คัดลอกลิงก์เเล้ว

Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก

โดย B. Zeitgeist

เด็กหนุ่มความจำเสื่อม ฟื้นขึ้นอีกครั้งหลังหลับใหลไปร้อยปีด้วยฝีมือของโจรปล้นสุสาน นอกจากจะต้องรื้อฟื้นความหลังในอดีตของเขา ทั้งคู่ยังต้องมาเกี่ยวพันกับสงครามครั้งใหญ่ของศตวรรษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

ยอดวิวรวม

12,411

ยอดวิวเดือนนี้

18

ยอดวิวรวม


12,411

ความคิดเห็น


164

คนติดตาม


527
เรทติ้ง : 91 % จำนวนโหวต : 9
จำนวนตอน : 10 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  18 ส.ค. 60 / 09:25 น.
Time Rebellion ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Disclaimer: นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเพศ เลือด ความรุนแรง และยาเสพติด โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม...



ฝันแสนเลือนรางจากการหลับใหลอันยาวนานร่วมร้อยปีกำลังสิ้นสุดลง

วิคเตอร์ตื่นขึ้นอีกครั้งในโลงศพเน่าผุ ผู้ที่ขุดเขาขึ้นมาคือไอคารอส หัวขโมยวัยรุ่นที่เข้ามาปล้นสุสานในเขตหวงห้าม

โลกใบใหม่ที่เขาเห็นคือแดนควันหม่น ตึกสูงระฟ้าบดบังแสงสว่าง เทคโนโลยีรุดล้ำ แต่พื้นหลังคือความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ที่ต่อเนื่องมายาวนานตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สาม

ฮิวม์ เผ่าพันธุ์แท้ และมิวท์ คนกลายพันธุ์จากผลกระทบของสงคราม


กาลเวลาเป็นตัวเร่ง และเป็นดั่งระเบิดเวลานับถอยหลังรอวันทำลายล้าง


"กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง"


ขอต้อนรับสู่...








-MISC NOTE-
Update status: BUSY-กำลังปรับแก้ระยะยาว
Firstly announced: 28 June 2015
Theme Credits: SNAP Theme
Genre: Action, Dystopia, Drama, Fantasy, Sci-fi, Psychological
s
n
a
p

สารบัญ อัปเดต 18 ส.ค. 60 / 09:25

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ B. Zeitgeist จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

1

แปลกใหม่ น่าสนใจ อยากติดตามต่อว่าจะเป็นยังไง

ตอนที่ 2

- การใช้เครื่องหมาย ควรใช้ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น “ๆ” จะใช้แบบไหน ตัวอย่าง เรื่อยๆ หรือ เรื่อย ๆ

- พยายามเลี่ยงการใช้การเขียนเสียง แล้วใช้การบรรยายเพื่อเพิ่มอรรถรสแทน จะทำให้งานเราดูน่าอ่านและสมจริงกว่านี้ครับ

- เหิมเกริมเกินไปแล้ว หยุดมอบตัว แล้วเราจะไม่จับตาย! ประโยคนี้น่าจะปรับให้กระชับลงหน่อยได้นะ

- บทสนทนาอันไหนที่ไม่ช่วยให้เรื่องไม่เดิน หรือไม่ช่วยให้รู้จักตัวละคร ลดทอนหรือตัดออกบ้างก็ได้นะ

ตอนที่ 4

- ยีนต์ เข้าใจว่าน่าจะเป็นคำว่า gene ไม่น่าจะมี ต์ นะ (ลองเช็คคำทับศัพท์ดูก่อนนะ)

- มีจังหวะในการเล่าเรื่องที่ดี เว้นบรรทัด เพื่อเสริมและปล่อยหมัดฮุกของเรื่อง ทำให้อยากอ่านต่อ

- ใส่ข้อมูลเรื่องมิวแทนต์ได้ดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป ทำให้รู้จักตัวละครเอกมากขึ้น

- เริ่มเห็นสัญญาณของดิสโทเปียแล้ว แต่ยังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

ภาษาที่เขียนดีอยู่แล้ว สามารถอ่านได้เพลินๆ ไม่รู้สึกหงุดหงิดมากเท่าไหร่ เนื้อเรื่องที่ปูไว้น่าสนใจ และทำให้อยากตามอ่านต่อไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกอาจปูพล็อตให้เข้มข้นกว่านี้ เพื่อให้คนอ่านรู้ว่าเรื่องจะเกี่ยวกับอะไร เดี๋ยวมาต่ออีก 5 ตอนนะ

ตอนที่ 5

- ละสิ >>> ล่ะสิ

- เป็นห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่า >>> ห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่า ตัดทอนเพื่อความกระชับได้ครับ

- ฉันคือแวรร์ริค... >>> แวร์ริค

- ตอนนี้ถ้าเป็นตีพิมพ์หรือรีไรท์เพื่อตีพิมพ์ อาจลดทอนและรวมกับตอนที่ 6 เพื่อทำให้เรื่องกระชับ และอ่านได้อย่างไหลลื่น

