้ไร้ค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 475 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

 

 

6

 

Confusion

ความสับสนของเลดี้ผู้ไร้ค่า

 

 

                ธาตุมืด  พลังเวทย์ระดับ B

 

                สิ้นเสียงของมาสเตอร์แมธธีอัส  ทุกคนในกิลด์ต่างพากันโฮร้องด้วยความยินดีและดีใจกับอาริส  ต่างจากหญิงสาวมองด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้  แน่นอนว่านางย่อมต้องดีใจที่ตัวนางมีธาตุประจำตัว.........  แต่ที่นางไม่เข้าใจนั้นคือ  ทำไมถึงเป็นธาตุมืด? 

 

                .......ปะ.......เป็นไปไม่ได้.........

 

                ในเมื่อธาตุมืดนั้นเป็นเพียงธาตุเดียวที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งกว่าธาตุแสงเสียอีก  ตามที่นางเคยได้ยินมา  ในรอบ 200 ปี เด็กที่เกิดมาพร้อมธาตุมืดนั้นมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น  และคนคนนั้นก็คือ  คาเรย์  หรือ  ออสการ์  เฮเวล  หนึ่งในฮาเร็มของแม่น้องสาวคนงาม  เขาเป็นนักฆ่าที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อสังหารรัชทายาทอาร์เธอร์  นอกจากธาตุมืดที่หาได้ยากกับความสามารถที่เก่งกาจมากพอทำให้เขาติดอันดับต้น ๆ ของสถาบันได้ไม่ยาก  แต่นั้นจะยิ่งโดดเด่นมากเกินความจำเป็นและเสี่ยงต่อการทำงาน  จึงพยายามกดความสามารถและพลังเวทย์ไว้  โดยลืมไปว่าเพียงแค่มีธาตุมืดมันก็เหตุผลที่มากพอให้ทางราชาอันโตนิโอจับตามองและให้สำคัญพอ ๆ กับแม่น้องสาวคนงาม.......

 

                ในหัวของอาริสตอนนี้มีแต่คำถามมากมายเต็มไปหมด  ไม่ว่านางคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ.........  ทั้ง ๆ ที่มันควรจะมีเพียงออสการ์เท่านั้น  หากนางมีธาตุมืดตั้งแต่แรก........  แล้วทำไมตลอดเวลาที่ผ่านมา  ไม่ว่านางจะพยายามวัดพลังหลายต่อหลายครั้ง   ทุกครั้งก็ออกมาว่านางนั้นไม่มีธาตุประจำตัวใด ๆ เลยเล่า.........  

 

“แม่หนูน้อย  เจ้าสงสัยสิ่งใดหรือ?”  เสียงของมาสเตอร์แมธธีอัสเมื่อเห็นอาริสนิ่งเงียบไปนาน

 

“.........”  หญิงสาวนิ่งคิดอยู่ครุ่นนึงก่อนตัดสินใจเอ่ยถามออกไป  “....... ทำไมข้าถึงมีธาตุมืดได้?  มันมีอะไรผิดพลาดหรือไม่?  ........ ในเมื่อเด็กที่เกิดมาพร้อมกับธาตุมืดนั้นมีเพียงคนเดียวในรอบ  200  ปี  ซึ่งในเวลานี้นั้นก็มีแล้วและเพราะเหตุใดข้าถึงมีธาตุมืดได้เจ้าคะ?”

 

“เรื่องนั้นหรอกหรือ?”  ชายชราพูดพลางถอนหายใจ  “ย่อมมิแปลกหรอก  เจ้าคงถูกปลูกฝังเรื่องไร้สาระพรรค์มาตั้งแต่เด็กสินะ”

 

อาริสเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจและดูเหมือนมาสเตอร์แมธธีอัสจะสังเกตเห็นจึงเริ่มอธิบาย 

 

“พวกนั้นคงพร่ำสอนเจ้าว่า  โลกเรานั้นมีธาตุประจำตัวทั้งหมด  5  ธาตุ  คือ  ดิน , น้ำ , ไฟ , แสง และมืด  ซึ่งธาตุทั้ง 5 นั้นสามารถได้รับตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 5 ปี  หลังจากนั้นแล้วหากมิมีสิ่งใดปรากฏจะถูกจัดเป็นพวกไร้ธาตุประจำตัว  แต่สามารถเวทย์มนตร์ได้และมิได้รุนแรงเท่าผู้ที่มีพลังธาตุใช่หรือไม่?”

