ราชวงศ์อังกฤษและยุโรป

ตอนที่ 80 : เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ธ.ค. 53

 

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ (HRH the Prince Charles, The Prince of Wales พระนามเต็ม ชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ; ประสูติ 14 พฤศจิกายนพ.ศ. 2491) ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และ เจ้าฟ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ ทรงดำรงพระอิสริยยศ เจ้าชายแห่งเวลส์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 ซึ่งทรงมีฐานันดรศักดิ์เป็น "สมเด็จเจ้าฟ้าชายแห่งเวลส์" ยกเว้นที่ประเทศสก็อตแลนด์ ซึ่งพระองค์ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จเจ้าฟ้าชายชาลส์ ดยุคแห่งโรธเซย์" นอกจากนี้ยังมีพระอิสริยยศ ดยุคแห่งคอร์นวอลล์ ที่ทรงใช้บ่อยครั้งในความเกี่ยวเนื่องกับแคว้นคอร์นวอลล์ พระองค์เป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 หากแต่มีลำดับพระอิสริยยศเป็นที่ 3 ในลำดับโปเจียมต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรและเจ้าฟ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ

เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะว่าที่กษัตริย์พระองค์ต่อไปของสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ไอร์แลนด์เหนือและประเทศในเครือจักรภพ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนับตั้งแต่ได้ทรงเจริญพระชนม์พอสมควร อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักจากการทรงเสกสมรสกับเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์และความรักอันอื้อฉาวของพระองค์กับคามิลลา ปากเกอร์โบลส์

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้] วัยเด็ก

เจ้าฟ้าชายชาลส์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนพ.ศ. 2491 ที่พระราชวังบัคคิงแฮมพระบิดาคือเจ้าฟ้าชายฟิลิปส์ พระมารดาคือ เจ้าฟ้าหญิงอลิซาเบธ ดัชเชสแห่งเอดินบะระ รัชทายาทของราชบัลลังก์อังกฤษในขณะนั้น เจ้าฟ้าชายทรงรับศีลล้างบาปที่ห้องดนตรี พระราชวังบัคกิ้งแฮมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมพ.ศ. 2491 พระองค์มีพ่อและแม่ทูนหัวคือ สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6สมเด็จพระราชินีแมรี่เจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต มาชันเนสเนสมิลฟอร์ด ฮาเวน เดวิด โบวส์-ลีออน (พระอนุชาในสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ พระราชชนนี) เลดี้บราบรูน สมเด็จพระราชาธิบดีฮากุนที่ 7 แห่งนอร์เวย์ และเจ้าชายจอร์จแห่งกรีก

พระราชวงศ์อังกฤษ

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
เจ้าฟ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ


    

ตามพระบรมราชโองการของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 สมเด็จพระบรมเปตามหัยกาธิบดี(ปู่ทวดหรือตาทวด)ของเจ้าชาย สั่งว่าผู้ที่จะดำรงอิสริยยศเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งอังกฤษนั้น ถ้าเป็นชั้นพระราชนัดดาแล้ว จะต้องผ่านทางสายพระราชโอรสเท่านั้น[1] ในขณะที่ชาลส์ทรงเป็นพระราชนัดดาผ่านทางสายพระราชธิดา พระองค์ควรจะดำรงยศเป็นเอิร์ลแห่งมารีออนเน็ต (ซึ่งเป็นยศสำหรับทายาทผู้จะสืบตำแหน่งดยุคแห่งเอดินบะระ) อย่างไรก็ตามสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 สมเด็จพระบรมอัยกาธิบดี (ปู่หรือตา) ของเจ้าชายมีพระราชโองการใหม่ เฉพาะพระโอรสและพระธิดาของเจ้าฟ้าหญิงอลิซาเบธ ให้ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักรได้ตั้งแต่ประสูติ พระราชโองการฉบับนี้ไม่มีผลครอบคลุมถึงพระราชธิดาอีกพระองค์หนึ่งคือเจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต และจากพระราชโองการฉบับดังกล่าวทำให้ชาลส์มีพระยศตั้งแต่แรกประสูติว่า เจ้าชายชาลส์ แห่งเอดินบะระ

