ตอนที่ 2 : บทที่หนึ่ง ♡ รอยดูดของแฟนจ๋า ( ๑๐๐ เปอร์เซ็น )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    30 ก.ค. 60

บทที่สอง รอยดูดของแฟนจ๋า


ไลควานลินตัวแฟนจ๋าก็ข๊าวววขาว ขาวจนอยากดูดให้มีรอยทั้งตัวเลย

-

 

ควานลินรักแฟนจ๋า :

แฟนจ๋าตื่นยังจ๊ะ

เค้ารอแฟนจ๋ามากินเค้า เอ้ย! กินก๋วยเตี๋ยวอยู่นะจ๊ะ

 

อี๋ จะอ้วกอ่ะ แค่ตกลงเป็นแฟนกันตามคำสัญญานี่มันต้องเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนี้เลยเหรอวะไลควานลิน

 

ดูชื่อไลน์มันดิ จะอ้วกแล้วเด้อ

 

เทียนฟางที่แปลว่านางฟ้า :

ตื่นแล้ว

ทำไมตั้งชื่อแบบนั้นอ่ะ

จะอ้วก

ควานลินรักแฟนจ๋า :

เฮ้ย จะอ้วกอ่อ

เค้ายังไม่ได้ทำไรแฟนจ๋าเลยนะเว้ย

 

กวนตีนละ เดี๋ยวก่อนนะไอ้ตี๋ เดี๋ยวก็บอกเลิกซะเลยดีไหมเนี่ย พอคบกันแล้วก็เป็นซะแบบนี้อ่ะ

 

เฮ้ย แต่เลิกไม่ได้ดิ เดี๋ยวอดกินฟรี ;-;

 

ฉันตัดสินใจไม่ตอบอะไรควานลินกลับไปล็อกหน้าจอแล้วโยนมือถือไว้บนเตียงก่อนจะมูฟตัวเองไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักศึกษาพร้อมกับหวีผมยาวสีน้ำตาลของตัวเองให้เป็นทรง – ขอบอกว่านี่ไม่ต้องเสียเวลาแต่งหน้าเพราะได้ยีนเด่นของป๊ากับม๊ามาเต็ม สวยธรรมชาติแน่นอล

 

ฉันเก็บของใส่กระเป๋าผ้าสีชมพูสดใสที่เป็นลายตัวอะไรก็ไม่รู้กำลังยิ้มอยู่ เห็นรอยยิ้มมันดูโง่ๆ ซื่อๆ ดีเลยซื้อมาใช้ก่อนจะหมุนตัวเองรอบกระจกสามร้อยหกสิบองศาแล้วเดินลงไปชั้นล่างของบ้าน – อาม่ากำลังนั่งดูข่าวการเมืองอยู่ตรงหน้าจอทีวี

 

“อ้าว อาเทียนฟาง นี่ลื้อจะไปมหาลัยแต่เช้าเลยรึงาย?”

 

“ก็วันนี้อั๊วมีเรียนเช้าอ่ะอาม่า แล้วนี่เฮียไปไหนเหรอคะ?”

 

ฉันถามถึงพี่ชายแท้ที่คลานออกมาจากท้องม๊าคนเดียวกัน อาม่าไม่ตอบแต่ชี้นิ้วบอกเป็นเชิงว่าอยู่ในครัวฉันเลยเดินเข้าไปหาเฮีย

 

“เฮีย ทำไรอ่ะ”

 

ฉันโผล่เข้าไปกอดเฮียจากด้านหลังเงียบๆ จนเจ้าตัวสะดุ้งถึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ – นี่แหละพี่ชายของฉันเองเฮียชื่อเฮียยงกุก ชื่ออาจจะไม่เหมือนแนวจีนจ๋าแบบของฉันเพราะช่วงนั้นแม่ชอบดูซีรี่ส์เกาหลีเลยได้ชื่อเกาหลีหน่อยๆ ก็เลยออกมาเป็นชื่อนี้

 

“ทำไข่เจียวไง เห็นว่าเฮียซักผ้าเหรอ”