 

หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย  แต่นั้นกลับทำให้มาสเตอร์แมธธีอัสตบหัวตนเองไปหนึ่งทีและสมาชิกในกิลด์ต่างพากันถอนหายใจ  ท่าทางของทุกคนยิ่งสร้างความสงสัยให้กับอาริสมากขึ้น

 

ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารจริง ๆ

 

ชายชรามองอาริสด้วยความรู้สึกสงสารอย่างจับใจ 

 

“เจ้าคงลำบากมากสินะ........  ชายชราพูดพลางเกาหัวด้วยความหงุดหงิด  “ข้ามิเคยเข้าใจความคิดของพวกชนชั้นสูงเลยแม้แต่นิด  เพียงยอมรับความจริงแค่นี้.......  ทำไมพวกชนชั้นสูงถึงมิกล้ายอมรับความจริงเสียที” 

 

“ตามจริงแล้ว........  การได้รับธาตุประจำตัวนั้นมีอยู่สองหนทางคือ  ได้รับตั้งแต่เกิดจนถึง 5 ปีและได้รับตามความเหมาะสม  ซึ่งธาตุนั้นจะเป็นผู้กำหนดเองขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละคนว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ ต่างหาก  ซึ่งบางคนก็ใช้เวลารอเป็นเดือนเป็นปี บ้างก็สิบปี บ้างก็ห้าปี หรือ ใกล้ลงโลงเพิ่งได้รับก็ยังมีเช่นกัน

ธาตุดิน , น้ำ และไฟนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายเพราะใช้เวลาปรากฏอย่างช้าสุดไม่เกิน 10 - 15 ปี  แต่ธาตุแสงและความมืดนั้นมีเงื่อนไขพิเศษที่ต่างออกไป  ข้าจะเริ่มที่ธาตุแสงต้องมีคุณสมบัติของธาตุดินและน้ำรวมกัน  ก็อย่างที่เจ้ารู้.........

สายป้องกัน  คือ    ธาตุดิน   

สายโจมตี     คือ    ธาตุน้ำ และ ธาตุไฟ

สายรักษา      คือ    ธาตุแสง 

และสุดท้ายสายสมดุลนั้นคือ ธาตุมืด  แต่สำหรับธาตุมืดจำเป็นต้องมีคุณสมบัติของทั้งสามธาตุ  ซึ่งก็คือ ธาตุดิน , น้ำ และไฟรวมกัน  ซ้ำยังต้องได้รับบททดสอบแม้แต่ตัวข้าเองก็มิอาจคาดการณ์ได้  นับว่าเป็นเรื่องยากเสียกว่าการเกิดมาพร้อมธาตุเสียอีก  เพราะน้อยคนนักจะเจอซักคนหนึ่ง.........  ที่จะผ่านการทดสอบได้”

 

สิ่งที่อาริสได้รับรู้กลับทำให้นางรู้สึกหายใจไม่ออกอย่างไม่มีสาเหตุ  หากเป็นจริงอย่างที่มาสเตอร์แมธธีอัสกล่าวมาทั้งหมดนั้น  แม้ว่าตัวนางเองจะเข้าใจถึงเหตุผลที่ชนชั้นสูงไม่ยอมรับก็ตาม  แต่ก็อดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้..........  เพราะกลัวว่าจะเสียชื่อเสียงที่มีบุตรหลานไม่มีธาตุประจำตัวเท่านั้น  เพื่อปกป้องชื่อเสียงเกียรติยศอันดีงามนั้นขาวสะอาดไม่ให้มีจุดด่างพร่ายจนทำได้ทุกอย่างกระทั้งสังหารเลือดเนื้อเชื้อไขตนเองยังทำได้เลย  แค่....... เหตุผลแค่นี้พวกเขากลับทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้โดยไม่รู้สึกผิดได้อย่างไร

 

หากไม่ใช่  เพราะนางเป็นคู่หมั้นของรัชทายาทและราชาอันโตนิโอเห็นถึงหนทางใช้ประโยชน์ในตัวนาง  ลึก ๆ ในใจอาริสก็รู้สึกขอบคุณอย่างช่วยไม่ได้......  ถ้าเขาไม่ช่วยนางไว้ตั้งแต่เมื่อสิบสองปีก่อนตัวนางคงตายไปนานแล้ว  ถึงแม้จะเป็นการหลอกใช้นางก็ตาม......... 

