ชุด│สี่จตุรเทพ│EX FACTOR ชนวนร้ายอดีตรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส ก.ย.61]

ตอนที่ 12 : HATING HATER HATEFUL │ 03-4 │ver.rewrite 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    23 ก.พ. 61

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังมีคนแบบนี้อยู่ในสังคม ร้ายกาจ เล่นตลกและสนุกไปกับการได้แกล้ง ได้ล้อ ได้ทำให้ฉันอับอาย โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตัวเองทำให้ชีวิตฉันต้องพังขนาดไหน

ฉันแทบจะจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าครั้งล่าสุดที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันผ่านมันมาได้ยังไง...แต่เมื่อสายตามองสบตากับเจ้าของร่างสูงโดยบังเอิญ หัวใจของฉันที่อ่อนไหวก็เริ่มคาดหวังอยู่ลึกๆ ว่าเชนจะเห็นภาพทับซ้อนเหตุการณ์ในตอนนั้นกับตอนนี้ และเขาอาจจะจะทำอะไรบ้างเพื่อช่วยฉันให้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้อีกครั้ง

แต่ไม่...เชนไม่ได้เข้ามาช่วยฉัน ไม่กางปีกปกป้องฉันในฐานะฮีโร่อย่างที่เคยทำ เขาก็แค่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นและทำเหมือนกับว่าไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เขาคงตัดสินใจได้แล้วว่าจะวางฉันอยู่ในฐานะไหน เพราะฉะนั้นฉันเลยกลับไปเป็นอากาศธาตุของเขาอีกครั้ง...  

“ตายจริง นั่นใช่แฟนเก่าพี่อ้ายหนี่ที่เพิ่งเลิกไปรึเปล่าคะ น่าเกลียดจังเลย”

ฉันหันไปตามเสียงนั้น ก่อนจะพบกับร่างสูงของอดีตผู้ชายที่เคยตามจีบฉันยืนเคียงข้างอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ ความรู้สึกเจ็บแสบราวกับมีน้ำกรดมาราดรดบนหัวใจทำให้ฉันเม้มปากตัวเองแน่น

แม้แต่คนที่เคยบอกว่ารักฉัน อยากดูแลฉัน ในวันนี้เขาก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำร้ายจิตใจฉันอย่างแสนสาหัส

“หน้าตาแบบนี้ ชาตินี้ใครจะเอาทำเมียวะเนี่ย ฮ่าๆๆ”

อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งที่ฉันต้องถูกคำพูดพวกนั้นทำร้ายจนเจ็บแสบ ฉันอยากจะร้องไห้ออกมาอย่างคนขี้แพ้ แต่ก็ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า...

แล้วทำไมกันนะ ทำไมฉันถึงได้กลับไปเป็นซอคนเดิมที่แสนจะอ่อนแอและพยายามดิ้นรนหาทางหนีไปจากวงจรบ้าๆ ฉันพยายามที่จะไม่กลับไปเป็นคนขี้แพ้เหมือนเดิม แต่ทำไมฉันถึงได้ยอม...ให้พวกเขาทำร้ายฉันง่ายดายแบบนี้

ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ฉันเคยประกาศไว้ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่าตัวเองเปลี่ยนไปแล้ว แล้วทำไมฉันจะต้องหนีอีก...ฉันควรจะเลิกหนีและหันมาสู้เพื่อปกป้องตัวเองได้แล้ว!!!

“มันทำไม มันทำไม มันทำไมผี๊ผี ทำไมแบ๊นแบน ทำไมแขนใหญ่ คนอะไรขาโต มันทำไมหน้าผี ทำไมสิวบาน ทำไมแขนใหญ่ คนอะไรขาโต มันทำไมหน้าผี ทำไมสิวบาน ทำไมแขนใหญ่ คนอะไรขาโต มันทำไม มันทำไม มันทำไม มันทำไม แล้วทำไม แล้วทำไม”

