คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

The Astra :องครักษ์ พิทักษ์มนตรา

ตอนที่ 12 : ตอนที่ ๗ : ศาสตร์แห่งเวทมนตร์


     อัพเดท 28 ส.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Astra, Astra DekDee, โรงเรียนเวทมนตร์
ผู้แต่ง : i3utterflySky ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ i3utterflySky
My.iD: https://my.dek-d.com/besti3utterfly
< Review/Vote > Rating : 86% [ 5 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 3,114
94 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 18 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
The Astra :องครักษ์ พิทักษ์มนตรา ตอนที่ 12 : ตอนที่ ๗ : ศาสตร์แห่งเวทมนตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 198 , โพส : 5 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


The Astra :องครักษ์ พิทักษ์มนตรา

ตอนที่ ๗ ศาสตร์แห่งเวทมนนตร์
 

          เสียงระฆังดังกังวานเป็นสัญญาณบ่งบอกเวลาว่าเที่ยงคืนได้กล้ำกรายเข้ามาแล้ว อาร์สทร่าถูกครอบงำด้วยความ

มืดมิดจากราตรีที่มีกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายแฝงอยู่อย่างครุกรุ่น คบเพลิงต่างพากันมอดดับไม่ว่าจะเป็นป้อมปราการแห่งอิก

นัสทางทิศตะวันออก พระราชวังพิธีการแห่งเทอร์นีเบรอว์ทิศตะวันตก พระคลังอาวุธแห่งโซลัมใจกลางอาร์สทร่า และ

หอคอยสูงเสียดฟ้าทิศเหนือทอร์ตริอัส ไร้ซึ่งเสียงใด ๆของสิ่งมีชีวิต ทุกอย่างเงียบสงัดเงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจอุ่น ๆ

ของตัวเองที่เต้นอยู่อย่างทุรนทุรายแทบจะทะลักออกมาจากซี่โครงที่ห่อหุ้มเอาไว้ อาจเป็นเพราะรับรู้ถึงสิ่งชั่วร้ายที่กำลังคืบ

คลานเข้ามาอย่างช้า ๆก็เป็นได้…


         เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบกระทบกับพื้นอิฐสีเทาแม้เจ้าของฝีเท้าจะพยายามให้เกิดเสียงเบาเพียงไรก็ตามแต่ในยามราตรีเช่น

นี้ก็มิอาจจะปิดบังต้นทางของเสียงได้ไม่ เสียงฝีเท้าผ่านใจกลางของอาร์สทร่าที่มีสระน้ำสีม่วงสะท้อนเงาของจันทราสีแดง

ฉานอย่างน่ากลัว ก่อนร่างในชุดผ้าคลุมนั้นจะเดินตรงไปหยุดยังเซนเทอร์พ้อยพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่และจ้องมอง

ไปยังข้างในเซ็นเทอร์พ้อยทีมีเพียงแสงรำไรจากคบเพลิงสองอันและกลุ่มคนที่ยืนคุยกันอย่างแผ่วเบาสี่ห้าคน


         “มายาเขย่าจิตเวทมนตร์ของศาสตร์ไวส์ซอร์ทถึงแม้จะไม่มีผลน่ากลัวมากนักแต่ถ้าเมื่อผู้ที่โดนคำสาบนี้เข้าไปก็ทำให้

จิตใจร้อนรุ่มและเสียสติได้เหมือนกัน”เสียงหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว


         “ลาซัสนายกำลังจะกล่าวหาว่าเป็นฝีมือศาสตร์ของฉันอยู่นะ ใช่ว่าศาสตร์ของฉันจะใช้ได้เพียงผู้เดียว ศาสตร์ของ

นายก็ใช้คาถาบทนี้ได้เหมือนกัน”ชายผู้ที่มีผ้าโพกหัวสีแดงหันกลับไปด้วยสีหน้าไม่พอใจกับคำพูดห้วน ๆของลาซัส


         “ข้าก็ไม่ได้บอกว่าเป็นฝีมือของเจ้านี่ริชาร์ด…อย่าร้อนตัวให้มากนัก คำเล่าอ้างว่าเจ้าไม่ชอบเด็กในคำทำนายที่จะ

กลายมาเป็นต้นเหตุลบล้างความน่าเกรงขามในชีวะประวัติศาสตร์ผู้กล้าหาญของเจ้ามันก็มัดตัวได้อยู่แล้วนะ”ลาซัสสวน

กลับทันทีเมื่อริชาร์ดพูด


         “ใจเย็น ๆไว้ก่อนพวกเจ้าก็โต ๆกันแล้ว”เสียง ๆหนึ่งห้ามปรามแม้จะเป็นเสียงที่แผ่วเบาแต่ก็ทำให้สองคนหยุดการโต้

เถียงได้ทันที


         ปัง !


         ประตูเซนเตอร์พ้อยถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลเสียงดังสนั่นของประตูที่แผ่ขยายดังออกไปหลายร้อยเมตรทำเอาผู้

คนทั้งหมดหันไปหาต้นของเสียงนั้น


         “ไหนท่านให้คำมั่นกับฉันว่าที่นี่ปลอดภัยไม่ใช่รึไงศาสตราจารย์ชาร์ล”เจ้าของเสียงนั้นเดินตรงมาหาศาสตราจารย์

ชาร์ลด้วยความรวดเร็วพร้อมกับยิงคำถามชุดใหญ่ก่อนที่จะปลดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นเลือนผมสีน้ำตาลแดงใบหน้าเรียว

ยาวในสีหน้าที่ไม่สบอารมมากนัก


         “ไม่คิดว่าเธอจะมาในยามวิกาลแบบนี้นะเอลี่”ศาสตราจารย์ชาร์ลหันไปพูดด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม


         “ฉันจะพาลูกของฉันกลับเซนบรูควันนี้ และเดี๋ยวนี้ !”เอลี่ประกาศกร้าวด้วยความโกรธที่ประทุขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้


         “ระวังคำพูดพล่อย ๆของเธอด้วยเอลี่ต่อหน้าศาสตราจารย์ชาร์โอรอสหัดสงบเสงี่ยมบ้าง”ริชาร์ดหันมาตะหวาดด้วย

ความโมโหพร้อมกับบีบไหล่ของเอลี่


         “อย่ามาขวางฉันนะ…เดี๋ยวจะหาว่าแม่-คน-นี้-ไม่-เตือน-ริชาร์ด !” ดวงตาของเอลี่เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงตามด้วย

เสียงโหยหวนของริชาร์ดที่ได้รับบาดแผลจากรอยไหม้ ร่างกายของเอลี่ตอนนี้ถูกเปลวเพลิงสีแดงเข้มคลอบคุมทั่วร่างกาย

อุณหภูมิในห้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบทะลุจุดเดือด ทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆเอลี่ถูกหลอมละลายไปในพริบตา โคมไฟ ฝาผนัง

โต๊ะ หรือแม้กระทั่งพื้นอิฐก็ถูกหลอมละลายไปด้วย


         “ยัยนั่นเป็นบ้าไปแล้ว”เวโรนิก้าสบถพร้อมกับร่ายเวทม่านบาเรียวารีมาป้องกันตนเองแต่ทว่าก็ถูกความร้อนกัดกร่อน

เรื่อย ๆซึ่งไม่ต่างจากหลาย ๆคนที่ถอยห่างออกจากเอลี่ที่ตอนนี้ร่างกายลุกโชติช่วงกลายเป็นเปลวเพลิงที่กำลังกริ้วโกรธ


         “ไม่จริง…พลังเวทเธอกลับคืนมาแล้วหรอเอลี่”ลาซัสพูดในขณะที่เอามือป้องหน้าตัวเองไว้พร้อมกับร่ายเวทม่านพลัง