ตอนที่ 6

- ฉันชื่อวิคเตอร์คิงส์ ควรเว้นวรรคหรือเปล่า คิงส์ นี่น่าจะเป็นนามสกุลนะ เห็นจากคำโปรยตอนแรกๆ

- ชอบการใช้เพลงเพื่อเดินเรื่อง ตัวอย่างที่เขียนบรรยายอารมณ์ความรู้สึกของเพลงได้อย่างดีมากๆ คือนิยาย ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต ที่เข้ารอบซีไรต์ปีนี้ ลองอ่านเพื่อเป็นอ้างอิงได้ เล่มนี้ใช้ภาษาดีมากๆ เลยด้วยเหมือนกัน

- ให้เดายังไงก็ต้องเป็นคนรัก เป็นแฟนกันแน่นอน เขารับประกันล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนตัวพี่คิดว่าเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง จะใช้คนรัก หรือแฟน ครับ ไม่งั้นรูปประโยคมันจะเยิ่นเย้อไป

- เขายื่นช็อกโกแลตนั้นใหกับเธอ >>> ให้

ตอนที่ 10

- มีความเป็นดิสโทเปียมากขึ้นแล้ว ต้องพยายามสร้างโลก และเหตุผลให้คนอ่านเชื่อถือและคิดว่าเรื่องนี้มันจะดิสโทเปียยังไง มีการบังคับ ควบคุมอย่างไร สาเหตุของการปฏิวัติ จะมาจากอะไร ถ้าหากใส่สิ่งเหล่านี้เข้าไปก็จะยิ่งช่วยให้เนื้อเรื่องที่เป็นดิสโทเปียของเรามีความแน่นมากยิ่งขึ้นครับ

ตอนที่ 11

- ฉากต่อสู้ทำได้ดี มีอารมณ์ร่วม และทำให้อยากอ่านต่อว่าการต่อสู้ของคนอื่นๆ ที่เหลือจะเป็นยังไง

- มีการตั้งคำถามถึงความหมายของชีวิต ซึ่งที่สิ่งที่ดี แต่ควรจะหาจังหวะสอดแทรก หรือการปล่อยของให้เนียน ซึ่งจะทำให้เรื่องมีน้ำหนักกว่านี้มากๆ

โดยรวมอ่านจนจบแล้วค่อนข้างชอบ มีพื้นฐานทางภาษาและการนำเสนอที่ดีอยู่แล้ว ทำให้สนใจอยากจะอ่านต่อ แต่ความคิดพี่ คิดว่าการดำเนินเรื่องค่อนช้า อาจยุบย่อมารวมได้ จะทำให้กระชับและอ่านได้เพลินกว่านี้ การตัดจบแต่ละตอนทำได้ดีอยู่แล้ว ทำให้รอติดตามและลุ้นไปกับเรื่องได้

เท่าที่อ่านน่าจะกำลังปูทางไปสู่แนวเรื่องที่เป็นดิสโทเปีย และเหตุผลของการต่อสู้ ในส่วนนี้ต้องพยายามดึงคนอ่านให้อยู่กับเราให้ได้ ส่วนที่ตัวละครมาจากหนึ่งร้อยปีที่แล้ว ก็น่าจะมีปมแฝง หรือการนำเอาความรู้ ความสามารถจากอดีตมาใช้ได้ ก็น่าจะทำให้นิยายเรื่องนี้น่าอ่านขึ้นมากๆ


>>อ่านต่อ
ดูทั้งหมด(1)

คำนิยม Top

"นิยายเรื่องนี้ เป็นคำตอบได้อย่างดีว่าแท้จริงแล้วนั้น ‘มนุษย์’ คืออะไรกันแน่?"

(แจ้งลบ)

Time Rebellion: ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก เป็นนิยายแฟนตาซี-แอคชั่น-ไซไฟ กล่าวถึงโลกอนาคตในอีกหนึ่งร้อยปีข้... อ่านต่อ