“แล้วมันไปหนักหัวใคร!!!” ฉันแผดเสียงแหลมเล็กดังลั่น

รองเท้าส้นสูงที่ฉันสวมถูกถอดออกมาถือไว้ด้วยสองมือ ข้างหนึ่งฉันเหวี่ยงเต็มแรงใส่ไอ้รุ่นพี่ที่เป็นคนริเริ่มการร้องเพลงเพี้ยนๆ นั่น และอีกคู่หนึ่งฉันจัดการเหวี่ยงมันไปหาพี่อ้ายหนี่และคนรักใหม่ของเขา แต่ไม่รู้ว่าเพราะฉันเหวี่ยงแรงเกินไปรึเปล่า รองเท้าเลยลอยละลิ่วลงไปปักอยู่กลางจานข้าวของพวกกลุ่มจตุรเทพแทน!

“เฮ้ย น้องเพื่อนเล่นเหรอ!!


ฉันกำลังจะหันไปส่งสัญญาณขอโทษให้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่แล้วผู้ชายตัวสูงที่เคยสะพายกีตาร์ร้องเพลงล้อเลียนฉันก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ไหล่บางของฉันถูกจับยึดเอาไว้ด้วยมือหนา เขาออกแรงบีบจนฉันรู้สึกร้าวระบมแทบร้องออกมาอย่างอ่อนแอ

“เปรี้ยวมากเหรอวะอีหน้าผี ไม่เคยโดนผู้ชายตบเลือดกบปากใช่ป่ะ”

ฝ่ามือหนาถูกยกขึ้นมาสูงเหนือหัว ฉันกวาดสายตามองไปโดยรอบเพื่อขอร้องใครสักคนให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ทุกอย่างกลับเงียบสนิท แม้แต่อดีตคนรักอย่างอ้ายหนี่ก็ยังหัวเราะเยาะยกยิ้มที่มุมปากอย่างสมเพชเวทนาฉัน!

ไม่มีใครหรอกที่จะเข้ามาช่วยฉันได้ ไม่มีใครสักคนที่จะเข้ามาปกป้องฉันนอกจากตัวเอง!!

“ถ้าพี่ตบ หนูจะแจ้งตำรวจ!!

“แจ้งตำรวจ ข้อหาอะไรไม่ทราบ ข้อหาพูดความจริงแล้วรับไม่ได้เหรอฮ๊า!!!

ฉันถลึงตากว้างมองใบหน้าที่กำลังแสยะยิ้มอย่างขบขันแล้วหันไปเรียกเสียงโห่จากเพื่อนๆ ที่อยู่ด้านหลัง แม้แต่กฎหมายก็ทำอะไรพวกคนถ่อยที่หวังจะรังแกคนอื่นไม่ได้เลยสินะ!

ผัวะ!!!

ในจังหวะที่รุ่นพี่วิศวะฯ เผลอ ฉันก็หันไปคว้าเอาจานข้าวที่อยู่บนโต๊ะข้างๆ ขึ้นมาแล้วปาอัดใส่หน้าเขาสุดแรง

ถ้าดูไม่ผิด...กับข้าวที่ราดอยู่บนนั้นคงเป็นแกงอะไรเผ็ดสักอย่าง เพราะนอกจากเขาจะร้องโอดครวญเสียงดังลั่นโรงอาหารแล้ว เจ้าตัวยังทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างทรมานเพราะความแสบร้อนอีกด้วย

“มึง! อีหน้าผี!!!

ฉันไม่รอช้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นให้พวกผู้ชายเกือบห้าคนรุมรังแกอีก ฉันรีบพุ่งตัวแหวกผ่านฝูงชนออกไปเพื่อที่จะหนี

“โอ๊ย!!!” ฉันร้องโอ๊ยเสียงลั่นเพราะในขณะที่ฉันกำลังวิ่งผ่านผู้คนออกไปจากโรงอาหาร เท้าของฉันเหยียบเข้ากับเศษอะไรบางอย่าง เมื่อกี้นี้มีคนทำจานแตกเพราะเข้ามามุงดูฉันรึเปล่าเนี่ย!  

“ตามมันไปสิ กูต้องเอาเรื่องมันให้ได้!!