สีขาวต้านเปลวเพลิงเหล่านั้น


         “ช่วยไม่ได้…ถ้าเธอยังเป็นอย่างนี้นักเรียนคนอื่น ๆต้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วยฉันจะหยุดเธอเดี๋ยวนี้

แหละ”ศาสตราจารย์ชาโอรอสพูดในขณะกำลังร่ายเวทมนตร์บางอย่างแต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยแรงกดดันอันสงบนิ่ง

และเยือกเย็น


         “นี่นายจะลงโทษศิษย์รักของตัวเองเชียวหรอชาร์โอรอสฉันเคยคิดว่านายเคยเป็นคนใจเย็นมากกว่านี้นะ”เสียงเนิบ ๆ

แต่เต็มไปด้วยความสงบดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งอยู่เบื้องหลังเอลี่


         “เบอร์มิ้วเธอมาที่นี่ได้อย่างไร”ศาสตราจารย์ชาร์เอ่ยด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่ไม่ได้เจอกัน

ตั้งนานอยู่เบื้องหน้า


         “ถ้าเธอพาลูกของเธอไปจากที่นี่จะไม่แค่เวทมนตร์มายาเขย่าจิตที่ทำร้ายลูกเธอ แต่เธอยังต้องเจอกับพวกนักล่า

วิญญาณทั้งเจ็ดที่หลบหนีจากการจองจำเหล่านั้นอีก เธอคิดว่าเธอคนเดียวจะรับมือพวกนั้นไหวหรอเอลี่” ทว่าเบอร์มิ้วได้

สนใจคำพูดของศาสตราจารย์ชาร์ลไม่ คำพูดของเบอร์มิ้วทำให้เอลี่สงบลงอย่างเห็นได้ชัดอุณหภูมิห้องค่อย ๆกลับมาเป็น

ปรกติ


         เอลี่ !


         ลาซัสตะโกนเมื่อเห็นเพื่อนรักของตัวเองกระอักเลือดออกมาพร้อมกับจะเข้าไปช่วยแต่กลับถูกเจ้าตัวยกมือห้ามไว้


         “ผลกระทบของการฝืนใช้เวทมนตร์ขั้นสูงในขณะที่ร่างกายยังฟื้นฟูไม่สมบูรณ์ ถ้าเป็นนักเวทธรรมดาอวัยวะภายในคง

ฉีกขาดสะบั้นไปเรียบร้อยแล้ว อ้อ…ลาซัสถ้านายไม่อยากจะเป็นเถ้าตะโกก็อย่าเข้าไปยุ่งกับแม่นั่นตอนนี้เด็ดขาด”เวโรนิก้า

พูดพร้อมกับนำพัดสีแดงมาพัดเพื่อระบายความร้อน


         “ก็ได้…ถ้าลูกของฉันเกิดอะไรขึ้นอีกฉันจะมารับกลับเซนบรูคทันที”เอลี่กัดฟันยื่นคำขาดหลังจากสามารถตั้งตัวได้

แล้ว


         “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ศาสตราจารย์เวโรนิก้า และศาสตราจารย์กิออร์กี้จะดูแลพ่อหนุ่มคนนั้นได้เป็นอย่างดี”เบอร์มิ้วยิ้ม

ให้กับเอลี่ซึ่งทำให้สีหน้าและอารมของเธอเย็นลงกว่าเดิม


         “แชร์กี้คงต้องทำงานหนักกว่าเดิมแน่ ๆ”ศาสตราจารย์ชาร์ลพูดพร้อมกับหัวเราะฝืด ๆแต่ก็ได้ผลดียิ่งนักสถานการณ์

จากตรึงเครียดกลับกลายมาเป็นปรกติ


         “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อน และโปรดรักษาสัญญาที่ให้กับฉันไว้ด้วยนะค่ะศาสตราจารย์ชาร์ล”เอลี่พูดพร้อมกับ

เดินออกจากเซนเตอร์พ้อยก่อนจะเกิดเสียงชู่วยาว ๆและร่างของเอลี่ก็เลือดหายไป


         “เธอคือควีนแห่งมากัสที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์อาร์สทร่าเคยมีมาจริง ๆ”ลาซัสเอ่ยอย่างเบา ๆในขณะที่คน

อื่น ๆทยอยกันเดินออกจากเซ็นทรัลพ้อยทิ้งให้ลาซัสอยู่เพียงลำพังก่อนที่ร่างกายของเขาจะค่อย ๆเลือนรางหายไปในความ

มืดมิดที่ยาวนานเหมือนเช่นเคย

----------------------------------------------------

 
         แสงแดดอ่อน ๆลอดผ่านเข้ามาพร้อมกับหอบเอาสายลมที่พัดอย่างแผ่วเบามาประทะกับใบหน้าที่ยังคงหลับใหลอยู่บน

เตียงโดยไม่รู้สึกร้อนเนื้อร้อนตัวสักเท่าไหร่ ก่อนที่ฝ่ามือหนึ่งจะฟาดลงมาบนหน้าผากหนึ่งครั้งฉุดให้ร่างนั้นตื่นขึ้นมาด้วย

ความตกใจ


         “นายทำอะไรของนายนะเสี่ยวหลง”อีวานลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับลูบหน้าผากที่ร้อนฉ่าด้วยท่าตบเกรียนพลางหาว

ไปด้วย


         “วันนี้เรามีเรียนวันแรกนะอีวาน”เจ้าของเสียงพูดด้วยใบหน้าที่เหมือนจะยิ้มอยู่ตลอดเวลาแต่ทว่าเส้นเลือดตรง

กระหม่อมกลับเต้นตุบ ๆอย่างน่ากลัว


         “ยังมีเวลาเหลือเฟือ”อีวานยังคงบิดขี้เกียจและนั่งเหม่ออยู่บนเตียงโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น


         “ตอนนี้เวลาเจ็ดนาฬิกาสี่สิบห้านาทีเรามีเรียนวิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยเวทมนตร์โดยอาจารย์เวโรนิก้าเวลา

แปดนาฬิกาตรงก็แสดงว่าเราเหลือเวลาอีกแค่สิบห้านาทีเท่านั้น”เสี่ยวหลงพูดพร้อมกับกดเมเวียสดิเตอร์ให้อีวานดู


         “ก็แค่สิบห้านาทีเอง….อะ…อะไรนะสิบห้านาที ใครมันจะไปทันกันเล่าไม่ใช่หายตัวได้นะไหนกว่าจะอาบน้ำแต่งตัวอีก

ไหนจะเดินทางอีก”อีวานเบิกตาโพลงพร้อมกับหันไปถามเสี่ยวหลงด้วยความตกใจ


         “ตอนนี้เหลือแค่สิบสามนาที”


         “รู้แล้ว ๆสายนิดสายหน่อยไม่เป็นอะไรหรอกน่า”อีวานพูดพร้อมกับลุกจากเตียงก่อนจะหยิบแปรงสีฟันและสบู่ออก

จากกระเป๋าที่วางอยู่ที่โต๊ะด้านซ้ายของตัวเอง


         “อ้อ…นายคงยังไม่ได้เห็นประกาศจากโซไซด์เมนูใหม่ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาแน่ ๆลองอ่านดูสิ”เสี่ยวหลงพูดพร้อมกับกดไป

ยังเมนูรูปโล่สีแดงตรงกลางมีรูปอสูรคล้าย ๆแพะยืนสองขาก่อนที่จะแสดงหน้าจอกลางอากาศพื้นหลังสีครีมซึ่งเป็นประกาศ

สั้น ๆให้อีวานดู

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“นักเวทฝึกหัดคนไหนก็ตามที่ทำผิดกฎโรงเรียนอาร์สทร่า เช่นเข้าเรียนสายหรือทำอะไรที่ก่อให้เกิดการหักคะแนนโซไซด์

ป้อมปราการอิกนัส จะถูกลงโทษอย่างสาสมโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆทั้งสิ้น….ด้วยรักและเคารพ อาร์เมซ่า เมนาซอน
-------------------------------------------------------------------------------------------Loading--Notice-----



         ทันทีที่อีวานอ่านจบจนถึงชื่อของคน ๆหนึ่งที่แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่อีวานก็สามารถรับรู้ถึงแรงอาฆาตพยาบาทที่ส่ง

ผ่านมาทางข้อความนี้ได้อย่างเต็มที่ก่อนที่ร่างของอีวานจะกระโจนออกจากจุดนั้นราวกลับว่าเขาหายตัวได้เลยทีเดียว….

