ชุด│สี่จตุรเทพ│EX FACTOR ชนวนร้ายอดีตรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส ก.ย.61]

ตอนที่ 10 : HATING HATER HATEFUL │ 03-2 │ver.rewrite 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    6 ก.พ. 61

“เดี๋ยวเธอขึ้นไปรอที่ห้องก่อนเลย เราจะเดินไปส่งอ้อที่หน้าคณะฯ หน่อย”

ร่างสูงของยิ้มหมุนตัวกลับมาหาฉันที่เดินรั้งท้ายคู่รักตัวสูง ฉันเงยหน้าขึ้นมาผงกหัวรับคำพูดของเพื่อนเล็กน้อยและกำลังจะหมุนตัวเดินแยกไปอีกทาง หากแต่มือเรียวของกออ้อกลับฉวยจับข้อมือของฉันเอาไว้ เธอส่งยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตรแล้วเอื้อมมืออีกข้างขึ้นมาจัดผมสั้นดัดลอนสีน้ำตาลของฉันให้เข้าทรง

“ไม่เป็นไรนะซอ ยังไงก็ต้องหาย ยิ้มเข้าไว้ อย่าเศร้าเลยนะ”

ฉันแทบจะร้องไห้เพราะคำพูดปลอบโยนที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ซาบซึ้งตรึงใจเป็นบทกวีอะไร แต่มันก็ออกมาจากใจจริงของกออ้อ ฉันส่งเสียงร้องโฮแล้วพุ่งเข้ากอดร่างบางที่สูงกว่าตนเกือบคืบ ถ้าหากว่าฉันไม่มียิ้มกับกออ้อ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของฉันมันจะน่ากลัวแค่ไหนกันนะ ไม่อยากจะคิดเลย

“กลางวันนี้ไปกินหนมกัน แก้เครียดอ่ะ” เสียงเล็กของฉันว่าอย่างออดอ้อนจนคนที่สูงกว่าถึงกับหัวเราะ

ผมที่ถูกจัดทรงมาอย่างดีของฉันถูกมือเรียวของกออ้อยีจนมันยุ่ง เธอยิ้มอย่างสดใสแล้วยกนิ้วขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ตกลง

“โอเค งั้นไว้เที่ยงนี้เจอกันที่โรงอาหารวิศวะ เราจะจัดชุดใหญ่เอาให้กินลืมเศร้าเลย”

“โห พูดแบบนี้ทีไร กระเป๋าเงินเราแฟบทุกที” ผู้ชายเพียงคนเดียวเอ่ยดักคอขึ้นมาเพราะรู้ดีว่าตนไม่อาจปล่อยให้แฟนสาวออกเงินค่าอาหารแทนได้

กออ้อมองค้อนแฟนหนุ่มแล้ววิ่งเข้าไปเตะบั้นท้ายของยิ้ม คู่รักทั้งสองเถียงกันอีกเล็กน้อยแล้วหันมาโบกมือลาฉันเพื่อแยกเดินไปอีกทาง

ฉันชอบความสัมพันธ์ของคู่รักคู่นี้นะ คนหนึ่งเป็นสาวห้าวดูแมนๆ จริงใจ อีกคนหนึ่งก็ดูเป็นคุณชายเจ้าสำอางที่สุภาพเรียบร้อย แต่ด้วยความแตกต่างนั้นกลับทำให้พวกเขาคบกันเหมือนเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมาก ทั้งหยอกล้อ เล่นหัว ไม่ใช่ความสัมพันธ์หวานแหววจี๋จ๋าที่ทำให้คนทั้งโลกชวนหมั่นไส้ เป็นความสัมพันธ์ที่ครั้งหนึ่งฉันเองก็เคยหวังไว้ว่าจะมี...

“เชน อย่าเล่นน่า!