 

นัยน์ตาเยี่ยวมองอาริสที่เงียบไปนานจึงเริ่มเป็นห่วง  “แม่หนูน้อยไม่ว่าอดีตเจ้าจะพบเจออะไรมา  แต่ตอนนี้เจ้าเป็นสมาชิกกิลด์ลิกเซล.......  ข้าอยากให้เจ้าจำไว้ว่า  ที่นี้เป็นบ้านและครอบครัวของเจ้า  มันก็แค่นั้น”

 

หญิงสาวรู้ถึงแววตาห่วงใยที่ทั้งชายชราและสมาชิกในกิลด์มอบให้  แต่คำว่า บ้านและครอบครัว  สำหรับนางแล้วเป็นเหมือนภาพมายาที่ไม่เคยสัมผัสมันได้เลยซักครั้ง  และทุกครั้งที่ได้ยินหรือเห็นคำ ๆ นี้ก็ทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก  แต่อาริสก็เลือกที่จะพยายามไม่แสดงอารมณ์ออกมาก่อนยิ้มให้

 

“และแม่หนูน้อย.......  นี่เป็นสิ่งที่เจ้าควรรู้ไว้  ตัวเจ้านั้นเป็นผู้ที่ได้รับธาตุมืดที่มีอายุน้อยและพลังเวทย์สูงที่สุด  อย่าประมาทและระวังตัวด้วย  อาริสเลิกคิ้วก่อนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย 

 

จริงอยู่ที่พลังเวทย์ของนางอยู่เพียงระดับ B  ต่างจากออสก้าร์.......  ในเกมส์ถ้านางจำไม่ผิดน่าจะอยู่ระดับ S  เท่า ๆ กับแม่น้องสาวคนงามและเหล่าฮาเร็ม   แต่ด้วยความที่มีธาตุประจำตัวหายากอย่างธาตุมืดจึงไม่แปลก  หากนางจะตกเป็นเป้าหมายของผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากนาง

 

“ข้าสามารถหางานทำวันนี้ได้เลยหรือไม่เจ้าค่ะ”

 

“ได้  แต่งานที่เจ้าทำได้อยู่ในระดับ F เท่านั้น  เพราะเจ้าเป็นสมาชิกใหม่และไม่มีคนรับรองความสามารถของเจ้า  ข้าจึงจัดให้อยู่ในระดับ F ก่อน  ถึงรายได้จะน้อย  แต่ความปลอดภัยของงานย่อมสูง  หากเจ้าต้องการทำงานในระดับที่สูงกว่านี้ก็ต้องเข้าทดสอบเพิ่มระดับ  กิลด์ของเราใช้การทดสอบเป็นตัววัดผลถึงเจ้าจะมีพลังเวทย์สูง.......  แต่นั้นก็มิได้หมายความว่าตัวเจ้าเหมาะสมกับงานนั้น  ส่วนการทดสอบจะจัดขึ้นทุก ๆ 2 อาทิตย์และถ้าเจ้าสนใจ  อีก 3 วันจะถึงกำหนดการเข้าทดสอบก็เตรียมตัวให้พร้อม  ข้าจะอนุญาตให้เอง” 

 

“ขอบคุณมากเจ้าคะ”  อาริสกล่าวขอบคุณพลางโค้งหัวให้

 

                “ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่นะ”  ริอาเข้ามากอดอาริสพลางยิ้นหวานให้  “ข้าชื่อริอาน่า  เรียกข้าว่า ริอา ก็ได้

 

“เรียกข้าว่า อาริส ก็ได้”

 

อาริสพึ่งสังเกตว่าริอานั้นจัดได้ว่าเป็นสาวงามคนหนึ่ง  ใบหน้าเรียวได้รูปล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีเทาสั้น  ดวงตากลมโตสีเทาคู่งาม  จมูกโด่ง  ริมฝีปากได้รูปสีระเรื่อตามธรรมชาติ  องค์ประกอบเหล่านี้......  หากเทียบแม่น้องสาวคนงดงามแล้วนางคิดว่าริอานั้นงดงามกว่า  ถึงแม้ร่างกายของนางดูบอบบางน่าถนุถนอม  แต่สิ่งหนึ่งในตัวนางกลับทำให้อาริสจ้องมองจนละสายตาอย่างเสียไม่ได้กับหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินตัวของริอา  ทำเอาอาริสรู้สึกอิจฉานิด ๆ