 
---------------------------------------------
 

         อาร์สทร่า โรงเรียนเวทมนตร์ที่เปิดทำการเรียนการสอนได้ไม่นานกลับได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่

ผลิตจอมเวทมนตร์ที่มีชื่อเสียงออกมามากมายหลายรุ่น เป็นโรงเรียนที่รวบรวมเหล่าจอมเวทมนตร์อัจฉริยะไว้เลยก็ว่าได้ แต่

ทว่า…อาจจะไม่ใช่นักเวทฝึกหัดสองคนที่กำลังวิ่งหน้าตั้งหาห้องเรียนอยู่ด้วยความรนรานในการเรียนการสอนวันแรกนี้ก็

เป็นได้


         ปัง !

         ประตูสีขาวถูกเปิดออกก่อนจะเผยให้เห็นเด็กหนุ่มสองคนในชุดเครื่องแบบอาร์สทร่าสีแดงที่กำลังหอบอย่างเหนื่อย

อ่อน ซึ่งดึงดูดสายตาของผู้คนในห้องสี่เหลี่ยมสีครีม มีเตียงสูงสีขาวที่เอาไว้ใช้สำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเรียงรายอยู่

ด้านข้างอย่างเป็นระเบียบได้เป็นอย่างดี
    

         “ดูสิว่าใครมา…อ้อนักเวทฝึกหัดอีวาน เบอร์โน่วและนักเวทฝึกหัดเสี่ยวหลง เทียนเฟย”อาจารย์เวโรนิก้าในชุดกราวสี

ขาวสะอาดหมัดผมเป็นมวยไว้ข้างหลังพูดพร้อมขยับแว่นตากรอบเพชรของเธอเพื่อไล่รายชื่อนักเรียนจากเมเวียสดิเตอร์
    

         “ไม่เป็นอะไรนะจ๊ะ…หาที่นั่งได้เลยเราเรียนไปแค่สิบหน้าเองและหักคะแนนคนละสิบคะแนนสำหรับโซไซด์อิกนัส”


         “แต่ว่า…”สิ้นเสียงอาจารย์เวโรนิก้าทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้างก่อนจะโดนแทรกเพื่อไม่ให้แก้ตัว


         “และทำเสียงดังในห้องพยาบาลหักอีกคนละห้าคะแนน…ถ้ายังหาที่นั่งไม่ได้อีกหักอีกตามเวลาที่เสียไป”อาจารย์เวโร

นิก้าพูดพร้อมหันไปที่จอคอมพิวเตอร์สัมผัสจอใหญ่และตั้งหน้าตั้งตาสอนต่อโดยไม่สนใจอีวานหรือเสี่ยวหลงที่กำลังหาที่

นั่งอยู่เลย
    

         วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นนอกจากจะโดนสายตาอาฆาตติปนสะใจของนักเวทฝึกหัดแห่งโซไซด์อิกนัสรอบด้านแล้ว

อีวานและเสี่ยวหลงยังต้องถูกอาจารย์เวโรนิก้าถามทุกครั้งเมื่อเธอนึกได้เกี่ยวกับประโยชน์ของพืชแปลก ๆเช่นเปร้าทิกและ

แอกานู่ว่ามีคุณสมบัติช่วยในเรื่องใดบ้าง ก่อนที่วิชานี้จะจบลงโดยการทำแผลด้วยผ้าพันแผลเวทมนตร์ที่ให้จับคู่กันทำ ซึ่งอี

วานร่ายคาถาผิดทำให้ผ้าพันธ์แผลทั้งหมดพุ่งไปผันรอบตัวเด็กสาวผมสีบลอ์นผู้โชคร้ายด้านหลังของเสี่ยวหลงเกิดจารจล

ขนาดย่อมก่อนที่ผ้าพันแผลเหล่านั้นจะถูกอาจารย์เวโรนิก้าใช้พัดของเธอตัดจนขาดสะบั้นและตามด้วยเสียงระฆังดังบอกว่า

หมดเวลาแล้ว
    

         “จะบ้าตายทำไมวิชาปฐมพยาบาลถึงยากอย่างนี้”อีวานบ่นพร้อมกับยัดขนมปังอบสีทองอร่ามทาด้วยทูน่าเข้า

ปากอย่างหิวกระหาย
    

         “นายเกือบฆ่าเด็กคนนั้นแล้วสิอีวาน แต่ก็ดียัยนั่นหาเรื่องชั้นตอนงานเต้นรำที่เซนเทอร์พ้อยฉันจำได้ดี มาหาว่าชั้น

เหยียบเท้าแม่คุณเข้าให้ ตอนนั้นใครจะรู้เล่าเท้าของใครเป็นของใครฉันไม่ได้มีตารอบด้านเหมือนสัปปะรดหรอกนะ”เสี่ยว

หลงเสริมพร้อมกับรับข้าวราดแกงอะไรสักอย่างที่อีวานไม่เคยเห็นจากพนักงานเสริฟ
  

          “เคยรู้จักกันด้วยหรอนี่…ไม่แน่อาจจะเป็นคู่ของนายในอนาคตก็ได้นะเสี่ยวหลง”อีวานแอบยั่วประสาทเพื่อนตัวเอง

เล่น ๆ
  

          “ไม่มีทาง!”เสี่ยวหลงพูดกลับด้วยน้ำเสียงดุดันแต่ใบหน้าก็ยังเป็นแบบเดิมทุกที
    

          “พูดถึงเรื่องงานเต้นรำ…นายรู้รึเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย” คำพูดของเสี่ยวหลงฉุกให้อีวานนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นจู่ ๆ

ก็รู้สึกว่าตัวเองจะหมดสติไปแล้วภาพทุกอย่างที่เขาเจอมาก็กลับมาอีกครั้ง ภาพของหิ่งห้อยแปลกประหลาดที่เรียกว่าจิต

วิญญาณของอาร์สทร่าหญิงสาวปริศนาและที่สำคัญรอยจูบที่แก้มขวาจู่ ๆก็ร้อนขึ้นมาทำเอาหน้าของอีวานแดงเป็นมะเขือ

เทศก่อนจะส่ายหัวสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป
    

         “ไม่มีอะไรฉันคงดื่มเครื่องดื่มนั่นมากไปหน่อยน่ะ”อีวานตอบอย่างเขินอายก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินขนมปังเบื้องหน้าตัว

เองต่อ
    

         “ไม่ใช่…ไวโอเร็ตไม่ได้มีผลทำให้นายหมดสติหรอกนะ…แต่นายโดนคำสาปมายาเขย่าจิตรู้รึป่าว”เสี่ยวหลงเริ่มพูด

ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
    

         “อะไรนะ…คำสาปมายาเขย่าจิต”อีวานทวนถามซ้ำเมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวหลงพูด
    

         “ใช่…คำสาปมายาเขย่าจิตถึงแม้เวทมนตร์บทนี้จะไม่รุนแรงมากนักแต่ก็ทำให้ผู้ที่ถูกคาถาบทนี้จิตใจปั่นป่วนได้ นาย

