ชุด│สี่จตุรเทพ│EX FACTOR ชนวนร้ายอดีตรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส ก.ย.61]

ตอนที่ 13 : HATING HATER HATEFUL │ 04-1 │ver.rewrite 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    28 ก.พ. 61




[CHAIN TALK]

ไม่รู้ว่าระหว่างผมกับซอมันมีแรงดึงดูดเข้าหากันรึเปล่า เธอกับผมก็เลยโคจรเจอกันบ่อยขึ้นราวกับเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดเข้าหากัน

ใครจะไปคิดกันล่ะว่าวิชาเข้าแล็ปจะเลิกช้ากว่าปกติ กว่าผมจะลงมากินข้าวพร้อมเพื่อนในกลุ่มก็ล่อไปบ่ายโมงกว่า ตอนแรกผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันนะว่าทำไมไอ้เจตน์มันถึงได้พยาย๊ามพยายามนักหนาเพื่อเรียกให้ผมไปกินมื้อเที่ยงกับมันให้ได้ แต่พอลงมาและพบว่าเพื่อนตัวเตี้ยวางแผนเป็นพ่อสื่อ (ให้ตัวเอง) โดยใช้ผมเป็นเครื่องมือในการดึงน้องปันนาให้มากินข้าวกลางวันด้วยกัน ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้นแหละนอกจากทำหน้าเอือมระอาใส่มัน

อันที่จริงผมก็แอบสงสารไอ้เจตน์อยู่หน่อยๆ เพราะปันนาไม่เคยชายตาแลมองเพื่อนตัวเตี้ยเลยสักครั้ง ความสนใจของเธอพุ่งเป้ามาที่ผมแม้ว่าผมจะเคยปฏิเสธเธอไปอย่างชัดเจนแล้วว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย และความพยายามของเธอก็ทำให้ผมค่อนข้างอึดอัด เมื่อจับโยงปมประเด็นทั้งหมดที่ทำให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นกลางโรงอาหาร และไม่อาจสลัดความคิดออกไปได้ว่าต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องกับซอนั้นคือฝีมือของปันนา

ไอ้ดอนเป็นรุ่นน้องของผมที่คณะ มีพ่อเป็นส.ส. เส้นสายใหญ่โตในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และใครต่อใครในมหาวิทยาลัยก็รู้ทั้งนั้นแหละว่าผู้หญิงที่มันตามจีบอยู่คือปันนา ผมไม่อยากไปมีเรื่องกับพวกลูกคนมีอิทธิพลเลยพยายามที่จะอยู่ห่างปันนาด้วยส่วนหนึ่ง และพยายามจะไม่ใส่ร้ายรุ่นน้องว่าที่มันตามรังแกซอ เพราะต้องการแค่จะเอาใจผู้หญิง

แต่คิดให้ตายยังไงทุกอย่างมันก็สอดคล้องกันไปหมด ปันนาอาจจะไม่พอใจซอเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยง คงมีคนปล่อยข่าวออกไปว่าผมกับเธอเคยคบกันมาก่อน ท่าทีของผมที่มีต่อซอมันก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับข่าวลือนั้น เรื่องที่ผมยังคงรักเธออยู่ ดังนั้นการแก้แค้นที่ดีที่สุดที่มือตัวเองจะไม่ต้องแปดเปื้อน ก็คือการยืมมือทาสรักอย่างดอนที่ไม่ว่าจะก่อเรื่องในมหาวิทยาลัยสักเท่าไหร่ ก็ไม่เคยมีใครเอาผิดกับมันได้

ผมพยายามแล้ว ผมพยายามนับหนึ่งถึงสามในใจตักข้าวเข้าปากมองดูสถานการณ์ หันไปยิ้มไปคุยกับเพื่อน พยายามทำเป็นไม่สนใจ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อไม่พาตัวเองเข้าไปใกล้กับเธอมากกว่านี้ ทำทุกอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกสั่นไหวภายในใจ ความรู้สึกโกรธจนแทบคลั่งและอยากระเบิดทุกอย่างให้เละเป็นผุยผง เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าขืนไปมีเรื่องงัดข้อกับไอ้ดอนเข้า ชีวิตการเป็นนักศึกษาของผมก็คงจะจบ