 

“ส่วนข้าง ๆ ข้าชื่ออัลลูเช่  หรือจะเรียกว่าลูซก็ได้”  ริอาแนะนำพลางลากชายหนุ่มข้างกายให้นางได้รู้จัก  ใบหน้าออกหวานเกินกว่าบุรุษจนอาริสเผลอนึกถึงโมรอสไปแวบหนึ่ง  ร่างสูงโปร่งแต่ดูผอมบางกว่าบุรุษรุ่นราวคราวเดียวกัน  นัยน์ตาเรียวสีเขียวน้ำทะเลเข้ากับเรีอนผมสีน้ำตาลไหม้สั้น  จนอาริสแอบเสียดายอยู่นิด ๆ

 

อา...........  ถ้าเป็นสตรีคงงามล่มเมืองแน่ ๆ

 

                แต่รู้สึกสะดุดใจตรงชื่อของชายหนุ่มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  ชื่อเหมือนพนักงานสาวคนนั้นเลย......  คงแค่ชื่อเหมือนกันล่ะมั้ง?  ถึงนางจะสงสัยอยู่บ้างแต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจมัน  แต่กลับไม่รอดจากดวงตากลมโตสีเทาคู่งามของริอาไปได้

 

                 “จริง ๆ แล้วเราเคยเจอกันแล้วที่ร้านเสื้อผ้ามิวเรียล  แต่ไม่คิดว่า เจ้าอยู่ที่กิลด์นี้ด้วยนะเจ้าค่ะ”

 

                “ไม่ต้องพูดสุภาพหรอก  เจ้าของร้านต้องการคนช่วยงานชั่วคราว  มาสเตอร์จึงเลือกพวกข้าสองคนเลยไปช่วยน่ะ”

 

                “สองคน?”  อาริสทวนคำ  “แล้วอีกคนล่ะ?  หรืออยู่คนละกิลด์”

 

                “เขาก็อยู่ข้าง ๆ ข้าไง” 

 

อาริสเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ  ทำเอาสมาชิกในกิลด์บ้างก็พยายามกลั้นขำอย่างเต็มที่  แต่บ้างก็หลุดขำออกมา  มีเพียงลูซได้แต่ถอนหายใจอย่างปลง ๆ และมองริอาอย่างคาดโทษ  ตรงข้ามกับหญิงสาวที่ไม่ได้สนใจสายตาซ้ำยังเอ่ยต่อด้วยความสนุกสนาน

 

คนคนนั้นก็คือลูซ  อาริสได้แต่เบิกตากว้างนั้นทำให้ทุกคนในกิลด์ต่างพากันหัวเราะออกอย่างเสียไม่ได้  ริอาจึงเริ่มเล่าต่อด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด  ทั้งที่ในใจกำลังสนุกกับการได้แกล้งเพื่อน  “ร้านเสื้อผ้าส่วนใหญ่ต่างใช้สาวงามดึงดูดความสนใจลูกค้า  ข้าเห็นว่าหน้าตาหวานขนาดนี้  ถ้าแต่งเป็นสตรีคงต้องสวยจนเรียกลูกค้าเข้ามาในร้านเยอะแน่ ๆ  แล้วเจ้าเชื่อไหม?  มิมีผู้ใดจับได้ว่าเป็นบุรุษเลยแม้แต่คนเดียว.......  ทำเอาข้ารู้สึกเสียดายไม่น้อย  หากเป็นสตรีคงงามล่มเมืองใช่ไหม?  ทุกคน!!! 

 

สมาชิกในกิลด์ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับริอาและดูสนุกสนานกับการได้แกล้งลูซไม่ใช่น้อย  อาริสมองชายหนุ่มอย่างพิจารณาอีกครั้งพลางนึกถึงตอนที่เจอกันในร้านเสื้อผ้า  อา....... มิแปลกเลย  สวยราวกับสตรีขนาดนี้   ใบหน้าออกหวานกับรูปร่างที่ดูผอมบางกว่าบุรุษ  ต่อให้เขาแต่งเป็นสตรีก็คงไม่มีใครจับได้จริงดั่งที่ริอาบอกเป็นแน่  ขนาดนางยังไม่สงสัยเลยแม้แต่นิด

 

                “หยุดพูดถึงเรื่องนั้นเสียที!  รู้สึกขนลุกชะมัด”  ลูซเริ่มบ่นอย่างหัวเสีย  เมื่อทุกคนมองความทุกข์ของเขาเป็นเรื่องสนุก  หากมิใช่เพราะเกมส์ลงโทษ  ให้ตายข้าก็มิมีวันทำเด็ดขาด!!!