ชาลส์มีพี่น้อง 4 พระองค์ดังนี้

  1. เจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์
  2. เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารี
  3. เจ้าฟ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ค
  4. เจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเว็สเซ็กส์

ในปีพ.ศ. 2495 พระมารดาของพระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เจ้าชายชาลส์ได้รับพระอิสริยยศเป็นดยุคแห่งคอร์นวอลล์ทันที (ในสก็อตแลนด์คือดยุคแห่งโรเตสเซย์) นอกจากนี้ยังทรงดำรงพระอิสริยยศ เอิร์ลแห่งแคร์ริค บารอนแห่งเรนเฟรว ลอร์ดแห่งไอเซิล เจ้าชายและจอมทัพแห่งสก็อตแลนด์อีกด้วย

ในวันราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธ ชาลส์ได้โดยเสด็จไปร่วมพระราชพิธีด้วย (ในขณะที่เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ไม่ได้ตามเสด็จ) โดยพระองค์ทรงประทับนั่งระหว่างสมเด็จพระราชานิอลิซาเบธ พระราชชนนี พระพันปีหลวง (พระอัยยิกา (ยาย)) และเจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต (พระมาตุจฉา (น้า) และแม่ทูนหัวของพระองค์))

[แก้] การศึกษา

โดยปกติแล้วพระราชวงศ์ที่มีพระชนม์ระหว่าง 5-8 พรรษานั้นจะได้รับการศึกษาส่วนพระองค์ที่พระอาจารย์เข้ามาจัดการสอนถวายที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม หากแต่เจ้าฟ้าชายชาลส์เป็นพระราชวงศ์พระองค์แรก (และรัชทายาทของอังกฤษพระองค์แรก) ที่เสด็จเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียน โดยทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนฮิลล์ เฮ้าส์ในเมืองลอนดอน และต่อมาที่โรงเรียนเตรียมความพร้อมด้านวิชาเคมีในเมืองเบิร์คแชร์ ซึ่งเจ้าฟ้าชายฟิลิปส์พระบิดาของพระองค์ได้เสด็จเข้าศึกษาด้วยเช่นกัน

เจ้าชายทรงสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากแคมบริดจ์ ด้วยเกียรตินิยม

[แก้] เจ้าชายแห่งเวลส์

เจ้าฟ้าชายชาลส์ ดยุคแห่งคอร์นวอลล์และโรเตสเซย์ได้รับการสถาปนาให้เป็น เจ้าชายแห่งเวลส์ และเอิร์ลแห่งเชสเตอร์เมื่อพระชนม์ 10 พรรษา หากแต่ได้มีพระราชพิธีขึ้นในอีก 11 ปีต่อมา เจ้าฟ้าชายชาลส์ได้กลายเป็นพระรัชทายาทลำดับที่ 1 ในการจะทรงสืบสันตติวงศ์ของอังกฤษโดยไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงได้สืบมานับตั้งแต่บัดนั้น