แต่ความรู้สึกมันห้ามกันได้ยาก ต่อให้ผมพยายามวิ่งหนีความจริงว่าไม่รู้สึกอะไรกับเธอยังไงก็ตาม แต่ผมก็ยังรู้สึก...ทั้งโกรธ ทั้งแค้น และอยากหาใครมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับซออยู่ดี

คนแรกที่ผมตั้งใจว่าจะเอาเลือดมันออกจากหัวให้ได้คืออ้ายหนี่ ผมเห็นมันยืนดูซอถูกรังแกอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก แต่ไม่มีวี่แววที่มันจะเข้าไปช่วยแฟนของตัวเองเลยแม้แต่น้อย แถมสุดท้ายมันยังยืนอี๋อ๋อควงแขนผู้หญิงคนอื่นและหัวเราะเยาะใส่ซอที่กำลังถูกล้ออยู่ตรงนั้น

ผมบอกตัวเองแล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่ง ผมบอกซ้ำๆ เป็นร้อยรอบพันรอบว่าถ้าขืนเอาตัวเข้าไปยุ่ง มีเรื่องกับคนอื่นอีก ผมนี่ล่ะที่จะต้องเสียใจกับการกระทำของตัวเอง

แต่สุดท้าย...คำถามหนึ่งในใจมันก็ชนะเหตุผลทั้งหมดทั้งปวงที่ผมมี คำถามที่ว่า ถ้าผมไม่ช่วยซอในวันนี้ ผมจะเสียใจกว่ามั้ยและใช่ คำตอบของผมคือผมคงเสียใจมากที่ปล่อยให้เธอถูกรังแกแบบนั้น

ผมเกือบจะมาช่วยซอไม่ทันเพราะว่าเคลียร์เรื่องกับอ้ายหนี่อยู่ (ขู่กรรโชกให้เลิกยุ่งกับซอแล้วอยู่อย่างสงบไปซะ) แต่สวรรค์คงเป็นใจให้ผมต้องเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกอีกครั้ง เพราะขนาดผมลองสุ่มวิ่งตามหาเธอในคณะดูมั่วๆ ผมก็ยังเจอเธอกำลังเข้าไปหลบในซอกตึกที่เปลี่ยวลับตาคน


ลองคิดดูสิว่าถ้าผมมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น ไอ้รุ่นน้องที่ยอมทำได้ทุกอย่างแม้แต่การรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงเพื่อจะเอาชนะใจผู้หญิงอีกคนที่ไม่มีวันแลมัน ความโง่เขลาที่เกิดจากความรักบางครั้งมันก็ทำให้คนเป็นบ้าและทำอะไรที่เหนือความคาดหมายได้อยู่เสมอล่ะ ผมเองก็เคยเป็นมาแล้ว...

ผัวะ ผลั่ก ผัวะ!!!

ภาพลักษณ์คนดีที่ผมสั่งสมมาเป็นเวลาหลายปีถูกทำลายย่อยยับเพราะการออกหมัดออกเท้าใส่พวกกลุ่มลูกคนมีอิทธิพล ในตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกหรอกนอกจากการทำให้อีกฝ่ายมีสภาพสะบักสะบอมให้ได้มากที่สุด เจ็บมากที่สุด ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วพวกมันจะหันมาชี้หน้าผมและบอกฝากเอาไว้เตรียมวันรอเอาคืนก็ตาม

“ไม่เป็นไรนะ” ผมถามซอหลังจากที่ยืนผ่อนลมหายใจจนกลับมาเป็นปกติ

คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมเอื้อมมือเข้ามาใกล้ เธอคงจะกลัว...เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาซอก็ไม่เคยชอบวิธีที่ผมใช้จัดการปัญหาอยู่แล้ว

“แค่จะเอาเสื้อน่ะ เสื้อที่อยู่ในมือ” ผมชี้ไปยังเสื้อช็อปของตัวเองที่ซอถือเอาไว้

มือเล็กที่สั่นเทาค่อยๆ ยื่นเสื้อคืนมาให้ผม ผมรับมันมาพาดไว้บนไหล่แล้วก้มลงมองสำรวจคนตรงหน้าให้ดีอีกครั้ง รอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนพื้นอิฐเป็นรอยยาวจนอดเป็นห่วงไม่ได้

“จะทำอะไรน่ะ!!” เสียงเล็กนั่นร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อผมพุ่งเข้าไปอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน

ซอพยายามจะขืนตัว แต่ผมก็รั้งเธอเอาไว้แน่นแล้วส่งสายตาดุๆ ให้ในขณะที่อุ้มร่างเล็กนั้นเดินลัดเลาะผ่านสนามฟุตบอลของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุดหมายที่ผมกำลังมุ่งไปนั้นคือห้องชมรมฟอร์มูล่าวัน สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้

“พาเรามาที่นี่ทำไม” คนตัวเล็กมองผมอย่างหวาดระแวงตอนที่ผมวางเธอลง แล้วหันไปใช้มือเปิดประตูบานเลื่อนที่ทำจากเหล็ก

“เข้าไป”

“นายจะทำอะไรน่ะ...”