 

                “นั้นมิใช่ความผิดของข้าเสียหน่อย....... ”  ริอาเอ่ยเสียงอ่อนราวกับกำลังน้อยใจชายหนุ่ม  หากใครมาได้ยินเป็นต้องสงสารและใจอ่อนเป็นแน่  แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับลูซที่เริ่มหน้าซีดเผือดอย่างไม่รู้สาเหตุ

 

ริอาส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจให้  หากเป็นบุรุษอื่นคงเห็นเป็นเทพธิดานางฟ้ามาจุติตรงหน้า  แต่สำหรับเขาแล้วไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนนางปีศาจร้ายเสียมากกว่า  นิ้วเรียวแตะไปที่แก้มนวลข้างหนึ่ง  

 

มันเป็นความผิดที่เจ้าเล่นเกมส์แพ้มิใช่หรือ?

 

หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ  “แล้วไหนจะใบหน้าหวานเกินบุรุษของเจ้าอีก  ถึงข้าจะมีส่วนที่แต่งให้เจ้าดูเหมือนอิสตรีมากขึ้นก็ตาม  แต่นั้นก็มิใช่ความผิดของข้าที่ทำให้เจ้าถูกบุรุษนับสิบเข้ามาเกี้ยวพาราสีเสียหน่อย  ถ้าจะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของผู้ใดนั้น  ก็ย่อมเป็นตัวเจ้าเองมิใช่หรือที่พ่ายแพ้จนถูกลงโทษเช่นนี้.........”

 

                สิ้นเสียงของริอากลับยิ่งทำให้ทุกคนในกิลด์พากันหัวเราะหนักขึ้นกว่าเดิม  แล้วไหนจะโดนตอกย้ำซ้ำยังไม่อาจโต้แย้งใด ๆ ได้  ลูซจึงทำได้เพียงมองริอาด้วยความหงุดหงิดและเจ็บใจที่เขามักจะต้องเสียท่าให้แก่หญิงสาวเสมอ  พอมีคนแซวแรก ๆ ก็พอจะปล่อยไปบ้าง  แต่พอเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชายหนุ่มหมดความอดทนจึงเข้าไปหาเรื่องพวกที่หัวเราะตนไม่หยุด  เพื่อเป็นการระบายความแค้นแทนจนเกิดการทะเลาะกันขึ้นอีกครั้ง  ภาพตรงหน้าทำให้อาริสนึกถึงตอนมาที่กิลด์ลิกเซลครั้งแรกอย่างเสียไม่ได้ 

 

“เจ้ามิต้องสนใจหรอก”  ริอาพูดพลางดึงอาริสไปให้ที่นั่ง  “เป็นบรรยากาศปกติของกิลด์เราที่มักจะทะเลาะกันแบบนี้แต่มิกังวล......  มันก็มิได้รุนแรงถึงขนาดเลือดตกยางออกหรอก”

 

อาริสได้แต่มองภาพยามปกติ (?) ของกิลด์อย่างงง ๆ อยู่บ้าง  นั่งดูไปได้ซักพักมันก็ไม่ต่างอะไรกับเด็ก ๆ ทะเลาะกัน  ทำให้นางอดยิ้มออกมาไม่ได้

 

อยู่ที่นี้แล้วรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก.........  ถึงจะแบบแปลก ๆ ก็เถอะ

 


 

                หลังจากที่ทะเลาะกันพอเป็นพิธี (?) จบลง  ริอาหยิบของต้อนรับสมาชิกใหม่มาให้อาริสในนั้นเป็นเครื่องประดับต่าง ๆ มีทั้งสร้อยคอ , กำไลข้อมือ , ต่างหู , แหวนและเข็มกลัด   ล้วนเป็นรูปของสัญลักษณ์กิลด์

 