“จับแก้มนิดเดียวเอง จะหวงทำไมนัก”

“เก็บไว้ให้คนสำคัญจับเท่านั้นย่ะ”

“อ้อเหรอ เราก็สำคัญนะ...สำคัญตัวว่าจะได้เธอเป็นแฟนไม่นานนี้นี่แหละ”

บ้าชะมัด ฉันจะมาคิดถึงเรื่องเก่าๆ ให้ตัวเองเศร้าทำไมกันเนี่ย ซอ! เธอบอกตัวเองแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะลืมแล้วเริ่มต้นใหม่สักที ถ้าขืนมัวแต่คิดถึงเขาอยู่แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่กันล่ะที่เธอจะลืมเขาได้!!

“อุ๊ย คริ”

เสียงหัวเราะที่ดังมาจากคนรอบข้างทำให้ฉันได้สติแล้วรีบหลบมุมเข้าข้างเสาเพื่อก้มหน้าซ่อนใบหน้าของตัวเอง ใครต่อใครที่เดินผ่านมาต่างพากันจดจ้องมองฉันด้วยสายตาแปลกใจบ้าง ตกใจบ้าง หรือแม้แต่เยาะเย้ยก็ยังมี

ฉันคิดว่าตัวเองจะชินได้แล้วกับสายตาล้อเลียนพวกนั้น แต่ไม่รู้สิ...ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ต่อให้ฉันย้ายไปเรียนเมืองนอกและกลับมาที่นี่ใหม่อีกกี่ครั้ง ทุกๆ อย่างมันก็ยังดูเหมือนเดิมไปหมด ทั้งผู้คน บรรยากาศรอบข้าง และความรู้สึก

 

ฉันถอดถอนหายใจเหยียดยาวแล้วจับผมลงมาบังหน้าซ่อนรอยสิวที่เห่อบวมแดงเอาไว้ สาวเท้าเร็วๆ เพื่อหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเข้าไปยังอาคารเรียน ฉันมีเรียนวิชาต่อไปกับเพื่อนร่วมเซคอีกร้อยกว่าชีวิต ไม่ต้องคิดเลยว่าบรรยากาศมันจะน่าอึดอัดขนาดไหน และมันคงแย่กว่าเดิมมากๆ ถ้าฉันต้องเผชิญหน้ากับคู่อริตลอดกาลอย่างเธอคนนั้น

แค่คิดถึงสีหน้าของปันนาที่พร้อมจะข่มฉันเอาให้จมธรณี ฉันก็รู้สึกว่าน้ำลายในปากมันเริ่มขม และชะตาชีวิตของฉันมันก็น่าเศร้าชะมัด

จากผีเสื้อแสนสวยที่เตรียมพร้อมจะสยายปีกโบยบิน ฉันดันกลับกลายมาเป็นเต่าหดคอ ก้มหน้ามองปลายเท้า ไม่กล้าสู้หน้าสบตากับใครอีกครั้ง ความทรงจำและเรื่องร้ายๆ มากมายมันกำลังตามหลอกหลอน ฉันจะทนอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหน ฉันจะทำใจได้ยังไงกับสภาพของตัวเองที่กลายมาเป็นแบบนี้...

“โอ๊ะ! ขอโทษที”

ไหล่เล็กของฉันถูกชนด้วยไหล่ของใครอีกคนที่เดินสวนทางมา ข้าวของมากมายกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นราวกับฉากหนึ่งในหนังที่พบเจอได้บ่อยๆ  

ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเธอคงจะไม่ได้ตั้งใจ แต่พอเงยหน้าขึ้นสบตาและเห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมสาขาเดียวกันกับฉันเท่านั้นแหละ...ฉันถึงได้รู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากการจงใจ

พวกหล่อนคือเหล่าลูกสมุนในแก๊งนางฟ้าของคณะบริหารที่ไม่ถูกกับฉันตั้งแต่เริ่มมีการรับน้องเกิดขึ้น ฉันกับหัวหน้าแก๊งของพวกเธอมีเรื่องให้ต้องชิงดีชิงเด่นกันมาโดยตลอด และตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่พวกเธอจะเล่นงานฉันบ้างแล้วสินะ  

“โอ้ ตายแล้ว...”