หน้าตาผมมันดูเหมือนพวกที่ไว้ใจไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ประทานโทษนะครับคุณผู้หญิง ได้ข่าวว่าเมื่อครู่นี้ผมเป็นคนเข้าไปลุยเดี่ยวช่วยคุณออกมานะ ทำไมสายตาของคุณถึงได้มองผมเหมือนเป็นผู้ร้ายแบบนั้น!

“ช่วยว่าง่ายๆ แล้วรีบเข้าไปได้ป่ะ ก่อนที่พวกไอ้ดอนมันจะกลับมาเล่นงานเราอีก”

“แต่...”

“รีบๆ เข้าไปได้แล้ว เราไม่ทำอะไรเธอหรอก หรือต่อให้ทำ...เธอก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วป่ะ”

คำพูดมีนัยแฝงนั้นทำให้ดวงตาสีน้ำตาลถลึงกว้างขึ้น มือเรียวรีบจับขยุ้มเสื้อนักศึกษาของตัวเองเอาไว้แน่นราวกับว่ามันจะช่วยปกป้องความบริสุทธิ์ของเธอจากผมได้งั้นแหละ  

ในภาวะแบบนี้ผมไม่ควรที่จะนึกสนุกไปกับท่าทีหวาดกลัวของซอเลย แต่มันช่วยไม่ได้ เห็นเธอเหมือนกระต่ายตื่นตูมแบบนี้ ผมยิ่งคิดถึงเรื่องในวันวาน ความรู้สึกที่ได้แกล้งเธอ...

หมับ!

“ปะ...ปล่อยนะ”

มือหนาของผมจับข้อมือเล็กของซอได้จนมิด ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากตัวเองน้อยๆ แล้วเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เพื่อกระซิบที่ข้างหู

“ถ้าเราพอใจจะเอาเมียเก่ามาทำเมียใหม่ เธอจะทำอะไรได้”

“ไอ้…!” ริมฝีปากเล็กสีชมพูเริ่มขมุบขมิบเป็นคำด่าที่ไร้เสียง ผมหัวเราะชอบใจแล้วใช้มือกระตุกร่างเล็กจนชนเข้ากับแผงอกกว้างของตัวเอง

“อย่าดื้อกับเราเลยน่า...” ผมเว้นช่วงเอาไว้ แล้วใช้จมูกดันเข้ากับปลายหูของอีกฝ่าย มันทั้งร้อนจัดและก็แดงก่ำ เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด “เธอน่าจะรู้นะว่าเรายังเอาเก่งเหมือนเดิม”

“ไอ้...ไอ้บ้า!!

นี่คงเป็นคำด่าที่รุนแรงที่สุดที่คะนึงนิจจะใช้ด่าใครสักคนหนึ่งบนโลกได้แล้วล่ะ

ผมหัวเราะหึๆ ในลำคอและปล่อยข้อมือเล็กเป็นอิสระ ใบหน้าขาวเริ่มขึ้นสีแดงจัดเพราะเขินหรือไม่ก็อาจจะโกรธไปกับคำพูดหยอกเย้านั่น แต่ผมนี่สิดันเสือกยิ้มออกมาโง่ๆ เหมือนกับอยากให้เวลาในตอนนี้มันขยายยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  

แต่ถ้าทำแบบนั้น...ซอคงเลือดหมดตัวตายก่อน

“เข้าไปเถอะน่า เธอต้องทำแผลอีกนะ”

ผมพูดทิ้งท้ายแค่นั้นก็เป็นฝ่ายเดินสาวเท้าเข้าไปในห้องชมรมก่อน คนตัวเล็กที่มองซ้ายมองขวาอย่างชั่งใจตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาตามผม ภายในนี้ค่อนข้างมืดและเหม็นกลิ่นน้ำมันเครื่องอยู่พอสมควร แต่มันก็เป็นสถานที่เดียวในตอนนี้ที่ปลอดภัยที่สุด และมีอุปกรณ์ในการทำแผลครบครัน