Time Rebellion: ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก เป็นนิยายแฟนตาซี-แอคชั่น-ไซไฟ กล่าวถึงโลกอนาคตในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้าหลังจากสงครามโลกครั้งที่สาม 'เมโทรโปลิส' ที่ซึ่งมนุษย์และ 'มิวแทนท์' --โคลนนิงที่กลายพันธุ์จากกัมมันตรังสี--อาศัยอยู่ร่วมกัน มนุษย์ยังคงเป็นใหญ่ และมิวแทนต์ซึ่งอยู่นอกกำแพงนั้นอยู่ในฐานะ 'สิ่งแปลกปลอม' หรือถ้าจะเรียกให้ดูสุภาพมากขึ้นก็คือ 'ประชากรชั้นสอง' เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น เมื่อโจรมิวแทนท์เจ้าเล่ห์ 'ไอคารอส ทิมเบอร์' นึกทะลึ่งไปขุดสุสานเพื่อหาสมบัติ แต่เขาดันเจอกับคนเป็นๆ แทน และยิ่งไปกว่านั้น คนเป็นๆ ที่เขาเจอน่ะ มาจากอดีตเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วอีกต่างหาก! 'วิคเตอร์ คิงส์' คือชื่อของเขา--รวมถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่น(?)ซึ่งก็คือส่วนสูงแค่ 160 cm (5555555555 โอ๊ยขำหนักมาก อยากหัวเราะให้ลิ้นไก่ม้วนเป็นเลขแปด) และแว่นตาเก่าๆ ที่เป็นแฟชั่นเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว เขามาพร้อมกับปัญหาใหญ่คือความซวยอย่างไม่จบไม่สิ้นของตัวเอง เนื่องจากทะเล่อทะล่าเดินชนเสาจนลูกกระสุนวิ่งเข้าหัวใจ (ห้ะ?) เดือดร้อนไอคารอส เฟธ และซิลต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเหล็กให้กับวิคเตอร์ ส่งผลให้วิคเตอร์กลายพันธุ์จากมนุษย์ เป็นมนุษย์ครึ่งโคลนนิงกลายพันธุ์ หรือพูดง่ายๆ คือกลายเป็นครึ่งคนครึ่งมิวแทนท์! งงมะ? งง! เออ! ตูอ่านตอนแรกก็งง! (อะไรมันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนั้นครัชพี่น้องส์ =[]= ) แต่โชคร้าย ไม่ทันไรพวกเขาก็ถูกมนุษย์จับตัวไว้ได้และเกือบจะถูกนายทหารใหญ่ของฝ่ายมนุษย์ฆ่าทิ้งเพราะชาติพันธุ์มิวแทนท์ของตัวเอง แต่ก็ยังดีที่เหล่ามิวแทนท์ดวงกุดทั้งหลายยังไม่ถึงขั้นชะตาขาด เนื่องจากได้น้องเอสลีย์ สิบตรีสุดโลลิ(?)มาช่วยไว้! นั่นล่ะครับทั่นผู้ชม นับจากนี้ ความมันส์ระเบิดระเบ้อจนทุ่งข้าวสาลีกลายเป็นโกโกครันช์จึงเริ่มต้นขึ้น...ขึ้น...ขึ้น...ขึ้นนนนน!!!!! จุดเด่น ที่เด่นจนต้องขีดเส้นใต้สามร้อยเส้นด้วยปากกาเมจิกห้าสิบสีนั่นก็คือ สำนวนไหลลื่น รวดเร็ว กระชับฉับไว ดำเนินเรื่องได้จังหวะดีมาก ไม่เร็วจนน่าปวดหัว และไม่ช้าจนน่าเบื่อ ตัวละครมีสีสันน่าติดตาม ข้อมูลมากมายมหาศาลแต่ก็ไม่ยัดเยียดจนคนอ่านปวดหัว แต่ขอตินิดนึงตรงโครงเรื่อง คือช่วงนี้กระแสนิยายแนวดิสโทเปีย อิงๆ การเมืองการปกครองแนวๆ นี้มาแรงมาก เช่นไดเวอร์เจนท์, ฮังเกอร์เกม, เมซรันเนอร์ ดังนั้นตอนอ่านๆ ไป บางฉากเราคิดถึงฉากในหนังพวกนั้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากเกินไป หมายถึงยังได้กลิ่นแบบหน่อยๆ ส่วนฉากแอคชั่นนี่เรียกได้ว่าสนุกเฮียเฮีย ยิงกันตูมตาม บุฟเฟต์กระสุนแบบอินฟินิตี้ ระบงระเบิดเรือดำน้ำรถถังเครื่องบินรบนี่มีให้เลือกไม่อั้น ถ้าเอาหัวรบนิวเคลียร์มาได้คงทำไปแล้ว เลือดสาดกระจายสะใจคอซาดิสม์อย่างเราม๊ากมาก แบบมาสิบตายร้อย มาร้อยตายล้าน!!! จุดๆนี้ ไมเคิลเบย์ยังยอมแพ้อ่ะครัชแหม่! เอ้าตบมือสิ รอประยุทธ์มาตัดริบบิ้นเหรอ อีกอย่างนึงที่เป็นสิ่งน่าชื่นชมในเรื่องนี้คือประเด็นของ ‘ชาติพันธุ์’ มนุษย์ (เข้าโหมดจริงจัง นิ้วกลางดันแว่น เสยผม หรี่ตา หน้าจ้องคอม) ซึ่งคนเขียนสามารถสื่อประเด็นหนักๆ แบบนี้ออกมาอย่างตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย ลูกเล็กเด็กแดงไปจนถึงผู้ใหญ่อ่านได้สบายๆ เหมือนที่เอสลีย์ถามในตอนที่ 5 ว่าทำไมมนุษย์กับมิวแทนท์ถึงเกลียดกันขนาดนั้น