พวกหล่อนมองหน้าฉันอย่างตกตะลึง ยกมือขึ้นมาแตะปากด้วยท่าทางเหมือนเวทนาสงสาร สายตาที่แสดงออกว่าเหยียดฉันมากขนาดไหน ทำให้ฉันอยากจะร้องไห้เพราะสุดจะทนกับเรื่องเลวร้ายที่ตัวเองต้องเจอ

ไม่!! ไม่ได้สิซอ!! เธอจะมาทำตัวอ่อนแอเป็นเด็กขี้แพ้ที่ยอมให้ทุกคนเหมือนเมื่อสมัยก่อนได้ยังไง เธอในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมจากเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว เธอเข้มแข็งขึ้น เติบโตขึ้น ไม่ใช่ดักแด้ที่น่าเกลียดแต่เป็นผีเสื้ออันสวยงามที่ทำให้นางฟ้าอย่างปันนามองว่าเป็นคู่แข่งด้วยได้ ดังนั้นเชิดหน้าชูคอเข้าไว้ เธอไม่เห็นจะต้องอายอะไรกับสภาพของตัวเองเลย

ไม่เห็นจะต้องอายเลย...

 

ในห้องเรียน

“เฮ้ยซอ หน้าไปโดนอะไรมาอ่ะ ทำไมสิวเห่อ...”

“อย่างกับอุกกาบาต!!

ฉันพยายามฝืนยิ้มรับปันนากับกลุ่มแก๊งสาวสวยประจำคณะบริหารแล้วหลบสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่น่าเผลอหลับตอนที่อาจารย์สอนเลย ไม่งั้นก็คงจะเก็บข้าวของหนีออกไปจากห้องเรียนได้ทันก่อนที่กลุ่มนางฟ้าประจำคณะจะมาตีวงล้อมโต๊ะหาเรื่องฉันแบบนี้

“เชื้อโรครึเปล่า นั่นหนองมันไหลออกมาแล้วใช่มั้ยน่ะ อูย...”

หนึ่งในกลุ่มแก๊งที่สถาปนาตนเองว่าเป็นนางฟ้าว่า ชี้นิ้วที่ติดเล็บปลอมจิ้มเข้าใส่รอยสิวที่ปูดโปนข้างแก้มจนรู้สึกเจ็บ ฉันตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก เพราะตั้งแต่ที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนี้ พวกกลุ่มแก๊งนางฟ้าก็ไม่เคยญาติดีกับฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

สาเหตุที่ทำให้ฉันไม่เป็นที่ถูกชะตากับพวกกลุ่มนางฟ้าประจำคณะก็คงเป็นเพราะปันนา หัวหน้ากลุ่มคนสวยที่ชอบจะโดดเด่นท่ามกลางความสนใจของผู้คน แต่ดันมีฉัน...ยัยตัวเล็กที่ดูเข้าไทป์สเป็คมาตรฐานของชายไทยโผล่เข้ามาแย่งแสงสปอร์ตไลท์จากเธออยู่บ่อยๆ พวกเราก็เลยเปรียบเสมือนคู่แข่ง เป็นศัตรูทางธรรมชาติโดยที่ฉันก็ไม่ได้อยากจะสู้รบปรบมืออะไรกับเธอสักเท่าไหร่

อย่างน้อยฉันก็เป็นพวกรักสงบนะ ไม่เคยเป็นฝ่ายไปเริ่มตบตีหรือเลียแข้งเลียขาอาจารย์เวลามีงานกิจกรรมของคณะและต้องการตัวแทนนักศึกษาหญิง แต่ในสายตาของปันนามันคงเป็นเรื่องยากที่จะมองข้ามผ่านฉันในฐานะศัตรูไปได้ เพราะบ่อยครั้งพวกอาจารย์ก็มักจะเลือกฉันไปเป็นตัวแทนแทนเธอ รวมถึงคดีล่าสุดคือการที่ฉันถูกคัดให้เข้าประกวดดาวเดือนประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งความไม่กินเส้นกันระหว่างฉันกับปันนามันก็ไม่เคยรุนแรงเกินไปกว่าการจิกกัดตามประสาผู้หญิง มีการแซะ มีการข่มกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่านี่...