ผมพูดทิ้งท้ายแค่นั้นก็เป็นฝ่ายเดินสาวเท้าเข้าไปในห้องชมรมก่อน คนตัวเล็กที่มองซ้ายมองขวาอย่างชั่งใจตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาตามผม ภายในนี้ค่อนข้างมืดและเหม็นกลิ่นน้ำมันเครื่องอยู่พอสมควร แต่มันก็เป็นสถานที่เดียวในตอนนี้ที่ปลอดภัยที่สุด และมีอุปกรณ์ในการทำแผลครบครัน

ผมจำได้ว่าแฟนของไอ้ฌานเคยซื้อกล่องปฐมพยาบาลมาทิ้งไว้ที่นี่นะ

เคร้ง!

ในขณะที่ผมหากล่องปฐมพยาบาลเจอและกำลังจะหยิบข้าวของที่จำเป็นในการทำแผลออกมา เสียงดังคล้ายกับคนเดินเตะอะไรเข้าก็ทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยถูกกับความมืดเลยสักนิด เพราะเธอไม่สามารถมองเห็นได้ในที่ที่มีแสงสลัว ต่อให้ไปทำเลสิกตาและใส่คอนแทคเลนส์สายตาเพื่อช่วยในการมองเห็น ซอก็ยังคงไม่ถูกกับที่ที่มีแสงน้อยอยู่ดี  

“เพิ่งรู้นะว่าเธอถนัดเรื่องทำร้ายตัวเองด้วย”

ร่างสูงของผมสาวเท้าออกมาพร้อมกับเอื้อมมือเปิดสวิตช์ไฟ ซอสะดุ้งเมื่อเห็นว่าเธอเดินเตะเข้ากับกล่องเครื่องมือช่างที่ถูกวางทิ้งไว้แถวนั้น ดูเหมือนเธอจะเจ็บนะ แต่เก็บอาการมิดชิดเพราะไม่อยากให้ผมรู้มากกว่า

“นั่งดิ” ผมเดินผ่านร่างเล็กของซอแล้วพยักหน้าชี้ทางให้เธอนั่งลงบนเบาะรถที่ถูกเอามาวางตั้งไว้ในห้องเป็นของประดับ ซอสาวเท้าช้าๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่ง แต่สายตาของเธอกลับจ้องผมตาไม่กะพริบ

ผมไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเพราะคิดว่าถ้าพูดบางอย่างออกไป ซอคงจะตื่นตระหนกเหมือนกับกระต่าย ก็เลยตัดสินใจเอื้อมมือออกไปดึงเท้าเล็กๆ ของซอมาวางไว้บนหน้าขา แต่ยัยตัวเล็กก็ยังคงดื้อ ยื้อขาตัวเองเอาไว้สุดแรง

“นายไม่ต้อง...ทำแบบนี้ก็ได้ เราทำเองได้”

ว่าแล้วก็โน้มตัวลงมาเหมือนจะปัดมือผมที่จับรอบข้อเท้าออก ผมเลยขมวดคิ้วยุ่ง ดึงหน้า แล้วส่งเสียงเอ็ดจนเธอสะดุ้งอีกครั้ง

“จะทำเองได้ยังไง มีเศษจานฝังอยู่ในเท้ารึเปล่าก็ไม่รู้! อยากโดนหั่นขาทิ้งเหรอไง!

“แต่ว่า...นั่นมัน...”

“อะไร เท้าน่ะเหรอ” ชี้ลงไปที่เท้าที่มีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด

“มันเป็นของต่ำ ไม่ลำบากให้นายมาช่วยหรอก ส่งแอลกอฮอล์มาสิ เราจัดการเองได้”

คนตัวเล็กพูดออกมาอย่างรวดเร็วราวกับร่างสคริปต์ไว้ในหัว ผมเลยใช้นิ้วจิ้มเข้าไปที่ฝ่าเท้าจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง ไม่ได้อยากจะใจร้ายนะ แต่มันเขี้ยวจริงคนดื้อเนี่ย!

“ทีแต่ก่อนโดนเสี้ยนตำที่เท้า เรายังเอาออกให้เธอได้เลย อย่าเรื่องมากน่า ทิ้งไว้นานๆ เชื้อโรคมันเข้าไปในแผลนะ”

“แต่...”

