ราชวงศ์อังกฤษและยุโรป

ตอนที่ 35 : สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 แห่งสหราชอาณาจักร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 เม.ย. 55

 

สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 (เอ็ดเวิร์ด อัลเบิร์ต คริสเตียน จอร์จ แอนดรูว์ แพทริค เดวิด; ต่อมาทรงเป็น สมเด็จเจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุคแห่งวินด์เซอร์; 23 มิถุนายนพ.ศ. 2437 - 28 พฤษภาคมพ.ศ. 2515) ทรงเป็นสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ ดินแดนของอังกฤษในโพ้นทะเลต่างๆ และสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งอินเดีย ตั้งแต่การสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 พระบรมราชชนก เมื่อวันที่ 20 มกราคมพ.ศ. 2479 จนกระทั่งการสละราชสมบัติของพระองค์ในวันที่ 11 ธันวาคมพ.ศ. 2479 พระองค์ทรงเป็นพระประมุของค์ที่สองในราชวงศ์วินด์เซอร์ ซึ่งพระบรมราชชนกทรงเปลี่ยนชื่อมาจากราชวงศ์แซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธา เมื่อปี พ.ศ. 2460

ก่อนการเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระองค์ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งยอร์ค เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งยอร์คและคอร์นวอลล์ ดยุคแห่งคอร์นวอลล์ดยุคแห่งโรธเซย์ และเจ้าชายแห่งเวลส์ (ในชั้นเจ้าฟ้า) ขณะทรงเป็นชายแรกรุ่น พระองค์ทรงปฏิบัติราชการในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยการเสด็จเยือนต่างประเทศแทนพระองค์สมเด็จพระบรมราชชนกและทรงข้องเกี่ยวกับหญิงสาวสูงวัยที่แต่งงานแล้วมากมาย

ช่วงเวลาหลายเดือนในรัชกาล พระองค์ทรงทำให้เกิดวิกฤตการณ์ในรัฐธรรมนูญ ได้ชื่อว่าวิกฤตการณ์สละราชสมบัติด้วยการขออภิเษกสมรสกับวอลลิส ซิมป์สัน แม่ม่ายหย่าร้างชาวอเมริกัน แม้ว่าทางกฎหมายแล้วพระองค์จะอภิเษกสมรสกับนางซิมป์สันและคงเป็นกษัตริย์อยู่ได้ แต่คณะรัฐมนตรีของพระองค์ได้คัดค้านการอภิเษกสมรสโดยโต้แย้งว่าประชาชนจะไม่ยอมรับเธอเป็นพระราชินีได้เลย พระองค์ทรงทราบดีว่ารัฐบาลของสแตนเลย์ บาลด์วิน นายกรัฐมนตรีจะลาออกถ้าการอภิเษกสมรสยังคงดำเนินต่อไป อันจะทำให้ลากพระองค์ไปสู่การเลือกทั่วไปซึ่งจะเป็นการทำลายสถานะของพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ทรงเป็นกลางทางการเมืองของพระองค์อย่างไม่สามารถแก้ไขได้ แทนที่จะเลิกกับนางซิมป์สัน แต่พระองค์กลับทรงเลือกที่จะสละราชสมบัติ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงเป็นพระประมุของค์เดียวของสหราชอาณาจักรที่ทรงสละราชบัลลังก์อย่างสมัครใจ นอกจากนี้ยังทรงเป็นพระประมุขที่ทรงครองราชสมบัติสั้นที่สุดพระองค์ในประวัติศาสตร์อังกฤษ และมิได้ทรงกระทำพิธีบรมราชาภิเษกเลย

หลังจากการสละราชสมบัติ พระองค์ทรงเปลี่ยนกลับไปใช้พระอิสริยยศของพระราชโอรสในพระมหากษัตริย์คือ สมเด็จเจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด และทรงได้รับการเฉลิมพระอิสริยยศเป็น ดยุคแห่งวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 8 มีนาคมพ.ศ. 2480 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระองค์ทรงได้รับมอบหมายให้ประจำการในกองกำลังทหารอังกฤษในประเทศฝรั่งเศส แต่หลังจากข้อกล่าวหาลับต่างๆ ที่ว่าพระองค์ทรงเข้าข้างฝ่ายนาซีเยอรมัน ก็ทรงถูกย้ายไปยังบาฮามาสในฐานะข้าหลวงใหญ่และผู้บัญชาการทหารสูงสุด หลังจากสิ้นสุดสงคราม พระองค์ก็ไม่ทรงได้รับการแต่งตั้งทางราชการอื่นใดอีกและทรงใช้เวลาที่เหลือในพระชนม์ชีพด้วยความสันโดษ

43 ความคิดเห็น