                “เครื่องประดับพวกนี้เป็นแบบเฉพาะของกิลด์เรา  ใช้สำหรับเก็บอาวุธและเป็นเครื่องยืนยันตัวตนว่า เจ้าเป็นสมาชิกของกิลด์ลิกเซลแห่งนี้  มันยังบอกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอายุ , เพศ , ความสามารถและระดับพลังเวทย์  เมื่อเจ้าเลือกได้แล้วนำมาให้ข้า”

 

                อาริสพยัหน้าตอบมาสเตอร์แมธธีอัสก่อนมองดูได้ซักพักก็นึกบางอย่างออก  รูทของออสการ์ในช่วงกลาง ๆ ของเกมส์มีฉากนึงที่แม่น้องสาวคนงามได้ยินเขาแอบคุยกับคนคนหนึ่งเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารรัชทายาท  คนคนนั้นก็คือ  เชเซน  เฮเวล  พี่ชายของออสการ์  ฉากความรักระหว่างแม่น้องสาวคนงามกับหนึ่งในฮาเร็มนั้นมันไม่ได้สำคัญเท่ากับเนื้อหาที่พวกเขาพูดคุยกัน  ได้กล่าวถึงอัญมณีเวทย์ที่สามารถช่วยปิดบังธาตุประจำตัวและลดพลังเวทย์ให้ต่ำลงได้

 

                “เป็นอะไรหรือ?  แม่หนูน้อย” 

 

มาสเตอร์แมธธีอัสเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าอาริสนิ่งไปนาน  หญิงสาวรีบส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธและลืมเรื่องอัญมณีไว้ก่อนกลับไปสนใจเลือกเครื่องประดับต่อ  มือเรียวบางหยิบต่างหูและดาบคู่ส่งให้มาสเตอร์แมธธีอัส  ชายชราพยักหน้าก่อนร่ายเวทย์  แสงสีขาวปกคลุมดาบคู่หล่อรวมเข้ากับต่างหู 

 

“เสร็จแล้วล่ะ  แม่หนูน้อย”

 

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”  อาริสกล่าวขอบคุณพลางโค้งหัวให้  มือเรียวบางหยิบต่างหูขึ้นมาใส่

 

                “นี่ก็เย็นมากแล้ว  กลับไปพักผ่อนซะแล้ววันพรุ่งนี้ค่อยมาดูงานแล้วเจ้าพักที่ใด?”

 

                “ข้าพักที่โรงเตี๊ยมเจอนิเจ้าคะ  งั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”  อาริสกล่าวลาก่อนโค้งหัวให้แล้วเดินจากออกกิลด์  ตลอดทางนั้นสมาชิกกิลด์ต่างบอกลานางอย่างเป็นมิตร

                 

                .

                .

                .

 

เมื่อกลับมาถึงที่โรงเตี๊ยมก็เวลาอาหารเย็นพอดี  แต่อาริสรู้สึกเหนื่อยและอยากพักผ่อนมากกว่าจึงบอกเจ้าของโรงเตี๊ยมว่าวันนี้ไม่ขอรับอาหารเย็น  หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จนางก็ทิ้งตัวลงนอนทันที  หญิงสาวยกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างเสียไม่ได้  เพิ่งผ่านไปเพียงวันเดียว.......  ใยถึงมีเรื่องปวดหัวเช่นนี้เข้ามาด้วย! 

 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่นางคิดง่ายเกินไป  อาริสลืมคิดถึงว่าหากคนพวกนั้นรู้เพียงเรื่องที่นางมีธาตุประจำตัว  ย่อมไม่มีวันปล่อยนางไปแล้วซ้ำยังเป็นธาตุมืด...........  ก็คงไม่พ้นจากการต้องหมั้นหมายกับรัชทายาทอาร์เธอร์อีกครั้ง  และสุดท้ายก็กลับไปวนรูทเดิมอีกงั้นหรือ....... 

 

มิมีวัน!  อุตส่าห์ตั้งใจจะใช้ชีวิตใหม่เพื่อความสุขของตัวเอง ใครมันจะยอมตายเพื่อความสุขของคนพวกนั้นกัน!  ต่อให้ตายข้าก็มิมีวัน!!!!

 

สุดท้ายแล้วก็มีเพียงต้องตามที่สามารถอัญมณีปกปิดธาตุประจำตัวและพลังเวทย์เท่านั้น  แต่ปัญหาคือ นางไม่รู้ว่าอัญมณีนั้นมีชื่อว่าอะไรและหาได้จากที่ใดต่างหาก!!?  อาริสแทบอยากจะกุมขมับ  นอกจากฉากรักอันสุดแสนจะน่ารำคาญแล้วเรื่องอื่น ๆ ในเกมส์ก็กล่าวแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ........ 