“ยังจะเถียงอีกเหรอ เมื่อกี้โดนจิ้มแผลยังไม่เข็ดใช่มั้ย”

“ไม่ๆๆ เราไม่ได้จะเถียง เราแค่จะบอกว่า...” สีหน้าของซอดูซีดลงเล็กน้อย นิ้วเรียวเล็กชี้แผลบนหน้าผมที่มีเลือดไหลย้อยลงมาจากขมับไม่หยุด

อ่า...ดูเหมือนว่าเมื่อกี้ผมจะพลาดท่าทำให้ตัวเองคิ้วแตกอีกแล้วสินะ แต่ทำไมถึงได้ไม่รู้สึกเจ็บเท่าที่ควรจะเป็นเลย

“แผลเล็กน้อยน่า จัดการเธอเสร็จแล้วค่อยว่ากัน”

“...”

ซอนิ่งเงียบไปเมื่อเห็นผมไม่ใส่ใจอะไรกับแผลที่คิ้ว ผมเลยหันไปจัดการค้นอุปกรณ์ที่อยู่ในกล่อง

“ทนแสบหน่อยนะ พอดีในกล่องปฐมพยาบาลมันไม่มีน้ำเกลือ”

ผมใช้สำลีชุบเข้ากับแอลกอฮอล์ เงยหน้าขึ้นมองซอที่กำลังหลับตาปี๋ มือจิกลงไปในเบาะที่ตัวเองนั่งอย่างลุ้นระทึก ภาพความทรงจำบางอย่างไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองจนผมต้องเผยอยิ้มออกมาอีกครั้ง และความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในหัวใจมันก็กำลังกู่ร้องบอกให้ผมรู้ว่าเหตุผลทั้งหมดทั้งปวงที่ผมมานั่งอยู่ตรงนี้ ต่อหน้าเธอ เป็นเพราอะไร  

เสี้ยนแค่นี้เอง ร้องซะอย่างกับบ้านจะแตก

ก็ตัวทำเจ็บนี่! ฮึก

เราทำให้ตัวเจ็บหรือจริงๆ ตัวขี้แงกันแน่

เราไม่ได้ขี้แงนะ!’

งั้นไม่โอ๋นะ เราไม่กอดปลอบด้วยนะ

ไม่เอา! ตัวกอดปลอบเค้าหน่อย ฮึก เค้าเจ็บอ่ะ เจ็บจะตายแล้ว

ไอ้เด็กบ้า ขี้อ้อนชิบ

“โอ๊ย!

“เราทำเธอเจ็บเหรอ?!

ผมหยุดมือที่กำลังซับไปบนปากแผล เงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของซอที่กำลังกัดริมฝีปากอย่างทรมาน

 

 

สวัสดีค่าทุกคน มีข่าวมาแจ้ง ฮืออ พี่เชนออกไม่ทันงานหนังสือนะคะ

เหตุเนื่องจากหาคนวาดปกให้ไม่ทันจีๆ ฮืออออ ทุกคนต้องอดทนรออีพี่กันต่อไปเด้อ

จะสามหรือสี่ปีกว่าเราก็ต้องอดทนนะ ฮึบบบบบบ

เพราะขนาดอีพี่เชนมันยังทนมาได้ตั้ง 3 ปีเลยกว่าจะมีเมียอย่างทุกวันนี้

ยังไงก็กำตังค์เอาไว้ก่อนนะ T_T

 

ไม่มีคนเมนต์เลยค่ะซิส 5555

ไม่รู้แล้วนะว่าบ้านนี้มันร้างเพราะอะไรเนี่ย 

พวกยูวววว เมนต์ให้เราบ้างก็ได้น้าาา มันเหงาาาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

655 ความคิดเห็น

  1. #465 Valensia1234 (@chanyapon-new) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:23
    สนุกกกกกอ่า สู้ๆนะคะไรท์
    #465
    0
  2. #464 ฝันหวาน(sweet dream) (@rot_bus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:52
    รอจร้า รอ
    #464
    0
  3. #118 KAZO (@NAPHATWAILOM) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 07:48
    มาม่ามาเต็ม TT
    #118
    1
    • #118-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 13)
      3 มีนาคม 2560 / 08:39
      อยากจะส่งทิชชู่ไปแกล้มมาม่า TT
      #118-1
  4. #117 Thisisjaja (@poohsweetty) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:17
    รออออออ
    #117
    0