 

“โห อั๊วถามแค่นี้ทำไมต้องตอบกวนติงอั๊วด้วยอ่ะเฮีย”

 

เฮียยงกุกหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วยื่นมือมาขยี้หัวฉันพร้อมด้วยรอยยิ้ม – บอกเลยว่าบทพี่ชายน้องสาวตีกันจะไม่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้แน่นอนเพราะฉันกับเฮียยงกุกรักกันมากกกกก ด้วยความที่เราห่างกันห้าปี พอฉันเกิดมาเฮียยงกุกก็เป็นพี่ชายที่แสนดีช่วยม๊ากับป๊าดูแลฉันได้เลยไง

 

ปัจจุบันเฮียเรียนจบแล้วและก็ทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่บริษัทชั้นนำที่ได้รับการยอมรับทั่วทุกภูมิภาคแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครนี่แหละ ความจริงที่บ้านเรากับที่ทำงานเฮียไกลมากแต่เฮียไม่อยากอยู่คอนโดฯ เพราะออกปากว่าอยากมาดูแลน้องสาว – ไงล่ะ รางวัลพี่ชายที่ดีนี้ยกให้เฮียยงกุกไปเลย

 

“แล้วนี่มีเรียนเช้าเหรอ ให้เฮียไปส่งไหม?”

 

“ไม่เป็นไร เฮียไปทำงานเถอะ เดี๋ยวอั๊วไปกับควานลินเอง”

 

“เอางั้นก็ได้ งั้นรีบไปหาไอ้ควานลินมันเถอะ เดี๋ยวไปเรียนสาย”

 

ฉันทำท่าตะเบะรับคำสั่งจากพี่ชายก่อนจะยื่นแก้มเข้าไปใกล้ๆ เฮียยงกุกให้เขาจุ๊บแก้มฉันเบาๆ และฉันเองก็จุ๊บแก้มเฮียกลับด้วยเหมือนกัน – เราทำแบบนี้มาตั้งแต่อยู่อนุบาลหนึ่งยันจนถึงตอนนี้ มันทำจนชินติดเป็นนิสัยเลยแหละ แต่ก็รู้สึกดีนะ วันไหนที่ไม่ได้จุ๊บจากเฮียฉันจะเรียนไม่รู้เรื่องเลย

 

ฉันเดินออกจากห้องครัวมาลาอาม่า เช้าๆ แบบนี้ม๊ากับป๊าน่าจะไปซื้อของที่ตลาดกันอยู่ ลืมบอกไปเลยว่าบ้านฉันเปิดร้านขายซาลาเปาน่ะ เป็นสูตรพิเศษสืบทอดมรดกมาจากรุ่นอางกงของอากงอีกที เดิมก็ขายที่จีน แต่พออาม่ากับอากงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ไทยก็เลยเปิดกิจการเป็นร้านที่ไทยให้ป๊ากับม๊าดูแล และในอนาคตก็คงหนีไม่พ้นฉันกับเฮียยงกุกที่ต้องช่วยๆ กันดูแลกิจการนี้ต่อด้วย

 

ฉันใส่รองเท้าผ้าใบสีชมพูหุ้มข้อเข้ากับสีกระเป๋าและเดินไปบ้านตรงข้ามที่เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเสียแต่เช้า – อาแป๊ะอี้ชิงซึ่งเป็นป๊าของควานลินโพกผ้าขนหนูสีขาวมัดไว้บนศีรษะพร้อมกับทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าด้วยรอยยิ้มสดใสแม้ว่าบนหน้าอาแป๊ะจะมีเหงื่อผุดขึ้นมาก็ตาม

 

