_VAMPIRE'S WORLD_ [BL]

ตอนที่ 3 : 2_WELCOME. (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ต.ค. 60

2_BLUE AND BROWN.

 

 

 

 “นายเป็นตัวอะไร...”

ผมเผลอไผลพูดคำนั้นออกไปราวกับไม่ได้สติ แต่ความรู้สึกนั้นก็ต้องจบลงเมื่อน้ำหนักของใบมีดจรดลงบนแผ่นอกของผม

มือเรียวกำชับด้ามของมีคมแน่น และจ่อมันไว้เหนือขั้วหัวใจ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องผมเขม็งอย่างดุดัน มันสะกดให้ผมหยุดชะงัก

แม้ตามความจริงผมควรจะปัดมือหมอนี่ทิ้งแล้วไปตามทางของตัวเองเสีย.. ทั้งที่รู้อย่างนั้น แต่ขาของผมกลับไม่ยอมขยับไปไหน

“มันไปทางนั้น!!” เสียงตะโกนจากที่ไกลๆ ดังแว่วมา และมันทำให้เจ้าของร่างตรงหน้าสะดุ้งเล็กน้อย เขาสูญเสียสมาธิ นั่นทำให้ผมสังเกตเห็นอีกร่างเล็กๆ ที่หลบอยู่ด้านหลังของอีกฝ่ายได้พอดี ผมกระชากแขนเล็กๆ นั่นออกมา

“อ๊ะ!”

“โนอาห์!” เด็กที่ถูกเรียกว่าโนอาห์ถูกผมกระชากแขนจนเซมาตามแรง ผ้าคลุมผืนใหญ่หล่นออกมาเผยให้เห็นใบหน้าเหลอหลาราวกับยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ในขณะที่คนโตกว่าแผดเสียงร้อง และเสี้ยววินาทีถัดมาก็กระชากร่างของเด็กคนนั้นกลับไป “ถอยออกไป!”

มีดถูกนำมาเป็นเครื่องข่มขู่อีกครั้ง ร่างสูงดึงเด็กที่ชื่อโนอาห์ไปหลบไว้ด้านหลังของตัวเองและเริ่มเดินเลี่ยงผมไปอีกทาง ความกดดันมากขึ้นบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสังเกตได้เมื่อเสียงฝีเท้าจากพวกงูเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาหันรีหันขวาง หยดเหงื่อไหลลงมาจากขมับ

“บ้าเอ๊ย” อีกฝ่ายสบถ ก่อนจะหันหลัง แล้วเริ่มวิ่ง

ผมยืนมองดูแผ่นหลังของ มนุษย์ ทั้งสอง ค่อยๆ หายไปจนสุดสายตา

พร้อมกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ค่อยๆ จางลง

 

 

 

มนุษย์

ทั้งสองเป็นมนุษย์

แต่นั่นก็ไม่ได้เกี่ยวพันกับธุระกงการอะไรของผม

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเลือกเพิกเฉยต่อเรื่องราวที่เกิดตรงหน้า หรือแม้แต่ต่อใครที่ต้องการความช่วยเหลือ มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรต่อการเลือกเดินผ่านมา

แต่กลิ่นดอกไม้ที่หายไปแล้วนั่นกลับยังติดอยู่ในปอด ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ผมไม่เคยพบเจอมาก่อนยังฉายภาพซ้ำในกระบอกตา

ปลายเท้าของผมหยุดนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองวิสัยทัศน์ด้านหลัง มองเมืองที่จากมา ตอนนี้ผมอยู่กึ่งกลางพอดีระหว่างทางไปยังเมืองนั้น และพื้นที่ซึ่งจอดรถคาราวานของผมไว้อยู่

อย่าทำอะไรโง่ๆ เลยเคย์

สิ่งที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ มันเป็นเพียงอิทธิพลหรือผลข้างเคียงอะไรบางอย่างที่ มนุษย์ เมื่อครู่ทำลงไปเท่านั้นละ

“...” ความคิดที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้หล่นทับอยู่ภายในสมอง มันทำให้ผมต้องปิดเปลือกตาตัวเองลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ผมหมุนทิศทางปลายเท้าของตัวเอง

ขาของผมก้าวกลับไปยังทางที่เพิ่งจากมา

กลับไปเพื่อพบว่าที่นั่น ไม่มีสิ่งมีชีวิตอะไรเหลือลมหายใจอยู่อีกแล้ว นอกจากตัวผมเอง