 

ฉันไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ตั้งแต่จบงานเลี้ยงวันเกิดของพี่อ้ายหนี่มา ปันนาก็ดูจะเกลียดชังฉันเพิ่มมากขึ้น จากที่ตอนแรกมีเพียงการกระแนะกระแหนกันบ้างด้วยคำพูดและสายตา พักหลังๆ มานี้มันกลับรุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นมีการถึงเนื้อถึงตัว ยกตัวอย่างเช่นตอนที่ฉันกำลังจะเข้ามาในห้องและพวกลูกสมุนของเธอชนฉันจนข้าวของหล่นกระจายนั่นไง ฉันไม่อยากคิดไปเองหรอกนะว่าเหตุผลที่ทำให้เธอเกลียดฉันมากขึ้นคูณสองในเวลาอันสั้นจะมีเหตุผลมาจากเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงนั้น  

ฉันได้ยินมาว่าปันนามีข่าวกิ๊กๆ กั๊กๆ อยู่กับเชนจากกลุ่มสี่จตุรเทพ มีคนบอกว่าเธอหลงรักเขามานานมากแล้วตั้งแต่สมัยที่มาเข้าค่ายร่วมกิจกรรมกับทางมหาวิทยาลัย แต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่เคยขยับก้าวหน้าไปไหนเลยเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมเปิดโอกาส

ยิ่งเกิดเรื่องขึ้นในงานเลี้ยงวันเกิดของพี่อ้ายหนี่ เธอก็ยิ่งไม่ประทับใจฉันเพราะฉันเป็นผู้หญิงที่ได้เข้าใกล้เชนมากกว่าคนอื่นและยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาสติแตกจนถึงขั้นอาละวาดจนงานเลี้ยงพังไม่เป็นท่า (ถึงแม้ว่าฉันจะถูกไวน์ราดหัวและถูกแฟนบอกเลิกไม่กี่อาทิตย์ต่อมาก็เถอะ)

ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเรื่องแค่นี้ สามารถทำให้ผู้หญิงต้องเกลียดขี้หน้ากันได้เลยเหรอ และถ้าจะพูดไปแล้วฉันก็เป็นแค่อดีตแฟนเก่าเท่านั้น เราสองคนไม่มีทางโคจรกลับมารักกันได้

พวกหล่อนๆ ทั้งหลายไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ความพยายามตามเขม่นและคอยแต่จะหาเรื่องฉันแบบนี้เลย ฉันก็เป็นแค่เด็กที่ย้ายมาจากอเมริกา มีพ่อเป็นกัปตันประจำสายการบินหนึ่งเท่านั้น จะเอาอะไรไปเทียบกับคุณหนูปันนา...ลูกสาวเจ้าของกิจการใหญ่โตในเมืองไทยได้ล่ะ  

“ซอ ถ้าเป็นแบบนี้...คงจะลงประกวดเป็นตัวแทนของคณะบริหารไม่ไหวสินะ”

เสียงหวานของปันนาพูดกรีดกรายสวมมาดนางฟ้าอย่างเป็นมิตร แต่ฉันรู้...ฉันรู้ดีว่าเธอกำลังเสแสร้งตอแหลเพื่อให้ฉันตายใจ

ลองคิดดูสิ มีเหตุผลอะไรกันที่ลูกสาวเจ้าของกิจการใหญ่โตในเมืองไทยจะต้องมาญาติดีกับคนที่มองว่าเป็นศัตรู ถ้าฉันไม่ประสาทคิดมากจนเกินไป ปันนาก็คงตอแหลเพื่อหวังจะใช้มีดแทงฉันทีหลังนั่นแหละ