ฉันกวาดสายตามองหาควานลินก่อนจะพบว่าลูกชายเจ้าของร้านในชุดนักศึกษากำลังช่วยอาแป๊ะเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวอย่างขยันขันแข็ง – ตอนเช้าๆ แบบนี้ทั้งร้านลูกค้าก็ไม่ใช่ใครอื่นเลยถ้าไม่ใช่เด็กๆ นักเรียนมอปลายวัยใส ใดๆ ล้วนผู้หญิงทั้งนั้น ไม่ต้องเสียเวลาเดาให้ยากเลยว่ามากินก๋วยเตี๋ยวหรือมาส่องผู้ชายกันแน่ น้ำลายจะยืดใส่ชามก๋วยเตี๋ยวกันหมดแล้วนั่นน่ะ

 

ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่เลยนะ ภาพร้านก๋วยเตี๋ยวตอนเช้าที่เต็มไปด้วยนักเรียนมอปลายผูกเนคไทด์ถักเปียเต็มร้านไปหมดแบบนี้ ก็ดูความลินสิ เขาน่ะทั้งตัวสูง หุ่นดี ผิวขาวจัด แถมก็หน้าตาดีไม่ใช่เล่นๆ เอาไปเป็นนายแบบกางเกงในยี่ห้อดังได้สบายๆ เลยอ่ะ

 

“อาแป๊ะสวัสดีค่า”

 

ฉันเดินเลยควานลินไปทักทายอาแป๊ะก่อน อาแป๊ะเงยหน้ามายิ้มรับด้วยรอยยิ้มสดใสอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวแก

 

“หวักดีอาหนูเทียนฟาง วันนี้เอาเหมือนเดิมไหม?”

 

“ไม่ดีกว่าค่ะ วันนี้คนเยอะอาแป๊ะทำให้ลูกค้าดีกว่าเดี๋ยวหนูไปกินที่มอ. ก็ได้”

 

“ก็ล่ายๆ งั้นงี้ก็ไปพร้อมอาควานลินเลยก็แล้วกันเนอะ”

 

ฉันยิ้มก่อนจะลาอาแป๊ะอีกรอบแล้วเดินไปหาควานลินที่กำลังเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวให้กับกลุ่มเด็กมัธยมปลายวัยใสที่ปากแดงแรดประหนึ่งทำอุทัยทิพย์ทั้งขวดหกลงไป หน้านี่ก็เทาซะนึกว่าฟลุ๊คกะล่อนมาเอง กระโปรงสั้นมากเว่อจนเห็นขนหน้าแข็งยาวจนแทบถักเปียได้

 

เออเอาเถอะ นั่นมันเรื่องของเขา พี่จะไม่ยุ่งก็แล้วกันเนอะ...

 

“พี่ชื่ออะไรเหรอคะ?”

 

“ชื่อควานลินครับ ^^

 

ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ ควานลินแต่ก็ยังไม่ได้ทัก แอบฟังมันคุยกับน้องมัธยมกลุ่มนี้ก่อนแปปนึง – ไอ้ตาบ้านี่ก็ยังจะไปแจกรอยยิ้มใส่เขาอีกเนอะ ดูดินั่น น้องเขาเขินจนหน้าเขียวหมดละ

 

“แล้วพี่ควานลินโสดไหมอ่ะคะ”

 

“พอดีว่าแม่หนูอยากได้พี่ไปเป็นลูกเขยอ่ะค่ะ”

 

เดี๋ยวนะ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ยุ่งหรอก แต่ตอนนี้คงต้องยุ่งละ

 

พวกเธอจะไปแรดกับใครก็ได้ แต่เธอจะมาแรดกับควานลินมนุษย์แฟน (ตามสัญญา) ของฉันไม่ได้นะโว้ย!

 

ฉันเดินเข้าไปหาควานลินก่อนจะสอดมือเข้าไปคล้องแขนเขาด้วยความรวดเร็ว ควานลินหันมามองก่อนจะยิ้มกว้างให้แล้วหันไปคุยกับเด็กมัธยมปลายแก๊งนี้อีกครั้ง

 

“ขอโทษครับพอดีว่าพี่มีแฟนแล้วอ่ะ”

 