ทำไมต้องเกิดสงครามระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งสองเผ่าพันธุ์ นั่นสิ คนเขียนโยนคำถามนี้ให้คนอ่านอย่างเราๆ คิดไปด้วยว่าทำไม? สงครามคืออะไร? สงครามคือความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายหรือมากกว่านั้น จึงหาทางจบปัญหาด้วยการใช้กำลังทางทหาร สงครามหลายแห่งบนโลกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความแตกต่างทางอุดมการณ์หรือผลประโยชน์เท่านั้น แต่เกิดขึ้นเพราะความแตกต่างทางชาติพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่นสงครามครูเสด สงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย สงครามกลางเมืองรวันดา สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งฮิตเลอร์กวาดล้างยิวเพื่อดำรงสายเลือดอารยัน รวมถึงข้อขัดแย้งยิว-ปาเลสไตน์ และกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงในปัจจุบัน ล้วนแล้วเกิดขึ้นเพราะความแตกต่างของ ‘พวกเรา’ และ ‘พวกเขา’ ทั้งสิ้น ‘พวกเขา’ และ ‘พวกเรา’ สองคำนี้เกิดขึ้นเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่อ่อนแอ แต่ดันฉลาดที่สุดในโลก มนุษย์จึงรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่ม เผ่า เพื่อเอาตัวรอด มนุษย์ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัว เพราะความกลัวเป็นหนึ่งในสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่สร้างมาเพื่อความจำเป็นสำหรับการอยู่รอด รวมถึงอารมณ์ด้านลบอื่นๆ ด้วย เช่นความเจ็บปวด ความกดดัน ความกลัวทำให้เราไม่บุ่มบ่ามไปจับเสือถึงในถ้ำจนโดนกัดตายเปล่าๆ ความเจ็บปวดจากกรงเล็บของเสือทำให้เราเรียนรู้ว่าไม่ควรไปยุ่งกับมันถ้าไม่อยากโดนกัดจนเสียเลือดตาย ความกดดันในระดับที่พอเหมาะพอดีทำให้เราคิดวางแผนอะไรได้รอบคอบมากขึ้น เช่นในเรื่องนี้ มนุษย์มีปัญหากับมิวแทนท์เป็นมนุษย์ที่กลายพันธุ์ กล่าวคือได้รับสารกัมมันตรังสีจนมีความสามารถเหนือมนุษย์ทั่วไป เช่น อวัยวะที่ขาดไปสามารถงอกกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ถามว่าทำไมมนุษย์ถึงรังเกียจมิวแทนท์นัก? คำตอบนั้นไม่ยากเลย เพราะความกลัวไงล่ะ มนุษย์หวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของตัวเอง มนุษย์กลัวว่าสักวัน มิวแทนท์ที่แปลกประหลาดมีความสามารถเหนือคนนั้นจะเทคโอเวอร์โลกมนุษย์เสียเอง แล้วมนุษย์ที่เป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างมาตลอดนั้นก็จะกลายเป็นฝ่ายถูกควบคุมเสียเอง จึงกดขี่มิวแทนท์ทุกทางเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อให้ไม่มีมิวแทนท์ตัวไหนได้มีที่ยืนในสังคมมนุษย์ เหมือนกับพรรคนาซีที่ติดดาวเดวิดไว้บนอกเสื้อของชาวยิว เหมือนกับรัฐบาลอังกฤษที่ช่วยยิวกดขี่คนอาหรับในปาเลสไตน์ นั่นยิ่งเน้นย้ำถึงสถานะ ‘ความแตกต่าง’ อันน่ารังเกียจของมิวแทนท์ได้อย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างไร มิวแทนท์เองก็เป็นมนุษย์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวเช่นเดียวกันกับมนุษย์ปกติ จริงอยู่ว่าการปกครองด้วยความหวาดกลัวและโหดร้ายเป็นระบบการปกครองอย่างหนึ่งที่ได้ผลรวดเร็วและเฉียบขาดที่สุด แต่มั่นใจได้หรือว่า ‘ประชากรชั้นสอง’ อย่างมิวแทนท์ที่อยู่ภายใต้การกดขี่ด้วยความหวาดกลัวมานานจะไม่ปรอทแตก ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านมนุษย์ภายในวันใดวันหนึ่ง ความกลัวของมนุษย์...ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด นิยายเรื่องนี้ เป็นคำตอบได้อย่างดีว่าแท้จริงแล้วนั้น ‘มนุษย์’ คืออะไรกันแน่? -Crimson Rose- ย่อ