ผมรู้สึกทั้งเสียดาย แล้วก็โล่งอกในเวลาเดียวกัน

 

 

 

“สายตาฉันมันพร่ามัวไปหรือเปล่า? เคย์ นั่นนายใช่ไหม”

“สวัสดีออกัส” ผมพูดตอบคำทักทาย ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่ายที่เพิ่งเอ่ยคำทัก ออกัสเผยรอยยิ้มออกมาบางๆ เกิดรอยย่นที่ปลายหางตาของเธอ

“ไม่ได้เจอกันนานจนฉันนึกว่านายตายไปแล้ว”

“เปล่า” ผมตอบแก้การเข้าใจผิด “แค่ไม่มีอะไรจำเป็นจะต้องลงมาก็เท่านั้น”

ออกัสหัวเราะออกมาเล็กน้อย เธอหลุบนัยน์ตาสีฟ้าลงและส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยกแก้วบรรจุของเหลวสีเลือดบนโต๊ะขึ้นจรดริมฝีปาก ..มันก็คือเลือดนั่นละ “เย็นชาเหมือนพ่อของนายไม่มีผิด”

ผมปล่อยผ่านคำพูดนั้นให้ลอยทะลุหูออกไป ออกัสเป็นเหมือนราชินี... ราชินีใต้ดิน ผู้คานอำนาจกับนาโชมาอย่างยาวนาน เธอคุมตลาดการซื้อขายแทบทั้งหมดในทุกพื้นที่ที่ผมรู้จัก ตั้งแต่เรื่องอาหาร สิ่งบันเทิง จวบจนถึงอาวุธ

และนัยน์ตาสีฟ้านั้นก็เป็นหลักฐานว่าเธอคือผู้นำของกลุ่มค้างคาว ตนปัจจุบัน

“นายทำสีหน้าที่ฉันไม่เคยเห็นมานาน” ร่างตรงหน้าเริ่มเกริ่นขึ้นอีกครั้ง เธอปรือปรอยเปลือกตาลงมาพร้อมจัดองศาใบหน้าเล็กน้อย “คงไม่ได้มาขอซื้อลังองุ่นเหมือนเคยสินะ”

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรคือ สีหน้าที่เธอไม่ได้เห็นมานาน แต่ผมฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ

ผมขยับไหล่ของตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายที่สุด ก่อนจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจ “เธอ.. เคยพบมนุษย์มาก่อนหรือเปล่า?”

ทว่าหลังจากที่ผมถามออกไป ผมก็ได้พบกับสีหน้าที่ไม่ได้เห็นมานานของออกัสเช่นกัน

เธอชะงัก แม้อาการนั้นจะถูกลบหายไปอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่ทันหลบสายตาของผมพ้น เธอดึงสายตาของตัวเองให้ช้อนขึ้นจ้องยังใบหน้าของผม “เคยสิ”

“ฉันหมายถึง ตัวเป็นๆ ที่ยังหายใจ” ผมขยายความเพิ่ม ยอมรับว่าแปลกใจกับคำตอบสั้นง่ายของอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ออกัสปล่อยเสียงหัวเราะเครืออยู่ในลำคอ ก่อนตอบย้ำคำเดิม “เคยสิ”

“แปลกใจสินะเคย์ แต่โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว นายมันคนล้าสมัย เก็บตัวอยู่นอกเมืองในรถคาราวานเก่าๆ เอาเถอะ ฉันจะไม่วิจารณ์ในเรื่องรสนิยมส่วนตัว” ออกัสแดกดัน “ที่จะบอกก็คือ มันไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปแล้วกับการได้พบมนุษย์สักตัวสองตัว หรือต่อให้เป็นสิบตัวก็ตาม ไม่อีกแล้ว” ออกัสเว้นจังหวะพูดพลางยกนิ้วขึ้นกระดิกเบาๆ กลางอากาศ แวมไพรอีกตนที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเงามืดสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็วพร้อมเสื้อคลุมขนเฟอร์สีเทาเข้มแซมน้ำตาลอ่อน มันถูกวางทับไว้เบาๆ บนไหล่บางของออกัสที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้ว