ควานลินหันไปยิ้มให้เด็กพวกนั้นอีกครั้งฉันเองก็แจกยิ้มบางๆ เหมือนดั่งนางฟ้าบนสวรรค์ให้เด็กวัยหัดแรดนิดหน่อย พวกนางมองจิกฉันเว้ย มองซะแบบอาฆาตแค้นเหมือนพี่ไปเหยียบเล็บขบหนูอยู่ใต้โต๊ะอ่ะลูก

 

อย่ามองงั้นเลยจ้า กลัวแร้ว

 

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่แฟนเดี๋ยวก็เลิกกัน”

 

อ้าว อีเด็กผี อีเด็กเวรนี่

 

น้องหน้าเทาคนนึงในแก๊งพูดจีบปากจีบคอขึ้นมาแล้วฉีกรอยยิ้มที่ (พยายาม) ดูน่ารักสดใสมาให้ควานลินก่อนที่นางจะส่งสายตาจิกกันมาให้ฉันอีกหนหนึ่ง

 

ได้เลยหนู หนูจะเปิดสงครามกับพี่ช่ะม่ะ

 

เดี๋ยวก็รู้ว่าใครชนะ...

 

“ควานลิน”

 

“หื้ม?”

 

ฉันแกล้งกอดแขนเขาแล้วทำเสียงกระเง้ากระงอดใส่พลางเบะปากเพิ่มแอคติ้งงอแงให้เหมือนเด็กน้อยเวลาอ้อนแฟน – ควานลินหันมาหาฉันพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ

 

“เช้านี้เค้าตื่นมานะ ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลยอ่ะ เค้าบอกแล้วไงว่าให้ทำเบาๆ ก็ไม่ฟังเค้าทำไมชอบทำแรงตลอดเลยอ่ะ”

 

“ห๊ะ?”

 

“แล้วก็เนี่ย รอยที่คอเนี่ย ถ้าเค้าไม่ใช่คอนซีลเลอร์ปิดมันจะเห็นนะ บอกแล้วไงว่าอย่าดูดตรงนั้น ตรงอื่นมีเยอะแยะให้ดูดทำไมตัวเองไม่ดูดอ่ะ”

 

ณ จุดๆ นี้ควานลินทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว นอกเหนือจากนั้นอีเด็กแรดกลุ่มนี้เองก็ทำหน้าเหวออ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเองไปอีก – ฉันแกล้งดึงคอเสื้อนักศึกษาของตัวเองเปิดรอยแดงประกอบคำพูดให้ดู แต่มันไม่ใช่รอยแดงเพราะการดูดอะไรอย่างที่พูดไปหรอกนะ มันแดงเพราะเมื่อคืนโดนยุงกัดก็เลยไปเกามันจนแดงต่างหาก -*-

 

ช่างโดนยุงกัดได้ถูกเวลาจริงๆ

 

“อ่า...อ๋อ เค้าขอโทษนะแฟนจ๋า แต่ก็ดูแฟนจ๋าดิ น่ารักน่าฟัดแบบนี้ใครจะไปอดใจลงอ่ะ ตัวแฟนจ๋าก็ข๊าวววขาว ขาวจนอยากดูดให้มีรอยทั้งตัวเลย”

 

พอมันเข้าใจในสิ่งที่ฉันพยายามจะสื่อเท่านั้นแหละ ไอ้ตี๋ควานลินก็ถือโอกาสเข้ามาลวมลามฉันโดยอัตโนมัติ แขนยาวเปลี่ยนมาโอบเอวฉันไว้แล้วยื่นมาสูดลมหายใจใกล้ๆ แก้ม ดีนะที่มันไม่ได้หอมแก้มฉันจริงๆ แต่ใช้เป็นแอคติ้ง ไม่งั้นฉันคงได้ตบมันตายไปซะตรงนี้อ่ะ

 

ขนลุกมากบอกตรงๆ แต่ก็อยากเอาคืนนังเด็กพวกนี้เลยต้องทำให้มันสมจริง

 

“งื้ออออ แฟนจ๋าคนบ้า มาทำอะไรตรงนี่เนี่ยอายคนอื่นเขานะ!