[แก้] อภิเษกสมรส

พระราชพิธีอภิเษกสมรส

ครอบครัวสเปนเซอร์ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์มานานแล้ว เลดีฟรอยเมยซึ่งเป็นคุณยายของเจ้าหญิงนั้น เป็นพระสหายและนางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระราชชนนีอลิซาเบธ มาเป็นเวลานาน ประกอบกับการที่เจ้าชายแห่งเวลส์เคยทรงคบหาอยู่กับเลดี้ซาราห์และเลดี้เจน พี่สาวของเลดี้ไดอานา ทำให้พระองค์ทรงคุ้นเคยกับไดอานาพอสมควร และเมื่อเจ้าฟ้าชายชาลส์พระชนม์ได้ราว 30 พรรษา พระองค์ได้รับการร้องขอให้ทรงเสกสมรส ตามกฎหมายพระองค์จะต้องเสกสมรสกับสตรีที่ไม่ได้นับถือนิกายโรมันคาทอลิค แต่นับถือนิกายโบสถ์แห่งอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้พระองค์เสกสมรสกับหญิงบริสุทธิ์ด้วย อีกทั้งการที่สมเด็จพระราชชนนี ทรงพระราชประสงค์จะให้พระองค์เองกับเลดี้ฟรอมเมยได้เป็น "ทองแผ่นเดียวกัน" เจ้าฟ้าชายผู้ทรงรักสมเด็จยายมากจึงทรงยอมตามพระทัย และพยายามทำพระองค์ให้คิดว่าไดอานานี้แหละ คือสุดยอดผู้หญิงที่เหมาะสมกับพระองค์ และเป็นผู้หญิงที่พระองค์รัก

มีคำร่ำลือว่า นอกจากสมเด็จพระราชชนนีแล้ว คามิลลา ปากเกอร์ โบลส์ คนรักเก่าของเจ้าชาย (และพระชายาพระองค์ปัจจุบัน) ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่สนับสนุนพระองค์ให้เลือกหญิงสาววัย 19 ปี เลดี้ ไดอานา ผู้ช่วยครูโรงเรียนอนุบาลมาเป็นพระชายา

สำนักพระราชวังประกาศเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2524 ว่าพระราชพิธีอภิเษกสมรสจะจัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์ปอล ในลอนดอน ในวันที่ 29 กรกฎาคม ปีเดียวกัน แขกจำนวน 3500 คนถูกเชิญมาในขณะที่ผู้ชมนับพันล้านคนทั่วโลกเฝ้ารอดูพระราชพิธี

ไดอานาเป็นหญิงคนแรกในรอบหลายศตวรรษที่สมรสกับรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ [2] หลังการอภิเษกสมรสไดอานาได้รับยศเป็น เจ้าหญิงแห่งเวลส์ และมีลำดับพระอิสริยยศเป็นลำดับที่ 3 แห่งพระราชวงศ์ฝ่ายในของอังกฤษ ต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 และสมเด็จพระราชชนนีอลิซาเบธ[3]

นอกจากนี้ไดอานายังเป็นสตรีสามัญชนคนแรกที่เสกสมรสกับเจ้าชายแห่งเวลส์ และได้ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ด้วย [4]

[แก้] พระโอรส

เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ มีพระโอรส 2 พระองค์ คือ

  1. เจ้าชายวิลเลียม แห่งเวลส์ ประสูติ 21 มิถุนายนพ.ศ. 2525 รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยอีตันในสาขาวิชาภูมิศาสตร์ชีววิทยาและประวัติศาสตร์ศิลปะ (ผลการทรงศึกษาทั้งหมดด้วยลำดับขั้น A) จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ และสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดริวส์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 ปัจจุบันทรงเข้ารับการฝึกเป็นทหารอยู่ที่ประเทศชิลี
  2. เจ้าชายแฮร์รี แห่งเวลส์ ประสูติ 15 กันยายนพ.ศ. 2527 รัชทายาทลำดับที่ 3 แห่งอังกฤษ ถูกโจมตีมากที่สุดว่าเป็นเจ้าชายเจ้าปัญหา ด้วยพระอารมณ์รุนแรง หรือการฉลองพระองค์ไม่เหมาะสม (เช่นชุดนาซี) อีกทั้งยังมีข่าวลือว่าแท้จริงแล้วพระองค์อาจไม่ใช่พระโอรสของเจ้าชายชาลส์