จำได้ไหมว่าใครเป็นคนร่ายคาถาบทนี้กับนาย”อีวานเพิ่งสังเกตเห็นใบหน้าที่จริงจังของเสี่ยวหลงครั้งแรกก็คราวนี้
    

         คำพูดของเสี่ยวหลงทำให้อีวานนึกถึงหญิงสาวคนนั้นคนที่มีนามว่าเฟเรีย…มีเธอเพียงคนเดียวที่อยู่กับเขาในช่วง

เวลานั้นแต่เธอยังไม่ได้เอ่ยวาจาหรือเปล่งเสียงท่องคาถาเวทมนตร์บทไหนเลยนี่… นอกจากรอยจูบที่ประทับบนแก้มของ

เขาเท่านั้น ไม่สิยังมีอีกคนเจย์เดนแต่เธอก็ยังไม่ได้ทำอะไรหรือแม้แต่ท่องมนตร์บทไหนเหมือนกันนอกเสียจากส่งสายตา

เย็นชามาให้เพียงเท่านั้น
    

         “มะ…ไม่มีนี่หรือจะเป็นไปได้ไหมว่าฉันบังเอิญไปสัมผัสถูกจิตวิญญาณของอาร์สทร่าเข้าให้”อีวานตอบอย่างตะกุกตะกัก
    

         “เป็นไปไม่ได้…เด็กในคำทำนายอย่างนายจะถูกจิตวิญญาณแห่งอาร์สทร่าเล่นงานต้องมีเหตุอย่างอื่นสินายบอกฉัน

ไม่หมดหรือเปล่าอีวาน”เสี่ยวหลงยังค้านกับคำตอบและไม่เชื่อคำพูดของอีวาน


         ปัง!!
    

         “อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ!…ฉันเคยเจอพวกนักล่าวิญญาณอย่างฟิลาเมียมาแล้วนะไม่แน่ยัยนั่นอาจจะร่ายคาถา

บทไหนก็ได้กับจิตวิญญาณแห่งอาร์สทร่าก็ได้นี่”อีวานพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวพร้อมกับทุบโต๊ะด้วยความโกรธ
    

         “ฉันขอโทษก็แล้วกัน…ฉันไม่รู้ว่านายเคยเจอกับนักล่าวิญญาณมาแล้วถ้าอย่างนั้นตอนนี้อาจมีนักล่าวิญญาณปะปน

มาในหมู่พวกเรานี้ก็เป็นได้…แต่นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วฉันแค่เป็นห่วงเพื่อนมากไปหน่อยเท่านั้นเองแหละ”เสี่ยวหลงพูด

พร้อมกับส่งยิ้มให้อีวานเหมือนเช่นเคยด้วยดวงตาคู่ ๆเล็ก ๆคู่นั้น
    

         “ปะ…จะได้เวลาเรียนวิชาเวทมนตร์กันละฉันไม่อยากโดนหักคะแนนอีกแค่นี้ก็ไม่รู้จะโดนอะไรข้างหน้าแล้ว”เสี่ยวหลง

พูดพร้อมกับลุกขึ้นจ่ายเงินให้กับพนักงานที่มาเก็บเงินผ่านเมเวียสดิเตอร์
    

         “เสี่ยวหลงฉันก็ต้องขอโทษนายเหมือนกันที่จู่ ๆก็อารมเสียใส่นาย”อีวานลุกขึ้นพร้อมกับขอโทษเสี่ยวหลงด้วยความ

ละอาย
    

         “โหย…อย่าได้ใส่ใจลูกผู้ชายเขาไม่โกรธกันเรื่องกระจ่อยร่อยแบบนี้หรอก”เสี่ยวหลงพูดพร้อมกับระเบิดหัวเราะออกมา

ก่อนจะลากคออีวานให้เดินออกมาจากร้านพร้อมกับร้องเพลงภาษาแปล่ง ๆที่ฟังไม่ออกด้วยคำร้องที่ผิดเพี้ยนไปหมดโดยหา

รู้ไม่ว่ามีจิตสังหารอ่อน ๆแอบตามพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก…


         “มันอยู่ไหน…เจ้าสองคนนั่นมันอยู่ไหน”เสียงสั่นเครือด้วยความโกรธพร้อมกับฟันกระทบกันดังแกรก ๆเป็นระยะ ๆใน

ชุดนักเวทฝึกหัดสีแดงกระโปรงสีขาวเดินลากเท้าอาด ๆอย่างขึงขังพร้อมชนทุกคนที่ขวางหน้า ผมสีบล์อนของเธอหยุ่ง

เหยิงราวกับว่าผ่านสนามรบมามาด ๆ ดวงตาแข็งทื่อเหมือนกับกระหายเลือดกวาดสายตามองไปทั่วราวกับหาเหยื่อที่เธอ

ต้องการอยู่


        “ใจเย็น ๆน่าสเตลร่าพวกนั้นคงไม่ได้ตั้งใจหรอกนี่ก็ใกล้เวลาเรียนวิชาศาสตร์แห่งเวทมนตร์แล้วนะ”เสียงของเพื่อน ๆ

ข้าง ๆที่พยายามรั้งตัวเธอไว้อย่างสุดชีวิต


         “ไม่ได้ตั้งใจหรอ ! เกือบฆ่าฉันเลยนะ พวกนั้นจงใจร่ายคาถาใส่ผ้าพันแผลแล้วโจมตีฉันตอนที่กำลังก้มทำแผลให้เธอ

อยู่นะมิเนอร์ว่า”เด็กสาวที่ชื่อสเตลร่าหันกลับไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสาวที่ชื่อมิเนอร์ว่าเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยาวเป็น

ลอนพร้อมกับบีบคอเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งที่เผอิญเดินสวนมา เด็กชายผมสั้นสีมะกอกใส่แว่นหนาเตอะตัวเตี้ยแลดูไม่สู้

คนในชุดนักเวทฝึกหัดสีแดงที่เดินสวนมาได้เวลาพอเหมาะพอเจาะและพอดีเหลือเกินเพื่อเค้นถามถึงอีวานและเสี่ยวหลง  


        “รู้จักเจ้าสองคนนี้ไหมบอกฉันมานะว่าตอนนี้พวกมันอยู่ที่ไหน”สเตลร่ายกร่างของเด็กชายตัวเล็กขึ้นมาด้วยความสั่น

เทาพร้อมกับชี้ให้ดูภาพของอีวานและเสี่ยวหลงจากเมเวียสดิเตอร์
    

         “หะ…เห็นอยู่ที่ศูนย์อาหารกะ…ใกล้ ๆกับห้องพยาบาลด้านขวาของโรงเรียนคะ…ครับ”เด็กชายผู้เคราะห์ร้ายตอบด้วย

สีหน้าตื่นตระหนกและพยายามดิ้นรนให้หลุดจากแรงบีบที่ขยุ้มตรงขอเสื้อของเขาอย่างทุรนทุราย
    

         “ว้ายย! ตายแล้วปล่อยเขาลงนะสเตลร่า”มิเนอร์ว่าพูดพร้อมกับแกะมือสเตลร่าเพื่อนของเธอถึงแม้จะเอวบางร่างเล็ก

แต่พละกำลังดุจนักเพาะกายที่ฝึกฝนมานานหลายปี
    

         “ดีมาก…ไปกันเถอะมิเนอร์ว่าฉันอยากจะเป่าหัวไอ้สองคนนั่นเต็มแก่ละ”สเตลร่าพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะ

ปล่อยร่างเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายล่นพื้นดังตุบ!
    