เสียงแผดกร้าวนั่นทำให้ฉันขนลุกหนาวไปจนถึงกระดูกสันหลังและไม่อาจหยุดฝีเท้าที่วิ่งไปบนพื้นคอนกรีตโดยไม่สวมใส่อะไรได้อีก ฉันวิ่งสาวเท้าอย่างรวดเร็ว พยายามจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหายิ้มหรือกออ้อเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่มันก็ช้าเกินไป ฉันวิ่งไปด้วย กดโทรศัพท์ไปด้วยโดยไม่รู้ทิศทางในคณะนี้!!

“อีหน้าผี!!!

เสียงตะโกนไล่หลังเป็นสัญญาณให้ฉันเก็บโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋า แล้ววิ่งลัดตัดผ่านซอกตึกออกไปยังตัวอาคารแนวยาวที่มีลักษณะเป็นเหมือนโกดังอะไรสักอย่าง ร่างเล็กแทรกเข้าไปในตรอกหมายจะหลบให้พ้นสายตาของคนพวกนั้น แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ทำอย่างที่คิด แขนของฉันก็ถูกรั้งเอาไว้!!

เพียะ!!

ฝ่ามือเล็กของฉันออกแรงหวดฟาดเข้าที่ซีกแก้มของคนที่จับแขนฉันไว้โดยไม่ได้มอง เสียงเนื้อกระทบข้างแก้มนั้นดังมากจนฉันคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะปากแตกได้

“จิ๊!” ฉันได้ยินเสียงจิ๊ปากและวินาทีต่อมาร่างเล็กของฉันก็ถูกลากด้วยแรงมหาศาลของผู้ชายตัวสูงกว่าเกือบคืบ

ฉันคิดว่าตัวเองจะต้องโดนตบหรือโดนเอาคืนเข้าแล้ว แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะฉันถูกดันไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูง เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นมาตอนที่กลุ่มผู้ชายห้าคนวิ่งมาหยุดยืนล้อมเรา

“รังแกผู้หญิง มันเท่มากเหรอวะ”

ดวงตาที่เคยหลับปี๋เบิกโพลงขึ้นมาโดยทันที ฉันจำเสียงนี้ได้...มันเป็นเสียงของเชน และด้านหลังศีรษะของเขาที่ไว้ผมทรงสกินเฮดก็เป็นเอกลักษณ์ที่ใครยากจะลืม

“พี่เชนไม่เกี่ยว อย่าเสือก” น้ำเสียงอันตรายว่าอย่างดุดันแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้พวกเรามากขึ้น

ฉันสัมผัสได้ถึงข้อมือที่ถูกกระชับด้วยแรงบีบของอีกฝ่าย มันแน่นจนฉันรู้สึกอึดอัด แต่ในขณะเดียวกัน
ฉันกลับรู้สึกปลอดภัย

“กูขอไม่ได้เหรอวะไอ้ดอน อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลยน่า”

“อีนั่นมันเปรี้ยวมามีเรื่องกับพวกผมเองนะพี่”

“แต่มึงก็ล้อน้องเขาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ...ถือว่าเจ๊ากันไป อย่าให้ต้องทะเลาะกันในมหาวิทยาลัยเลย”

“แต่มึงก็ล้อน้องเขาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ...ถือว่าเจ๊ากันไป อย่าให้ต้องทะเลาะกันในมหาวิทยาลัยเลย”

ฉันแทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าประโยคพวกนี้มันจะออกมาจากปากของคนตัวสูง เพราะเท่าที่ฉันจำได้...เชนเป็นพวกไม่ชอบเจรจา แต่เขามักจะพุ่งเข้าใส่อริและเอาเลือดหัวคนพวกนั้นออกด้วยวิธีที่รุนแรงที่สุด โหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่ใครคนหนึ่งจะทำได้