Crimson Rose/เธเธธเธซเธฅเธฒเธเธเธฑเเธเธดเธก | 30 มี.ค. 59

  • 2

  • 1

คำนิยมล่าสุด

"นิยายเรื่องนี้ เป็นคำตอบได้อย่างดีว่าแท้จริงแล้วนั้น ‘มนุษย์’ คืออะไรกันแน่?"

(แจ้งลบ)

Time Rebellion: ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก เป็นนิยายแฟนตาซี-แอคชั่น-ไซไฟ กล่าวถึงโลกอนาคตในอีกหนึ่งร้อยปีข้... อ่านต่อ

Time Rebellion: ปฏิวัติข้ามเวลา ล่าเปลี่ยนโลก เป็นนิยายแฟนตาซี-แอคชั่น-ไซไฟ กล่าวถึงโลกอนาคตในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้าหลังจากสงครามโลกครั้งที่สาม 'เมโทรโปลิส' ที่ซึ่งมนุษย์และ 'มิวแทนท์' --โคลนนิงที่กลายพันธุ์จากกัมมันตรังสี--อาศัยอยู่ร่วมกัน มนุษย์ยังคงเป็นใหญ่ และมิวแทนต์ซึ่งอยู่นอกกำแพงนั้นอยู่ในฐานะ 'สิ่งแปลกปลอม' หรือถ้าจะเรียกให้ดูสุภาพมากขึ้นก็คือ 'ประชากรชั้นสอง' เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น เมื่อโจรมิวแทนท์เจ้าเล่ห์ 'ไอคารอส ทิมเบอร์' นึกทะลึ่งไปขุดสุสานเพื่อหาสมบัติ แต่เขาดันเจอกับคนเป็นๆ แทน และยิ่งไปกว่านั้น คนเป็นๆ ที่เขาเจอน่ะ มาจากอดีตเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วอีกต่างหาก! 'วิคเตอร์ คิงส์' คือชื่อของเขา--รวมถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่น(?)ซึ่งก็คือส่วนสูงแค่ 160 cm (5555555555 โอ๊ยขำหนักมาก อยากหัวเราะให้ลิ้นไก่ม้วนเป็นเลขแปด) และแว่นตาเก่าๆ ที่เป็นแฟชั่นเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว เขามาพร้อมกับปัญหาใหญ่คือความซวยอย่างไม่จบไม่สิ้นของตัวเอง เนื่องจากทะเล่อทะล่าเดินชนเสาจนลูกกระสุนวิ่งเข้าหัวใจ (ห้ะ?) เดือดร้อนไอคารอส เฟธ และซิลต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเหล็กให้กับวิคเตอร์ ส่งผลให้วิคเตอร์กลายพันธุ์จากมนุษย์ เป็นมนุษย์ครึ่งโคลนนิงกลายพันธุ์ หรือพูดง่ายๆ คือกลายเป็นครึ่งคนครึ่งมิวแทนท์! งงมะ? งง! เออ! ตูอ่านตอนแรกก็งง! (อะไรมันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนั้นครัชพี่น้องส์ =[]= ) แต่โชคร้าย ไม่ทันไรพวกเขาก็ถูกมนุษย์จับตัวไว้ได้และเกือบจะถูกนายทหารใหญ่ของฝ่ายมนุษย์ฆ่าทิ้งเพราะชาติพันธุ์มิวแทนท์ของตัวเอง แต่ก็ยังดีที่เหล่ามิวแทนท์ดวงกุดทั้งหลายยังไม่ถึงขั้นชะตาขาด เนื่องจากได้น้องเอสลีย์ สิบตรีสุดโลลิ(?)มาช่วยไว้! นั่นล่ะครับทั่นผู้ชม นับจากนี้ ความมันส์ระเบิดระเบ้อจนทุ่งข้าวสาลีกลายเป็นโกโกครันช์จึงเริ่มต้นขึ้น...ขึ้น...ขึ้น...ขึ้นนนนน!!!!! จุดเด่น ที่เด่นจนต้องขีดเส้นใต้สามร้อยเส้นด้วยปากกาเมจิกห้าสิบสีนั่นก็คือ สำนวนไหลลื่น รวดเร็ว กระชับฉับไว ดำเนินเรื่องได้จังหวะดีมาก ไม่เร็วจนน่าปวดหัว และไม่ช้าจนน่าเบื่อ ตัวละครมีสีสันน่าติดตาม ข้อมูลมากมายมหาศาลแต่ก็ไม่ยัดเยียดจนคนอ่านปวดหัว แต่ขอตินิดนึงตรงโครงเรื่อง คือช่วงนี้กระแสนิยายแนวดิสโทเปีย อิงๆ การเมืองการปกครองแนวๆ นี้มาแรงมาก เช่นไดเวอร์เจนท์, ฮังเกอร์เกม, เมซรันเนอร์ ดังนั้นตอนอ่านๆ ไป บางฉากเราคิดถึงฉากในหนังพวกนั้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากเกินไป หมายถึงยังได้กลิ่นแบบหน่อยๆ ส่วนฉากแอคชั่นนี่เรียกได้ว่าสนุกเฮียเฮีย ยิงกันตูมตาม บุฟเฟต์กระสุนแบบอินฟินิตี้ ระบงระเบิดเรือดำน้ำรถถังเครื่องบินรบนี่มีให้เลือกไม่อั้น ถ้าเอาหัวรบนิวเคลียร์มาได้คงทำไปแล้ว เลือดสาดกระจายสะใจคอซาดิสม์อย่างเราม๊ากมาก แบบมาสิบตายร้อย มาร้อยตายล้าน!!! จุดๆนี้ ไมเคิลเบย์ยังยอมแพ้อ่ะครัชแหม่! เอ้าตบมือสิ รอประยุทธ์มาตัดริบบิ้นเหรอ อีกอย่างนึงที่เป็นสิ่งน่าชื่นชมในเรื่องนี้คือประเด็นของ ‘ชาติพันธุ์’ มนุษย์ (เข้าโหมดจริงจัง นิ้วกลางดันแว่น เสยผม หรี่ตา หน้าจ้องคอม) ซึ่งคนเขียนสามารถสื่อประเด็นหนักๆ แบบนี้ออกมาอย่างตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย ลูกเล็กเด็กแดงไปจนถึงผู้ใหญ่อ่านได้สบายๆ เหมือนที่เอสลีย์ถามในตอนที่ 5 ว่าทำไมมนุษย์กับมิวแทนท์ถึงเกลียดกันขนาดนั้น ทำไมต้องเกิดสงครามระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งสองเผ่าพันธุ์ นั่นสิ คนเขียนโยนคำถามนี้ให้คนอ่านอย่างเราๆ คิดไปด้วยว่าทำไม? สงครามคืออะไร? สงครามคือความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายหรือมากกว่านั้น จึงหาทางจบปัญหาด้วยการใช้กำลังทางทหาร สงครามหลายแห่งบนโลกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความแตกต่างทางอุดมการณ์หรือผลประโยชน์เท่านั้น แต่เกิดขึ้นเพราะความแตกต่างทางชาติพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่นสงครามครูเสด สงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย สงครามกลางเมืองรวันดา สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งฮิตเลอร์กวาดล้างยิวเพื่อดำรงสายเลือดอารยัน รวมถึงข้อขัดแย้งยิว-ปาเลสไตน์ และกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงในปัจจุบัน ล้วนแล้วเกิดขึ้นเพราะความแตกต่างของ ‘พวกเรา’ และ ‘พวกเขา’ ทั้งสิ้น ‘พวกเขา’ และ ‘พวกเรา’ สองคำนี้เกิดขึ้นเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่อ่อนแอ แต่ดันฉลาดที่สุดในโลก มนุษย์จึงรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่ม เผ่า เพื่อเอาตัวรอด มนุษย์ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัว เพราะความกลัวเป็นหนึ่งในสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่สร้างมาเพื่อความจำเป็นสำหรับการอยู่รอด รวมถึงอารมณ์ด้านลบอื่นๆ ด้วย เช่นความเจ็บปวด ความกดดัน ความกลัวทำให้เราไม่บุ่มบ่ามไปจับเสือถึงในถ้ำจนโดนกัดตายเปล่าๆ ความเจ็บปวดจากกรงเล็บของเสือทำให้เราเรียนรู้ว่าไม่ควรไปยุ่งกับมันถ้าไม่อยากโดนกัดจนเสียเลือดตาย ความกดดันในระดับที่พอเหมาะพอดีทำให้เราคิดวางแผนอะไรได้รอบคอบมากขึ้น เช่นในเรื่องนี้ มนุษย์มีปัญหากับมิวแทนท์เป็นมนุษย์ที่กลายพันธุ์ กล่าวคือได้รับสารกัมมันตรังสีจนมีความสามารถเหนือมนุษย์ทั่วไป เช่น อวัยวะที่ขาดไปสามารถงอกกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ถามว่าทำไมมนุษย์ถึงรังเกียจมิวแทนท์นัก? คำตอบนั้นไม่ยากเลย เพราะความกลัวไงล่ะ มนุษย์หวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของตัวเอง มนุษย์กลัวว่าสักวัน มิวแทนท์ที่แปลกประหลาดมีความสามารถเหนือคนนั้นจะเทคโอเวอร์โลกมนุษย์เสียเอง แล้วมนุษย์ที่เป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างมาตลอดนั้นก็จะกลายเป็นฝ่ายถูกควบคุมเสียเอง จึงกดขี่มิวแทนท์ทุกทางเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อให้ไม่มีมิวแทนท์ตัวไหนได้มีที่ยืนในสังคมมนุษย์ เหมือนกับพรรคนาซีที่ติดดาวเดวิดไว้บนอกเสื้อของชาวยิว เหมือนกับรัฐบาลอังกฤษที่ช่วยยิวกดขี่คนอาหรับในปาเลสไตน์ นั่นยิ่งเน้นย้ำถึงสถานะ ‘ความแตกต่าง’ อันน่ารังเกียจของมิวแทนท์ได้อย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างไร มิวแทนท์เองก็เป็นมนุษย์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวเช่นเดียวกันกับมนุษย์ปกติ จริงอยู่ว่าการปกครองด้วยความหวาดกลัวและโหดร้ายเป็นระบบการปกครองอย่างหนึ่งที่ได้ผลรวดเร็วและเฉียบขาดที่สุด แต่มั่นใจได้หรือว่า ‘ประชากรชั้นสอง’ อย่างมิวแทนท์ที่อยู่ภายใต้การกดขี่ด้วยความหวาดกลัวมานานจะไม่ปรอทแตก ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านมนุษย์ภายในวันใดวันหนึ่ง ความกลัวของมนุษย์...ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด นิยายเรื่องนี้ เป็นคำตอบได้อย่างดีว่าแท้จริงแล้วนั้น ‘มนุษย์’ คืออะไรกันแน่? -Crimson Rose- ย่อ