[แก้] ทรงหย่า

หนังสือสำคัญการหย่าของเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์

เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างความคาดหมายของทุกคน ในระยะแรกเจ้าหญิงไม่สามารถทรงปรับพระองค์ให้เข้ากับชีวิตของความเป็นเจ้าฟ้าหญิงได้ และทรงทุกข์ทรมานจากพระโรค bulimia (น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว) หลังจากหายจากพระโรค เจ้าหญิงได้มีพระประสูติกาลเจ้าชายวิลเลียม หลังจากนั้นอีก 3 ปี พระองค์ได้มีพระประสูติกาลอีกครั้ง เจ้าชายแฮร์รี ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับเจ้าฟ้าชายชาลส์มาก เนื่องจากพระองค์ทรงหวังว่าพระองค์น่าจะได้พระธิดาจากการประสูติกาลครั้งที่ 2 นี้ เนื่องจากทรงโปรดลูกสาวของคามิลลามากอีกทั้งยังมีข่าวลือว่า แท้จริงแล้วเจ้าชายแฮร์รี่อาจไม่ใช่พระโอรสของพระองค์ รายงานข่าวส่วนหนึ่งเชื่อว่าทั้งสองพระองค์เริ่มแยกกันอยู่หลังจากการเสกสมรสเพียง 5 ปี บางคนเชื่อว่าเนื่องจากเจ้าฟ้าชายชาลส์ไม่สามารถทนได้ที่พระชายาได้รับความชื่นชมมากกว่าพระองค์ (คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ของเจ้าฟ้าหญิงมาซาโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่นในปัจจุบัน) ภาระทั้งหมดกลับตกไปที่ไดอานาในฐานะที่ควรจะ "ทรงทนให้ได้" เจ้าหญิงพยายามอย่างยิ่งที่จะพยายามเชื่อมความสัมพันธ์ของพระองค์กับชาลส์ไว้ให้นานที่สุด แต่ไม่เป็นผล สื่อมวลชนประโคมข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเจ้าฟ้าชายชาลส์กับคามิลลา อย่างครึกโครม รวมทั้งประโคมข่าวระหว่างเจ้าหญิงกับผู้ชายอีกหลายคน นั่นทำให้ทั้ง 2 พระองค์คิดว่า เรื่องราวทั้งหมดควรจะจบลงเสียที ความสัมพันธ์ของทั้งสองพระองค์ในขณะนั้น สื่อมวลชนเรียกว่า "สงครามแห่งเวลส์" (War of Waleses)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ สงครามแห่งเวลส์

[แก้] ไดอาน่าสิ้นพระชนม์

ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์สิ้นพระชนม์ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2540

มีบางแหล่งข่าวระบุว่าเจ้าฟ้าชายชาลส์ทรงอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุที่ปลงพระชนม์ไดอาน่า ตำรวจเริ่มการสืบสวนเมื่อปี 2004 หากแต่หยุดการสืบสวนลงเนื่องจากคำของร้องของเจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าชายแฮร์รี่

[แก้] อภิเษกสมรสครั้งที่สอง

คลาเรนซ์เฮ้าส์ประกาศเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2548 ว่าเจ้าฟ้าชายชาลส์และคามิลลา ปากเกอร์ โบลส์ จะเสกสมรสกันในวันที่ 8 เมษายน ปีเดียวกันนั้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 การเสกสมรสต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 เมษายน แทนเพระเจ้าฟ้าชายชาลส์ต้องเสด็จฯ ไปในการพระศพ

รวมทั้งได้มีการประกาศเพิ่มเติมด้วยว่าหลังจากเสกสมรสแล้ว คามิลลาจะดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าฟ้าหญิงดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ (Her Royal Highness the Duchess of Cornwall) และหลังจากชาลส์เสด็จขึ้นครองราชย์ จะดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงพระชายา (Her Royal Highness the Princess Consort)[5] เชื่อกันว่าเนื่องจากอ้างอิงตามพระอิสริยยศของเจ้าฟ้าชายอัลเบิร์ต พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียที่ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าชายพระสวามี (His Royal Highness the Prince Consort)[6]


43 ความคิดเห็น