“ยังขี้หนาวเหมือนเดิมนะ” ผมเอ่ย พร้อมกับหยัดตัวลุกขึ้นยืนบ้าง ออกัสหันมาเหยียดรอยยิ้มให้เล็กๆ

“บางทีมันก็คล้ายๆ งานอดิเรกน่ะ” เธอว่า พลางกำชับเสื้อคลุม “ตามมาสิ”

ผมลุกขึ้นเดินตามออกัสออกมาจากร้านประจำของเธอ เดินไปตามทางถนนที่ไร้แสงจันทร์ มีเพียงความสว่างหลากสีจากป้ายร้านค้าตามทางก็เท่านั้น แวมไพรทุกตนในนี้ล้วนเป็นแต่พวกค้างคาว ดวงตาสีฟ้าสดจับจ้องทุกย่างก้าวเดินของออกัส ไม่มีคำทักทายใด มีเพียงการค้อมศีรษะแล้วหลบทางให้อย่างนอบน้อมเท่านั้น

“พูดตามจริง ฉันไม่คิดว่านายจนสนใจเรื่องพรรค์นี้ด้วยนะ เคย์” ออกัสเกริ่นขึ้นมาโดยไม่หยุดฝีเท้า เธอพูดโดยไม่หันมามองผมที่เดินตามอยู่ด้านหลังสักนิด “มันชวนให้ฉงน แต่ก็ทำให้ฉันผิดหวังนิดหน่อย”

ผมปล่อยให้เธอพูดอะไรก็ตามที่เธออยากพูด

เราเดินเข้าไปในตึกขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เข้าไปด้านในผมถึงรู้ว่าที่นี่คือโรงแรมโทรมๆ เท่านั้น พนักงานดูแลละสายตาออกมาจากหนังสือพระคัมภีร์ฯ โบราณ เพื่อเหลือบมองผมกับออกัสแค่วินาทีเดียวก่อนจะเลิกแสดงออกถึงความสนใจ ออกัสเองก็เดินผ่านแวมไพรตนนั้นไปราวกับอีกฝ่ายไร้ตัวตน เธอเปิดประตูด้านหลังแล้วก้าวเท้านำเข้าไป ผมตามหลัง และมีแวมไพรที่เป็นลูกน้องของออกัสปิดประตูรั้งท้าย

บันไดหินพาเดินลงไปหาความมืดสนิท กลิ่นอับชื้นและน้ำเสียเหม็นเน่าตบเข้าที่ปลายจมูกแรงๆ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้กลิ่นนั้นก็ยิ่งแรงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็มีกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ทยอยแทรกซึมเข้าหา รสกลิ่นที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงตลบอบอวลไปหมดทุกย่างก้าวที่เดินลงบันไดไป มันทำให้ผมเวียนหัวกว่าในที่สุดจะได้เจอแสงสว่าง

“ยินดีต้อนรับ สู่แพนโดร่าของฉันเอง”

ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง มีแวมไพรยืนเฝ้าอยู่ตามจุดราวสามตน คุกใต้ดิน นี่คือความคิดแรกที่ผมนึกขึ้นได้หลังจากได้สัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ เพียงแต่ว่า คุกใต้ดินของจริงยังจะมีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่านี้ ผมก้มมองน้ำเน่าสีดำสนิทที่เจิ่งนองอยู่ใต้พื้นรองเท้า อิฐแดงทึบรอบทิศทางส่งกลิ่นอับชื้น บรรยากาศสกปรกชวนให้เบือนหน้าหนี

แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่อนุญาตให้สายตาของผมทำเช่นนั้นได้

“เฮ้”

เสียงเล็กถูกส่งออกมาเบาๆ จากริมฝีปากซีด ปลายนิ้วมือแตะลงตรงลูกกรงขึ้นสนิมพลางเอียงคอมอง นัยน์ตาเบิกกว้างพร้อมเรียกอีกครั้ง “เฮ้”

กลิ่นดอกไม้หอมโชยเล็ดลอดมาจากเส้นผมสีขาวที่บางตาตรงหน้า กลิ่นคล้ายมนุษย์ทั้งสองที่ผมได้บังเอิญเจอในเมือง แต่ก็ไม่เหมือนไปหมดเสียทีเดียว ผมมองร่างตรงหน้าที่อยู่ด้านหลังของลูกกรงเหล็ก เปลือยเปล่าไปทั้งตัว ผมขาว ผิวซีด ดวงตาเบิกโตเอียงคอมองคล้ายตุ๊กตา ...ร่างตรงนี้ มีกลิ่นหอมเย้ายวนก็จริง แต่มันมีกลิ่นสิ่งอื่นแฝงอยู่ด้วย