Crimson Rose/เธเธธเธซเธฅเธฒเธเธเธฑเเธเธดเธก | 30 มี.ค. 59

  • 2

  • 1

164 ความคิดเห็น

  1. #164 Zoularious (@Zoularious) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:23
    เพิ่งเข้ามาอ่านแล้วชอบมากๆเลยครับ พล็อตเรื่องน่าสนใจ แล้วไรท์ก็ภาษาดีมากๆด้วย รออ่านต่อนะครับ <333
    #164
    0
  2. วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:26
    สนุกมากฮะ กลับมาเขียนต่อๆไวๆนะไรท์ :)
    #163
    0
  3. #162 Pin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:50
    มีชีวิตอยู่เพื่อรอตอนต่อไป... #สู้ๆครับ
    #162
    0
  4. #161 Pin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:28
    เอสลีย์น่ารักอ่ะ ถึงตอนนี้จะยังทำอะไรไม่ได้ แต่ต่อไปจะต้องเป็นพลังเล็กๆที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้มิวท์กับฮิวม์แน่เลย >_<
    #161
    0
  5. #160 Pin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:15
    ตอนนี้มีความมุ้งมิ้ง 55

    ยินดีที่สอบเข้าได้แล้วนะครับ
    #160
    0
  6. #159 Pin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:03
    แวร์ริคมีอารมณ์สุนทรีย์ดีนะ -_-
    #159
    0
  7. #158 Pin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 12:53
    รู้สึกแบบไม่ว่าตอบว่าเป็นหรือไม่เป็นก็ไม่น่ารอด ติดตามตอนต่อไป 55
    #158
    0
  8. #157 Pin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 12:38
    หุ่นยนต์งงเบย ความเป็นมนุษย์วัดกันที่ไหน

    แค่มีหัวใจเหล็กเท่านั้นเอง ดีกว่าพวกมนุษย์ไม่มีหัวใจเนอะ #สู้ๆ
    #157
    0
  9. #156 Pin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 19:30
    ว่าแล้วก็ไปหาเบโธเฟนมาฟังบ้าง &#127926;
    #156
    0
  10. #155 Pin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:15
    Certum est nihil...
    #155
    0
  11. #154 Pin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 08:58
    สู้กันมันส์มากกก
    #154
    1
    • #154-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      9 กรกฎาคม 2560 / 12:45
      ชอบดูหนังแอ็คชั่นเฟี้ยวฟ้าวมากค่ะ อดไม่ได้ที่จะต้องให้นิยายมีฉากบู๊ ๕๕๕๕๕๕
      #154-1
  12. #153 Pin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 15:40
    เปิดเรื่องได้ยิ่งใหญ่ และชวนให้คิดดีครับ

    แอบมาอ่านทบทวน เป็นกำลังใจให้นะครับ
    #153
    1
    • #153-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 1)
      9 กรกฎาคม 2560 / 12:44
      ขอบคุณมากๆนะคะที่กลับมาเยี่ยมเยียน ขอให้สนุกกับเรื่องราวนี้ค่ะ :)
      #153-1
  13. #152 0980388671 (@0980388671) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 22:44
    น่าสนใจดีค่ะ
    #152
    1
    • #152-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 1)
      9 กรกฎาคม 2560 / 12:43
      ขอบคุณค่า ><
      #152-1
  14. #151 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 16:41
    เฮ้ย ประโยคจบและคำพูดของวิคเตอร์นี่ งานดีมาก ขอชื่นชม จะรอตอนต่อไปนะ >_<
    #151
    1
    • #151-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 10)
      7 กรกฎาคม 2560 / 16:49
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านค้าบ ขอให้สนุกน้า ><
      #151-1
  15. วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 21:09
    เปิดตอนมาก็ดีแล้วแต่หลังมานี้มีแต่ความหน้าเบื่อแล้วที่อ่านมาไม่เข้าใจซะตอนจุดมึ้งหมายคืออะไรก็ไม่มีพระเอกของเรื่องไม่มีดีเ-้ยอะไรเลยแล้วจะมีอะไรบ้างวะถ้าใครอ่านแล้วเข้าใจก็สรุปให้ด้วยนะจะรู้
    #150
    1
    • 6 กรกฎาคม 2560 / 21:21
      นิยายบางเรื่องอาจจะไม่ได้ดำเนินเรื่องเร็ว และตัวละครเอกอาจจะไม่ได้มีความสามารถยอดมนุษย์มากเหมือนนิยายเรื่องอื่นๆ ที่คุณคาดหวัง ไม่ได้เทพทรู พวกเขาก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตธรรมดา จุดหมายของเรื่องอาจจะไม่ใช่การกู้โลก แต่เป็นการทำความรู้จักกับโลกอนาคตนั้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงจุดที่สงครามปะทุ แล้วต่างคนต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง การดำเนินเรื่องอาจจะช้าพอควรในมาตรฐานของคุณ หากนิยายเรื่องนี้ไม่ถูกใจคุณก็ต้องขออภัยค่ะ บางครั้งทางเราก็ไม่สามารถจะเขียนนิยายให้ถูกจริตทุกๆคนที่อ่านไปได้