 

หญิงสาวถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้  ขนาดออสการ์ที่เป็นเจ้าของจนจบรูทยังไม่คิดจะใช้เลยซักครั้งเดียว  นางคงต้องไปหาข้อมูลจากศูนย์กลาง  ไม่ก็  หอสมุด  ไม่ก็.........  ลิกเซลกิลด์   เมื่อนึกถึงกิลด์อาริสได้เม้มปากด้วยความเจ็บปวด

 

ข้า.........  จะเชื่อใจพวกเขาได้  จริงหรือ?

 

สายตาและท่าทางที่แสดงถึงความจริงใจของทุกคนในกิลด์ที่มอบให้กับนาง  มันช่างคล้อยกับราชาอันโตนิโอไม่มีผิด  ใจหนึ่งก็อยากจะเชื่อใจ.......  แต่อีกใจก็หวาดกลัวที่จะถูกหักหลัง........    หญิงสาวรู้สึกสับสนไปหมด  ตอนนี้อาริสไม่อาจรับรู้ได้เลยว่าใครเป็นมิตร?  ใครเป็นศัตรู?  คนที่ทำดียังหักหลังนางได้  แล้วพวกเขาเล่า.......  พยายามลืมความเจ็บปวดเพื่อเริ่มต้นใหม่กลับไม่อาจลืมความเจ็บปวดนี้ไปได้  ยิ่งเชื่อใจมากเท่าไร  ยามถูกหักหลังนั้นเจ็บเจียนตาย.........  คงเป็นจริงอย่างที่ใคร ๆ นั้นกล่าวไว้

 

                ดูเหมือนว่าความเหนื่อยจะมีอิทธิพลมากกว่าจึงทำให้อาริสเผลอหลับไปโดยไม่รู้สึกถึงสายตาสองคู่ที่มองดูอยู่นอกโรงเตี๊ยม..............

 

                “มันอยู่กับเวลาสินะ”  ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น  สายตายังคงจ้องมองห้องพักของอาริสอย่างไม่วางตา

 

                หญิงสาวยักไหล่เล็กน้อย  “ความเชื่อใจ  มิใช่สิ่งที่สร้างขึ้นมาได้ง่าย ๆ .......”

 

                “ไม่ว่าจะนานแค่ไหน  ข้าจะทำให้นางเชื่อใจข้าให้ได้”




แถมท้ายตอนจ้า


                “เจ้าคงเป็นห่วงนาง  ถึงได้ตามข้ามางั้นหรือ?”  ชายหนุ่มหันไปถามหญิงสาว

 

                หญิงสาวถอนหายใจพลางส่ายหน้า  “ข้าแค่ตามมาเพื่อจับตาดูเจ้าต่างหาก”

 

                “จับตาดู?  เพื่ออะไร”  ชายหนุ่มทวนคำ

 

                “เพื่อกันมิให้เจ้าย่องเข้าห้องนาง”  หญิงสาวตอบกลับด้วยความหงุดหงิดพลางชี้หน้าชายหนุ่ม  “ถึงนางจะเป็นสตรีที่เจ้าพึงใจมากเพียงใดก็ตาม..........  แต่การที่เจ้าสะกดรอยตามจนถึงห้องพักนั้นทำให้ข้ามิเชื่อว่าเจ้าจะมิทำอะไรนางยามนอน  หากมิอยากให้นางรังเกียจเจ้าจงอย่าทำเช่นนี้อีก

 

                ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเหงื่อตกก่อนจะพยักหน้ารัว ๆ




กลับมาแล้วจ้า!!! >W<  คิดถึงไรท์กันบ้างไหมเอ๋ย.........  ช่วงหลังหาเวลาแต่ไม่ค่อยได้น่ะ  แต่หลัก ๆ คือ พออ่านแล้วมันยังรู้สึกว่ายังใช้ไม่ค่อยได้ซักเท่าไรเลยแต่งใหม่หลายรอบไม่หน่อย  กว่าจะได้มาอัพลงเด็กดี............  - -'  แล้วก็หวังว่า รีดผู้น่ารักของไรท์จะชอบตอนใหม่นี้นะ ^^  ตอนนี้พิเศษนิดส์นึงมีแถมท้ายตอนด้วยนะ >W<Y