         “ไม่บาดเจ็บตรงไหนนะห้องพยาบาลอยู่ใกล้ ๆนี่เองสู้ ๆนะ”มิเนอร์ว่าพูดก่อนจะวิ่งตามเพื่อนของเธอไปทิ้งเด็กชายผู้

เคราะห์ร้ายที่หน้าสงสารนอนกองกับพื้นไว้เบื้องหลัง
    

         “พี่เห็นเจ้าสองคนนี้ไหมค่ะ”สเตลร่าให้เจ้าของร้านอาหารดูรูปของอีวานและเสี่ยวหลงหลังจากมาถึงบริเวณศูนย์

อาหาร
    

         “เห็นสิครับ…หนูเป็นเพื่อนสองคนนั้นหรอ”เจ้าของร้านถามกลับสเตลร่า
    

         “ใช่ค่ะเป็นเพื่อนที่สนิทกันม๊ากมากเลยค่ะ ช่วยกรุณาบอกหนูได้ไหมค่ะว่าพี่เห็นสองคนนี้ไปไหน”สเตลร่าฉีกยิ้มกว้าง

เพื่อปกปิดความโกรธและมุมปากที่กระตุกอย่างน่ากลัว
    

         “ผมได้ยินสองคนนี้คุยกันว่ากำลังไปเรียนวิชาศาสตร์แห่งเวทมนตร์ครับแต่ว่า…”
    

         “แต่ว่าอะไรค่ะ…”สเตลร่าถามเมื่อเห็นเจ้าของร้านนิ่งเงียบไป
    

         “คนที่ชื่ออีวานยังไม่ได้จ่ายเงินเลยครับเพราะฉะนั้นช่วยกรุณาจ่ายเงินในส่วนของเพื่อนคุณด้วยนะครับ”เจ้าของร้าน

พูดพร้อมกับยื่นถาดบิลค่าอาหารให้สเตลร่าซึ่งตอนนี้มีสีหน้าตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
    

         “พวกนายตายแน่คอยดู…ฮึม!”

 

-----------------------------------------------------

 
         ลานกว้างที่ยื่นออกไปจากหน้าผาของอาร์สทร่าที่ถูกปูด้วยหินอ่อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นรูปวงกลมที่ซ้อนทับกันไปมา

ตอนนี้คราคลั่งไปด้วยนักเรียนในชุดสีม่วง แดง เขียว และเหลือง ทุกคนมีสีหน้าที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เรียนวิชา

เวทมนตร์ขั้นสูงขึ้นมาที่พวกเขาไม่เคยได้รู้ ชายร่างสูงโปร่งในชุดสีเทาอ่อนทรงผมหลงยุคยืนอยู่ใจกลางของเด็ก ๆด้วยท่า

ทีที่ประหม่าเล็กน้อย


         “สเตลร่า แคชสเปียร์ และ มิเนอร์ว่า ซาตาวาเคเรีย พวกเจ้าเข้าเรียนสายหักคะแนนโซไซด์อิคนัสสิบคะแนน”


         “แต่ว่าศาสตราจารย์ลาซัสค่ะพวกหนู…” สเตลร่าพยายามจะอ้างเหตุผลแต่ก็ถูกอาจารย์ลาซัสยกมือเป็นสัญญาณให้

หยุดและบอกให้ไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆที่อยู่ข้างหน้า


         “เธอมองมาทางเราหรือเปล่าอีวาน ดูแม่คุณทำหน้าเข้าสิอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อยังไงยังงั้น”เสี่ยวหลงหันไปกระ

สิบอีวานเมื่อเห็นสายตาของสเตลร่าที่มองมาทางเขาอย่างมุ่งร้าย


         “เอาละวันนี้เราจะเริ่มเรียนวิธีการควบคุมพลังเวทขั้นพื้นฐานใครตอบได้บ้างว่าพลังเวทพื้นฐานที่ว่ามีอะไรบ้าง”


         “ปฐพี วารี อัคนี และ วายุภัคค่ะ”เสียงใส่ ๆของเด็กหญิงผมสีสั้นสีชมพูอ่อนในกลุ่มของนักเรียนชุดสีม่วงยกมือ

ตอบอย่างมั่นใจ


         “เก่งมากริกกะ อาคิซากิเทอร์นิเบรอว์รับไปห้าคะแนน”อาจารย์ลาซัสพูดพร้อมกับตบมือให้ริกกะที่ตอนนี้ทำท่าเขิน

อายอย่างไม่รู้ตัว


         “และใครรู้บ้างว่าต้นกำเนิดของพลังเวททั้งสี่นี้เกิดมาจากอะไร”เมื่อสิ้นคำถามอาจารย์ลาซัสกลับไม่มีนักเวทฝึกหัดคน

ไหนที่ยกมือตอบเลย


         “เอ่อ…ความว่างเปล่าหรืออนูพลังงานที่บริสุทธิ์ครับ”เสียง ๆหนึ่งดังออกมาจากกลุ่มนักเวทฝึกหัดอิคนัสเผยให้เห็น

เด็กชายตัวเล็ก ๆใส่แว่นหนาเตอะผมสั้นสีมะกอกที่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสู้กับสายตาทุกสายตาที่จับจ้องมา


         “ถูกต้องที่สุดเจ้าเก่งมากแมทธิว แองเจลโล่ว์! สิบคะแนนให้กับโซไซด์อิคนัส”สิ้นเสียงอาจารย์ลาซัสเสียงเฮและ

เสียงปรบมือดั่งลั่นจากนักเวทฝึกหัดอิคนัสเหมือนกับว่าพวกเขาชนะการแข่งขันอะไรสักอย่างหนึ่ง


         “การที่เราจะควบคุมพลังเวทมนตร์ของตัวเองรวมไปถึงพลังของศาสตร์ต่าง ๆจะต้องเริ่มจากการรวบรวมพลังงานที่

มองไม่เห็นหรือเรียกว่าพลังงานบริสุทธิ์ให้ออกมาเป็นรูปร่างเสียก่อน เริ่มจากสูดหายใจลึก ๆหลับตาพร้อมเงี่ยหูฟังเสียงจาก

สิ่งมีชีวิตรอบตัวไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ หรือแม้กระทั่งอิฐที่เรากำลังเหยียบอยู่ และจากนั้นนำมือประกบกันไว้พยายามคิด

ว่ามีลูกบอลที่มองไม่เห็นกำลังกลิ้งอยู่ในมือแบบนี้…”อาจารย์ลาซัสพูดพร้อมกับทำให้นักเวทฝึกหัดดู เกิดพลังงานสีฟ้า

อ่อนที่เกือบจะเป็นสีขาวก่อตัวรูปวงกลมกำลังหมุนอยู่ในมือของอาจารย์ลาซัสเรียกเสียงเฮจากนักเวทฝึกหัดได้ไม่น้อย


         “เป็นอย่างไรบ้างไม่ยากเลยใช่ไหมพวกเจ้าลองทำกันดูสิ”อาจารย์ลาซัสพูดพร้อมกับให้นักเรียนจับคู่กัน


         “เสี่ยวหลงมันออกจะเป็นรูปวงรีไปหน่อยนะปรับเข้าอีกนิดนั่นแหละ ๆใช่แล้วนายทำได้แล้ว”อีวานตะโกนอย่างดีใจเมื่อ

เสี่ยวหลงใช้เวลาไม่กี่นาทีก็สามารถทำให้พลังเวทบริสุทธิ์เป็นรูปวงกลมได้อย่างสมบูรณ์


         “เหนื่อยเป็นบ้าเหมือนกับวิ่งรอบสนามสิบรอบเลยก็ว่าได้…ตานายแล้วอีวาน”เสี่ยวหลงพูดพร้อมกับปาดเหงื่อที่ไหล

พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย


         “หลับตาตั้งสติและสูดหายใจเข้าลึก ๆแล้วก็คิดว่ามีพลังรูปวงกลมกำลังกลิ้งอยู่ในมือ”ทันทีที่อีวานหลับตาและ