คล้ายๆ กับพวกสัตว์ที่ถูกทิ้งโดยฝูงของมัน ...กลิ่นของความผิดพลาดด้านพันธุกรรมที่สมควรถูกกำจัดทิ้ง

“มนุษย์”

“ใช่ มนุษย์” ออกัสพูดตอบเสียงพึมพำเบาๆ ของผมเมื่อครู่ เธอกอดอก ทอดตามองร่างผอมแห้งที่ยืนตรงหน้าพวกเราอยู่ ถ้าเลื่อนสายตาให้เลยไปอีกนิด ก็จะเห็นว่าด้านหลังลูกกรงนั้น มีมนุษย์เช่นนี้กองระเกะระกะกันอยู่อีกหลายสิบชีวิต

“ฉันนึกว่ามนุษย์จะดูฉลาดกว่านี้” ผมว่า

“นั่นมันเมื่อหลายร้อยปีก่อน พวกมันวิวัฒนาการถอยหลังขณะที่ต้องดิ้นรนอยู่ในโลกโสมมที่บรรพบุรุษตัวเองเป็นผู้เริ่ม ที่มีเหลืออยู่ก็เท่านี้ละ สมองไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอจับมารวมๆ กันก็ขยันออกลูกให้ มองตอนนี้อาจจะดูน่ารังเกียจไปสักนิด แต่ว่าเลือดของพวกมันก็ไม่มีอะไรเทียบได้” ออกัสมองผม ก่อนจะเหยียดยิ้มแดกดันอย่างที่เธอชอบทำ “ถ้าสนใจสักตัว กับนาย ฉันจะคิดข้อแลกเปลี่ยนดีๆ ไว้ให้”

ผมมองเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย ก่อนจะตัดสินใจส่ายหน้าเบาๆ โดยไม่พูดอะไร ออกัสหัวเราะในลำคอก่อนจะหมุนตัวเดินนำกลับทางบันไดเดิมที่เราลงมา

มนุษย์หลังกรงเหล็กนั้นยังคงมองผมด้วยดวงตากลมโต ริมฝีปากขยับเป็นเสียงทักทายสั้นๆ อีกหลายต่อหลายครั้ง

ผมทิ้งสายตาไว้ยังร่างนั้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ว่างเปล่า

ขณะมีนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นที่เคลือบฉาบด้วยความเกรี้ยวกราดแทรกทับผ่านในความคิด

“จะบอกได้หรือยังล่ะว่าไปเจออะไรมา”

ออกัสยิงคำถามทันทีที่ผมเดินออกมาพ้นจากอาณาเขตคุกแหล่งเพาะมนุษย์อะไรสักอย่างของเธอ เธอยังมีท่าทีเฉยเมยตามประสา สายตาใต้แพขนตาสีอ่อนทอดมองไปไกลสู่ความมืดที่ว่างเปล่า

มันไม่ใช่ว่าผมมองเธอเป็นศัตรู ...เพียงแต่ อะไรบางอย่างในตัวผมบอกว่า ผมไม่ควรเอ่ยเรื่องมนุษย์ทั้งสองที่ผมได้พบมากับใครก็ตาม

“ฉันจำเป็นต้องเจออะไรด้วยเหรอ” ผมพูด

“นายเข้าไปในเมืองเมื่อวานนี้ ตอนที่พวกงูสถุลเข้าไปอาละวาด เป็นเรื่องบังเอิญหรอกเหรอ”

ออกัสไม่ควรทักผมว่า ไม่ได้เจอกันนานจนนึกว่าตายไปแล้ว ในตอนแรก ถ้าแหล่งข่าวของเธอไม่ปล่อยให้ชีวิตของผมได้มีความส่วนตัวได้ขนาดนี้

“บังเอิญ” ผมตอบตามความจริง “จาห์ตายแล้ว ฉันเพียงเข้าเมืองไปเพื่อเยี่ยมแอนนา”

“แล้วตอนนี้แอนนาอยู่ที่ไหนซะล่ะ”

“...แหล่งข่าวของเธอไม่ได้ขายเรื่องนี้ให้ด้วยหรอกเหรอ?”