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างสองฝ่าย ฉันพยายามบีบตัวให้เล็กลงเพื่อซ่อนอยู่ด้านหลังของเชน แม้ว่าจะไม่รู้ว่าที่เขาทำแบบนี้มันเพื่ออะไร แต่อย่างน้อย...ฉันก็รู้สึกวางใจเมื่อมีเขาอยู่ตรงนี้

“ไสหัวออกไปเหอะพี่ ผมไม่อยากทำให้พี่ต้องหัวแตกไปด้วย”

เชนระบายลมหายใจออกมาเหยียดยาวเมื่อการเจรจาของเขาไม่เป็นผล ฝ่ามือหนาที่เคยจับรอบข้อมือฉันค่อยๆ คลายออกช้าๆ ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจมันหล่นวูบไปอยู่ตรงตาตุ่ม เขาคงจะไม่ส่งฉันออกไปหาคนพวกนั้นหรอกนะ เขาคงจะไม่...ไม่เกลียดฉันถึงขนาดปล่อยให้ฉันเผชิญหน้ากับผู้ชายห้าคนด้วยตัวคนเดียวหรอกใช่มั้ย

ฟุบ!

ในขณะที่ฉันกำลังคิดจะขอร้องอ้อนวอนเชนเพื่อให้เขาช่วย เสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มที่เคยสวมทับเสื้อยืดของอีกฝ่ายก็ถูกโยนลงมาใส่หัวฉัน เสียงทุ้มๆ ของเชนเอ่ยขึ้นแผ่วเบาพอให้เราสองคนได้ยิน

“หวังว่ามันจะคุ้มกับการเสี่ยงโดนไล่ออกนะ”

มือเล็กจับเสื้อที่คลุมหัวตัวเองออกในจังหวะที่ร่างสูงของเชนพุ่งเข้าใส่กลุ่มผู้ชายทั้งห้าอย่างบ้าระห่ำ

ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยเห็นเขาในสภาพแบบนี้ ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ชินกับการที่เขาทำตัวป่าเถื่อนและน่ากลัว...แต่ที่ทำให้ฉันเข่าอ่อนจนแทบยืนต่อไปไม่ไหว มันเป็นเพราะว่าเขาทำทั้งหมดนั่นเพื่อปกป้องฉันไว้อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องของฉัน ไม่ว่ามันจะเล็กแค่ไหน มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเชนเสมอ

อย่ามายุ่งกับซอ!’

ถ้ายุ่งแล้วจะทำไม!!’

กูจะเอาเลือดหัวมึงออกน่ะสิ!!!’

หัวใจไม่รักดีของฉัน มันไม่ควร...ไม่ควรที่จะต้องกลับมาเต้นแรงเพียงเพราะคนตรงหน้าเลย

[END SEO TALK]

 


ช่วงนี้เราก็จะเจอกันบ่อยหน่อยนะทุกคน  55555 

หนังสือใกล้จะออกแล้วล่ะ แต่รับปากไม่ได้จริงๆ ว่าจะออกงานหนังสือเปล่า

พอดีคุยกับพี่บก.ไว้เขาบอกว่าอยากให้ทัน อีไรต์คนนี้ก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ

ไม่รู้จะทันไม่ทันยังไง แต่ก็มาอัพให้ทุกคนอ่านก่อนแล้วกัน 

เมนต์ไม่ขึ้นไม่เป็นไร ขอแค่ยังมีคนเข้ามาอ่านบ้างก็ชื่นใจละ 

______________________________________

เปิดเพลง Young The Chainsmokers ไปด้วย จะอินมากขึ้นค่ะ

Young

We were so young when we thought that we knew how to love

Fought about anything, everything led to dysfunction

But we just gotta own that x

Don’t let it go like this

Maybe we can go from this, yeah

 

เยาว์วัย

พวกเรายังเด็กเหลือเกิน ในตอนที่เราคิดว่าเรารู้วิธีรักใครแล้ว

ต่อสู้กับทุกๆสิ่ง อะไรก็ตามที่นำไปสู่การผิดปกติ

แต่เราจะต้องคว้ามันมาให้ได้

อย่าปล่อยมันไปง่ายๆแบบนี้สิ

บางทีเราจะไปต่อจากตรงนี้กันได้นะ

 