พยายามเข้นพลังเวทมนตร์ให้ออกมาในรูปวงกลม ทว่าเหมือนกับว่ามีพลังบางอย่างที่ที่พยายามดันมือของเขาให้ห่างกัน

อย่างบ้าคลั่ง


         “อีวานนายพยายามตั้งสติและสะกดมันไว้ให้เป็นรูปวงกลมตอนนี้มันบินเบี้ยวไปมาไม่เป็นรูปร่างแล้ว”เสี่ยวหลงตะโกน

เมื่อเห็นมือของอีวานที่กำลังประคองพลังเวทมนตร์ให้อยู่ในรูปวงกลมให้ได้มากที่สุด


         “ฉันก็พยายามอยู่นี่ไงทำไมนายไม่บอกละว่าแรงดันมันจะเยอะขนาดนี้”อีวานพูดพร้อมกับกัดฟันออกแรงดันให้พลังที่

มองไม่เห็นพยายามจะดันมือเขาออกมาอย่างรุนแรง


         “อีวานเจ้าต้องมีสติให้มากกว่านี้และผนึกพลังให้อยู่ในอณาเขตที่เจ้าควบคุมให้ได้เสียก่อน”เสียงอาลาซัสที่แทรกเข้า

มาในความมืดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่อีวานไม่เคยได้ยินมาก่อน
    

         แม้ว่าอีวานจะออกแรงดันและพยายามควบคุมมันเท่าไหร่ก็เหมือนกับว่ามันก็กำลังพยายามดันออกมามากกว่าแรงที่เขา

พยายามดันมากเท่านั้น


         “ผะ…ผม…มะ…ไม่ไหวแล้วคะ..ครับ”อีวานกัดฟันกรอด ๆในขณะที่มือของเขาขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆจนเหมือนเขา

กำลังจะโอบมันไว้เสียเอง เสียงวี้ด ๆบางอย่างที่ตอนแรกไม่เคยได้ยินกลับดังเสียดแก้วหูขึ้นเรื่อย ๆจนอีวานอยากจะลืมตาดู

ว่าเกิดอะไรขึ้น


         “อย่าลืมตาเป็นอันขาดนะ ! อีวานถ้าเจ้าลืมตาพลังเวทมนตร์ในต้อนนี้จะระเบิดออกมาขึ้นทันที”อาจารย์ลาซัส

ตะโกนบอกอีวานพร้อมกับเสียงกรีดของนักเรียนหญิงที่แข่งกับเสียงวี้ด ๆที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ


         “อีวานตั้งสมาธิไว้ถ้านายควบคุมไม่ได้ก็พยายามที่จะสลายมันออกไปซะ”เสี่ยวหลงตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงที่ตกใจทำ

ให้อีวานอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้


         “ฉันทำไมเป็น…มะ…ไม่หวะ..ไหวแล้ว”อีวานตะโกนพร้อมกับลืมตาขึ้นอย่างอัตโนมัติ


         “มาวาร่า อาเคโรเซีย กราดิโยวิตี้ ฟราโยวิส !”
    

         เสียงท่องเวทมนตร์ของอาจารย์ลาซัสดังกึกก้องก่อนที่จะเกิดเวทมนตร์สีฟ้าล้อมรอบพลังเวทของอีวานและลอยขึ้น

ไปบนท้องฟ้าจนระเบิดเป็นวงกว้างสว่างเต็มท้องฟ้ารวมกับจุดพรุเฉลิมฉลอง


         “ข้าว่าวันนี้คงพอแค่นี้ก่อนเลิกเรียนได้อ้อ…ผู้ใดที่คิดจะฝึกเวทมนตร์นี้เองละก็ข้าจะหักคะแนนคนนั้นห้าสิบคะแนน

โทษฐานไม่ฟังคำสั่งของข้า…เอาละเลิกเรียนได้”อาจารย์ลาซัสพูดก่อนจะบอกให้นักเรียนแยกย้ายกันกลับโซไซด์ของตัว

เองพร้อมกับเดินมาหาอีวานที่ตอนนี้ทรุดฮวบลงไปนอนกลับพื้น


         “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าอีวานทำไมถึงควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้”อาจารย์ลาซัสพูดก่อนจะพยุงอีวานให้ลุกขึ้นซึ่งตอนนี้

เหงื่อไหล่พรากอย่างไม่ขาดสาย


         “มะ…ไม่รู้ครับผมพยายามคิดให้มันสลายไปแต่กลับไม่ได้ผลเลยครับ”อีวานเงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าที่อิดโรยอย่าง

เห็นได้ชัด


         “เสี่ยวหลงและแมทธิวฝากอีวานด้วยนะพาเขากลับโซไซด์ก่อน ฉันต้องไปหารือกับอาจารย์คนอื่น ๆถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

วันนี้”อาลาซัสพูดก่อนจะเดินกลับเข้าไปผ่านซุ้มประตูจนหายลับเข้าไปในอาร์สทร่า


         “นายแน่มากอีวาน”เสียวหลงยิ้มให้ก่อนจะหิ้วปีกอีวานตามด้วยแมทธิวที่ถึงแม้จะตัวเล็กแต่ก็พยายามช่วยเสียวหลง

พยุงอีวานให้เดินอย่างสุดความสามารถ


         “พวกนายอยู่ห้องด้วยกันหรอ”แมทธิวถามขึ้นเมื่อมาถึงหน้าซุ้มประตูหินที่ทำเป็นรูปโค้งอย่างหยาบ ๆของป้อมปราการ

อิคนัส


         “ใช้แล้วนายละอยู่กับใครหรอ”อีวานที่เริ่มดีขึ้นและเดินได้เองหันไปถามเพื่อนใหม่ตัวเล็ก ๆของเขา


         “ฉะ…ฉันอยู่คนเดียวห้อง๓๑๒นะ”แมทธิวพูดพร้อมกับยิ้มให้อีวาน


         “ยินดีที่ได้รู้จักแมทธิวหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ”อีวานพูดพร้อมกับยื่นมือให้เพื่อเป็นการทักทาย


         “เอาละ ๆซึ้งกันพอละฉันอยากจะอาบน้ำเต็มแก่แล้วไปเถอะอีวาน”เสี่ยวหลงพูดพร้อมกับล็อกคออีวานให้รีบเดินเข้า

ไปยังป้อมปราการที่ทำจากอิฐสีเทาเข้มเบื้องหน้าแต่ทว่า…


         “อีวาน เสี่ยวหลงและก็นายจะรีบไปไหนไม่ทราบย่ะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นดุจดั่งยมทูติกระชากพวกอีวานให้หันไปตามเสียง

นั้นก่อนจะเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งผมสีแดงเลือดหมูกำลังยืนเท้าเอวและแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวข้าง ๆมีหญิงสาวผมบอล์น

และผมสีเขียวอ่อนอยู่ในท่าเตรียมวิดพื้นที่หันมาหาอีวานด้วยสาตาไม่เป็นมิตรเป็นอย่างมาก


         “เอ่อ…เธอคงเป็นควีนแห่งเซนท์ชื่ออาร์เมซ่าใช่ไหม มีอะไรหรอรึว่าจะไปอาบน้ำกับเราละจ๊ะ”เสียวหลังหันไปถามเจ้า

ของเสียงนั้นอย่างกวน ๆแต่หารู้ไม่ว่าเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆตัวสั่นเทาเหมือนเจ้าเข้าแล้วตอนนี้


         “ปากดีนี่…พวกนายทำผิดกฎของป้อมปราการอิคนัสโดยถูกหักคะแนนเพราะฉะนั้นต้องถูกลงโทษ”อาร์เมซ่าพูดด้วยสี

หน้าที่เรียบเฉย


         “ขอเก็บไว้ชดใช้ทีเดียวเลยได้ไหมตอนนี้ฉันไม่ว่างมาเล่นกับเธอหรอกนะ ไปกันเถอะอีวาน”เสียวหลงพูดพร้อมกับ

โบกมือให้อาร์เมซ่าและหันหลังให้ก่อนจะดันตัวอีวานให้เดิน


         “ งั้นหรอ ”


         วูบบบบบ!
        