สามารถสนับสนุนด้านการเงินให้ไรท์ได้นะ   ถ้าไรท์ได้คอมใหม่ก็หมายถึงตอนใหม่ที่จะมาเร็วขึ้นด้วย

 - โอนจำนวนเงินแล้วแต่รีดได้ที่ : 064-204-7007 (True Money Wallet) 

 - โอนจำนวนเงินแล้วแต่รีดได้ที่ : 043-1-61597-5 (ธนาคารกสิกรไทย)


1 คอมเม้นต์ = 1000 กำลังใจให้ไรท์คนนี้แต่งนิยายเรื่องนี้ต่อไปด้วยนะ
ทุกคอมเม้นต์ช่วยให้ไรท์ปรับปรุงและพัฒนางานต่อไป เพราะไรท์ยังเป็นมือใหม่อยู่จึงอยากให้รีดทุกคนที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นต์ตอบเพื่อที่ไรท์จะได้นำไปปรับปรุงนะจ๊ะ
LaZyBeez



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 475 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #434 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:44

    นางอายุเท่าไหร่อ่ะเหมือนเรียนจบแล้ว 20 มั้ย

    #434
    0
  2. #235 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 04:00
    ทำไมไม่มีธาตุลม?
    ไม่เข้าใจ ที่หัวกิลอธิบาย มันต่างยังไงที่ชนชั้นสูงเข้าใจ? อายุ10-15ปี ถึงจะเปิดเผยธาตุ แล้วทำไมชนชั้นบอกว่าเป็นขยะ? นางเอกอายุเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ งง ใน งง
    #235
    1
    • #235-1 LaZyBeez (@beez_wj) (จากตอนที่ 7)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 07:52
      ชนชั้นสูงเข้าใจว่า ธาตุประจำตัวจะได้รับตั้งแต่เกิด ทั้งที่ความจริงแล้วได้อีกแบบคือ ผ่านเงื่อนไขของแต่ละธาตุจ้า
      ส่วนอายุของน้องอาริส 18 จ้า
      #235-1
  3. #150 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 20:04
    ใครวะ,?
    #150
    0
  4. #139 Am Realist (@rinrin11986) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 01:13
    พึ่งออกมาจากบ้านก็มีสต็อกเกอร์ตามซะละ เป็นใครน้าาาาาา
    #139
    0
  5. #114 Dreamnoy (@dreamnoy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 23:46
    ใครคือคนที่ตามมานะ
    #114
    0
  6. #42 ThelastHop (@teamzadarkkiller) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 21:21
    โรตจิตแอบตามมาซินะอื้มๆ
    #42
    0
  7. #37 dictate (@Kistun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 23:34

    รอติดตามค่ะ สนุกมากเลย อยากดูพัฒนาการของนางหวังว่านางจะเก่งเทพกว่าใครๆ และกำจัดพวกที่จ้องทำร้ายนางได้ แต่แอบสงสัยชายหนุ่มคนไหนกันน้าแอบมาสนใจน้อง แต่ตอนนี้รู้สึกสงสารน้องอยากให้น้องใช้ชีวิจสงบๆก่อน รอตอนต่อไปค่ะ

    #37
    0
  8. #36 Vitsuta Promdit (@pangpun1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 20:59
    มีใช้ 'เจ้าคะ' กับ 'เจ้าค่ะ' ผิดเยอะเลยนะคะ แต่รวมๆแล้วสนุกมากเลยค่ะ
    #36
    1
    • #36-1 LaZyBeez (@beez_wj) (จากตอนที่ 7)
      5 กันยายน 2561 / 21:06
      ขอบคุณสำหรับความแนะนำค่ะ ไรท์จะนำปรับปรุงแก้ไขนะคะ ^^
      #36-1
  9. #35 ThanakornTohkaUs (@ThanakornTohkaUs) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 15:58
    ชายหนุ่มนั้นคือใครหน่อออ
    #35
    1
    • #35-1 LaZyBeez (@beez_wj) (จากตอนที่ 7)
      5 กันยายน 2561 / 21:07
      ต้องติดตามดูจ้า ^^
      #35-1
  10. #34 KulciferLux (@KulciferLux) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 15:31

    รออออออ
    #34
    0
  11. #33 bambamza1020 (@bambamza1020) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 15:10

    รออยู่น้าาาาาาาาาา
    #33
    0