เฮ้ ฉันอยู่ที่อเมริกามานะ ที่นั่นก็มีสังคมประเภทนี้อยู่เหมือนกัน สังคมที่เหมือนกับถอดออกมาจากหนังเรื่อง มีนเกิร์ล น่ะ และปันนาก็กำลังพยายามทำตัวเป็นเรจินา จอร์จ และคงเห็นฉันเป็นเคดี้ ศัตรูเบอร์หนึ่งที่ต้องคว่ำให้ได้

ถึงฉันไม่อยากมีเรื่อง ไม่อยากสู้ แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นนางเอกจ๋าขนาดนั้น ยังไงคนเราก็ต้องมีจุดสิ้นสุดของความอดทนกันบ้างแหละ โดยเฉพาะเวลาที่เจอคนตอแหลใส่ซึ่งๆ หน้าแบบนี้  

“ฉันว่าฉันจะลองพยายามรักษาดู ขอบใจมากเลยนะปันนาที่เป็นห่วง เธออุตส่าห์สละสิทธิ์ถอยให้ฉันได้เป็นตัวแทนของคณะทั้งที ฉันจะยอมเสียสิทธิ์นั้นได้ยังไงกันล่ะ”

ฉันพูดตอบกลับอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร ส่งยิ้มให้นิ่มๆ แล้วเริ่มลงมือเก็บข้าวของใส่กระเป๋าต่อไป

ใบหน้าสวยหวานปานนางฟ้าถึงกับตึงไปชั่วขณะ เพราะในความเป็นจริงแล้วปันนาไม่ได้มีจิตใจเมตตามากพอที่จะยอมถอยทัพแล้วให้ฉันเป็นตัวแทนลงประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย เพียงแต่ทางอาจารย์ลงความเห็นกันว่าภาพลักษณ์ของฉันดูจะเหมาะสมกับการประกวดมากกว่าภาพลักษณ์ของปันนา คนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะออกความคิดเห็นคัดค้านใดๆ อย่างเธอเพราะผลการลงมติเป็นเอกฉันท์เลยทำได้แค่รอโอกาสในวันที่ฉันพลาด เพื่อเข้ามาเสียบตำแหน่งที่มันควรจะเป็นของฉันแทน

ฉันจะไม่มีวันยอมพลาดโอกาสนี้ เพราะมันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าเด็กบ้านๆ หน้าตาเอ๋อๆ ที่ใครต่อใครก็เคยหัวเราะเยาะและล้อเลียนว่าขี้เหร่ในอดีตนั้น ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เวลาผ่านไป...คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ และยัยอัปลักษณ์คนนั้นที่ทุกคนบอกว่าไม่คู่ควรจะมีชีวิตอยู่ ก็กำลังจะกลายเป็นดาวมหาวิทยาลัยที่ทุกคนรู้กันดีว่ามันเป็นตำแหน่งของคนหน้าตาดี! จะไม่มีใครบอกว่าฉันไม่คู่ควรจะได้รับสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป!!!

 “ขอให้หายไวๆ นะจ๊ะ” ปันนายิ้มหวานหลังจากที่ไม่เห็นช่องทางในการโจมตีฉันได้อีก เธอสะบัดหน้าเชิดแล้วเดินนำหน้ากลุ่มแก๊งนางฟ้าออกไปจากห้องเรียน

ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน รู้สึกปวดหัวที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปสักเท่าไหร่ ก็จะมีคนที่ชอบยกตนขึ้นสูงกว่าคนอื่นเสมอ ปกติแล้วฉันก็ไม่ใช่พวกชอบปากคอเราะร้ายหรือทำเป็นซ่าชอบมีเรื่องวิวาทหรอกนะ

ฉันอยากจะดีกับทุกคน...แต่บางครั้งคนที่ฉันอยากดีด้วย เขากลับไม่ได้อยากดีกับฉันน่ะสิ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

655 ความคิดเห็น

  1. #639 BonanzaBow (@BonanzaBow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 17:45

    รักษาสิวด่วน ๆ เลยคะ

    #639
    0
  2. #463 forgetmenot story (@pimnapa182) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:37
    รอจ้าา
    #463
    0