         คำพูดสั้น ๆจบลงโดยที่ร่างของอาร์เมซ่าจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วราวกลับว่าเธอกำลังแหวกอากาศ

อย่างรวดเร็ว


         ตูมมมม!


         อักกกก!
        

         ก่อนจะปรากฏตัวข้างหน้าเสี่ยวหลงพร้อมกับเตะไปยังต้นคอโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวและหอบร่างเสียวหลงปลิวละลิ่วไปติด

กำแพงจนฝุ่นตลบอบอวนคระคลุ้งไปหมด


         “พวกนายสองคนละจะเอายังไง ยังจะไปอาบน้ำอยู่อีกไหม”อาร์เมซ่าหันมาหาอีวานและแมทธิวก่อนจะปัดฝุ่นให้ออก

จากฝ่ามือและขาของเธอ


         “ตะ..ตอนนี้เลยหรอ”


         “แล้วผะ…ผมด้วยหรอ”


         “วิดพื้นสามร้อยครั้ง!”เสียงตะโกนของอาร์เมซ่าดังสนั่นพร้อมกับจิตสังหารที่ถาโถมเข้ามาก่อนที่จะพาอีวานและ

แมทธิววิ่งไปต่อแถวผู้หญิงผมบล์อนและสีเขียวอ่อนอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักเสียงนับวิดพื้นของนักเวทฝึกหัดห้าคนที่น่า

สงสารก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพียงและเสียง”เอาใหม่”ก็ดังควบคู่กันไป…


         “ช่างเป็นการเรียนการสอนวันแรกที่สนุกเสียเหลือเกิน” อีวานคิดในใจ…


 
-----------------------------------------------------------


+นักเขียนขอคุย+ ยะฮู้ ช่วงสอบผ่านพ้นไปแล้วดีใจสุด ๆ ขออัพตอนใหม่ทันทีเลยละกันครับผม ตอนนี้อาจจะยาวไปหน่อยเพราะดองไว้ตั้งนาน

รีดเดอร์ท่านไหนมีข้อคิดเห็นอะไรโพสได้เลยนะครับขอบคุณครับผม

 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
The Astra :องครักษ์ พิทักษ์มนตรา ตอนที่ 12 : ตอนที่ ๗ : ศาสตร์แห่งเวทมนตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 198 , โพส : 5 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 78
ปล . คำผิดเป็นกระบุง ผมไม่กลัว จะรับด้วยกระสอบเลยครับผ้ม! ^ ^
Name : i3utterflySky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ i3utterflySky [ IP : 180.183.207.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2555 / 11:57
# 4 : ความคิดเห็นที่ 77
ใช่เเล้วครับพี่นุช ผมตั้งใจอยากให้มันตลก = =

ปาดน้ำตา ที่พี่นุชเข้าใจมุข ครับฮ่า ๆกลัวคนอ่านไม่เข้าใจ

ฮา แต่หลัง ๆจะเป็นดราม่ามากขึ้นครับ จะพยายามเขียนให้มันดราม่าไม่รู้จะดราม่าหรือเปล่า

และจะมีกุกกิ๊ก ๆ กระนุกกระนิก อะไรแบบนี้นิด ๆ ผมก็ไม่เคยแต่งแนว รัก ๆ ใคร่ ๆซะด้วยสิ

จะรอดไหม = =

ส่วนเรื่องทรงผมเดี๋ยวผมจะแก้ไขใหม่ดีกว่าครับ เพราะมันไม่เห็นภาพจริง ๆอย่างที่พี่นุชพูด = =

เสี่ยวหลงปากจัดจริง ๆแหละครับฮ่า ๆแต่มีสาเหตุหลัง ๆผมจะพยายามให้เห็นชัดขึ้นและลดลงบ้างนะครับ

อาตี๋คนนี้ไม่ธรรมดาขอบอก ๆ อิอิ

ส่วน(ขอใช้คำว่าอาจารย์นอกจอละกันครับมันพิมยาก = = ) เวโรนิก้า นี่ไฮโซของแท้แต่ก็เก่งเหมือนกันนะครับหลัง ๆเธอจะมี

บทบาทมากขึ้น ส่วนตัวอยากเรียนกับอาจารย์คนนี้มากที่สู้ดดดด ฮ่าๆจะเอาเกรด A ให้ได้ทุกครั้งเลยคอยดู หึหึ

เรื่องคำสาบ มายาเขย่าจิต ตอนหน้าจะรู้ครับว่าใครเป็นคนร่าย แต่ก็ยังมีเงื่อนงำนำพาไปจนถึงตอนสุดท้าย

ผมไม่ถนัดแนวลึกลับซับซ้อนเหมือนไรเตอร์พลเท่าไหร่ แต่จะพยายามแต่งออกมาให้ดีที่สุดเลยครับ

ตัวละครจะเผยท่าแท้ของตัวเองออกมาทีละนิด ๆครับ ฮ่า ๆ

พี่นุชสงสัย เจย์เดน หรอครับก็เป็นไปได้นะครับ ฮ่า ๆเจ้แกอาจจะร่ายมนตร์ตอนจะเข้ามาหาเฟเรีย ก็เป็นได้ อุ้ยหรือว่ายังไงฮ่าๆ

เรื่องริกกะ เธอชื่อ ริกกะ อาคิซากิครับ ส่วนเทอร์นิบรอว์นี้เป็นชื่อโซว์ไซต์ที่เธออาศัยอยู่ครับ สงสัยผมเขียนติดกัน ฮา = =

แมทธิว แองเจโล่ว นี่ใช่คนเดียวกันครับ เดินอยู่ ดี ๆเจอจอมพลังจับพร้อมทุ่มนี่ก็น่าสงสารเหมือนกัน ช่างโชคร้ายเสียจริง ๆ

แมทธิวเอ้ย

ขอบคุณพี่นุช มาก ๆนะครับที่เข้ามาคอมเม้น และ หัวเราะกับมุขที่ผมพยายามสอดแทรกเข้าไป ดีใจหลาย ๆเดวผมจะรีบแต่งตอน

หน้าให้เสร็จเพราะมีอะไรบางอย่างที่ต้องคิดและวางหมากอย่างรอบคอบครับ ^ ^
Name : i3utterflySky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ i3utterflySky [ IP : 180.183.207.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2555 / 11:55
# 3 : ความคิดเห็นที่ 76
เบสเอ๊ย พี่นุชขอบอกตรงๆเลยนะนิยายเรื่องนี้มันโคตระฮาเลยอ่ะ
พี่นุชนั่งอ่านอยู่คนเดียว หัวเราะจนท้องแข็งไปหมดแล้ว
จริงๆแล้วเบสต้องการสื่อออกมาแนวฮาไหม
ถ้าเบสต้องการบอกเล่าเรื่องราวที่ แบบ ฮา ๆ
พี่นุชคิดว่า เบสทำสำเร็จแล้วล่ะ
พี่นุชชอบจริง ไรจริง ไม่ได้โกหกนะเออ
วันนี้ทำงานแล้วเหนือยๆอยากอ่านนิยายที่มัน ฮาๆ ไง
เลยแวะมาบ้านหลังนี้แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ

แต่ ถ้าเบสต้องการสือแบบเครียดๆ ซีเรียส ๆ อันนี้เบสต้องลดมุกตลกๆลงไปแล้วล่ะ
ในความคิดของพี่นุช พี่ว่า เบสน่าจะตั้งใจเขียนออกมาแนวฮา
( เข้าข้างความคิดของตัวเองสุดฤทธิ์)