 

อี๋ ขนลุกอ่ะ ขนลุกมาก อยู่ดีๆ ตัวเองก็กลายเป็นนางเอกฉบับการ์ตูนตาหวานเฉ๊ยเลย

 

“โอเคๆ เค้าไม่ทำตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวค่อยไปทำกันสองคนบนห้องเนอะ”

 

แกล้งบิดตัวเองเขินนิดหน่อยแล้วลากแขนควานลินให้ออกจากร้านตามมาโดยไม่ลืมที่จะหันไปจิกตายิ้มเยาะใส่นังเด็กวัยหัดแรดทั้งหลายแหล่ ดูไว้นะคะลูก ก่อนพวกหนูจะหัดแรดควรไปเช็คสภาพตัวเองก่อนว่าควรไปยันฮีหรือวุฒิศักดิ์ดี

 

พอเดินออกจากร้านจนถึงหน้าปากซอยฉันก็ปล่อยแขนควานลินออกทันทีแต่ทว่าเขากลับเป็นคนที่คว้ามือฉันไปจับซะแทนแถมยังระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นไปทั่วซอย

 

“เธอนี่ตลกว่ะ พูดออกไปแบบนั้นได้ไงอ่ะ โคตรหน้าหนาเลย 5555555555555

 

โอโห ไลควานลิน พูดออกมาแบบนี้ก็ด่ากันตรงๆ ว่าหน้าด้านเลยไหมอ่ะ

 

ฉันหันไปเบะปากใส่ นี่อุตส่าห์ช่วยให้รอดพ้นจากน้ำมือเด็กมอปลายนะ ถ้าไม่เข้าไปช่วยกัดออกให้ก็คงยืนคุยกับเด็กพวกนั่นอยู่นานโข ควานลินเป็นพวกปฏิเสธคนไม่เป็น มีเรื่องอะไรก็เอาแต่ยิ้มไว้ก่อนเสมอ ขืนปล่อยให้มันยืนคุยกันต่อก็โน่นอ่ะ บ่ายสามคงไม่ได้ไปเรียน

 

“หัวเราะอะไรของนายห๊ะ นี่อุตส่าห์ไปช่วยกัดให้เลยนะเว้ย”

 

“ช่วยกันอะไร ยังไงเธอก็เป็นแฟนฉันอยู่แล้วป่ะ”

 

เออก็จริงของมันแหละ แต่มันก็แค่แฟนในนามไหมอ่ะ คบกันเพราะสัญญาเมื่อห้าปีก่อนนั่นเลยป่ะ ทำไมต้องยึดติดขนาดนี้ด้วยเนี่ย

 

“แต่แหม ที่แฟนจ๋ามาช่วยดึงเค้าออกนี่ก็เพราะว่าแฟนจ๋าหึงเค้าใช่ม้า?”

 

ควานลินเดินเข้ามากใกล้แล้วใช้ไหล่ของตัวเองกระแซะกับไหล่ฉันพร้อมกับรอยยิ้มแซวๆ – ฉันย่นจมูกตอบกลับไปแล้วส่ายหัวเบาๆ สงสารต่างหากหรอกถึงได้ไปช่วยออกมานั่นน่ะ

 

“หึงบ้าอะไร แค่อยากสั่งสอนเด็กมันเฉยๆ หรอก”

 

“โอเคๆ เชื่อก็ได้...ว่าแต่รอยแดงที่คอนั่นไปได้มายังไง?”

 

ควานลินเปลี่ยนคำถามแล้วพยักเพยิดหน้ามาที่รอแดงซึ่งฉันติดกระดุมเสื้อปิดทับไปแล้ว สีหน้าเขามีแววสงสัยอยู่ แต่ผู้ชายอย่างเขาก็น่าจะฉลาดพอที่จะรู้ว่ามันไม่ใช่รอยจากเรื่องอะไรแบบนั้นแน่ๆ

 

“อยากรู้ไปทำไม?”