We both know I go too far like when I wrecked your car

And almost fought your father when he pushed me in the yard

And all those nights we snuck out, like to meet up at the bar

Don’t worry, my love, we’re learning to love

But it’s hard when you’re young

 

เราต่างรู้ว่าฉันน่ะทำเกินไป ตอนฉันพังรถเธอ

และเกือบตีกันกับพ่อเธอ ตอนที่เขาผลักฉันที่สวนบ้านเธอ

และค่ำคืนเหล่านั้นที่เราแอบหนีออกมา และชอบไปเจอกันที่บาร์

อย่ากังวลไปเลยนะที่รัก เราแค่เรียนรู้ที่จะรักกันเท่านั้นเอง

แต่มันยากน่ะ ตอนที่เรายังเด็กกันอยู่

 

Yeah, it’s hard when you’re young

 

มันยากนะ ตอนที่เรายังเด็กกันอยู่

 

Caught, we were caught up in the high, it was better than drugs

Too high to see that it would all lead to destruction

At least we both know that x

We just gotta own that x

I hope that we can go from this, yeah

 

ติดอยู่ตรงนี้ ติดอยู่กับความสุข มันทำให้เราตัวลอยยิ่งกว่ายาเสพติดไหนๆ

สูงซะจนไม่เห็นว่ามันจะนำพาเราสู่การทำลายล้าง

อย่างน้อยเราก็ได้รู้จักมัน

และเราต้องคว้ามันมาให้ได้

หวังว่าเราจะไปต่อจากตรงนี้กันได้นะ

 

We both know I go too far like when I wrecked your car

And almost fought your father when he pushed me in the yard

And all those nights we snuck out, like to meet up at the bar

Don’t worry, my love, we’re learning to love

But it’s hard when you’re young

 

เราต่างรู้ว่าฉันน่ะทำเกินไป ตอนฉันพังรถเธอ

และเกือบตีกันกับพ่อเธอ ตอนที่เขาผลักฉันที่สวนบ้านเธอ

และค่ำคืนเหล่านั้นที่เราแอบหนีออกมา และชอบไปเจอกันที่บาร์

อย่ากังวลไปเลยนะที่รัก เราแค่เรียนรู้ที่จะรักกันเท่านั้นเอง

แต่มันยากน่ะ ตอนที่เรายังเด็กกันอยู่

 

Yeah, it’s hard when you’re young

Yeah, yeah, it’s hard when you’re young

 

มันยากนะ ตอนที่เรายังเด็กกันอยู่

มันยากนะ ตอนที่เรายังเด็กกันอยู่

 

We both know I go too far like when I wrecked your car

And almost fought your father when he pushed me in the yard

And all those nights we snuck out, like to meet up at the bar

Don’t worry, my love, we’re learning to love

But it’s hard when you’re young

 

เราต่างรู้ว่าฉันน่ะทำเกินไป ตอนฉันพังรถเธอ

และเกือบตีกันกับพ่อเธอ ตอนที่เขาผลักฉันที่สวนบ้านเธอ

และค่ำคืนเหล่านั้นที่เราแอบหนีออกมา และชอบไปเจอกันที่บาร์

อย่ากังวลไปเลยนะที่รัก เราแค่เรียนรู้ที่จะรักกันเท่านั้นเอง

แต่มันยากน่ะ ตอนที่เรายังเด็กกันอยู่

 

I’m calling you up, you tell me it’s over

Say what you want, but it’s hard when you’re young

I’m calling you up, you tell me it’s over

You say what you want, but it’s hard when you’re young

 

ฉันโทรหาเธอ เธอบอกฉันว่าเราจบกันแล้ว

พูดอะไรก็ได้ที่อยากพูด แต่มันยากนะ ตอนที่เรายังเด็ก

ฉันโทรหาเธอ เธอบอกฉันว่าเราจบกันแล้ว

เธอพูดอะไรก็ได้ที่อยากพูด แต่มันยากนะ ตอนที่เรายังเด็ก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

655 ความคิดเห็น