ชอบเสี่ยวหลงอ่ะ กล้าชน
แต่ ปากจัดไปหน่อยนึงนะ อาตี๋
อาหลง ทำลายอิมเมจหนุ่มตีของสาวๆเลยนะเนี่ย
คือ ถ้าคิดถึงหนุ่มตี๋ เนี่ยเราจะคิดถึง
ชายหนุ่มที่หน่อมแหน้ม, พูดจาแต่ละทีติดๆขัด เมื่อเจอสาวๆ
แต่กับ เสียวหลง เจอสาวๆ ทีไหน จิกกัดอย่างเดียว จนพี่นุชชักจะหวั่นใจล่ะว่า " หนุ่มแบบนี้จะมีสาวเคียงข้างกับเขาเร้อ "
สำหรับพี่นุชหนุ่มปากจัดแบบนี้...ขอผ่านแม้จะเป็นรถไฟชิงคังเช็นก็เหอะ ไม่ขอขึ้นแน่ๆ
กลัวปากนะจ๊ะ
ตบเกรียนแบบเสียวหลง เป็นแบบไหนอ่ะ ( อยากเกรียน)
ชอบตอนที่เสียวหลงยิ้มๆให้กับอีวานนะจ๊ะ
ตอนอีวานขอโทษเขาและบอกว่า ลูกผู้ชายไม่คิดมากกับเรื่องกระจ้อยหร่อย ( เบสใช้คำว่า จิ๊บจ้อยดีไหม )
เหมือนผู้ชายคุยกันมันน่าจะตบบ่ากันและบอกว่า " เฮ้ย อย่าคิดมาก แค่เนี้ยมันจิ๊บจ๊อย"
พี่นุชคิดว่าเด็กผู้ชายน่าจะพูดกันแบบนี้นะ
ปล. พูดดุดันแต่ยังหน้าเหมือนเดิมก็ตี๋หน้าเดียวนะดิ


พลังของเอลี่น่ากลัวเนาะ
ตอนนี้เอลี่ได้ใจพี่นุชมากๆเลยจ้า
สำหรับคนเป็นแม่ ความปลอดภัยของลูกมาก่อนจริงๆ
ขนาดรู้ว่า พลังเวทย์ ( ตอนแรกพี่นุชกะจะเขียนพลังยุทธฺอ่ะเบส คิดอีกที พลังยุทธมันคล้ายกับหนังจีนกำลังภายในไปหน่อย)
เธอก็ยังจะใช้เวทย์มนต์เพลิงเล่นงานริชาร์ด จนตัวเองกระอักเลือด
เป็นแม่ที่ได้ใจมากๆ

ริชาร์ดแกปากดีนะ ระวังตัวไว้เหอะ

อาจารย์เวโรนิก้า ตอนที่เธอโบกสะบัดพัดนะจ๊ะ
แค่พัดอันเล็กๆเนี่ย มันดับความร้อนของเปลวเพลิงได้เชียวหรืออาจารย์
ชอบเธอคนนี้ ท่าทางของเธอเหมือนอาจารย์ไฮโซอ่ะ
แต่โหดตัดคะแนนลูกศิษย์แบบไม่มีปราณีเลยแบบนี้ก็โหดเกินไปนะ
ว่าแต่ว่า ถ้าคะแนนหมดเนี่ย จะติดลบใช่ไหมอาจารย์

อีวานถึงกับสลบเลยเหรอ สำหรับเมื่อคืนเนี่ย คออ่อน หรือ โดนคำสาปมายาเขย่าจิตเข้าไปกันแน่
ไม่อยากจะเชื่อนะว่า เฟเรียจะเป็นคนทำ
ใจคิดว่ายัยเจย์เป็นคนทำ ( ใส่ร้ายเธอไหมหนอ )
แต่ เจย์แค่เดินผ่านมานีนา
ลุ้นแฮะ ใครปล่อยคำสาปออกมากันแน่

เรียนวันแรกก็จัดหนักให้เพื่อนร่วมชั้นเลยเหรออีวาน
สงสารแกมสะใจนิดๆแหละที่พันแผลไปพันที่ตัวยัยเสตลร่า
พี่นุชรู้สึกว่าเธอซ่าส์และก็แสบอ่ะ

แมทธิว แองเจลโล่ว์
อืม....หนุ่มน้อยร่างเล็ก ใส่แวนหนาเตอะคนนี้เป็นไรกับ พี่ไมเคิล แองเจลโล่หว่า
แมทเก่งวาดรูปป่าวเนี่ย
(ถาม... แมท ใชคนที่เสตลร่า แบกและทุ่มลงกับพื้นไหมอ่ะ เพราะเห็นว่า หนุ่มน้อยคนนั้นอิมเมจเดียวกันกับแมทเลย)
ถ้าใช่ แมทน่าจะสะใจนะที่เห็นสเตลร่าหัวฟู...ถึงแม้ตอนหลังจะเขาจะโดนยัยคนนี้ทุ่มก็เหอะ
แมทฉลาดจัง ไม่ต้องเขินเลยยืดเลยอกอ่ะ ตอบคำถามได้แบบนั้นมันน่าภูมิใจน้อยซะเมื่อไหร่ละ

แอบฝึกพลังเวทไปพร้อมๆกับลาซัสค่ะ
เนี่ย ถ้านั่งอ่านอยู่สวนดอกไม้นะ
อารมณ์บรรเจิดกว่านี้แน่ๆ
อยากจะทำได้แบบนักเวทฝึกหัดพวกนี้จังเลย
มันน่าหนุก แต่บังคับเวทไม่ได้แล้วป่วนคนอื่นๆก็ไม่ไหว
ไม่มีลาซัสอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือซะด้วยสิ

ชื่อเสียงเรียงนามของ ริกกะ อาคิซากิเทอร์นิเบรอว์
ยาวได้อีก
ไรเตอร์เบส คิดชื่อยาวๆแบบนี้ได้ยังง้ายยยยย

ชายสูงโปร่งกับทรงผมหลงยุคเนี่ย
มันแบบไหน คิดภาพไม่ออก
เบสจัดให้หน่อยนะค่า พี่นุชอยากเห็นมากๆ

โอเค คำผิดต่อพรุ่งเน้
เยอะแยะเต็มกระบุง

ไฟท์ติ้งงงงงงงงงงงง

เม้นท์ไปกินไป............








PS.  
Name : spysky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ spysky [ IP : 180.180.95.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2555 / 01:40
# 2 : ความคิดเห็นที่ 59
เอลี่จะโหดไปไหน เผามันให้หมดเลย~~~~

ตอนนี้ก็น่าสนใจอยู่ว่า มายาเขย่าจิต นี่ ใครเป็นคนร่ายหนอ 
PS.  ฝากนิยายของผมด้วยนะครับ Tale of Thousand Wings ภาคที่ 1 http://writer.dek-d.com/zphellow/writer/view.php?id=802792 ภาคที่ 3 http://writer.dek-d.com/zphellow/writer/view.php?id=466584
Name : Vajra < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Vajra [ IP : 118.172.39.188 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 สิงหาคม 2555 / 23:07
# 1 : ความคิดเห็นที่ 57
มะ ไม่ไหวมั้งครับท่าน เบส 300ครั้งนี่ผมทำไม่ไหวนะครับ

แล้วอเมซ่าเปล่งจิตสังหารได้ด้วยอ่ะยังกะเป็นรีเมนเดอร์เลยอ่ะครับ>< เอะ!! หรือจะเป็น?
Name : Vanilla Ice < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Vanilla Ice [ IP : 223.206.207.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 สิงหาคม 2555 / 16:34
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android