“อย่าเข้าใจผิดนะเคย์ คนของฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะมาตามติดชีวิตของใครคนใดคนเดียว” ผมเลิกคิ้วเมื่อเห็นออกัสแสดงท่าทีหัวเสียออกมา เธอดูหงุดหงิดไม่เบากับคำพูดจิกกัดของผมเมื่อครู่ “ฉันให้คนสังเกตการณ์ที่เมืองนั้นมาได้สักระยะแล้ว และก็ไม่มีพวกค้างคาวตนไหนจะไม่รู้จักหน้าของนาย จึงแน่นอนว่าชื่อของนายต้องถูกเก็บมารายงานด้วย ดังนั้นอย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน”

“แอนนาต้องดูแลลูกชาย ในช่วงเวลาชุลมุนพวกเราเลยพลัดกัน เท่านั้นละ” ผมตอบเอื่อยๆ ก่อนจะยัดมือลงในกระเป๋าแจ็คเก็ต “ส่วนเรื่องมนุษย์... เธอน่าจะรู้ว่าฉันชื่นชอบศิลปะ มาตั้งนานแล้วด้วย”

หลังคำอธิบายถึงทุกอย่างของผม ออกัสนิ่งไปชะงักไป ก่อนจะค่อยๆ ส่งเสียงตอบราบเรียบ

“นั่นสินะ เป็นเรื่องให้พ่อของนายต้องสติแตกทุกที”

“...”

“ช่างเถอะ เอาเป็นว่า ถ้ามันเป็นแค่ความสงสัยฉาบฉวยก็ดีแล้วละเคย์” ออกัสทิ้งปลายเสียงด้วยชื่อของผมเบาๆ ราวกับตั้งใจปล่อยให้มันละลายไปกับอากาศ ขัดแย้งต่อสายตาแข็งๆ ที่ส่งมาให้ ผมมองกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ เห็นริมฝีปากสีแดงตรงหน้าขยับพูดต่ออีกหน่อย “แต่ถ้าไม่ใช่ ฉันหวังว่า.. นายจะไม่ทำอะไรให้ฉันต้องผิดหวังนะ”

 

 

 

น่าคิด

ลักษณะบุคลิกผมดูเหมือนใครที่จะชอบสร้างเรื่องวุ่นวายเหรอ? การโดนเคลือบแคลงว่าเป็นในสิ่งที่ไม่ได้เป็น อาจทำให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าโดนดูถูกเสียอีก

แต่ที่สุดแล้ว จุดจบความหัวเสียของผม ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ไม่ได้คาดหมาย

เมื่อหลังจากที่เดินทางกลับมาถึงที่พัก ผมก็อดที่จะรับรู้ไม่ได้ ว่ากลิ่นดอกไม้จัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ได้เปรอะเปื้อนและคละคลุ้งไปทั่วอาณาเขตพื้นที่ของผมแล้ว




100%

ขอโทษที่หายไปนานนะทุกคน ช่วงนี้งานมหาวิทยาลัยเยอะมากจริงๆ

แต่ก็ใกล้ปิดเทอมกันแล้ว ผ่านช่วงนี้ไปได้ก็น่าจะมาหมกมุ่นกับนิยายได้มากขึ้น

ถ้าใครกำลังพบโชคชะตาเดียวกัน เรามาร่วมผ่านมันไปให้ได้เถอะนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 13:32
    รอติดตามอยู่นะคะอยากรู้เรื่องราวต่อไป
    #20
    0
  2. #19 pam223 (@nupammee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 17:51
    นิยายรายเดือน T^T ค้างมากกก ถ้าปิดเทอมแล้ว ขอแบบ วันละ 2 ตอน 5555 // พูดเล่นค่ะ มาต่อเร็วๆ นะคะ
    #19
    0
  3. #18 gamm. (@ibgamrgn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 20:30
    โอ หัวใจเต้นแรงขึ้นมา ชอบจัง กลิ่นอายตอนอ่านมันดี ดีแบบที่ชอบ อยากอ่านไปเรื่อยๆ รอนะคะ ;; มาต่อไวๆ
    #18
    0
  4. #17 MemorialBlood (@MemorialBlood) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 17:40
    รอค่ะ ฟฟฟแอบค้างเหมือนกันนะเนี่ย...ใจร้ายจังมาต่อไวๆน้า
    #17
    0