      B. Zeitgeist
      #150-1
  16. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 21:47
    โทนี่ชัดๆ
    #149
    1
    • #149-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 3)
      5 กรกฎาคม 2560 / 21:51
      แค่หัวใจเหล็กเองค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕
      #149-1
  17. #148 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 21:00
    เย่ยยยย์ มาแล้ววววว ><
    //มาเผาหัวหนึ่งรอบก่อนจากไป
    #148
    1
    • #148-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 8)
      4 กรกฎาคม 2560 / 21:05
      ร้อนจังเลยค่าาาา คอมคนเขียนนี่แหละค่ะร้อนไปหมด นั่งปั่นนิยาย ๕๕๕๕๕๕๕
      #148-1
  18. วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 09:42
    ตอนแรกมาสนุกดีตอนหลังมาห่วยชิบหายพฝ
    #147
    1
    • 4 กรกฎาคม 2560 / 10:34
      ใจเย็นค่า บู๊ตลอด 100% เดี๋ยวพระเอกจะไม่ไหวเอานะคะ ฮ่าๆ
      #147-1
  19. #146 นิยายอ่านมาตั้งแต่จำความได้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 03:55
    นึกว่ามีอะไรดี พอครับบาย
    #146
    1
    • #146-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 7)
      4 กรกฎาคม 2560 / 10:32
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นนะคะ ขอให้โชคดีและหวังว่าจะได้พบกันอีกค่ะ
      #146-1
  20. #145 mukxarev (@mukxarev) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 03:47
    ไม่ผ่าน
    #145
    1
    • #145-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 7)
      4 กรกฎาคม 2560 / 10:31
      ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นนะคะ ไม่ทราบว่าไม่ถูกใจด้านเนื้อเรื่องหรือสำนวนประการใด ผู้แต่งจะนำไปปรับปรุงและขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ _/|\_
      #145-1
  21. #144 Atsawin (@atsawin21) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 05:25
    มีแอบเรียกชื่อก่อนที่เจ้าตัวจะบอกอีกแหนะฮ่า ๆ สนุกดี ตามอ่านอยู่นะครับ ^^
    #144
    1
    • #144-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      3 กรกฎาคม 2560 / 14:18
      โอ้ววว แก้แล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
      #144-1
  22. #143 lunasake (@lunasake) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 01:16

    เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากค่ะ การบรรยายสั้นกระชับเข้าใจง่ายและลื่นไหลมาก ภาษาสวย ชอบมากเลยค่ะ ><

    #143
    1
    • #143-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 1)
      30 มิถุนายน 2560 / 01:22
      ขอบคุณค่ะ จะพยายามพัฒนาการเขียนต่อไปนะคะ!
      #143-1
  23. วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 22:14
    กดติดตามตอนไหนน้อลืม (จริงๆ)
    #142
    1
    • 27 มิถุนายน 2560 / 22:17
      เป็นปีเลยละค่ะ คนเขียนกลับมาในวาระโอกาสวันเกิดของไอคารอส ขอบคุณที่กลับมาหากันอีกครั้งนะคะ!
      #142-1
  24. #141 praiwanq (@praiwanq) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 14:35
    เปิดๆอยากอ่าน
    #141
    1
    • #141-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 4)
      27 มิถุนายน 2560 / 15:13
      กำลังรีไรท์อย่างเร่งด่วนเลยล่ะค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนที่ 1 กับ 2 ไม่ได้เปลี่ยน (แต่บทนำเปลี่ยนนะคะ!!!) เสร็จแล้วจะรีบลงด่วนๆเลยค่ะ ขออภัยจริงๆค่ะะะะะ
      #141-1
  25. #140 Penpak Lumlet (@i-like-dek-d555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 17:57
    แง้~.....เปิดอ่านไม่ล่ายยยย
    #140
    1
    • #140-1 Besty Vivo (@bestyworld) (จากตอนที่ 2)
      18 เมษายน 2559 / 22:49
      ต้องขอโทษจริงๆนะคะ ที่ปิดการเข้าเนื้อหานิยาย
      หลังจากการแข่ง เนื้อเรื่องก็ถูกเปลี่ยนไปหมดเลยค่ะ เลยไม่อยากให้คนอ่านที่เข้ามาอ่านใหม่ต้องเข้าใจเนื้อเรื่องไปคนละทางอีก คนแต่งวางพล็อตใหม่แต่ยังไม่ได้เขียนค่ะ คือติดเรียน กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ และขอขอบพระคุณสำหรับผู้อ่านที่สนใจ นิยายเรื่องนี้จะกลับมาอย่างไวที่สุดคือเมื่อสอบติดรับตรงค่ะ (อีก 6 เดือน) แต่ถ้าไม่ติดก็คงอีก 1 ปีเลย คนแต่งเองก็อยากแต่งมาก แต่ตอนนี้ขอไปจริงจังกับอนาคตแปปนะคะ TT

      ขออภัยในความไม่สะดวกจริงๆค่ะ
      #140-1