 

“ก็เรื่องของแฟนจ๋า ทำไมเค้าจะรู้ไม่ได้อ่ะ”

 

“ก็ไม่มีไร เมื่อคืนโดนยุงกัดแค่นั้นเอง”

 

พอฉันตอบกลับไปเขาก็พยักหน้าแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เรายืนรอรถเมล์กันที่หน้าปากซอยบ้านเหมือนเช่นทุกวันกันไปเงียบๆ จนกระทั่งรถเมล์สายที่ไปมหาวิทยาลัยของเรามาจอดเขาถึงได้รีบคว้ามือฉันเดินขึ้นไปกันหลง

 

เพราะนี้เป็นตอนเช้าที่มีทั้งวัยทำงานและวัยเรียนรถเมล์เลยค่อนข้างแน่นนิดหน่อยทำให้พวกเราต้องยืนแทนที่จะได้นั่ง – ควานลินยืนซ้อนหลังฉันอยู่เหมือนปกติกับทุกวันแต่ที่ไม่ปกติคือลมหายใจของเขามันอยู่ใกล้ต้นคอฉันมากเลยน่ะสิ

 

“ควานลิน เอาหน้านายออกไปไก-“

 

“ตรงนี้ทำไม่ได้เพราะคนเยอะ”

 

“...”

 

“งั้นเดี๋ยวถึงมอ. แล้วไปหาที่เงียบๆ ทำรอยกันนะ”

 

โว้ย ไอ้บ้านี่ ก็แค่พูดเล่นเฉยๆ ไหมจะเอามาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทำไมเนี่ย!

 

๑๐๐ เปอร์เซ็น

 

TALK;

เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งคิดว่ามันสิบแปดบวก ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรทั้งสิ้นแก 5555

ยัยเทียนฟางนี่ก็นะ ร้ายจริงๆ ไปหลอกเด็กมันแบบนั้นได้ยังไงใช่ไม่ได้เลยๆ

ปล. ควานลินรอเจ๊บนห้องนะคะคืนนี้ กี๊ส บ้าไปแร้ว ชั้นเขิน 555555555

#ฟิคแฟนหลิน


ปล. ขอบคุณที่ติดตามผลงานของเรานะคะ : )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

136 ความคิดเห็น

  1. #130 synee_ka (@synee_ka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 12:23
    โอ้ยย รู้สึกเคซี่
    #130
    0
  2. #116 Galaxy_q (@king-banana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 11:15
    หลินทะลึ่งงงง
    #116
    0
  3. #101 SummerBabeses (@babe11) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 14:03
    พอเรื่องนี้นี่เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ
    ไปหลอกเด็กจนหน้าเหวอเลย 5555
    #101
    0
  4. #95 _nattazxk_ (@_nattazxk_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 18:43
    //เขิลลลลลล
    #95
    0
  5. #12 Pimpinee Mangkarat (@merwitch) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:13
    ไลควานลินทำไมทำตัวแบบเน้ โง้ยยย
    #12
    0
  6. #11 lwlsldl (@wadsida) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 01:41
    โอ้ยยยย จะตีให้ตายทั้งดทียนฟางทั้งควานลิน พูดแบบนี้ต่อหน้าเยาวชนได้ไง .////.
    #11
    0
  7. #10 Beepiyaporn (@Beepiyapornn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 00:34
    น่ารักกกกกก
    #10
    0
  8. #9 Bunny S. (@sinc0397) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 00:27
    หลินนนนนน กรี๊ดดดดฆ่าฉันเถอะ5555;///;
    #9
    0
  9. #8 phatnarin41 (@phatnarin41) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:23
    เขินไปหมดแล้ว
    #8
    0
  10. #7 filmjibigubu (@filmjibigubu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:18
    ฮืออออ. ต่อนะคะ
    #7
    0
  11. #6 I am Muzik (@ilovemuzik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:15
    กรี๊ดดดดด ควานลินน่ารีกขนาดนี่ยัยเทียนฟางไม่ชอยได้ไงอะ ทำไมมมมมมม
    #6
    0
  12. #5 กางเกงในเซฮุน (@yuroxxi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 22:58
    น่าร้ากกกกกกกกกกรอๆๆๆ
    #5
    0